Bottega Veneta
Bottega Veneta (บอตเตก้า เวเนต้า) เป็นแบรนด์แฟชั่นจากอิตาลีที่ก่อตั้งในปี 1966 โดย Renzo Zengiaro และ Michele Taddei หากนึกถึงแบรนด์นี้ หลายคนอาจเห็นภาพกระเป๋าหนังสาน Intrecciato ก่อน เพราะเป็นงานที่ทำให้ Bottega Veneta มีเอกลักษณ์โดยแทบไม่ต้องพึ่งโลโก้ แบรนด์ให้ความสำคัญกับฝีมือของช่างและความสวยที่ดูเรียบ แต่ยิ่งมองก็ยิ่งเห็นรายละเอียด Bottega Veneta เริ่มทำน้ำหอมสำหรับผู้หญิงในปี 2011 และกลับมานำเสนอคอลเลกชันน้ำหอมชุดใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ Kering Beauté ในปี 2024 แรงบันดาลใจของคอลเลกชันนี้มาจากเมืองเวนิสและการพบกันของผู้คนจากต่างวัฒนธรรม แบรนด์จึงเลือกจับกลิ่นจากหลายแหล่งมาผสมกัน พร้อมออกแบบขวดแก้วทรงโค้งที่ตั้งบนฐานหินอ่อนและสามารถเติมน้ำหอมได้ ถ้าชอบน้ำหอมที่เปิดมาสดชื่นแล้วค่อย ๆ นุ่มลง Come with Me เป็นกลิ่นที่น่าลอง เพราะจับเบอร์กาม็อตเข้ากับออร์ริส ซึ่งให้สัมผัสละมุนคล้ายแป้ง ส่วน Alchemie จะเข้มขึ้นอีกหน่อย มีความเผ็ดของพิงก์เปปเปอร์และความอบอุ่นของแอมเบอร์ เหมาะกับคนที่ชอบน้ำหอมซึ่งให้ความรู้สึกสุขุมและมีเสน่ห์ ทั้งสองกลิ่นแสดงให้เห็นว่า Bottega Veneta ทำน้ำหอมได้หลายบุคลิก โดยยังรักษาความประณีตแบบเดียวกับงานแฟชั่นของตัวเอง สำหรับคนที่ชอบน้ำหอมและชอบงานดีไซน์ไปพร้อมกัน Bottega Veneta เป็นแบรนด์ที่น่าสนใจตั้งแต่กลิ่นไปจนถึงขวด จะวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งหรือหยิบมาใช้ก่อนออกจากบ้าน ก็มีรายละเอียดเล็ก ๆ ให้รู้สึกถึงตัวตนของแบรนด์ โดยไม่ต้องมีโลโก้เด่นอยู่ตรงหน้า
Bottega Veneta (บอตเตก้า เวเนต้า) เป็นแบรนด์แฟชั่นจากอิตาลีที่ก่อตั้งในปี 1966 โดย Renzo Zengiaro และ Michele Taddei หากนึกถึงแบรนด์นี้ หลายคนอาจเห็นภาพกระเป๋าหนังสาน Intrecciato ก่อน เพราะเป็นงานที่ทำให้ Bottega Veneta มีเอกลักษณ์โดยแทบไม่ต้องพึ่งโลโก้ แบรนด์ให้ความสำคัญกับฝีมือของช่างและความสวยที่ดูเรียบ แต่ยิ่งมองก็ยิ่งเห็นรายละเอียด Bottega Veneta เริ่มทำน้ำหอมสำหรับผู้หญิงในปี 2011 และกลับมานำเสนอคอลเลกชันน้ำหอมชุดใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ Kering Beauté ในปี 2024 แรงบันดาลใจของคอลเลกชันนี้มาจากเมืองเวนิสและการพบกันของผู้คนจากต่างวัฒนธรรม แบรนด์จึงเลือกจับกลิ่นจากหลายแหล่งมาผสมกัน พร้อมออกแบบขวดแก้วทรงโค้งที่ตั้งบนฐานหินอ่อนและสามารถเติมน้ำหอมได้ ถ้าชอบน้ำหอมที่เปิดมาสดชื่นแล้วค่อย ๆ นุ่มลง Come with Me เป็นกลิ่นที่น่าลอง เพราะจับเบอร์กาม็อตเข้ากับออร์ริส ซึ่งให้สัมผัสละมุนคล้ายแป้ง ส่วน Alchemie จะเข้มขึ้นอีกหน่อย มีความเผ็ดของพิงก์เปปเปอร์และความอบอุ่นของแอมเบอร์ เหมาะกับคนที่ชอบน้ำหอมซึ่งให้ความรู้สึกสุขุมและมีเสน่ห์ ทั้งสองกลิ่นแสดงให้เห็นว่า Bottega Veneta ทำน้ำหอมได้หลายบุคลิก โดยยังรักษาความประณีตแบบเดียวกับงานแฟชั่นของตัวเอง สำหรับคนที่ชอบน้ำหอมและชอบงานดีไซน์ไปพร้อมกัน Bottega Veneta เป็นแบรนด์ที่น่าสนใจตั้งแต่กลิ่นไปจนถึงขวด จะวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งหรือหยิบมาใช้ก่อนออกจากบ้าน ก็มีรายละเอียดเล็ก ๆ ให้รู้สึกถึงตัวตนของแบรนด์ โดยไม่ต้องมีโลโก้เด่นอยู่ตรงหน้า Bottega Venetaの方向性は、オードパルファム、シェービング製品、その他のフレグランス、メンズフレグランス、その他のヘアケアを複数の形で展開するフレグランスブランドであることに表れています。 製品情報のディテールには香りの構成と余韻で個性を表現することが表れています。オードパルファム、シェービング製品、その他のフレグランス、メンズフレグランス、その他のヘアケアの役割も整理され、各製品の位置づけを理解しやすくなっています。 ラインアップを理解する手がかりになるのがAfter Shave Balm、Bottega Veneta Deluxe Compact Parfum、Bottega Veneta Eau De Parfumです。主要カテゴリーと香りの構成と余韻で個性を表現することを結びつけています。 機能、感触、暮らしを結びつける発想に、このブランドならではの面白さがあります。SNS Reviews
รีวิว SNS ล่าสุดจากคอมมูนิตี้ Vanilla
コンテンツはまだありません。
コンテンツはまだありません。
コンテンツはまだありません。
コンテンツはまだありません。
ความคิดเห็น (0)
ในการแสดงความคิดเห็นต้อง เข้าสู่ระบบ ก่อน