LE LABO
Le Labo (เลอ ลาโบ) แบรนด์น้ำหอมที่ก่อตั้งในนิวยอร์กเมื่อปี 2006 โดย Fabrice Penot และ Edouard Roschi โดดเด่นด้วยบรรยากาศแบบห้องทดลอง ขวดแก้วและฉลากเรียบง่าย รวมถึงบริการพิมพ์ข้อความลงบนฉลากที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกเฉพาะตัวให้กับน้ำหอมแต่ละขวด แบรนด์ให้ความสำคัญกับงานฝีมือและความไม่สมบูรณ์แบบที่มีเสน่ห์ น้ำหอมในร้านจะได้รับการเตรียมและติดฉลากตามขั้นตอนของแบรนด์ ส่วนชื่อแต่ละกลิ่นประกอบด้วยวัตถุดิบหลักตามด้วยตัวเลข ซึ่งตัวเลขหมายถึงจำนวนส่วนผสมที่ใช้ในสูตร ไม่ใช่ระดับความเข้มข้นของน้ำหอม Santal 33 เป็นหนึ่งในกลิ่นที่ทำให้ Le Labo เป็นที่รู้จักในวงกว้าง มีโทนไม้จันทน์ ซีดาร์ เครื่องเทศ และกลิ่นหนัง ให้ความรู้สึกแห้ง เท่ และมีความอบอุ่นอยู่ด้านหลัง ส่วน Another 13 เกิดจากความร่วมมือกับนิตยสาร AnOther โดยมี Ambroxyde เป็นส่วนสำคัญ ผสมกับมัสก์ แอมเบรตต์ และมอส กลิ่นค่อนข้างแนบผิวและให้ความรู้สึกแตกต่างกันไปเมื่ออยู่บนแต่ละคน Rose 31 เป็นการตีความกุหลาบในมุมที่ไม่หวานแบบน้ำหอมดอกไม้ทั่วไป แบรนด์นำกุหลาบ Centifolia มาผสมกับยี่หร่า ไม้ซีดาร์ และโทนอำพัน จึงได้กลิ่นกุหลาบที่มีทั้งความเผ็ด อบอุ่น และเป็นกลางทางเพศ Le Labo ไม่ได้โดดเด่นเพียงเพราะหน้าตาขวด แต่มีเอกลักษณ์จากการสร้างกลิ่นที่ไม่จำเป็นต้องแบ่งชัดว่าเป็นของผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้เลือกจากกลิ่นที่เข้ากับตัวเองจริง ๆ
Le Labo (เลอ ลาโบ) แบรนด์น้ำหอมที่ก่อตั้งในนิวยอร์กเมื่อปี 2006 โดย Fabrice Penot และ Edouard Roschi โดดเด่นด้วยบรรยากาศแบบห้องทดลอง ขวดแก้วและฉลากเรียบง่าย รวมถึงบริการพิมพ์ข้อความลงบนฉลากที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกเฉพาะตัวให้กับน้ำหอมแต่ละขวด แบรนด์ให้ความสำคัญกับงานฝีมือและความไม่สมบูรณ์แบบที่มีเสน่ห์ น้ำหอมในร้านจะได้รับการเตรียมและติดฉลากตามขั้นตอนของแบรนด์ ส่วนชื่อแต่ละกลิ่นประกอบด้วยวัตถุดิบหลักตามด้วยตัวเลข ซึ่งตัวเลขหมายถึงจำนวนส่วนผสมที่ใช้ในสูตร ไม่ใช่ระดับความเข้มข้นของน้ำหอม Santal 33 เป็นหนึ่งในกลิ่นที่ทำให้ Le Labo เป็นที่รู้จักในวงกว้าง มีโทนไม้จันทน์ ซีดาร์ เครื่องเทศ และกลิ่นหนัง ให้ความรู้สึกแห้ง เท่ และมีความอบอุ่นอยู่ด้านหลัง ส่วน Another 13 เกิดจากความร่วมมือกับนิตยสาร AnOther โดยมี Ambroxyde เป็นส่วนสำคัญ ผสมกับมัสก์ แอมเบรตต์ และมอส กลิ่นค่อนข้างแนบผิวและให้ความรู้สึกแตกต่างกันไปเมื่ออยู่บนแต่ละคน Rose 31 เป็นการตีความกุหลาบในมุมที่ไม่หวานแบบน้ำหอมดอกไม้ทั่วไป แบรนด์นำกุหลาบ Centifolia มาผสมกับยี่หร่า ไม้ซีดาร์ และโทนอำพัน จึงได้กลิ่นกุหลาบที่มีทั้งความเผ็ด อบอุ่น และเป็นกลางทางเพศ Le Labo ไม่ได้โดดเด่นเพียงเพราะหน้าตาขวด แต่มีเอกลักษณ์จากการสร้างกลิ่นที่ไม่จำเป็นต้องแบ่งชัดว่าเป็นของผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้เลือกจากกลิ่นที่เข้ากับตัวเองจริง ๆ LELABOを端的に表すなら、フレグランスを体系的に捉えるアメリカ発のフレグランスブランドです。 ローズに着想を得た香りや成分、持続性と日中の使いやすさとフレグランスの製品を結びつけることで、ラインアップの方向性を理解しやすくしています。 ANOTHER 13、SANTAL 33 EDPのラインアップからは、使用者の目的とローズに着想を得た香りや成分、持続性と日中の使いやすさをつなぐ姿勢が読み取れます。 使用後の印象だけでなく、その背景にあるブランドの考え方まで理解できる構成です。