ฉีดโบท็อกซ์โหนกแก้มคืออะไร ช่วยอะไรบ้าง? โหนกแก้มลดจริงไหม?
การมีโหนกแก้มใหญ่ โหนกแก้มชัด โหนกแก้มสูง อาจสร้างความกังวลใจให้หลายคน โดยเฉพาะในผู้ที่อยากมีใบหน้าที่ดูเรียวและสมส่วน “โบท็อกลดโหนกแก้ม” จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน ด้วยวิธีการที่ไม่ต้องผ่าตัดและสามารถปรับรูปหน้าได้ในระยะเวลาอันสั้น บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าโบท็อกลดโหนกแก้มคืออะไร เห็นผลเมื่อไหร่ และต้องดูแลตัวเองอย่างไรหลังทำ
โหนกแก้มคืออะไร และทำไมต้องลดโหนกแก้ม?
โหนกแก้ม (Cheekbone) คือโครงสร้างกระดูกส่วนหนึ่งของใบหน้าที่อยู่บริเวณแก้มทั้งสองข้าง หากโหนกแก้มใหญ่หรือสูงมากเกินไป อาจทำให้ใบหน้าดูแบน หน้ากว้าง หรือขาดมิติ ส่งผลให้ดูแข็ง ดุดัน และอาจดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง
คนที่ต้องการลดโหนกแก้มมักมีปัญหาดังนี้
- ใบหน้าดูไม่สมดุล
- ใบหน้าขาดความอ่อนหวาน
- โครงหน้าดูแข็ง หรือดูดุ
สาเหตุของโหนกแก้มที่สูง โหนกแก้มใหญ่
ก่อนเลือกวิธีลดโหนกแก้ม ควรรู้ว่าปัญหาโหนกแก้มใหญ่เกิดจากอะไร ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นสาเหตุหลัก ๆ ดังนี้
- พันธุกรรม โหนกแก้มที่ใหญ่อาจเกิดจากโครงสร้างกระดูกใบหน้าที่ไม่สมดุลกับเนื้อเยื่อบริเวณแก้ม ทำให้โหนกแก้มดูโดดเด่นเกินไป
- อายุที่เพิ่มขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันบริเวณขมับและแก้มจะฝ่อลง กระดูกใบหน้ามีการยุบตัว ทำให้ใบหน้าดูแบน โหนกแก้มจึงดูชัดขึ้น
- การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว น้ำหนักตัวที่ลดลงมากในเวลาอันสั้นทำให้ไขมันบนใบหน้าหายไป ส่งผลให้ใบหน้าดูตอบ และโหนกแก้มดูเด่นชัดขึ้น
- ผลกระทบจากการจัดฟัน แม้การจัดฟันจะไม่ส่งผลโดยตรงต่อโหนกแก้ม แต่บางคนอาจสังเกตว่าโหนกแก้มดูเด่นขึ้น เนื่องจากเนื้อบริเวณแก้มยุบลงเมื่อโครงสร้างฟันเปลี่ยนไป
- กรามใหญ่หรือกรามเยอะ กล้ามเนื้อกรามและกล้ามเนื้อบริเวณโหนกแก้มทำงานสัมพันธ์กัน หากกล้ามเนื้อกรามใหญ่ โหนกแก้มก็มักจะดูเด่นชัดขึ้น ส่งผลให้ใบหน้าดูแข็งและไม่ได้สัดส่วน
โบท็อกลดโหนกแก้ม คืออะไร?
โบท็อก หรือ Botulinum Toxin เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ช่วยยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ เมื่อฉีดโบท็อกลดโหนกแก้ม จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณโหนกแก้มคลายตัว ส่งผลให้โหนกแก้มดูเล็กลง ใบหน้าเรียวขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่โหนกแก้มที่เด่นชัดเกิดจากกล้ามเนื้อ ซึ่งมักพบในผู้ที่มีพฤติกรรมเคี้ยวอาหารแข็งหรือขบฟันบ่อย ๆ
โบท็อกลดโหนกแก้มไม่เหมาะสำหรับการแก้ไขโหนกแก้มที่เกิดจากโครงกระดูก หากเป็นกรณีนี้ อาจต้องพิจารณาวิธีการผ่าตัดลดกระดูกหรือศัลยกรรมแทน
โบท็อกลดโหนกแก้ม กี่วันเห็นผล? ผลลัพธ์อยู่ได้นานไหม?
หลังจากฉีดโบท็อกลดโหนกแก้ม ผลลัพธ์เริ่มต้นจะเห็นได้ในช่วง 3-7 วันแรก และจะเห็นผลชัดเจนที่สุดในช่วงประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังฉีด ผลลัพธ์จากการฉีดโบท็อกลดโหนกแก้มมักอยู่ได้นานประมาณ 5-6 เดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น การดูแลตัวเองหลังฉีด พฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อ เช่น การเคี้ยวอาหารแข็งเกินไป ก็จะส่งผลต่อระยะเวลาการเห็นผลลัพธ์เช่นกัน เมื่อครบกำหนด ผลของโบท็อกจะค่อย ๆ ลดลง และกล้ามเนื้อจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติ หากต้องการให้ผลลัพธ์อยู่คงอยู่ในระยะยาว สามารถมาฉีดโบท็อกซ์ซ้ำได้ทุก ๆ 3-6 เดือน
โบท็อกลดโหนกแก้ม ต้องฉีดบ่อยไหม?
เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้คงอยู่ การฉีดซ้ำทุก 3-6 เดือน เป็นสิ่งที่ควรทำ อย่างไรก็ตาม หากฉีดเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง กล้ามเนื้อในบริเวณนั้นจะค่อย ๆ เล็กลงจนแทบไม่จำเป็นต้องฉีดซ้ำบ่อย ๆ ในกรณีที่เป็นการฉีดครั้งแรก แพทย์อาจแนะนำให้ติดตามผลและกลับมาฉีดซ้ำเพื่อปรับปริมาณยาให้เหมาะสมกับใบหน้าของแต่ละบุคคล
โบท็อกลดโหนกแก้ม แก้ปัญหาโหนกแก้มที่เกิดจากกระดูกได้ไหม? วิธีไหนช่วยได้บ้าง?
โบท็อกลดโหนกแก้มเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาโหนกแก้มเด่นชัดจากกล้ามเนื้อเท่านั้น หากปัญหาเกิดจากกระดูก โบท็อกจะไม่สามารถช่วยได้ วิธีการลดโหนกแก้มที่เกิดจากกระดูก มีหลายวิธี เช่น
- การผ่าตัดลดกระดูกโหนกแก้ม: วิธีนี้เป็นการปรับแต่งกระดูกโดยตรง สามารถทำให้โหนกแก้มดูเล็กลงได้ถาวร แต่ต้องพักฟื้นและมีความเสี่ยงจากการผ่าตัด
- การฉีดฟิลเลอร์หรือไขมัน: หากต้องการแก้ปัญหาโดยไม่ผ่าตัด อาจใช้การเติมเต็มส่วนอื่นของใบหน้า เช่น ขมับหรือแก้ม เพื่อปรับสมดุลของใบหน้าให้ดูสมส่วน
หลังฉีดโบท็อกลดโหนกแก้ม ต้องดูแลตัวเองอย่างไร?
การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกลดโหนกแก้มเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์คงอยู่ได้นานและปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลชัดเจนและคุ้มค่ากับการลงทุน สามารถทำตามคำแนะนำดังนี้:
1. ข้อปฏิบัติในช่วง 3 ชั่วโมงแรกหลังฉีดโบท็อก
- หลีกเลี่ยงการประคบเย็นหรือร้อนบริเวณที่ฉีด เนื่องจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนอาจรบกวนการดูดซึมของตัวยาเข้าสู่เซลล์ประสาท
- ห้ามนอนราบหรือเอนศีรษะต่ำกว่าแนวระดับหัวใจ เพราะอาจทำให้โบท็อกกระจายไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการ
- งดการก้มศีรษะหรือลงน้ำหนักบริเวณหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาเคลื่อนที่
2. การดูแลในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
- สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการกดหรือถูบริเวณที่ฉีด
- หลีกเลี่ยงอาหารที่ส่งผลกระทบต่อการออกฤทธิ์ของโบท็อก เช่น อาหารหมักดอง อาหารรสจัด หรืออาหารที่ต้องทำหน้าที่หน้าเตานาน ๆ
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดรอยช้ำหรือบวมบริเวณที่ฉีด
3. การดูแลในช่วง 48 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มความร้อนหรือกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เช่น อบซาวน่า ตากแดด ออกกำลังกายหนัก หรือทำเลเซอร์บริเวณใบหน้า
- งดการสัมผัสบริเวณที่ฉีดบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงการขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดมากเกินไป เพื่อให้โบท็อกออกฤทธิ์อย่างเต็มที่
4. การปรับพฤติกรรมและอาหารเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
- รับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี (Zinc) สูง เช่น เนื้อสัตว์ หอยนางรม ไข่แดง และอาหารทะเล เพราะช่วยกระตุ้นการออกฤทธิ์ของโบท็อกได้เร็วขึ้น
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ซึ่งอาจลดประสิทธิภาพของโบท็อก
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวและซ่อมแซมตัวเองได้ดี
5. ข้อควรระวังเพิ่มเติม
- หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดจุดบริเวณใบหน้าในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดบวมผิดปกติ แดง หรือมีอาการแพ้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที
- เพื่อผลลัพธ์ที่คงทนและปลอดภัย ควรติดตามผลการฉีดกับแพทย์ตามกำหนด
การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกลดโหนกแก้มอย่างถูกวิธี ไม่เพียงช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีและอยู่ได้นาน แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์อีกด้วย อย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และเลือกคลินิกที่มีมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
โบท็อกลดโหนกแก้ม ที่ไหนดี?
การเลือกคลินิกสำหรับฉีดโบท็อกลดโหนกแก้มเป็นสิ่งสำคัญมาก แนะนำให้พิจารณาปัจจัยต่อไปนี้:
- ความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาล: คลินิกควรมีใบอนุญาตประกอบกิจการจากกระทรวงสาธารณสุข
- แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: ควรเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการฉีดโบท็อก และให้คำปรึกษาอย่างละเอียด
- โบท็อกแท้: ขอให้คลินิกแสดงบรรจุภัณฑ์ของโบท็อกก่อนฉีด เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นของแท้
- รีวิวและความพึงพอใจของลูกค้า: ดูรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงเพื่อประกอบการตัดสินใจ
โบท็อกลดโหนกแก้ม ราคาเท่าไหร่?
ราคาการฉีดโบท็อกลดโหนกแก้มขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้
- ยี่ห้อของโบท็อก เช่น Allergan, Nabota, หรือ Botulax
- ปริมาณยูนิต ที่ใช้ ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
- สถานพยาบาลหรือคลินิกที่เลือก
โดยทั่วไป ราคาจะอยู่ในช่วงประมาณ 3,000-20,000 บาท ต่อครั้ง แนะนำให้เลือกสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตถูกต้อง และใช้โบท็อกแท้จากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือเท่านั้น
สรุป
โบท็อกลดโหนกแก้มเป็นทางเลือกที่สะดวกและปลอดภัยสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด อย่างไรก็ตาม การเลือกคลินิกและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญมาก หากโหนกแก้มของคุณเด่นชัดจากโครงกระดูก อาจต้องพิจารณาวิธีการอื่นที่เหมาะสมกว่า เช่น การผ่าตัดหรอการเติมเต็มส่วนอื่นของใบหน้า การดูแลตัวเองหลังฉีดก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและอยู่ได้นานที่สุด อย่าลืมปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจเพื่อให้แน่ใจว่าวิธีนี้เหมาะสมกับคุณที่สุด!
ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://vincent.clinic/th/article/detail/178Tweet |