โพสต์ใหม่ต้อง เข้าสู่ระบบ ก่อน
“โฟร์ท-ณัฐวรรธน์” แบรนด์แอมบาสเดอร์ MEDIHEAL Toner Pad ชวนฟิน! แท็กทีม “เอส – เพิร์ธ – แซนต้า”
เสิร์ฟโมเมนต์สุดพิเศษ ใน “MEDIHEAL DERMA LAB” ป็อปอัปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 💖✨
MEDIHEAL (เมดิฮีล) แบรนด์เวชสำอาง (Derma Skincare) ระดับโลกจากประเทศเกาหลี เตรียมเปิดประสบการณ์สุดพิเศษกับป็อปอัปสโตร์ครั้งแรกของปี 2026 “MEDIHEAL DERMA LAB” ระหว่างวันที่ 28–30 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00–22.00 น. ณ Siam Center ชั้น G โซน Atrium 2 ชวนทุกคนมาเปิดโลก K-Derma Skincare ผ่านประสบการณ์ที่ผสานนวัตกรรมการดูแลผิวเข้ากับกิจกรรมความสนุก พร้อมกระทบไหล่เหล่าดารา-ศิลปินชื่อดังของไทยตลอด 3 วัน นำทีมโดย “โฟร์ท-ณัฐวรรธน์ จิโรจน์ธิกุล” แบรนด์แอมบาสเดอร์ MEDIHEAL Toner Pad แท็กทีม 3 หนุ่มสุดฮอตแห่งยุค “เอส-ศุภ สง่าวรวงศ์”, “เพิร์ธ-ธนพนธ์ สุขุมพันธนาสาร” และ “แซนต้า-พงศภัค อุดมโภชน์” เตรียมมาร่วมสร้างสีสัน เสิร์ฟโมเมนต์สุดพิเศษ และเปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้ใกล้ชิดตลอดทั้ง 3 วัน
งาน MEDIHEAL DERMA LAB จัดขึ้นภายใต้ Brand Message "OUR SOLUTION FOR ALL" สะท้อนแนวคิดของ MEDIHEAL ที่มุ่งพัฒนาโซลูชันการดูแลผิวให้ตอบโจทย์ปัญหาและสภาพผิวที่หลากหลายของแต่ละบุคคล โดยภายในงานผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์การดูแลผิวแบบเฉพาะบุคคลผ่าน Skin Insight ระบบวิเคราะห์สภาพผิวที่ช่วยประเมินปัญหาผิวพร้อมรับคำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม รวมถึง UV Scan สำหรับตรวจวัดรังสี UV เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานเข้าใจสภาพผิวของตนเองมากยิ่งขึ้น
ในฐานะแบรนด์ K-Derma Skincare ที่ได้รับความนิยมในระดับโลก MEDIHEAL มีจุดแข็งจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์บนพื้นฐานของความเข้าใจปัญหาผิวอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะกลุ่ม Toner Pad ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ปัจจุบัน MEDIHEAL ครองอันดับ 1 ด้านยอดขายรวมติดต่อกัน 2 ปีที่ Olive Young ร้าน Health & Beauty ชั้นนำของเกาหลี ขณะที่ MEDIHEAL Toner Pad ครองอันดับ 1 ในหมวด Toner Pad ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 มียอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกกว่า 44 ล้านชิ้น และได้รับรางวัลด้านความงามระดับนานาชาติมากกว่า 81 รางวัล

สำหรับประเทศไทย MEDIHEAL เดินหน้าสร้างการรับรู้และขยายการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านช่องทางจำหน่ายชั้นนำ ได้แก่ Watsons, Beautrium และ EVEANDBOY โดย Toner Pad ของ MEDIHEAL ยังเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ขายดีในหมวด Toner Pad ของ Watsons ประเทศไทย สะท้อนถึงความนิยมและความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้านช่องทางออนไลน์ด้วยการเปิดตัว TikTok Shop Official เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้สะดวกยิ่งขึ้น
🌟 กิจกรรมไฮไลต์ภายในงาน (Event Highlights)
ร่วมเปิดประสบการณ์ OUR SOLUTION FOR ALL ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของ MEDIHEAL ไว้อย่างครบครัน อาทิ Collagen Firming Pad EX, Toner Pad หลากหลายสูตร, ESSENTIAL MASK, Madecassoside Moisture Sun Serum และ Derma Cream Pack Cleanser พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษ:
- Pick & Go: โปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการช้อปผลิตภัณฑ์ MEDIHEAL
- Lucky Draw Gacha: ร่วมสนุกกับการลุ้นรับของรางวัล
- Special Gifts: ของสมนาคุณสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าตามเงื่อนไข
- Photo Zone: พื้นที่สำหรับถ่ายภาพ เช็กอิน และเก็บโมเมนต์สุดประทับใจ
- Skin & UV Analysis: บริการตรวจวิเคราะห์สภาพผิวด้วย Skin Insight และตรวจวัดรังสี UV ด้วย UV Scan
🗓️ ตารางกิจกรรมศิลปินตลอด 3 วัน
- 28 สิงหาคม 2569: พบกับหนุ่มหน้าใส “เอส-ศุภ สง่าวรวงศ์” ที่จะมาร่วมสร้างสีสัน พร้อมพาแฟนๆ สัมผัสประสบการณ์ MEDIHEAL Toner Pad อย่างใกล้ชิด
- 29 สิงหาคม 2569: พบกับคู่ซี้ “เพิร์ธ-ธนพนธ์ สุขุมพันธนาสาร” และ “แซนต้า-พงศภัค อุดมโภชน์” ในกิจกรรม Lucky Fan เปิดโอกาสให้แฟนผู้โชคดีร่วมสร้างความทรงจำสุดพิเศษ พร้อมสัมผัสผลิตภัณฑ์ MEDIHEAL Derma Cream Pack Cleanser
- 30 สิงหาคม 2569: ปิดท้ายอย่างยิ่งใหญ่กับ “โฟร์ท-ณัฐวรรธน์ จิโรจน์ธิกุล” แบรนด์แอมบาสเดอร์ MEDIHEAL Toner Pad ที่จะมาร่วมพูดคุย เล่นเกม และทำกิจกรรมสุดพิเศษกับแฟนๆ
📍 รายละเอียดการจัดงาน
- วันจัดงาน: 28–30 สิงหาคม 2569 (ค.ศ. 2026)
- เวลา: 10.00–22.00 น.
- สถานที่: Siam Center ชั้น G โซน Atrium 2
#MEDIHEALDERMALAB #MedihealThailand #MEDIHEALDERMALABxEST #MEDIHEALPackCleanserXPerthSanta #MEDIHEALDERMALABxFOURTH
“โฟร์ท-ณัฐวรรธน์” แบรนด์แอมบาสเดอร์ MEDIHEAL Toner Pad ชวนฟิน! แท็กทีม “เอส – เพิร์ธ – แซนต้า” เสิร์ฟโมเมนต์สุดพิเศษ ใน “MEDIHEAL DERMA LAB” ป็อปอัปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 💖✨
“โฟร์ท-ณัฐวรรธน์” แบรนด์แอมบาสเดอร์ MEDIHEAL Toner Pad ชวนฟิน! แท็กทีม “เอส – เพิร์ธ – แซนต้า” เสิร์ฟโมเมนต์สุดพิเศษ ใน “MEDIHEAL DERMA LAB” ป็อปอัปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 💖✨MEDIHEAL (เมดิฮีล) แบรนด์เวชสำอาง (Derma Skincare) ระดับโลกจากประเทศเกาหลี เตรียมเปิดประสบการณ์สุดพิเศษกับป็อปอัปสโตร์ครั้งแรกของปี 2026 “MEDIHEAL DERMA LAB” ระหว่างวันที่ 28–30 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00–22.00 น. ณ Siam Center ชั้น G โซน Atrium 2 ชวนทุกคนมาเปิดโลก K-Derma Skincare ผ่านประสบการณ์ที่ผสานนวัตกรรมการดูแลผิวเข้ากับกิจกรรมความสนุก พร้อมกระทบไหล่เหล่าดารา-ศิลปินชื่อดังของไทยตลอด 3 วัน นำทีมโดย “โฟร์ท-ณัฐวรรธน์ จิโรจน์ธิกุล” แบรนด์แอมบาสเดอร์ MEDIHEAL Toner Pad แท็กทีม 3 หนุ่มสุดฮอตแห่งยุค “เอส-ศุภ สง่าวรวงศ์”, “เพิร์ธ-ธนพนธ์ สุขุมพันธนาสาร” และ “แซนต้า-พงศภัค อุดมโภชน์” เตรียมมาร่วมสร้างสีสัน เสิร์ฟโมเมนต์สุดพิเศษ และเปิดโอกาสให้แฟนๆ ได้ใกล้ชิดตลอดทั้ง 3 วันงาน MEDIHEAL DERMA LAB จัดขึ้นภายใต้ Brand Message "OUR SOLUTION FOR ALL" สะท้อนแนวคิดของ MEDIHEAL ที่มุ่งพัฒนาโซลูชันการดูแลผิวให้ตอบโจทย์ปัญหาและสภาพผิวที่หลากหลายของแต่ละบุคคล โดยภายในงานผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์การดูแลผิวแบบเฉพาะบุคคลผ่าน Skin Insight ระบบวิเคราะห์สภาพผิวที่ช่วยประเมินปัญหาผิวพร้อมรับคำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม รวมถึง UV Scan สำหรับตรวจวัดรังสี UV เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานเข้าใจสภาพผิวของตนเองมากยิ่งขึ้นในฐานะแบรนด์ K-Derma Skincare ที่ได้รับความนิยมในระดับโลก MEDIHEAL มีจุดแข็งจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์บนพื้นฐานของความเข้าใจปัญหาผิวอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะกลุ่ม Toner Pad ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ปัจจุบัน MEDIHEAL ครองอันดับ 1 ด้านยอดขายรวมติดต่อกัน 2 ปีที่ Olive Young ร้าน Health & Beauty ชั้นนำของเกาหลี ขณะที่ MEDIHEAL Toner Pad ครองอันดับ 1 ในหมวด Toner Pad ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 มียอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกกว่า 44 ล้านชิ้น และได้รับรางวัลด้านความงามระดับนานาชาติมากกว่า 81 รางวัลสำหรับประเทศไทย MEDIHEAL เดินหน้าสร้างการรับรู้และขยายการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านช่องทางจำหน่ายชั้นนำ ได้แก่ Watsons, Beautrium และ EVEANDBOY โดย Toner Pad ของ MEDIHEAL ยังเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ขายดีในหมวด Toner Pad ของ Watsons ประเทศไทย สะท้อนถึงความนิยมและความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้านช่องทางออนไลน์ด้วยการเปิดตัว TikTok Shop Official เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้สะดวกยิ่งขึ้น🌟 กิจกรรมไฮไลต์ภายในงาน (Event Highlights)ร่วมเปิดประสบการณ์ OUR SOLUTION FOR ALL ผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของ MEDIHEAL ไว้อย่างครบครัน อาทิ Collagen Firming Pad EX, Toner Pad หลากหลายสูตร, ESSENTIAL MASK, Madecassoside Moisture Sun Serum และ Derma Cream Pack Cleanser พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษ:Pick & Go: โปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการช้อปผลิตภัณฑ์ MEDIHEALLucky Draw Gacha: ร่วมสนุกกับการลุ้นรับของรางวัลSpecial Gifts: ของสมนาคุณสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าตามเงื่อนไขPhoto Zone: พื้นที่สำหรับถ่ายภาพ เช็กอิน และเก็บโมเมนต์สุดประทับใจSkin & UV Analysis: บริการตรวจวิเคราะห์สภาพผิวด้วย Skin Insight และตรวจวัดรังสี UV ด้วย UV Scan🗓️ ตารางกิจกรรมศิลปินตลอด 3 วัน 28 สิงหาคม 2569: พบกับหนุ่มหน้าใส “เอส-ศุภ สง่าวรวงศ์” ที่จะมาร่วมสร้างสีสัน พร้อมพาแฟนๆ สัมผัสประสบการณ์ MEDIHEAL Toner Pad อย่างใกล้ชิด29 สิงหาคม 2569: พบกับคู่ซี้ “เพิร์ธ-ธนพนธ์ สุขุมพันธนาสาร” และ “แซนต้า-พงศภัค อุดมโภชน์” ในกิจกรรม Lucky Fan เปิดโอกาสให้แฟนผู้โชคดีร่วมสร้างความทรงจำสุดพิเศษ พร้อมสัมผัสผลิตภัณฑ์ MEDIHEAL Derma Cream Pack Cleanser30 สิงหาคม 2569: ปิดท้ายอย่างยิ่งใหญ่กับ “โฟร์ท-ณัฐวรรธน์ จิโรจน์ธิกุล” แบรนด์แอมบาสเดอร์ MEDIHEAL Toner Pad ที่จะมาร่วมพูดคุย เล่นเกม และทำกิจกรรมสุดพิเศษกับแฟนๆ📍 รายละเอียดการจัดงานวันจัดงาน: 28–30 สิงหาคม 2569 (ค.ศ. 2026)เวลา: 10.00–22.00 น.สถานที่: Siam Center ชั้น G โซน Atrium 2 #MEDIHEALDERMALAB #MedihealThailand #MEDIHEALDERMALABxEST #MEDIHEALPackCleanserXPerthSanta #MEDIHEALDERMALABxFOURTH
BEAUTERRY เปิดตัว “My Home Becoming” ปักหมุดเมกอัพแบรนด์ใหม่ของคนรุ่นใหม่ ดึง HOMELESS ร่วมสร้าง “My HOME Collection”
พร้อมคว้า “น้ำตาล ทิพนารี” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คนแรก! 💄✨

ตลาดบิวตี้ไทยรับน้องใหม่ BEAUTERRY (บิวเทอร์รี่) แบรนด์เครื่องสำอางจาก บริษัท เจแอลซี กรุ๊ป จำกัด ที่เข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของ Gen Z และคนทำงานรุ่นใหม่ ด้วยคอนเซ็ปต์ “Beauty made Easy เพราะความสวยเป็นเรื่องง่าย” พร้อมเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการผ่านงาน “BEAUTERRY My Home Becoming” เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ณ Sphere Gallery 1 ชั้น M ศูนย์การค้า Emsphere
การเปิดตัวครั้งนี้ BEAUTERRY ไม่ได้มองเมกอัพเป็นเพียงเรื่องของเทรนด์ แต่ต้องการทำให้ “การแต่งหน้า” กลายเป็นเรื่องง่ายและสนุกสำหรับทุกวัน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หยิบใช้ได้จริง ไม่ต้องมีสกิลระดับมืออาชีพก็สร้างลุคที่เป็นตัวเองได้ แบรนด์จึงวางตัวเองในพื้นที่ของ Everyday Makeup ที่เชื่อม Beauty เข้ากับชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ ภายใต้ Tagline “Beauty made Easy”
🎨 BEAUTERRY × HOMELESS: เปลี่ยนเทคนิค Makeup Artist ให้แต่งตามได้จริง
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการเปิดตัวคือ “My HOME Collection” คอลเลกชันแรกของ BEAUTERRY ที่ได้ HOMELESS เมกอัพอาร์ทิสต์ชื่อดัง มาร่วมออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยนำประสบการณ์และเทคนิคจากการทำงานจริงมาตีความใหม่ ให้กลายเป็นเมกอัพที่ใช้ง่ายขึ้นสำหรับทุกคน
แนวคิดของคอลเลกชันถูกสรุปอย่างชัดเจนว่า “เหมือนมี HOMELESS มาแต่งให้” — เปลี่ยน Professional Makeup Know-how ให้กลายเป็นเมกอัพที่ทุกคนสามารถหยิบมาใช้และแต่งตามได้ในชีวิตจริง โดยผลิตภัณฑ์ให้ความสำคัญกับเฉดสีที่ตอบโจทย์ความหลากหลายของ Personal Color เพื่อให้การเลือกสีและสร้างลุคที่เหมาะกับตัวเองไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
ผลิตภัณฑ์ใน My HOME Collection ประกอบด้วย:
- Lip Tint: ลิปทินต์เนื้อสัมผัสบางเบา เติมสีสันสดใสชุ่มชื้น
- Trio Blush: บลัชออน 3 เฉดสีในตลับเดียว เพื่อมิติแก้มสวยดูสุขภาพดี
- Eye Shadow: พาเลตต์อายแชโดว์เฉดสีใช้ง่าย เหมาะกับ Everyday Look
- Cushion: คุชชันงานผิวเนียนสวย ดูเป็นธรรมชาติ

👑 “น้ำตาล ทิพนารี” พรีเซนเตอร์คนแรก ถ่ายทอด Daily Korea Look
อีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของ BEAUTERRY คือการเปิดตัว “น้ำตาล – ทิพนารี วีรวัฒโนดม” ในฐานะ พรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์ ตัวแทนของผู้หญิงรุ่นใหม่ที่มีความมั่นใจ สนุกกับการสร้างสไตล์ของตัวเอง และสามารถเปลี่ยนลุคให้เข้ากับแต่ละวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ภายในงาน HOMELESS ได้ร่วม Create Look ให้น้ำตาลในลุค “Daily Korea Look” ถ่ายทอดเมกอัพสไตล์เกาหลีในแบบที่สดใส ทันสมัย แต่ไม่ไกลตัว จุดสำคัญคือสามารถนำไปแต่งตามได้จริง ไม่ว่าจะเป็นวันทำงาน วันเรียน คาเฟ่เดย์ หรือวันสบายๆ สะท้อน DNA ของ BEAUTERRY ที่เชื่อว่าเมกอัพที่ดีไม่ควรทำให้การแต่งหน้าซับซ้อนขึ้น แต่ควรช่วยให้ทุกคนสนุกกับการค้นหาเวอร์ชันที่มั่นใจของตัวเองได้ง่ายขึ้น
🛍️ ช่องทางการวางจำหน่าย
BEAUTERRY วางจำหน่ายแล้วอย่างเป็นทางการที่ร้านค้า Beauty Retail ชั้นนำ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถทดลอง เลือกเฉดสี และค้นหา Everyday Makeup ที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้น ได้แก่:
- Watsons ทุกสาขา
- EVEANDBOY ทุกสาขา
- Beautrium ทุกสาขา
วิธีการใช้งาน
- Cushion: กดพัฟลงบนคุชชันเบาๆ แล้วเกลี่ย/กดซับทั่วใบหน้าเพื่อปรับผิวให้เรียบเนียนสม่ำเสมอ
- Eye Shadow & Trio Blush: ใช้สีเบจหรือโทนอ่อนทาทั่วเปลือกตา นำบลัชออน Trio Blush ปัดบริเวณหน้าแก้มเพื่อเพิ่มความสดใส
- Lip Tint: แตะทา Lip Tint บริเวณกึ่งกลางริมฝีปาก แล้วใช้นิ้วมือหรือพัฟเกลี่ยออกด้านนอกเพื่อสร้างลุคระเรื่อเป็นธรรมชาติ
BEAUTERRY เปิดตัว “My Home Becoming” ปักหมุดเมกอัพแบรนด์ใหม่ของคนรุ่นใหม่
BEAUTERRY เปิดตัว “My Home Becoming” ปักหมุดเมกอัพแบรนด์ใหม่ของคนรุ่นใหม่ ดึง HOMELESS ร่วมสร้าง “My HOME Collection”พร้อมคว้า “น้ำตาล ทิพนารี” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คนแรก! 💄✨ตลาดบิวตี้ไทยรับน้องใหม่ BEAUTERRY (บิวเทอร์รี่) แบรนด์เครื่องสำอางจาก บริษัท เจแอลซี กรุ๊ป จำกัด ที่เข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของ Gen Z และคนทำงานรุ่นใหม่ ด้วยคอนเซ็ปต์ “Beauty made Easy เพราะความสวยเป็นเรื่องง่าย” พร้อมเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการผ่านงาน “BEAUTERRY My Home Becoming” เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ณ Sphere Gallery 1 ชั้น M ศูนย์การค้า Emsphereการเปิดตัวครั้งนี้ BEAUTERRY ไม่ได้มองเมกอัพเป็นเพียงเรื่องของเทรนด์ แต่ต้องการทำให้ “การแต่งหน้า” กลายเป็นเรื่องง่ายและสนุกสำหรับทุกวัน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หยิบใช้ได้จริง ไม่ต้องมีสกิลระดับมืออาชีพก็สร้างลุคที่เป็นตัวเองได้ แบรนด์จึงวางตัวเองในพื้นที่ของ Everyday Makeup ที่เชื่อม Beauty เข้ากับชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ ภายใต้ Tagline “Beauty made Easy”🎨 BEAUTERRY × HOMELESS: เปลี่ยนเทคนิค Makeup Artist ให้แต่งตามได้จริงหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการเปิดตัวคือ “My HOME Collection” คอลเลกชันแรกของ BEAUTERRY ที่ได้ HOMELESS เมกอัพอาร์ทิสต์ชื่อดัง มาร่วมออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยนำประสบการณ์และเทคนิคจากการทำงานจริงมาตีความใหม่ ให้กลายเป็นเมกอัพที่ใช้ง่ายขึ้นสำหรับทุกคนแนวคิดของคอลเลกชันถูกสรุปอย่างชัดเจนว่า “เหมือนมี HOMELESS มาแต่งให้” — เปลี่ยน Professional Makeup Know-how ให้กลายเป็นเมกอัพที่ทุกคนสามารถหยิบมาใช้และแต่งตามได้ในชีวิตจริง โดยผลิตภัณฑ์ให้ความสำคัญกับเฉดสีที่ตอบโจทย์ความหลากหลายของ Personal Color เพื่อให้การเลือกสีและสร้างลุคที่เหมาะกับตัวเองไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปผลิตภัณฑ์ใน My HOME Collection ประกอบด้วย:Lip Tint: ลิปทินต์เนื้อสัมผัสบางเบา เติมสีสันสดใสชุ่มชื้นTrio Blush: บลัชออน 3 เฉดสีในตลับเดียว เพื่อมิติแก้มสวยดูสุขภาพดีEye Shadow: พาเลตต์อายแชโดว์เฉดสีใช้ง่าย เหมาะกับ Everyday LookCushion: คุชชันงานผิวเนียนสวย ดูเป็นธรรมชาติ👑 “น้ำตาล ทิพนารี” พรีเซนเตอร์คนแรก ถ่ายทอด Daily Korea Lookอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญของ BEAUTERRY คือการเปิดตัว “น้ำตาล – ทิพนารี วีรวัฒโนดม” ในฐานะ พรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์ ตัวแทนของผู้หญิงรุ่นใหม่ที่มีความมั่นใจ สนุกกับการสร้างสไตล์ของตัวเอง และสามารถเปลี่ยนลุคให้เข้ากับแต่ละวันได้อย่างเป็นธรรมชาติภายในงาน HOMELESS ได้ร่วม Create Look ให้น้ำตาลในลุค “Daily Korea Look” ถ่ายทอดเมกอัพสไตล์เกาหลีในแบบที่สดใส ทันสมัย แต่ไม่ไกลตัว จุดสำคัญคือสามารถนำไปแต่งตามได้จริง ไม่ว่าจะเป็นวันทำงาน วันเรียน คาเฟ่เดย์ หรือวันสบายๆ สะท้อน DNA ของ BEAUTERRY ที่เชื่อว่าเมกอัพที่ดีไม่ควรทำให้การแต่งหน้าซับซ้อนขึ้น แต่ควรช่วยให้ทุกคนสนุกกับการค้นหาเวอร์ชันที่มั่นใจของตัวเองได้ง่ายขึ้น🛍️ ช่องทางการวางจำหน่าย BEAUTERRY วางจำหน่ายแล้วอย่างเป็นทางการที่ร้านค้า Beauty Retail ชั้นนำ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถทดลอง เลือกเฉดสี และค้นหา Everyday Makeup ที่เหมาะกับตัวเองได้ง่ายขึ้น ได้แก่:Watsons ทุกสาขาEVEANDBOY ทุกสาขาBeautrium ทุกสาขา วิธีการใช้งาน Cushion: กดพัฟลงบนคุชชันเบาๆ แล้วเกลี่ย/กดซับทั่วใบหน้าเพื่อปรับผิวให้เรียบเนียนสม่ำเสมอEye Shadow & Trio Blush: ใช้สีเบจหรือโทนอ่อนทาทั่วเปลือกตา นำบลัชออน Trio Blush ปัดบริเวณหน้าแก้มเพื่อเพิ่มความสดใสLip Tint: แตะทา Lip Tint บริเวณกึ่งกลางริมฝีปาก แล้วใช้นิ้วมือหรือพัฟเกลี่ยออกด้านนอกเพื่อสร้างลุคระเรื่อเป็นธรรมชาติ
Penrose Haus (เพนโรส เฮาส์) — ร้าน Nails Bar และ Blow Dry Bar แห่งใหม่ย่านนาคนิวาส ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Beauty, reserved for special moments" เพราะเชื่อว่าความสวยงามเริ่มต้นจากโมเมนต์พิเศษ และโมเมนต์พิเศษนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกๆ วัน ✨💅

ยิ่งไปกว่านั้น 💇♀️✨Penrose Haus ตั้งใจเป็นมากกว่าร้าน Nails Bar และ Blow Dry Bar แต่อยากให้ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของ Community สำหรับคนยุคใหม่ ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้มาแลกเปลี่ยนเทรนด์ ความคิด ดีไซน์ และไอเดียเกี่ยวกับความงาม โดยเฉพาะในโลกของเล็บและเส้นผม

แนวคิดของ Penrose Haus เกิดขึ้นจาก Founder คุณโฟร์-ญาวินดา ชายชีวินลิขิต ได้มองเห็นช่องว่างในประเทศไทย ที่ยังไม่มีพื้นที่ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องการ "เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับช่วงเวลาสำคัญ" โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำเล็บหรือจัดแต่งทรงผมก่อนออกงาน ลูกค้าสามารถแวะเข้ามาเติมความสวยได้อย่างรวดเร็ว พร้อมได้รับบริการที่ใส่ใจในรายละเอียด คุณภาพ และความสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบเห็นได้อย่างเป็นกิจลักษณะในต่างประเทศ และกลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้าง Penrose Haus ขึ้นมา

ไม่ว่าคุณกำลังเตรียมตัวสำหรับงานสำคัญ หรือเพียงอยากเติมความสวยให้ตัวเองในวันธรรมดา Penrose Haus พร้อมเป็นจุดหมายที่ตอบโจทย์หลากหลายไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่การทำเล็บให้สวยในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการจัดแต่งทรงผมสำหรับโอกาสพิเศษ ทุกบริการถูกออกแบบมาให้เข้ากับจังหวะชีวิตของคนยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสะดวก คุณภาพ และความพิถีพิถันในเวลาเดียวกัน
เพราะสำหรับ Penrose Haus ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียง Nails Bar หรือ Blow Dry Bar แต่เป็น Community ที่ผสาน Creative, Culture และ Craftsmanship เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างพื้นที่ที่คนรักความงามสามารถเข้ามาพบเจอ แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และค้นพบเทรนด์ใหม่ๆ ด้วย
นี่คือพื้นที่สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เชื่อว่าความงามไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงโอกาสพิเศษ เพราะทุกวันสามารถเป็นช่วงเวลาที่พิเศษได้
💖 จุดเด่นของ Penrose Haus (Highlights)
- Express Beauty Service: บริการทำเล็บและไดร์เป่าเซ็ตทรงผมที่รวดเร็ว ประหยัดเวลา ตอบโจทย์คนยุคใหม่ก่อนไปงานหรือในวันสบายๆ


- Quality & Craftsmanship: ใส่ใจในทุกรายละเอียด คุณภาพสินค้า และความสมบูรณ์แบบระดับพรีเมียม

- Beauty Community: เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนไอเดีย เทรนด์แฟชั่น เล็บ และเส้นผม สำหรับคนรักความงาม

- Location: ตั้งอยู่ในย่านไลฟ์สไตล์ยอดฮิต เดินทางสะดวกย่านนาคนิวาส

📍 ข้อมูลการติดต่อและพิกัดร้าน (Location & Social Media)
- สถานที่ตั้ง: ถนนนาคนิวาส (พิกัด: Google Maps)
- Instagram: @penrose.haus
#PenroseHaus #penrosehaus
❓ คำถามที่พบบ่อย (Q&A)
Q: Penrose Haus ตั้งอยู่ที่ไหน และเปิดให้บริการอะไรบ้าง?
A: ตั้งอยู่บนถนนนาคนิวาส ให้บริการดูแลและทำเล็บ (Nails Bar) รวมถึงบริการจัดแต่งทรงผมและไดร์เป่าเซ็ตทรง (Blow Dry Bar) โดยเน้นความพิถีพิถันและประหยัดเวลา
Q: ร้าน Penrose Haus ต่างจากร้านทำเล็บหรือทำผมทั่วไปอย่างไร?
A: Penrose Haus ถูกวางคอนเซ็ปต์เป็น Express Beauty Solution สำหรับผู้ที่ต้องการเตรียมตัวออกงานหรือเสริมความมั่นใจในเวลาอันรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเวลาทั้งวัน พร้อมทั้งเป็น Community ศูนย์รวมไอเดียและเทรนด์ความงามยุคใหม่
Penrose Haus — Nails Bar & Blow Dry Bar แห่งใหม่ย่าน นาคนิวาส ภายใต้ คอนเซ็ปต์ “Beauty, reserved for special moments”💅💇♀️
Penrose Haus (เพนโรส เฮาส์) — ร้าน Nails Bar และ Blow Dry Bar แห่งใหม่ย่านนาคนิวาส ภายใต้คอนเซ็ปต์ "Beauty, reserved for special moments" เพราะเชื่อว่าความสวยงามเริ่มต้นจากโมเมนต์พิเศษ และโมเมนต์พิเศษนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกๆ วัน ✨💅ยิ่งไปกว่านั้น 💇♀️✨Penrose Haus ตั้งใจเป็นมากกว่าร้าน Nails Bar และ Blow Dry Bar แต่อยากให้ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของ Community สำหรับคนยุคใหม่ ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้มาแลกเปลี่ยนเทรนด์ ความคิด ดีไซน์ และไอเดียเกี่ยวกับความงาม โดยเฉพาะในโลกของเล็บและเส้นผมแนวคิดของ Penrose Haus เกิดขึ้นจาก Founder คุณโฟร์-ญาวินดา ชายชีวินลิขิต ได้มองเห็นช่องว่างในประเทศไทย ที่ยังไม่มีพื้นที่ซึ่งออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องการ "เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับช่วงเวลาสำคัญ" โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำเล็บหรือจัดแต่งทรงผมก่อนออกงาน ลูกค้าสามารถแวะเข้ามาเติมความสวยได้อย่างรวดเร็ว พร้อมได้รับบริการที่ใส่ใจในรายละเอียด คุณภาพ และความสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบเห็นได้อย่างเป็นกิจลักษณะในต่างประเทศ และกลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้าง Penrose Haus ขึ้นมาไม่ว่าคุณกำลังเตรียมตัวสำหรับงานสำคัญ หรือเพียงอยากเติมความสวยให้ตัวเองในวันธรรมดา Penrose Haus พร้อมเป็นจุดหมายที่ตอบโจทย์หลากหลายไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่การทำเล็บให้สวยในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการจัดแต่งทรงผมสำหรับโอกาสพิเศษ ทุกบริการถูกออกแบบมาให้เข้ากับจังหวะชีวิตของคนยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสะดวก คุณภาพ และความพิถีพิถันในเวลาเดียวกันเพราะสำหรับ Penrose Haus ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียง Nails Bar หรือ Blow Dry Bar แต่เป็น Community ที่ผสาน Creative, Culture และ Craftsmanship เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างพื้นที่ที่คนรักความงามสามารถเข้ามาพบเจอ แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และค้นพบเทรนด์ใหม่ๆ ด้วยนี่คือพื้นที่สำหรับคนรุ่นใหม่ที่เชื่อว่าความงามไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงโอกาสพิเศษ เพราะทุกวันสามารถเป็นช่วงเวลาที่พิเศษได้💖 จุดเด่นของ Penrose Haus (Highlights)Express Beauty Service: บริการทำเล็บและไดร์เป่าเซ็ตทรงผมที่รวดเร็ว ประหยัดเวลา ตอบโจทย์คนยุคใหม่ก่อนไปงานหรือในวันสบายๆQuality & Craftsmanship: ใส่ใจในทุกรายละเอียด คุณภาพสินค้า และความสมบูรณ์แบบระดับพรีเมียมBeauty Community: เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนไอเดีย เทรนด์แฟชั่น เล็บ และเส้นผม สำหรับคนรักความงามLocation: ตั้งอยู่ในย่านไลฟ์สไตล์ยอดฮิต เดินทางสะดวกย่านนาคนิวาส📍 ข้อมูลการติดต่อและพิกัดร้าน (Location & Social Media)สถานที่ตั้ง: ถนนนาคนิวาส (พิกัด: Google Maps)Instagram: @penrose.haus #PenroseHaus #penrosehaus❓ คำถามที่พบบ่อย (Q&A)Q: Penrose Haus ตั้งอยู่ที่ไหน และเปิดให้บริการอะไรบ้าง?A: ตั้งอยู่บนถนนนาคนิวาส ให้บริการดูแลและทำเล็บ (Nails Bar) รวมถึงบริการจัดแต่งทรงผมและไดร์เป่าเซ็ตทรง (Blow Dry Bar) โดยเน้นความพิถีพิถันและประหยัดเวลาQ: ร้าน Penrose Haus ต่างจากร้านทำเล็บหรือทำผมทั่วไปอย่างไร?A: Penrose Haus ถูกวางคอนเซ็ปต์เป็น Express Beauty Solution สำหรับผู้ที่ต้องการเตรียมตัวออกงานหรือเสริมความมั่นใจในเวลาอันรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเวลาทั้งวัน พร้อมทั้งเป็น Community ศูนย์รวมไอเดียและเทรนด์ความงามยุคใหม่
แปรเปลี่ยนความฝันที่ยิ่งใหญ่ให้กลายเป็นจริงด้วย Gucci Flora Gorgeous Orchid Eau de Parfum Intense กลิ่นหอมใหม่สุดเข้มข้นอันน่าหลงใหลและเปล่งประกายที่อบอวลไปด้วยพลังของความเชื่อมั่นในตัวเอง! ✨🌺🌸

เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ Gucci Flora Gorgeous Orchid Eau de Parfum Intense น้ำหอมตระกูล Floral Woody Gourmand รุ่นล่าสุด ที่ผสานความแตกต่างที่ลงตัวของส่วนผสมหลักอย่าง Vanilla Orchid ที่ทั้งครีมมี่และหอมหวานดุจแสงเจิดจรัส เมื่อหลอมรวมเข้ากับ Salty Ozonic Accord จึงสร้างกลิ่นที่แฝงไปด้วยประกายสดชื่น สะอาดของท้องทะเลและแร่ธาตุธรรมชาติ ก่อนปิดทวนด้วยเบสโน้ตของ Dark Cocoa Accord ที่มอบความรู้สึกนุ่มนวล ลุ่มลึก ดุจโอบล้อมไว้ด้วยกอดอันอบอุ่น

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมคอลเลกชันเมคอัพลิมิเต็ดอิดิชัน Limited-Edition Gucci Flora Makeup Collection ที่ออกแบบแพ็กเกจจิ้งด้วยลวดลาย Flora อันเป็นเอกลักษณ์ ผลงานภาพวาดดอกไม้หลากสีสันโดยศิลปิน Vittorio Accornero ในปี ค.ศ. 1966

👑 รายละเอียดน้ำหอม (Fragrance Details)
น้ำหอมแนว Floral Woody Gourmand นี้สร้างสรรค์โดย Marie Salamagne นักปรุงน้ำหอมระดับปรมาจารย์ (Master Perfumer)
“น้ำหอมขวดใหม่นี้ผสมผสานกลิ่นหอมหวานแนวกูร์มองด์เข้ากับกลิ่นดอกไม้ที่เปล่งประกาย ความโปร่งสบาย และกลิ่นอำพันที่ลึกซึ้ง เพื่อปลุกเร้าความรู้สึกอันทรงพลัง ผ่านส่วนผสมที่น่าหลงใหลและคอนทราสต์กันอย่างลงตัว” — Marie Salamagne
- Top Notes: Salty Ozonic Accord (กลิ่นโอโซนและละอองน้ำทะเลสดชื่น)
- Heart Notes: Vanilla Orchid (ดอกกล้วยไม้วานิลลาหอมหวาน นุ่มนวล)
- Base Notes: Dark Cocoa Accord (ดาร์กโกโก้ลุ่มลึก อบอุ่น)
- ดีไซน์ขวด: ขวดแก้วสีทองอันทรงคุณค่า แรงบันดาลใจจากช่วงเวลาก่อนพระอาทิตย์ตก ทอประกายแห่งความหวัง ประดับด้วยลวดลาย Flora เอกลักษณ์ของ Gucci และประทับคำว่า ‘Intense’ สะท้อนความเข้มข้น
💄 ไลน์อัปเมคอัพคอลเลกชันลิมิเต็ดอิดิชัน (Limited-Edition Makeup)
1️⃣ Limited-Edition Gucci Flora Eye Palette (เฉด Sunset Orchid)
อายแชโดว์พาเลตต์ 10 เฉดสี ครอบคลุมตั้งแต่นิวทรัลสดใสไปจนถึงสีเข้มลึก ในฟินิช Matte, Satin และ Shimmer พิกเมนต์สีชัด ติดทนนาน บรรจุในตลับขอบสีงาช้าง-ทอง พร้อมกระจกในตัวและลาย Flora
- ราคา: 3,300 บาท
2️⃣ Limited-Edition Gucci Flora Rouge de Beauté Brillant
ลิปสติกเนื้อครีมบำรุงริมฝีปาก ให้ความชุ่มชื้นยาวนานสูงสุด 24 ชั่วโมง ด้วยคุณค่าจาก Hyaluronic Acid, Black Rose Oil และ Peony Oil Complex มอบฟินิชเงางาม อวบอิ่ม สุขภาพดี
- เฉดสีใหม่ 2 เฉดสี:
- 122 Eliza Ginger: สีน้ำตาลโทนอุ่นลุ่มลึก

- 130 Elsa Hazel: สีอัลมอนด์ผสานเบจอบอุ่น

- ราคา: 1,740 บาท
🛍️ รายละเอียดราคาและช่องทางวางจำหน่าย (Price & Stockists)
วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ในประเทศไทย ณ เคาน์เตอร์ Gucci Beauty ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป และช่องทางออนไลน์
ราคาผลิตภัณฑ์:
- Gucci Flora Gorgeous Orchid EDP Intense (10 ml): 1,620 บาท
- Gucci Flora Gorgeous Orchid EDP Intense (30 ml): 4,080 บาท
- Gucci Flora Gorgeous Orchid EDP Intense (50 ml): 5,670 บาท
- Gucci Flora Gorgeous Orchid EDP Intense (100 ml): 7,880 บาท
- Gucci Flora Limited-Edition Eye Palette: 3,300 บาท
- Gucci Flora Limited-Edition Rouge de Beauté Brillant: 1,740 บาท
🌟วิธีการใช้งาน
- Eau de Toilette / Parfum: ฉีดพ่นบริเวณจุดชีพจร เช่น ข้อมือ ซอกคอ หลังหู หรือข้อพับแขน ในระยะห่างประมาณ 15-20 ซม. เพื่อให้กลิ่นหอมฟุ้งกระจายและติดทนนาน
- Eye Palette: ใช้แปรงหรือนิ้วมือแตะเฉดสี Matte ลงเป็นเบส จากนั้นเติมมิติด้วยเฉด Satin หรือสร้างประกายโดดเด่นบริเวณกลางเปลือกตาด้วยเฉด Shimmer
- Rouge de Beauté Brillant: ทาลงบนริมฝีปากโดยตรงเพื่อเติมสีสันและความชุ่มชื้น สามารถทาซ้ำได้ตลอดวันตามต้องการ
❓ คำถามที่พบบ่อย (Q&A)
Q: Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense แตกต่างจากรุ่น Original อย่างไร?
A: รุ่น Intense มอบกลิ่นหอมแนวกูร์มองด์ที่เข้มข้น ละมุน และลุ่มลึกยิ่งขึ้น ด้วยส่วนผสมอันโดดเด่นของ Dark Cocoa Accord ที่ผสมผสานเข้ากับ Vanilla Orchid และ Salty Ozonic Accord ให้ฟีลความอบอุ่น นุ่มนวล ราวกับโอบกอด ต่างจากรุ่นเดิมที่เน้นความสดชื่นโปร่งสบาย
Q: น้ำหอมรุ่นนี้มีขนาดใดบ้าง และเมคอัพลิมิเต็ดมีวางจำหน่ายถาวรหรือไม่?
A: น้ำหอมมีทั้งหมด 4 ขนาด (10ml, 30ml, 50ml, 100ml) เริ่มต้นที่ 1,620 บาท สำหรับคอลเลกชันเมคอัพ Eye Palette และ ลิปสติก Rouge de Beauté Brillant เป็น Limited-Edition วางจำหน่ายในจำนวนจำกัด
เปิดตัว Gucci Flora Gorgeous Orchid Eau de Parfum Intense น้ำหอมตระกูล Floral Woody Gourmand รุ่นล่าสุด✨
แปรเปลี่ยนความฝันที่ยิ่งใหญ่ให้กลายเป็นจริงด้วย Gucci Flora Gorgeous Orchid Eau de Parfum Intense กลิ่นหอมใหม่สุดเข้มข้นอันน่าหลงใหลและเปล่งประกายที่อบอวลไปด้วยพลังของความเชื่อมั่นในตัวเอง! ✨🌺🌸เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ Gucci Flora Gorgeous Orchid Eau de Parfum Intense น้ำหอมตระกูล Floral Woody Gourmand รุ่นล่าสุด ที่ผสานความแตกต่างที่ลงตัวของส่วนผสมหลักอย่าง Vanilla Orchid ที่ทั้งครีมมี่และหอมหวานดุจแสงเจิดจรัส เมื่อหลอมรวมเข้ากับ Salty Ozonic Accord จึงสร้างกลิ่นที่แฝงไปด้วยประกายสดชื่น สะอาดของท้องทะเลและแร่ธาตุธรรมชาติ ก่อนปิดทวนด้วยเบสโน้ตของ Dark Cocoa Accord ที่มอบความรู้สึกนุ่มนวล ลุ่มลึก ดุจโอบล้อมไว้ด้วยกอดอันอบอุ่นนอกจากนี้ ยังมาพร้อมคอลเลกชันเมคอัพลิมิเต็ดอิดิชัน Limited-Edition Gucci Flora Makeup Collection ที่ออกแบบแพ็กเกจจิ้งด้วยลวดลาย Flora อันเป็นเอกลักษณ์ ผลงานภาพวาดดอกไม้หลากสีสันโดยศิลปิน Vittorio Accornero ในปี ค.ศ. 1966👑 รายละเอียดน้ำหอม (Fragrance Details)น้ำหอมแนว Floral Woody Gourmand นี้สร้างสรรค์โดย Marie Salamagne นักปรุงน้ำหอมระดับปรมาจารย์ (Master Perfumer)“น้ำหอมขวดใหม่นี้ผสมผสานกลิ่นหอมหวานแนวกูร์มองด์เข้ากับกลิ่นดอกไม้ที่เปล่งประกาย ความโปร่งสบาย และกลิ่นอำพันที่ลึกซึ้ง เพื่อปลุกเร้าความรู้สึกอันทรงพลัง ผ่านส่วนผสมที่น่าหลงใหลและคอนทราสต์กันอย่างลงตัว” — Marie SalamagneTop Notes: Salty Ozonic Accord (กลิ่นโอโซนและละอองน้ำทะเลสดชื่น)Heart Notes: Vanilla Orchid (ดอกกล้วยไม้วานิลลาหอมหวาน นุ่มนวล)Base Notes: Dark Cocoa Accord (ดาร์กโกโก้ลุ่มลึก อบอุ่น)ดีไซน์ขวด: ขวดแก้วสีทองอันทรงคุณค่า แรงบันดาลใจจากช่วงเวลาก่อนพระอาทิตย์ตก ทอประกายแห่งความหวัง ประดับด้วยลวดลาย Flora เอกลักษณ์ของ Gucci และประทับคำว่า ‘Intense’ สะท้อนความเข้มข้น💄 ไลน์อัปเมคอัพคอลเลกชันลิมิเต็ดอิดิชัน (Limited-Edition Makeup)1️⃣ Limited-Edition Gucci Flora Eye Palette (เฉด Sunset Orchid)อายแชโดว์พาเลตต์ 10 เฉดสี ครอบคลุมตั้งแต่นิวทรัลสดใสไปจนถึงสีเข้มลึก ในฟินิช Matte, Satin และ Shimmer พิกเมนต์สีชัด ติดทนนาน บรรจุในตลับขอบสีงาช้าง-ทอง พร้อมกระจกในตัวและลาย Floraราคา: 3,300 บาท2️⃣ Limited-Edition Gucci Flora Rouge de Beauté Brillantลิปสติกเนื้อครีมบำรุงริมฝีปาก ให้ความชุ่มชื้นยาวนานสูงสุด 24 ชั่วโมง ด้วยคุณค่าจาก Hyaluronic Acid, Black Rose Oil และ Peony Oil Complex มอบฟินิชเงางาม อวบอิ่ม สุขภาพดีเฉดสีใหม่ 2 เฉดสี:122 Eliza Ginger: สีน้ำตาลโทนอุ่นลุ่มลึก130 Elsa Hazel: สีอัลมอนด์ผสานเบจอบอุ่นราคา: 1,740 บาท🛍️ รายละเอียดราคาและช่องทางวางจำหน่าย (Price & Stockists)วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ในประเทศไทย ณ เคาน์เตอร์ Gucci Beauty ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป และช่องทางออนไลน์ราคาผลิตภัณฑ์:Gucci Flora Gorgeous Orchid EDP Intense (10 ml): 1,620 บาทGucci Flora Gorgeous Orchid EDP Intense (30 ml): 4,080 บาทGucci Flora Gorgeous Orchid EDP Intense (50 ml): 5,670 บาทGucci Flora Gorgeous Orchid EDP Intense (100 ml): 7,880 บาทGucci Flora Limited-Edition Eye Palette: 3,300 บาทGucci Flora Limited-Edition Rouge de Beauté Brillant: 1,740 บาท🌟วิธีการใช้งาน Eau de Toilette / Parfum: ฉีดพ่นบริเวณจุดชีพจร เช่น ข้อมือ ซอกคอ หลังหู หรือข้อพับแขน ในระยะห่างประมาณ 15-20 ซม. เพื่อให้กลิ่นหอมฟุ้งกระจายและติดทนนานEye Palette: ใช้แปรงหรือนิ้วมือแตะเฉดสี Matte ลงเป็นเบส จากนั้นเติมมิติด้วยเฉด Satin หรือสร้างประกายโดดเด่นบริเวณกลางเปลือกตาด้วยเฉด ShimmerRouge de Beauté Brillant: ทาลงบนริมฝีปากโดยตรงเพื่อเติมสีสันและความชุ่มชื้น สามารถทาซ้ำได้ตลอดวันตามต้องการ❓ คำถามที่พบบ่อย (Q&A)Q: Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense แตกต่างจากรุ่น Original อย่างไร?A: รุ่น Intense มอบกลิ่นหอมแนวกูร์มองด์ที่เข้มข้น ละมุน และลุ่มลึกยิ่งขึ้น ด้วยส่วนผสมอันโดดเด่นของ Dark Cocoa Accord ที่ผสมผสานเข้ากับ Vanilla Orchid และ Salty Ozonic Accord ให้ฟีลความอบอุ่น นุ่มนวล ราวกับโอบกอด ต่างจากรุ่นเดิมที่เน้นความสดชื่นโปร่งสบายQ: น้ำหอมรุ่นนี้มีขนาดใดบ้าง และเมคอัพลิมิเต็ดมีวางจำหน่ายถาวรหรือไม่?A: น้ำหอมมีทั้งหมด 4 ขนาด (10ml, 30ml, 50ml, 100ml) เริ่มต้นที่ 1,620 บาท สำหรับคอลเลกชันเมคอัพ Eye Palette และ ลิปสติก Rouge de Beauté Brillant เป็น Limited-Edition วางจำหน่ายในจำนวนจำกัด
โอซีซี กรุ๊ป (OCC Group) แนะนำ น้ำยาบ้วนปาก IRIS OHYAMA (ไอริส โอยามะ) แบรนด์ยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น! ✨🌿
โอซีซี กรุ๊ป (OCC Group) ขอแนะนำไอเทมดูแลช่องปากสุดฮิต น้ำยาบ้วนปาก IRIS OHYAMA (ไอริส OHYAMA) นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ตัวช่วยสำคัญในการลดปัญหาเรื่องกลิ่นปาก พร้อมตรงเข้าทำความสะอาดและลดการสะสมของคราบพลัค (Plaque) และแบคทีเรียในบริเวณซอกฟันหรือจุดที่การแปรงฟันเข้าไม่ถึง
โดดเด่นด้วย กลิ่นมินต์หอมสดชื่น มาพร้อม สูตรปราศจากแอลกอฮอล์ (Alcohol-Free) อ่อนโยน ไม่แสบปาก ให้ความสะอาด สดชื่น มั่นใจได้ทันทีหลังใช้ ดีไซน์บรรจุภัณฑ์มาใน รูปแบบซอง (Stick Envelope) พกพาสะดวก สะอาด ปลอดภัย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพกติดกระเป๋าไว้บ้วนปากหลังมื้ออาหาร ใช้เติมความมั่นใจระหว่างวัน หรือพกพาขณะเดินทางท่องเที่ยว
🌿 สรุปจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ (Product Highlights)
- มาตรฐานญี่ปุ่น: สินค้าคุณภาพสูงยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น นำเข้าโดย โอซีซี กรุ๊ป
- สะอาดทั่วถึง: ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียและคราบพลัคในจุดที่แปรงฟันเข้าไม่ถึง
- อ่อนโยน ไม่แสบปาก: สูตร Alcohol-Free (ไม่มีแอลกอฮอล์) พร้อมกลิ่นมินต์หอมสดชื่น
- พกพาสะดวก: มาในรูปแบบซองแยก ชิ้นต่อชิ้น พกพาง่าย ใช้งานสะดวกทุกที่ทุกเวลา
🛍️ รายละเอียดราคาและช่องทางวางจำหน่าย
- ราคา: 69 บาท (บรรจุ 1 กล่อง มี 5 ซอง)
- สถานะ: วางจำหน่ายแล้ววันนี้
ช่องทางจำหน่ายหน้าร้าน (Physical Stores):
- เดอะมอลล์ (The Mall) ทุกสาขา
- สยาม ทาคาชิมายะ (Siam Takashimaya)
- ซูรูฮะ (Tsuruha Drug Store) ทุกสาขา
- ดอง ดอง ดองกิ (Don Don Donki) ทุกสาขา
- ร้านยาเบลซเอเชีย (BLESS Asia Pharmacy) ทุกสาขา
- ร้านยาฟามาเมด (Pharmamed Pharmacy) ทุกสาขา
ช่องทางจำหน่ายออนไลน์:
website www.occlife.com
🫶วิธีการใช้งาน
- ฉีกซองน้ำยาบ้วนปาก IRIS OHYAMA แล้วเทลงในปาก อมและกลั้วให้ทั่วช่องปากรวมถึงซอกฟันเป็นเวลาประมาณ 20–30 วินาที จากนั้นบ้วนทิ้งโดยไม่ต้องบ้วนน้ำตาม ใช้หลังมื้ออาหาร ระหว่างวัน หรือเมื่อต้องการเพิ่มความสดชื่นมั่นใจ
🍃 คำถามที่พบบ่อย (Q&A)
Q: น้ำยาบ้วนปาก IRIS OHYAMA สูตรนี้แสบปากหรือไม่?
A: ไม่แสบปาก เพราะเป็น สูตรปราศจากแอลกอฮอล์ (Alcohol-Free) มีความอ่อนโยนต่อช่องปากและเยื่อบุเนื้อเยื่อ ไม่ทำให้รู้สึกแสบหรือระคายเคือง แต่ยังคงให้ความหอมสดชื่นจากกลิ่นมินต์อย่างเต็มที่
Q: 1 กล่องมีกี่ซอง และหาซื้อได้ทางไหนบ้าง?
A: 1 กล่อง บรรจุ 5 ซอง ราคา 69 บาท สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าและร้านขายยาชั้นนำ เช่น Don Don Donki, Tsuruha, The Mall, Siam Takashimaya, ร้านยา BLESS Asia, ร้านยา Pharmamed หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ www.occlife.com
โอซีซี กรุ๊ป (OCC Group) แนะนำ น้ำยาบ้วนปาก IRIS OHYAMA (ไอริส โอยามะ) แบรนด์ยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น! ✨🌿
โอซีซี กรุ๊ป (OCC Group) แนะนำ น้ำยาบ้วนปาก IRIS OHYAMA (ไอริส โอยามะ) แบรนด์ยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น! ✨🌿โอซีซี กรุ๊ป (OCC Group) ขอแนะนำไอเทมดูแลช่องปากสุดฮิต น้ำยาบ้วนปาก IRIS OHYAMA (ไอริส OHYAMA) นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ตัวช่วยสำคัญในการลดปัญหาเรื่องกลิ่นปาก พร้อมตรงเข้าทำความสะอาดและลดการสะสมของคราบพลัค (Plaque) และแบคทีเรียในบริเวณซอกฟันหรือจุดที่การแปรงฟันเข้าไม่ถึงโดดเด่นด้วย กลิ่นมินต์หอมสดชื่น มาพร้อม สูตรปราศจากแอลกอฮอล์ (Alcohol-Free) อ่อนโยน ไม่แสบปาก ให้ความสะอาด สดชื่น มั่นใจได้ทันทีหลังใช้ ดีไซน์บรรจุภัณฑ์มาใน รูปแบบซอง (Stick Envelope) พกพาสะดวก สะอาด ปลอดภัย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับพกติดกระเป๋าไว้บ้วนปากหลังมื้ออาหาร ใช้เติมความมั่นใจระหว่างวัน หรือพกพาขณะเดินทางท่องเที่ยว🌿 สรุปจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ (Product Highlights)มาตรฐานญี่ปุ่น: สินค้าคุณภาพสูงยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น นำเข้าโดย โอซีซี กรุ๊ปสะอาดทั่วถึง: ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียและคราบพลัคในจุดที่แปรงฟันเข้าไม่ถึงอ่อนโยน ไม่แสบปาก: สูตร Alcohol-Free (ไม่มีแอลกอฮอล์) พร้อมกลิ่นมินต์หอมสดชื่นพกพาสะดวก: มาในรูปแบบซองแยก ชิ้นต่อชิ้น พกพาง่าย ใช้งานสะดวกทุกที่ทุกเวลา🛍️ รายละเอียดราคาและช่องทางวางจำหน่ายราคา: 69 บาท (บรรจุ 1 กล่อง มี 5 ซอง)สถานะ: วางจำหน่ายแล้ววันนี้ช่องทางจำหน่ายหน้าร้าน (Physical Stores):เดอะมอลล์ (The Mall) ทุกสาขาสยาม ทาคาชิมายะ (Siam Takashimaya)ซูรูฮะ (Tsuruha Drug Store) ทุกสาขาดอง ดอง ดองกิ (Don Don Donki) ทุกสาขาร้านยาเบลซเอเชีย (BLESS Asia Pharmacy) ทุกสาขาร้านยาฟามาเมด (Pharmamed Pharmacy) ทุกสาขาช่องทางจำหน่ายออนไลน์:website www.occlife.com🫶วิธีการใช้งาน ฉีกซองน้ำยาบ้วนปาก IRIS OHYAMA แล้วเทลงในปาก อมและกลั้วให้ทั่วช่องปากรวมถึงซอกฟันเป็นเวลาประมาณ 20–30 วินาที จากนั้นบ้วนทิ้งโดยไม่ต้องบ้วนน้ำตาม ใช้หลังมื้ออาหาร ระหว่างวัน หรือเมื่อต้องการเพิ่มความสดชื่นมั่นใจ🍃 คำถามที่พบบ่อย (Q&A)Q: น้ำยาบ้วนปาก IRIS OHYAMA สูตรนี้แสบปากหรือไม่?A: ไม่แสบปาก เพราะเป็น สูตรปราศจากแอลกอฮอล์ (Alcohol-Free) มีความอ่อนโยนต่อช่องปากและเยื่อบุเนื้อเยื่อ ไม่ทำให้รู้สึกแสบหรือระคายเคือง แต่ยังคงให้ความหอมสดชื่นจากกลิ่นมินต์อย่างเต็มที่Q: 1 กล่องมีกี่ซอง และหาซื้อได้ทางไหนบ้าง?A: 1 กล่อง บรรจุ 5 ซอง ราคา 69 บาท สามารถหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าและร้านขายยาชั้นนำ เช่น Don Don Donki, Tsuruha, The Mall, Siam Takashimaya, ร้านยา BLESS Asia, ร้านยา Pharmamed หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ www.occlife.com
COVERMARK มอบของขวัญแห่งความงาม ต้อนรับเทศกาลวันแม่

เครื่องสำอาง COVERMARK (คัฟเวอร์มาร์ค) จากประเทศญี่ปุ่น ชวนส่งต่อความงามเพื่อมอบเป็นของขวัญแทนความรักให้คนสำคัญในช่วงเทศกาลวันแม่ เมื่อช้อปครบ 15,000 บาท รับฟรี Beauty Ensemble Collection ชุดของขวัญลิมิเต็ด มูลค่ารวม 6,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 7 – 16 สิงหาคม 2569
พร้อมมอบโปรพิเศษตลอดเดือนสิงหาคม เมื่อช้อปครบ 10,000 บาท รับฟรี เซ็ตบำรุงผิวและผ้าพันคอ Floral Edition พร้อมถุงผ้า มูลค่ารวม 4,600 บาท หรือเมื่อช้อปครบ 6,500 บาท รับฟรี ผ้าพันคอ Floral Edition พร้อมถุงผ้า มูลค่ารวม 1,300 บาท และเลือกรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิว 1 รายการ (ขนาดทดลอง) พบกับสิทธิพิเศษได้ที่เคาน์เตอร์ COVERMARK ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่ร่วมรายการทั่วประเทศ (ของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด)
COVERMARK มอบของขวัญแห่งความงาม ต้อนรับเทศกาลวันแม่
COVERMARK มอบของขวัญแห่งความงาม ต้อนรับเทศกาลวันแม่ เครื่องสำอาง COVERMARK (คัฟเวอร์มาร์ค) จากประเทศญี่ปุ่น ชวนส่งต่อความงามเพื่อมอบเป็นของขวัญแทนความรักให้คนสำคัญในช่วงเทศกาลวันแม่ เมื่อช้อปครบ 15,000 บาท รับฟรี Beauty Ensemble Collection ชุดของขวัญลิมิเต็ด มูลค่ารวม 6,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 7 – 16 สิงหาคม 2569 พร้อมมอบโปรพิเศษตลอดเดือนสิงหาคม เมื่อช้อปครบ 10,000 บาท รับฟรี เซ็ตบำรุงผิวและผ้าพันคอ Floral Edition พร้อมถุงผ้า มูลค่ารวม 4,600 บาท หรือเมื่อช้อปครบ 6,500 บาท รับฟรี ผ้าพันคอ Floral Edition พร้อมถุงผ้า มูลค่ารวม 1,300 บาท และเลือกรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิว 1 รายการ (ขนาดทดลอง) พบกับสิทธิพิเศษได้ที่เคาน์เตอร์ COVERMARK ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่ร่วมรายการทั่วประเทศ (ของสมนาคุณมีจำนวนจำกัด)
เติมสีสันให้แก้มสวยละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วย Cloudy Blush จาก KMA

เครื่องสำอาง KMA ในเครือ โอซีซี แนะนำ Cloudy Blush บลัชออนเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ เม็ดสีชัดติดทน พร้อมด้วยเทคโนโลยี Soft Focus Powder ความละเอียดระดับไมโคร ที่ช่วยผสานเนื้อบลัชให้สัมผัสลื่นเนียนดุจผ้าไหม มอบผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ แก้มสวยละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ มี 6 เฉดสี ได้แก่ 01 Muted Apricot, 02 Fresh Coral, 03 Soft Peach, 04 Misty Rose, 05 Dusty Pink และ 06 Soft Candy Pink ช่วยเติมสีสันให้ทุกลุคการแต่งหน้า ราคา 290 บาท วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://shop.kma-cosmetics.com, TikTok, Shopee, Lazada, Konvy รวมถึงห้างสรรพสินค้า และร้านเครื่องสำอางชั้นนำทั่วประเทศ
เติมสีสันให้แก้มสวยละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วย Cloudy Blush จาก KMA
เติมสีสันให้แก้มสวยละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วย Cloudy Blush จาก KMAเครื่องสำอาง KMA ในเครือ โอซีซี แนะนำ Cloudy Blush บลัชออนเนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ เม็ดสีชัดติดทน พร้อมด้วยเทคโนโลยี Soft Focus Powder ความละเอียดระดับไมโคร ที่ช่วยผสานเนื้อบลัชให้สัมผัสลื่นเนียนดุจผ้าไหม มอบผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ แก้มสวยละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ มี 6 เฉดสี ได้แก่ 01 Muted Apricot, 02 Fresh Coral, 03 Soft Peach, 04 Misty Rose, 05 Dusty Pink และ 06 Soft Candy Pink ช่วยเติมสีสันให้ทุกลุคการแต่งหน้า ราคา 290 บาท วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://shop.kma-cosmetics.com, TikTok, Shopee, Lazada, Konvy รวมถึงห้างสรรพสินค้า และร้านเครื่องสำอางชั้นนำทั่วประเทศ
Burberry Beauty เปิดตัว Burberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intense น้ำหอมรุ่นใหม่ล่าสุดในคอลเลกชัน Burberry Goddess ที่นำเสนอการตีความกลิ่นวานิลลาในมิติใหม่ รังสรรค์โดย Amandine Clerc-Marie นักปรุงน้ำหอมระดับโลก! ✨👑✨
🌟 นิยามความหอมครั้งใหม่ด้วย Roasted Vanilla
ครั้งแรกของคอลเลกชัน Burberry Goddess กับการถ่ายทอดเอกลักษณ์ความหอมผ่านความอบอุ่นอันน่าหลงใหลของ Roasted Vanilla (วานิลลาคั่ว) เผยอีกมิติของความเป็นหญิงอันลุ่มลึก สง่างาม พร้อมสานต่อเรื่องราวแห่งพลัง ความมั่นใจ และการค้นพบตัวตน

Amandine Clerc-Marie ได้เติมเต็มมิติใหม่ให้กับเอกลักษณ์ Signature Trio of Vanilla Extracts (วานิลลาสกัด 3 รูปแบบเดิม) ได้แก่:
- Vanilla Infusion: มอบประกายความสดใสเจิดจรัส
- Vanilla Caviar: สกัดด้วยเทคโนโลยี Firgood® นวัตกรรมสกัดที่เผยความหรูหรา นุ่มลึก และเข้มข้นสูง
- Vanilla Absolute: มอบความเย้ายวนอันนุ่มนวล
เมื่อผสานเข้ากับ Roasted Vanilla ที่สกัดด้วยเทคโนโลยี NaturePrint® ซึ่งเก็บรักษาแก่นแท้ของเมล็ดวานิลลาคั่ว แปรเปลี่ยนความหวานของวานิลลาให้เผยความเข้มข้น ละมุน ดุจไซรัปเข้มข้น ผสานเข้ากับกลิ่นอำพัน (Amber) อันเข้มข้นอบอุ่น ก่อเกิดเป็นความลงตัวอันประณีตในสไตล์ Gourmand Aromatic Ambery
💬 คำกล่าวจากนักปรุงน้ำหอม (Perfumer's Quote)
“สำหรับ Burberry Goddess Amber Vanilla ฉันต้องการถ่ายทอดอีกแง่มุมหนึ่งของวานิลลาที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน กลิ่นของ Roasted Vanilla มอบความหอมหวานที่มีชีวิตชีวา เปล่งประกายและชวนหลงใหล ในขณะที่โทนกลิ่นอำพันมอบความอบอุ่น ความลุ่มลึก และความรู้สึกสบายใจ สะท้อนเสน่ห์เย้ายวนอันนุ่มนวล การผสานกันของทั้งสององค์ประกอบรังสรรค์กลิ่นหอมที่เปี่ยมด้วยความร้อนแรงและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ทั้งให้ความรู้สึกอบอุ่นน่าหลงใหลและทิ้งไว้ซึ่งความทรงจำอันยาวนาน ดุจอำพันที่เปล่งประกายเมื่อกระทบแสง”
— Amandine Clerc-Marie, Principal Perfumer
💎 โครงสร้างโน้ตน้ำหอม (The Olfactive Pyramid)
- Top Notes: Lavender Essence และ Maple Syrup Accord
- Heart Notes: Quartet of Vanilla Extracts (การผสานวานิลลา 4 ชนิด: Vanilla Infusion, Vanilla Caviar, Vanilla Absolute และ Roasted Vanilla)
- Base Notes: Ambery Accord
- Fragrance Family: Gourmand Aromatic Ambery (กลุ่มกูร์มองด์ผสานอะโรมาติกและความอบอุ่นนุ่มลึกของแอมเบอร์)
🦁 แคมเปญ (The Campaign)
นำแสดงโดย Emma Mackey ผู้สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความมั่นใจและเสน่ห์จากภายใน ในบทใหม่นี้เธอถ่ายทอดพลังแห่งความเป็นหญิงอันสงบนิ่ง ยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางเหล่าสิงโตเพศเมีย ภาพในแคมเปญมาในโทนสีอำพันหลอมละลายและแสงสีทองอบอุ่น สะท้อนถึงความอบอุ่น ลุ่มลึก เช่นเดียวกับกลิ่น Roasted Vanilla หัวใจสำคัญของน้ำหอม
🏺 ดีไซน์ขวด (The Bottle Design)
ขวดแก้วทรงสี่เหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ แต่งแต้มด้วยการไล่เฉดสีอำพัน (Amber Gradient) ทั้งบนตัวขวดและกล่องบรรจุภัณฑ์ สะท้อนแสงสีทองยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ตกแต่งด้วยฝาสีทองและเหรียญเมดัลเลียน (Medallion) อันเป็นเอกลักษณ์ ตัวขวดออกแบบให้สามารถเติมน้ำหอมใหม่ได้ (Refillable) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
🛍️ ไลน์อัปสินค้า ราคา และช่องทางวางจำหน่าย (Product Lineup & Price)
Burberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intense
- ขนาด 10 ml: ราคา 1,600 บาท
- ขนาด 30 ml: ราคา 3,980 บาท
- ขนาด 50 ml: ราคา 5,510 บาท
- ขนาด 100 ml: ราคา 7,710 บาท
ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายในคอลเลกชัน
- Burberry Goddess Eau de Parfum Shower Gel
- Burberry Goddess Eau de Parfum Body Lotion
สถานที่วางจำหน่าย :
- สยามพารากอน (ชั้น M)
- ดิ เอ็มสเฟียร์ (ชั้น M)
- เซ็นทรัลชิดลม (ชั้น G)
- เซ็นทรัล ลาดพร้าว (ชั้น 1)
- เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า (ชั้น 1)
- เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ (ชั้น 1)
- เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า (ชั้น 1)
- เมกาบางนา (ชั้น 1)
💧 วิธีการใช้งาน
- การใช้น้ำหอม: ฉีดพ่นบริเวณจุดชีพจร เช่น บริเวณข้อมือ ข้อพับแขน ซอกคอ หรือหลังหู ในระยะห่างประมาณ 15-20 ซม. เพื่อให้กลิ่นหอมกระจายตัวได้ดีและติดทนนานตลอดวัน
- การเลเยอร์ความหอม (Fragrance Layering): ใช้อาบน้ำด้วย Shower Gel และบำรุงผิวด้วย Body Lotion ในคอลเลกชัน Burberry Goddess ก่อนฉีดน้ำหอม จะช่วยส่งเสริมให้กลิ่นหอมเข้มข้นและติดทนนานยิ่งขึ้น
❓ คำถามที่พบบ่อย (Q&A)
Q: Burberry Goddess Amber Vanilla ต่างจาก Burberry Goddess รุ่นอื่นๆ ในตระกูลอย่างไร?
A: รุ่น Amber Vanilla เป็นรุ่นแรกที่เพิ่มเทคโนโลยี Roasted Vanilla (วานิลลาคั่ว) ทำให้ได้มิติกลิ่นหอมหวานเข้มข้น ลุ่มลึก ละมุนดุจไซรัป ผสานกับ Ambery Accord และ Maple Syrup Accord มอบความอบอุ่น เย้ายวนในสไตล์ Gourmand Aromatic Ambery ที่ลุ่มลึกและสง่างามยิ่งกว่ารุ่นเดิม
Q: น้ำหอมรุ่นนี้มีขนาดใดบ้าง และราคาเริ่มต้นเท่าไร?
A: มีทั้งหมด 4 ขนาด เริ่มต้นที่ขนาดพกพา 10 ml ราคา 1,600 บาท, 30 ml ราคา 3,980 บาท, 50 ml ราคา 5,510 บาท และขนาดใหญ่สุด 100 ml ราคา 7,710 บาท
Burberry Beauty เปิดตัว Burberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intense น้ำหอมรุ่นใหม่ล่าสุดในคอลเลกชัน Burberry Goddess ✨👑✨
Burberry Beauty เปิดตัว Burberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intense น้ำหอมรุ่นใหม่ล่าสุดในคอลเลกชัน Burberry Goddess ที่นำเสนอการตีความกลิ่นวานิลลาในมิติใหม่ รังสรรค์โดย Amandine Clerc-Marie นักปรุงน้ำหอมระดับโลก! ✨👑✨🌟 นิยามความหอมครั้งใหม่ด้วย Roasted Vanillaครั้งแรกของคอลเลกชัน Burberry Goddess กับการถ่ายทอดเอกลักษณ์ความหอมผ่านความอบอุ่นอันน่าหลงใหลของ Roasted Vanilla (วานิลลาคั่ว) เผยอีกมิติของความเป็นหญิงอันลุ่มลึก สง่างาม พร้อมสานต่อเรื่องราวแห่งพลัง ความมั่นใจ และการค้นพบตัวตนAmandine Clerc-Marie ได้เติมเต็มมิติใหม่ให้กับเอกลักษณ์ Signature Trio of Vanilla Extracts (วานิลลาสกัด 3 รูปแบบเดิม) ได้แก่:Vanilla Infusion: มอบประกายความสดใสเจิดจรัสVanilla Caviar: สกัดด้วยเทคโนโลยี Firgood® นวัตกรรมสกัดที่เผยความหรูหรา นุ่มลึก และเข้มข้นสูงVanilla Absolute: มอบความเย้ายวนอันนุ่มนวลเมื่อผสานเข้ากับ Roasted Vanilla ที่สกัดด้วยเทคโนโลยี NaturePrint® ซึ่งเก็บรักษาแก่นแท้ของเมล็ดวานิลลาคั่ว แปรเปลี่ยนความหวานของวานิลลาให้เผยความเข้มข้น ละมุน ดุจไซรัปเข้มข้น ผสานเข้ากับกลิ่นอำพัน (Amber) อันเข้มข้นอบอุ่น ก่อเกิดเป็นความลงตัวอันประณีตในสไตล์ Gourmand Aromatic Ambery💬 คำกล่าวจากนักปรุงน้ำหอม (Perfumer's Quote)“สำหรับ Burberry Goddess Amber Vanilla ฉันต้องการถ่ายทอดอีกแง่มุมหนึ่งของวานิลลาที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน กลิ่นของ Roasted Vanilla มอบความหอมหวานที่มีชีวิตชีวา เปล่งประกายและชวนหลงใหล ในขณะที่โทนกลิ่นอำพันมอบความอบอุ่น ความลุ่มลึก และความรู้สึกสบายใจ สะท้อนเสน่ห์เย้ายวนอันนุ่มนวล การผสานกันของทั้งสององค์ประกอบรังสรรค์กลิ่นหอมที่เปี่ยมด้วยความร้อนแรงและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ทั้งให้ความรู้สึกอบอุ่นน่าหลงใหลและทิ้งไว้ซึ่งความทรงจำอันยาวนาน ดุจอำพันที่เปล่งประกายเมื่อกระทบแสง”— Amandine Clerc-Marie, Principal Perfumer💎 โครงสร้างโน้ตน้ำหอม (The Olfactive Pyramid)Top Notes: Lavender Essence และ Maple Syrup AccordHeart Notes: Quartet of Vanilla Extracts (การผสานวานิลลา 4 ชนิด: Vanilla Infusion, Vanilla Caviar, Vanilla Absolute และ Roasted Vanilla)Base Notes: Ambery AccordFragrance Family: Gourmand Aromatic Ambery (กลุ่มกูร์มองด์ผสานอะโรมาติกและความอบอุ่นนุ่มลึกของแอมเบอร์)🦁 แคมเปญ (The Campaign)นำแสดงโดย Emma Mackey ผู้สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความมั่นใจและเสน่ห์จากภายใน ในบทใหม่นี้เธอถ่ายทอดพลังแห่งความเป็นหญิงอันสงบนิ่ง ยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางเหล่าสิงโตเพศเมีย ภาพในแคมเปญมาในโทนสีอำพันหลอมละลายและแสงสีทองอบอุ่น สะท้อนถึงความอบอุ่น ลุ่มลึก เช่นเดียวกับกลิ่น Roasted Vanilla หัวใจสำคัญของน้ำหอม🏺 ดีไซน์ขวด (The Bottle Design)ขวดแก้วทรงสี่เหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ แต่งแต้มด้วยการไล่เฉดสีอำพัน (Amber Gradient) ทั้งบนตัวขวดและกล่องบรรจุภัณฑ์ สะท้อนแสงสีทองยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ตกแต่งด้วยฝาสีทองและเหรียญเมดัลเลียน (Medallion) อันเป็นเอกลักษณ์ ตัวขวดออกแบบให้สามารถเติมน้ำหอมใหม่ได้ (Refillable) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม🛍️ ไลน์อัปสินค้า ราคา และช่องทางวางจำหน่าย (Product Lineup & Price)Burberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intenseขนาด 10 ml: ราคา 1,600 บาทขนาด 30 ml: ราคา 3,980 บาทขนาด 50 ml: ราคา 5,510 บาทขนาด 100 ml: ราคา 7,710 บาทผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายในคอลเลกชันBurberry Goddess Eau de Parfum Shower GelBurberry Goddess Eau de Parfum Body Lotionสถานที่วางจำหน่าย :สยามพารากอน (ชั้น M)ดิ เอ็มสเฟียร์ (ชั้น M)เซ็นทรัลชิดลม (ชั้น G)เซ็นทรัล ลาดพร้าว (ชั้น 1)เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า (ชั้น 1)เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ (ชั้น 1)เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า (ชั้น 1)เมกาบางนา (ชั้น 1)💧 วิธีการใช้งาน การใช้น้ำหอม: ฉีดพ่นบริเวณจุดชีพจร เช่น บริเวณข้อมือ ข้อพับแขน ซอกคอ หรือหลังหู ในระยะห่างประมาณ 15-20 ซม. เพื่อให้กลิ่นหอมกระจายตัวได้ดีและติดทนนานตลอดวันการเลเยอร์ความหอม (Fragrance Layering): ใช้อาบน้ำด้วย Shower Gel และบำรุงผิวด้วย Body Lotion ในคอลเลกชัน Burberry Goddess ก่อนฉีดน้ำหอม จะช่วยส่งเสริมให้กลิ่นหอมเข้มข้นและติดทนนานยิ่งขึ้น❓ คำถามที่พบบ่อย (Q&A)Q: Burberry Goddess Amber Vanilla ต่างจาก Burberry Goddess รุ่นอื่นๆ ในตระกูลอย่างไร?A: รุ่น Amber Vanilla เป็นรุ่นแรกที่เพิ่มเทคโนโลยี Roasted Vanilla (วานิลลาคั่ว) ทำให้ได้มิติกลิ่นหอมหวานเข้มข้น ลุ่มลึก ละมุนดุจไซรัป ผสานกับ Ambery Accord และ Maple Syrup Accord มอบความอบอุ่น เย้ายวนในสไตล์ Gourmand Aromatic Ambery ที่ลุ่มลึกและสง่างามยิ่งกว่ารุ่นเดิมQ: น้ำหอมรุ่นนี้มีขนาดใดบ้าง และราคาเริ่มต้นเท่าไร?A: มีทั้งหมด 4 ขนาด เริ่มต้นที่ขนาดพกพา 10 ml ราคา 1,600 บาท, 30 ml ราคา 3,980 บาท, 50 ml ราคา 5,510 บาท และขนาดใหญ่สุด 100 ml ราคา 7,710 บาท
BURBERRY BEAUTY เปิดตัว BURBERRY GODDESS AMBER VANILLA เติมเต็มเอกลักษณ์ด้วย Roasted Vanilla สู่ความหอมลุ่มลึกอันเปี่ยมด้วยความสง่างาม

Burberry Beauty (เบอร์เบอรี่ บิวตี้) เปิดเผยนิยามความหอมครั้งใหม่กับ Burberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intense น้ำหอมรุ่นใหม่ล่าสุดในคอลเลกชัน Burberry Goddess ที่นำเสนอการตีความกลิ่นวานิลลาในมิติใหม่
เป็นครั้งแรกที่เอกลักษณ์ของน้ำหอมได้รับการถ่ายทอดผ่านความอบอุ่นอันน่าหลงใหลของ Roasted Vanilla เผยอีกมิติของความเป็นหญิงอันลุ่มลึกและสง่างาม พร้อมสานต่อเรื่องราวแห่งพลัง ความมั่นใจ และการค้นพบตัวตน รังสรรค์โดย Amandine Clerc-Marie นักปรุงน้ำหอมระดับโลก Burberry Goddess Amber Vanilla เติมเต็มมิติใหม่ให้กับเอกลักษณ์ แห่งวานิลลาสกัดทั้งสามรูปแบบ (Signature Trio of Vanilla Extracts) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดตัวตนของคอลเลกชัน Burberry Goddess
นับตั้งแต่ Burberry Goddess Eau de Parfum รุ่นแรก สู่ Eau de Parfum Intense ไปจนถึง Parfum น้ำหอมแต่ละรุ่นต่างถ่ายทอดเสน่ห์ของวานิลลาระดับพรีเมียมในหลากหลายมิติ ตั้งแต่ความสดใสและเปี่ยมความมั่นใจ ไปจนถึงความเข้มข้นและความสง่างามอันลุ่มลึกโดยยังคงเลือกใช้เมล็ดวานิลลาคุณภาพสูงสุด ซึ่งผ่านการเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถันทีละฝัก ก่อนนำมาสกัดเป็น Vanilla Caviar เนื้อสัมผัสเข้มข้น ด้วยเทคโนโลยี Firgood® นวัตกรรมการสกัดที่ช่วยเผยด้านอันหรูหราและลุ่มลึกของวานิลลาได้อย่างโดดเด่น อีกทั้งยังผสานด้วยสารสกัดวานิลลาอันประณีตอีกสองรูปแบบ ได้แก่ Vanilla Infusion และ Vanilla Absolute ซึ่งช่วยเติมประกายความสว่างสดใสและความเย้ายวนอันนุ่มนวลให้กับทุกองค์ประกอบของน้ำหอมได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“สำหรับ Burberry Goddess Amber Vanilla ฉันต้องการถ่ายทอดอีกแง่มุมหนึ่งของวานิลลาที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน กลิ่นของ Roasted Vanilla มอบความหอมหวานที่มีชีวิตชีวา เปล่งประกายและชวนหลงใหล ในขณะที่โทนกลิ่นอำพันความอบอุ่น ความลุ่มลึก และความรู้สึกสบายใจ สะท้อนเสน่ห์ เย้ายวนอันนุ่มนวล การผสานกันของทั้งสององค์ประกอบรังสรรค์กลิ่นหอมที่เปี่ยมด้วยความร้อนแรงและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ทั้งให้ความรู้สึกอบอุ่นน่าหลงใหลและทิ้งไว้ซึ่งความทรงจำอันยาวนาน ดุจอำพันที่เปล่งประกายเมื่อกระทบแสง” Amandine Clerc-Marie, Principal Perfumer กล่าว
Burberry Goddess Amber Vanilla ได้รังสรรค์การตีความกลิ่นวานิลลาขึ้นใหม่ผ่านเอกลักษณ์ของ Roasted Vanilla ที่สกัดด้วยเทคโนโลยี NaturePrint® กระบวนการที่สามารถเก็บรักษาแก่นแท้ของกลิ่นหอมจากเมล็ดวานิลลาคั่ว พร้อมยกระดับและแปรเปลี่ยนความหวานของวานิลลาให้เผยออกมาในมิติที่เข้มข้น ลุ่มลึก และละมุน ดุจไซรัปเข้มข้น ก่อเกิดเป็นการนำเสนอวานิลลาในมิติที่เปี่ยมด้วยรายละเอียด ความซับซ้อน และเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่สุดในคอลเลกชัน Burberry Goddess ซึ่งมิติใหม่ของ Roasted Vanilla ผสานเข้ากับกลิ่นอำพันอันเข้มข้นและอบอุ่น ก่อเกิดเป็นความลงตัวอันประณีตของความอบอุ่นเย้ายวนในแบบ Gourmand
เปิดสัมผัสแรกด้วยความสดใสของ Lavender Essence ที่เติมความหวานละมุนจาก Maple Syrup Accord ก่อนเผยหัวใจของน้ำหอมซึ่งผสานเอกลักษณ์ของ Vanilla Trio อันเป็นซิกเนเจอร์ของ Burberry Goddess เข้ากับความเข้มข้นของ Roasted Vanilla ในมิติใหม่ ปิดท้ายด้วย Ambery Accord ที่มอบความอบอุ่นนุ่มลึกดุจกำมะหยี่ พร้อมเผยเสน่ห์อัน น่าหลงใหลผ่านความหวานอันประณีตและมิติอันลุ่มลึกที่คงอยู่ยาวนาน
องค์ประกอบของกลิ่นที่มอบความหอมในมิติใหม่ (The Olfactive Pyramid)
· Top Notes: Lavender Essence และ Maple Syrup Accord
· Heart Notes: Quartet of Vanilla Extracts หรือการผสานวานิลลา 4 ชนิด ได้แก่ Vanilla Infusion, Vanilla Caviar, Vanilla Absolute และ Roasted Vanilla
· Base Notes: Ambery Accord
· Family: Gourmand Aromatic Ambery หรือกลุ่มของกลิ่นกูร์มองด์ที่ผสานความหอมแบบอะโรมาติกและความอบอุ่นลุ่มลึกของแอมเบอร์ ถ่ายทอดความหรูหรา อบอุ่น และเย้ายวนอย่างมีเอกลักษณ์
แคมเปญ (The Campaign)
เรื่องราวของคอลเลกชัน Burberry Goddess ถูกถ่ายทอดอีกครั้งผ่านแคมเปญครั้งใหม่ นำแสดงโดย Emma Mackey ผู้สะท้อนจิตวิญญาณของน้ำหอมผ่านความมั่นใจ เสน่ห์เย้ายวน และประกายความงดงามจากภายใน ในบทใหม่นี้ เธอเผยพลังแห่งความเป็นหญิงอันสงบนิ่ง ยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางเหล่าสิงโตเพศเมียบนเส้นทางของเธอ สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง ความสง่างาม และความมั่นใจในตัวเอง
โทนสีอำพันหลอมละลายและแสงสีทองอบอุ่นในภาพ สะท้อนถึงความอบอุ่นและความสุขุมลุ่มลึก เช่นเดียวกับกลิ่น Roasted Vanilla อันเป็นหัวใจสำคัญของน้ำหอม โดย Emma Mackey ถ่ายทอดตัวตนด้วยพลังอันเงียบสงบ เผยเสน่ห์ของผู้หญิงที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและความงดงามในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
การออกแบบขวดที่เผยเฉดสีอำพันอันลุ่มลึก (The Bottle Design)
เผยโฉมความโดดเด่นครั้งใหม่ของคอลเลกชัน Burberry Goddess ผ่าน Burberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intense ขวดแก้วทรงสี่เหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการแต่งแต้มด้วยการไล่เฉดสีอำพัน (amber gradient) ทั้งบนตัวขวดและกล่องบรรจุภัณฑ์ สะท้อนแสงสีทองเข้มยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า พร้อมตกแต่งด้วยฝาสีทองและเหรียญเมดัลเลียนอันเป็นเอกลักษณ์ของ Burberry Goddess อีกทั้งยังออกแบบให้สามารถเติมน้ำหอม (Refillable) ได้ เพื่อลดผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม
สัมผัสการตีความวานิลลาในหลากหลายมิติ ผ่านตระกูลน้ำหอม Burberry Goddess ทั้ง 4 กลิ่น
· Burberry Goddess Eau de Parfum
· Burberry Goddess Eau de Parfum Intense
· Burberry Goddess Parfum
· Burberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intense
นอกจากนี้ คอลเลกชันยังครบครันด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลผิวกาย เพื่อสร้างประสบการณ์ความหอมอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็น Burberry Goddess Eau de Parfum Shower Gel และ Burberry Goddess Eau de Parfum Body Lotion
Burberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intense วางจำหน่ายในขนาด 10 ml, 30 ml, 50 ml และ 100 ml ในราคา 1,600 บาท, 3,980 บาท, 5,510 บาท และ 7,710 บาท ณ เคาน์เตอร์ Burberry Beauty พารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ชั้น M, เอ็มสเฟียร์ ชั้น M, เซ็นทรัลชิดลม ชั้น G, เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 1, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชั้น 1, เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ ชั้น 1, เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ชั้น 1 และเมกาบางนา ชั้น 1
BURBERRY BEAUTY เปิดตัว BURBERRY GODDESS AMBER VANILLA เติมเต็มเอกลักษณ์ด้วย Roasted Vanilla สู่ความหอมลุ่มลึกอันเปี่ยมด้วยความสง่างาม
BURBERRY BEAUTY เปิดตัว BURBERRY GODDESS AMBER VANILLA เติมเต็มเอกลักษณ์ด้วย Roasted Vanilla สู่ความหอมลุ่มลึกอันเปี่ยมด้วยความสง่างามBurberry Beauty (เบอร์เบอรี่ บิวตี้) เปิดเผยนิยามความหอมครั้งใหม่กับ Burberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intense น้ำหอมรุ่นใหม่ล่าสุดในคอลเลกชัน Burberry Goddess ที่นำเสนอการตีความกลิ่นวานิลลาในมิติใหม่เป็นครั้งแรกที่เอกลักษณ์ของน้ำหอมได้รับการถ่ายทอดผ่านความอบอุ่นอันน่าหลงใหลของ Roasted Vanilla เผยอีกมิติของความเป็นหญิงอันลุ่มลึกและสง่างาม พร้อมสานต่อเรื่องราวแห่งพลัง ความมั่นใจ และการค้นพบตัวตน รังสรรค์โดย Amandine Clerc-Marie นักปรุงน้ำหอมระดับโลก Burberry Goddess Amber Vanilla เติมเต็มมิติใหม่ให้กับเอกลักษณ์ แห่งวานิลลาสกัดทั้งสามรูปแบบ (Signature Trio of Vanilla Extracts) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดตัวตนของคอลเลกชัน Burberry Goddessนับตั้งแต่ Burberry Goddess Eau de Parfum รุ่นแรก สู่ Eau de Parfum Intense ไปจนถึง Parfum น้ำหอมแต่ละรุ่นต่างถ่ายทอดเสน่ห์ของวานิลลาระดับพรีเมียมในหลากหลายมิติ ตั้งแต่ความสดใสและเปี่ยมความมั่นใจ ไปจนถึงความเข้มข้นและความสง่างามอันลุ่มลึกโดยยังคงเลือกใช้เมล็ดวานิลลาคุณภาพสูงสุด ซึ่งผ่านการเก็บเกี่ยวอย่างพิถีพิถันทีละฝัก ก่อนนำมาสกัดเป็น Vanilla Caviar เนื้อสัมผัสเข้มข้น ด้วยเทคโนโลยี Firgood® นวัตกรรมการสกัดที่ช่วยเผยด้านอันหรูหราและลุ่มลึกของวานิลลาได้อย่างโดดเด่น อีกทั้งยังผสานด้วยสารสกัดวานิลลาอันประณีตอีกสองรูปแบบ ได้แก่ Vanilla Infusion และ Vanilla Absolute ซึ่งช่วยเติมประกายความสว่างสดใสและความเย้ายวนอันนุ่มนวลให้กับทุกองค์ประกอบของน้ำหอมได้อย่างสมบูรณ์แบบ“สำหรับ Burberry Goddess Amber Vanilla ฉันต้องการถ่ายทอดอีกแง่มุมหนึ่งของวานิลลาที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน กลิ่นของ Roasted Vanilla มอบความหอมหวานที่มีชีวิตชีวา เปล่งประกายและชวนหลงใหล ในขณะที่โทนกลิ่นอำพันความอบอุ่น ความลุ่มลึก และความรู้สึกสบายใจ สะท้อนเสน่ห์ เย้ายวนอันนุ่มนวล การผสานกันของทั้งสององค์ประกอบรังสรรค์กลิ่นหอมที่เปี่ยมด้วยความร้อนแรงและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ทั้งให้ความรู้สึกอบอุ่นน่าหลงใหลและทิ้งไว้ซึ่งความทรงจำอันยาวนาน ดุจอำพันที่เปล่งประกายเมื่อกระทบแสง” Amandine Clerc-Marie, Principal Perfumer กล่าวBurberry Goddess Amber Vanilla ได้รังสรรค์การตีความกลิ่นวานิลลาขึ้นใหม่ผ่านเอกลักษณ์ของ Roasted Vanilla ที่สกัดด้วยเทคโนโลยี NaturePrint® กระบวนการที่สามารถเก็บรักษาแก่นแท้ของกลิ่นหอมจากเมล็ดวานิลลาคั่ว พร้อมยกระดับและแปรเปลี่ยนความหวานของวานิลลาให้เผยออกมาในมิติที่เข้มข้น ลุ่มลึก และละมุน ดุจไซรัปเข้มข้น ก่อเกิดเป็นการนำเสนอวานิลลาในมิติที่เปี่ยมด้วยรายละเอียด ความซับซ้อน และเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่สุดในคอลเลกชัน Burberry Goddess ซึ่งมิติใหม่ของ Roasted Vanilla ผสานเข้ากับกลิ่นอำพันอันเข้มข้นและอบอุ่น ก่อเกิดเป็นความลงตัวอันประณีตของความอบอุ่นเย้ายวนในแบบ Gourmandเปิดสัมผัสแรกด้วยความสดใสของ Lavender Essence ที่เติมความหวานละมุนจาก Maple Syrup Accord ก่อนเผยหัวใจของน้ำหอมซึ่งผสานเอกลักษณ์ของ Vanilla Trio อันเป็นซิกเนเจอร์ของ Burberry Goddess เข้ากับความเข้มข้นของ Roasted Vanilla ในมิติใหม่ ปิดท้ายด้วย Ambery Accord ที่มอบความอบอุ่นนุ่มลึกดุจกำมะหยี่ พร้อมเผยเสน่ห์อัน น่าหลงใหลผ่านความหวานอันประณีตและมิติอันลุ่มลึกที่คงอยู่ยาวนานองค์ประกอบของกลิ่นที่มอบความหอมในมิติใหม่ (The Olfactive Pyramid)· Top Notes: Lavender Essence และ Maple Syrup Accord· Heart Notes: Quartet of Vanilla Extracts หรือการผสานวานิลลา 4 ชนิด ได้แก่ Vanilla Infusion, Vanilla Caviar, Vanilla Absolute และ Roasted Vanilla· Base Notes: Ambery Accord· Family: Gourmand Aromatic Ambery หรือกลุ่มของกลิ่นกูร์มองด์ที่ผสานความหอมแบบอะโรมาติกและความอบอุ่นลุ่มลึกของแอมเบอร์ ถ่ายทอดความหรูหรา อบอุ่น และเย้ายวนอย่างมีเอกลักษณ์แคมเปญ (The Campaign)เรื่องราวของคอลเลกชัน Burberry Goddess ถูกถ่ายทอดอีกครั้งผ่านแคมเปญครั้งใหม่ นำแสดงโดย Emma Mackey ผู้สะท้อนจิตวิญญาณของน้ำหอมผ่านความมั่นใจ เสน่ห์เย้ายวน และประกายความงดงามจากภายใน ในบทใหม่นี้ เธอเผยพลังแห่งความเป็นหญิงอันสงบนิ่ง ยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางเหล่าสิงโตเพศเมียบนเส้นทางของเธอ สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง ความสง่างาม และความมั่นใจในตัวเองโทนสีอำพันหลอมละลายและแสงสีทองอบอุ่นในภาพ สะท้อนถึงความอบอุ่นและความสุขุมลุ่มลึก เช่นเดียวกับกลิ่น Roasted Vanilla อันเป็นหัวใจสำคัญของน้ำหอม โดย Emma Mackey ถ่ายทอดตัวตนด้วยพลังอันเงียบสงบ เผยเสน่ห์ของผู้หญิงที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและความงดงามในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมการออกแบบขวดที่เผยเฉดสีอำพันอันลุ่มลึก (The Bottle Design)เผยโฉมความโดดเด่นครั้งใหม่ของคอลเลกชัน Burberry Goddess ผ่าน Burberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intense ขวดแก้วทรงสี่เหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการแต่งแต้มด้วยการไล่เฉดสีอำพัน (amber gradient) ทั้งบนตัวขวดและกล่องบรรจุภัณฑ์ สะท้อนแสงสีทองเข้มยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า พร้อมตกแต่งด้วยฝาสีทองและเหรียญเมดัลเลียนอันเป็นเอกลักษณ์ของ Burberry Goddess อีกทั้งยังออกแบบให้สามารถเติมน้ำหอม (Refillable) ได้ เพื่อลดผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมสัมผัสการตีความวานิลลาในหลากหลายมิติ ผ่านตระกูลน้ำหอม Burberry Goddess ทั้ง 4 กลิ่น· Burberry Goddess Eau de Parfum· Burberry Goddess Eau de Parfum Intense· Burberry Goddess Parfum· Burberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intenseนอกจากนี้ คอลเลกชันยังครบครันด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลผิวกาย เพื่อสร้างประสบการณ์ความหอมอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็น Burberry Goddess Eau de Parfum Shower Gel และ Burberry Goddess Eau de Parfum Body LotionBurberry Goddess Amber Vanilla Eau de Parfum Intense วางจำหน่ายในขนาด 10 ml, 30 ml, 50 ml และ 100 ml ในราคา 1,600 บาท, 3,980 บาท, 5,510 บาท และ 7,710 บาท ณ เคาน์เตอร์ Burberry Beauty พารากอนดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ชั้น M, เอ็มสเฟียร์ ชั้น M, เซ็นทรัลชิดลม ชั้น G, เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 1, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชั้น 1, เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ ชั้น 1, เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ชั้น 1 และเมกาบางนา ชั้น 1
ปักหมุด! จุดเช็กอินใหม่ใจกลางสยาม แหล่งช้อปสายบิวตี้วัยเรียน
พบกับ Zadi & Jo Glow Station
เปิดแล้วที่ EVEANDBOY Centerpoint Siam Square

สายบิวตี้เตรียมปักหมุด! ใครแวะมาเดิน สยามสแควร์ ช่วงนี้ มีอีกหนึ่งพิกัดที่ไม่ควรพลาด เพราะ Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) แบรนด์ความงามสำหรับวัยเรียนอายุ 10–20 ปี เปิด Zadi & Jo Glow Station แล้วที่ EVEANDBOY Centerpoint Siam Square ชั้น 3
Zadi & Jo Glow Station คือ จุดเช็กอินที่รวบรวมไอเท็มความงามของ Zadi & Jo ให้ทุกคนได้ทดลองและเลือกช้อปในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสเนื้อสกินแคร์ ลองเฉดสีลิปและคุชชั่น ทดลองกลิ่นน้ำหอม Skin Scent หรือค้นหาไอเท็มที่เหมาะกับตัวเอง ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ
Zadi & Jo เกิดจากอินไซต์ของลูกวัยเรียน โดยผู้บริหารหญิงที่เป็นคุณแม่ 3 คนผู้มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมความงาม จึงพัฒนาแบรนด์ที่เข้าใจความต้องการของวัยเรียนอายุ 10–20 ปี
Zadi & Jo พัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด Clean & Playful Beauty ที่เข้าใจทั้งผิว ไลฟ์สไตล์ และการใช้ชีวิตของวัยเรียน ครบทั้ง สกินแคร์ เมคอัพ และน้ำหอม โดยไฮไลต์ที่หลายคนแวะมาลอง ได้แก่ Bubbly Bright Skin Glow & Brightening Serum เซรั่มเพื่อผิวดูโกลว์กระจ่างใส, Sunny Splash Super Light UV Protection Serum SPF50+ PA++++ กันแดดเนื้อบางเบา สบายผิว เติมระหว่างวันได้, Clean Girl Softening Lip Tint ลิปทินต์ที่ให้ลุคธรรมชาติสไตล์ Clean Girl มีให้เลือกหลายเฉดสี, Fluffy Fit Soft Glow Cushion SPF50+ PA++++ คุชชั่นเนื้อบางเบา ให้ฟินิชผิวฉ่ำโกลว์ พร้อมส่วนผสมบำรุงผิวและการปกป้องผิวจากแสงแดด รวมถึง Very Perfume Collection น้ำหอมแนว Skin Scent ที่ให้กลิ่นหอมสะอาด เป็นธรรมชาติ เหมาะกับการใช้ในทุกวัน
เพื่อฉลองการเปิด Zadi & Jo Glow Station แห่งแรก แบรนด์ได้จัดกิจกรรมพิเศษ แจก Zadi & Jo Clean Girl Softening Lip Tint ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก มีผู้มาต่อคิวร่วมกิจกรรมตั้งแต่เริ่มงาน และผลิตภัณฑ์ที่เตรียมไว้สำหรับกิจกรรมหน้าร้านถูกแจกหมดอย่างรวดเร็ว สะท้อนกระแสตอบรับที่ดีของแบรนด์ตั้งแต่วันแรกของการเปิดตัว
หลังจากเปิด Zadi & Jo Glow Station แห่งแรกที่ EVEANDBOY Centerpoint Siam Square แล้ว แบรนด์ยังมีแผนขยาย Zadi & Jo Glow Station ไปยัง EVEANDBOY อีกหลายสาขาในกรุงเทพฯ ภายในปีนี้ เพื่อให้วัยรุ่นและคนรักความงามสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของ Zadi & Jo ได้สะดวกยิ่งขึ้น
ใครกำลังมองหาพิกัดใหม่ใจกลางสยาม ครั้งหน้าที่มาเดิน EVEANDBOY Centerpoint Siam Square อย่าลืมแวะชั้น 3 มาเช็กอินที่ Zadi & Jo Glow Station ลองสกินแคร์ สวอชลิป ทดลองเฉดคุชชั่น สัมผัสกลิ่นหอมของ Very Perfume Collection และค้นหาไอเท็มที่ใช่ในแบบของตัวเอง เพราะนี่คืออีกหนึ่งพิกัดใหม่ที่สายบิวตี้วัยเรียนไม่ควรพลาดเมื่อมาเช็กอินย่านสยาม
Zadi & Jo Glow Station เปิดแล้วที่ EVEANDBOY Centerpoint Siam Square
ปักหมุด! จุดเช็กอินใหม่ใจกลางสยาม แหล่งช้อปสายบิวตี้วัยเรียนพบกับ Zadi & Jo Glow Stationเปิดแล้วที่ EVEANDBOY Centerpoint Siam Squareสายบิวตี้เตรียมปักหมุด! ใครแวะมาเดิน สยามสแควร์ ช่วงนี้ มีอีกหนึ่งพิกัดที่ไม่ควรพลาด เพราะ Zadi & Jo (เซดี้ แอนด์ โจ) แบรนด์ความงามสำหรับวัยเรียนอายุ 10–20 ปี เปิด Zadi & Jo Glow Station แล้วที่ EVEANDBOY Centerpoint Siam Square ชั้น 3Zadi & Jo Glow Station คือ จุดเช็กอินที่รวบรวมไอเท็มความงามของ Zadi & Jo ให้ทุกคนได้ทดลองและเลือกช้อปในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสเนื้อสกินแคร์ ลองเฉดสีลิปและคุชชั่น ทดลองกลิ่นน้ำหอม Skin Scent หรือค้นหาไอเท็มที่เหมาะกับตัวเอง ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อZadi & Jo เกิดจากอินไซต์ของลูกวัยเรียน โดยผู้บริหารหญิงที่เป็นคุณแม่ 3 คนผู้มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมความงาม จึงพัฒนาแบรนด์ที่เข้าใจความต้องการของวัยเรียนอายุ 10–20 ปีZadi & Jo พัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด Clean & Playful Beauty ที่เข้าใจทั้งผิว ไลฟ์สไตล์ และการใช้ชีวิตของวัยเรียน ครบทั้ง สกินแคร์ เมคอัพ และน้ำหอม โดยไฮไลต์ที่หลายคนแวะมาลอง ได้แก่ Bubbly Bright Skin Glow & Brightening Serum เซรั่มเพื่อผิวดูโกลว์กระจ่างใส, Sunny Splash Super Light UV Protection Serum SPF50+ PA++++ กันแดดเนื้อบางเบา สบายผิว เติมระหว่างวันได้, Clean Girl Softening Lip Tint ลิปทินต์ที่ให้ลุคธรรมชาติสไตล์ Clean Girl มีให้เลือกหลายเฉดสี, Fluffy Fit Soft Glow Cushion SPF50+ PA++++ คุชชั่นเนื้อบางเบา ให้ฟินิชผิวฉ่ำโกลว์ พร้อมส่วนผสมบำรุงผิวและการปกป้องผิวจากแสงแดด รวมถึง Very Perfume Collection น้ำหอมแนว Skin Scent ที่ให้กลิ่นหอมสะอาด เป็นธรรมชาติ เหมาะกับการใช้ในทุกวันเพื่อฉลองการเปิด Zadi & Jo Glow Station แห่งแรก แบรนด์ได้จัดกิจกรรมพิเศษ แจก Zadi & Jo Clean Girl Softening Lip Tint ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก มีผู้มาต่อคิวร่วมกิจกรรมตั้งแต่เริ่มงาน และผลิตภัณฑ์ที่เตรียมไว้สำหรับกิจกรรมหน้าร้านถูกแจกหมดอย่างรวดเร็ว สะท้อนกระแสตอบรับที่ดีของแบรนด์ตั้งแต่วันแรกของการเปิดตัวหลังจากเปิด Zadi & Jo Glow Station แห่งแรกที่ EVEANDBOY Centerpoint Siam Square แล้ว แบรนด์ยังมีแผนขยาย Zadi & Jo Glow Station ไปยัง EVEANDBOY อีกหลายสาขาในกรุงเทพฯ ภายในปีนี้ เพื่อให้วัยรุ่นและคนรักความงามสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของ Zadi & Jo ได้สะดวกยิ่งขึ้นใครกำลังมองหาพิกัดใหม่ใจกลางสยาม ครั้งหน้าที่มาเดิน EVEANDBOY Centerpoint Siam Square อย่าลืมแวะชั้น 3 มาเช็กอินที่ Zadi & Jo Glow Station ลองสกินแคร์ สวอชลิป ทดลองเฉดคุชชั่น สัมผัสกลิ่นหอมของ Very Perfume Collection และค้นหาไอเท็มที่ใช่ในแบบของตัวเอง เพราะนี่คืออีกหนึ่งพิกัดใหม่ที่สายบิวตี้วัยเรียนไม่ควรพลาดเมื่อมาเช็กอินย่านสยาม
Gucci Beauty เนรมิตป๊อบอัพ ต้อนรับการเปิดตัว Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense พร้อมนำเสนอคอลเล็กชั่นเมคอัพรุ่นลิมิเต็ด ที่อินสไปร์จากน้ำหอมกลิ่นล่าสุด
Gucci Beauty (กุชชี่ บิวตี้) ขอเชิญทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ไปกับป๊อบอัพสุดพิเศษ ณ Hall of Fame ชั้น M สยามพารากอน เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวน้ำหอมใหม่ Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense โดยพื้นที่แห่งนี้ได้แรงบันดาลใจจากเฉดสีทองของขวดและรูปทรงแปดเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ และได้ถูกเนรมิตขึ้นอย่างประณีตด้วยการตกแต่งด้วยดอกไม้อันเขียวชอุ่ม ผสานเข้ากับลวดลาย Flora อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ถ่ายทอดจักรวาล Gucci Flora อย่างมีชีวิตชีวา พร้อมมอบประสบการณ์อันดื่มด่ำที่โอบล้อมทุกสัมผัส ราวกับการรังสรรค์กลิ่นหอมที่เผยตัวทีละเลเยอร์อย่างละเมียดละไม
นอกจากนั้นในการเฉลิมฉลองนี้ยังมีไฮไลท์ของงานอยู่ที่การปรากฏตัวของสองแบรนด์แอมบาสเดอร์คนสำคัญของ Gucci ใหม่ - ดาวิกา โฮร์เน่ และ กลัฟ - คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ พร้อมด้วยเหล่าเพอร์ฟูมเลิฟเวอร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569
ร่วมสัมผัสเรื่องราวและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์จาก Gucci Flora คอลเล็กชั่นน้ำหอมยอดนิยมที่ทุกคนต่างหลงใหล ตั้งแต่ขวดแรกอย่าง Gucci Flora Gorgeous Gardenia, Gucci Flora Gorgeous Jasmine, Gucci Flora Gorgeous Magnolia, Gucci Flora Gorgeous Orchid สู่ความเข้มข้นขั้นสุดในเวอร์ชั่น Intense กับ Gucci Flora Gorgeous Gardenia Intense โดยล่าสุดได้เผยโฉมกลิ่นใหม่อย่าง Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense น้ำหอมแนวกูร์มองด์โทนอบอุ่นที่ให้ฟีลหวานละมุนกำลังดี มีชีวิตชีวา ผสานไว้ด้วยความแตกต่างที่ลงตัวของส่วนผสมซึ่งเป็นหัวใจหลักดั้งเดิมอย่าง Vanilla Orchid เคล้าไปกับกลิ่นโอโซนของ Salty Ozonic Accord ที่แฝงไปด้วยประกายสดชื่น ก่อนจะค่อยๆ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเบสโน้ตเข้มข้นจาก Dark Cocoa Accord มอบความรู้สึกนุ่มนวลลุ่มลึกราวกับโอบล้อมไว้ด้วยกอดอุ่น ซึ่งกลิ่นหอมใหม่นี้ได้เข้ามาเติมเต็มคอลเล็กชั่นจากรุ่นออริจินัลอย่าง Gucci Flora Gorgeous Orchid โดยนำกลิ่นอุ่นสไตล์แอมเบอร์มายกระดับความเย้ายวนอันเจิดจ้าของ Vanilla Orchid ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เกิดเป็นผลลัพธ์ของความสมดุลอันลงตัวระหว่างความหวานกลมกล่อมและความเปล่งประกายจากท้องทะเล สะท้อนถึงความแข็งแกร่งภายในและพลังอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้สวมใส่
นอกจากนี้ยังมาพร้อมคอลเล็กชั่นเมคอัพลิมิเต็ดอิดิชั่น Gucci Flora ใหม่ล่าสุด ที่รังสรรค์ขึ้นผ่านแรงบันดาลใจจากพลังอันสดใสและมีชีวิตชีวาของ Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense โดยหยิบยกเอาความโดดเด่นของกลิ่นหอมใหม่นี้ ไม่ว่าจะเป็น ความครีมมี่สุดเข้มข้น, ประกายโกลว์สีทอง และเสน่ห์อันอบอุ่น มาสร้างสรรค์เป็นคอลเล็กชั่นเมคอัพสุดพิเศษที่ควรค่าแก่การครอบครอง โดยในเซ็ตลิมิเต็ดอิดิชั่น ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์อายพาเลตต์และลิปสติกคู่สวย ได้แก่ Gucci Flora Eye Palette เฉด ‘Sunset Orchid’ ที่จัดเต็มมาถึง 10 สีสันในตลับเดียว ตั้งแต่โทนนิวทรัลสดใสไปจนถึงเฉดเข้มลึก พร้อมด้วยลิปสติก Gucci Flora Rouge de Beauté Brillant สี 122 ‘Eliza Ginger’ ที่มาในเฉดน้ำตาลโทนอุ่น และ สี 130 ‘Elsa Hazel’ สีอัลมอนด์ที่ผสานเบจเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับการออกแบบแพคเกจจิ้งมาใหม่ในลวดลาย Flora อันเป็นเอกลักษณ์ โดยถูก ปกคลุมไปด้วยเถาไม้สีเขียวละเอียดที่ผลิบานด้วยดอกไม้สีชมพู เหลือง และฟ้าอ่อน สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดลุคเมคอัพหลากหลายดุจสวนดอกไม้ที่เปี่ยมจินตนาการ
โดยภายในงานนอกจากจะได้ดื่มด่ำกับการสำรวจโลกของ Gucci Flora พร้อมทั้งสัมผัสน้ำหอมและเมคอัพจาก Gucci Beauty อย่างครบครันแล้ว ยังเพลิดเพลินไปกับแอคทิวิตี้ต่างๆ ที่จะมาช่วยเติมเต็มประสบการณ์การช้อปของคุณให้น่าประทับใจยิ่งขึ้น อาทิ บริการห่อของขวัญและการสลักชื่ออักษรย่อลงบนไอเทมสุดโปรด พลาดไม่ได้กับมุมถ่ายรูปสุดแสนไอคอนิคบริเวณใจกลางของงานที่ยกเอาขวดน้ำหอม Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense ขนาดยักษ์ มาให้คุณครีเอทท่าโพสคู่กับน้ำหอมขวดสวยได้ตามใจชอบ ท่ามกลางบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยแสงสีทองอร่ามอันบอกเล่าถึงความหอมอบอุ่นของกลิ่นหอมใหม่ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังพบกับสิทธิพิเศษอีกมากมาย เพียงซื้อน้ำหอม Gucci Flora แบบใดก็ได้ รับไปเลย Flower Giveaway กับการ์ด Gucci Flora เปี่ยมสไตล์ที่ดีไซน์ออกมาเป็นทรงขวดน้ำหอม ให้คุณเลือกจับคู่กับช่อดอกไม้แสนหวานหลากสีสัน และปิดท้ายด้วยกิจกรรมที่มาพร้อมเอ็กซ์คลูซีฟไอเทม Gucci Flora Charm เพียงซื้อ Gucci Flora ในขนาด 100 มล. กลิ่นใดก็ได้ รับทันที แอคเซสเซอรี่สุดพิเศษจากกุชชี่ที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้น
โดยสามารถแวะมาช้อปปิ้งและสัมผัสกลิ่นหอมใหม่ของ Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense พร้อมดื่มด่ำไปกับโลก ความงามในแบบฉบับกุชชี่ได้ที่ Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense Pop-Up ณ Hall of Fame ชั้น M สยาม พารากอน ตั้งแต่วันนี้ถึง 3 สิงหาคม 2569
Gucci Beauty เนรมิตป๊อบอัพ ต้อนรับการเปิดตัว Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense พร้อมนำเสนอคอลเล็กชั่นเมคอัพรุ่นลิมิเต็ด ที่อินสไปร์จากน้ำหอมกลิ่นล่าสุด
Gucci Beauty เนรมิตป๊อบอัพ ต้อนรับการเปิดตัว Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense พร้อมนำเสนอคอลเล็กชั่นเมคอัพรุ่นลิมิเต็ด ที่อินสไปร์จากน้ำหอมกลิ่นล่าสุดGucci Beauty (กุชชี่ บิวตี้) ขอเชิญทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ไปกับป๊อบอัพสุดพิเศษ ณ Hall of Fame ชั้น M สยามพารากอน เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวน้ำหอมใหม่ Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense โดยพื้นที่แห่งนี้ได้แรงบันดาลใจจากเฉดสีทองของขวดและรูปทรงแปดเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ และได้ถูกเนรมิตขึ้นอย่างประณีตด้วยการตกแต่งด้วยดอกไม้อันเขียวชอุ่ม ผสานเข้ากับลวดลาย Flora อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ถ่ายทอดจักรวาล Gucci Flora อย่างมีชีวิตชีวา พร้อมมอบประสบการณ์อันดื่มด่ำที่โอบล้อมทุกสัมผัส ราวกับการรังสรรค์กลิ่นหอมที่เผยตัวทีละเลเยอร์อย่างละเมียดละไมนอกจากนั้นในการเฉลิมฉลองนี้ยังมีไฮไลท์ของงานอยู่ที่การปรากฏตัวของสองแบรนด์แอมบาสเดอร์คนสำคัญของ Gucci ใหม่ - ดาวิกา โฮร์เน่ และ กลัฟ - คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ พร้อมด้วยเหล่าเพอร์ฟูมเลิฟเวอร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569ร่วมสัมผัสเรื่องราวและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์จาก Gucci Flora คอลเล็กชั่นน้ำหอมยอดนิยมที่ทุกคนต่างหลงใหล ตั้งแต่ขวดแรกอย่าง Gucci Flora Gorgeous Gardenia, Gucci Flora Gorgeous Jasmine, Gucci Flora Gorgeous Magnolia, Gucci Flora Gorgeous Orchid สู่ความเข้มข้นขั้นสุดในเวอร์ชั่น Intense กับ Gucci Flora Gorgeous Gardenia Intense โดยล่าสุดได้เผยโฉมกลิ่นใหม่อย่าง Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense น้ำหอมแนวกูร์มองด์โทนอบอุ่นที่ให้ฟีลหวานละมุนกำลังดี มีชีวิตชีวา ผสานไว้ด้วยความแตกต่างที่ลงตัวของส่วนผสมซึ่งเป็นหัวใจหลักดั้งเดิมอย่าง Vanilla Orchid เคล้าไปกับกลิ่นโอโซนของ Salty Ozonic Accord ที่แฝงไปด้วยประกายสดชื่น ก่อนจะค่อยๆ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเบสโน้ตเข้มข้นจาก Dark Cocoa Accord มอบความรู้สึกนุ่มนวลลุ่มลึกราวกับโอบล้อมไว้ด้วยกอดอุ่น ซึ่งกลิ่นหอมใหม่นี้ได้เข้ามาเติมเต็มคอลเล็กชั่นจากรุ่นออริจินัลอย่าง Gucci Flora Gorgeous Orchid โดยนำกลิ่นอุ่นสไตล์แอมเบอร์มายกระดับความเย้ายวนอันเจิดจ้าของ Vanilla Orchid ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เกิดเป็นผลลัพธ์ของความสมดุลอันลงตัวระหว่างความหวานกลมกล่อมและความเปล่งประกายจากท้องทะเล สะท้อนถึงความแข็งแกร่งภายในและพลังอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้สวมใส่นอกจากนี้ยังมาพร้อมคอลเล็กชั่นเมคอัพลิมิเต็ดอิดิชั่น Gucci Flora ใหม่ล่าสุด ที่รังสรรค์ขึ้นผ่านแรงบันดาลใจจากพลังอันสดใสและมีชีวิตชีวาของ Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense โดยหยิบยกเอาความโดดเด่นของกลิ่นหอมใหม่นี้ ไม่ว่าจะเป็น ความครีมมี่สุดเข้มข้น, ประกายโกลว์สีทอง และเสน่ห์อันอบอุ่น มาสร้างสรรค์เป็นคอลเล็กชั่นเมคอัพสุดพิเศษที่ควรค่าแก่การครอบครอง โดยในเซ็ตลิมิเต็ดอิดิชั่น ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์อายพาเลตต์และลิปสติกคู่สวย ได้แก่ Gucci Flora Eye Palette เฉด ‘Sunset Orchid’ ที่จัดเต็มมาถึง 10 สีสันในตลับเดียว ตั้งแต่โทนนิวทรัลสดใสไปจนถึงเฉดเข้มลึก พร้อมด้วยลิปสติก Gucci Flora Rouge de Beauté Brillant สี 122 ‘Eliza Ginger’ ที่มาในเฉดน้ำตาลโทนอุ่น และ สี 130 ‘Elsa Hazel’ สีอัลมอนด์ที่ผสานเบจเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับการออกแบบแพคเกจจิ้งมาใหม่ในลวดลาย Flora อันเป็นเอกลักษณ์ โดยถูก ปกคลุมไปด้วยเถาไม้สีเขียวละเอียดที่ผลิบานด้วยดอกไม้สีชมพู เหลือง และฟ้าอ่อน สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดลุคเมคอัพหลากหลายดุจสวนดอกไม้ที่เปี่ยมจินตนาการโดยภายในงานนอกจากจะได้ดื่มด่ำกับการสำรวจโลกของ Gucci Flora พร้อมทั้งสัมผัสน้ำหอมและเมคอัพจาก Gucci Beauty อย่างครบครันแล้ว ยังเพลิดเพลินไปกับแอคทิวิตี้ต่างๆ ที่จะมาช่วยเติมเต็มประสบการณ์การช้อปของคุณให้น่าประทับใจยิ่งขึ้น อาทิ บริการห่อของขวัญและการสลักชื่ออักษรย่อลงบนไอเทมสุดโปรด พลาดไม่ได้กับมุมถ่ายรูปสุดแสนไอคอนิคบริเวณใจกลางของงานที่ยกเอาขวดน้ำหอม Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense ขนาดยักษ์ มาให้คุณครีเอทท่าโพสคู่กับน้ำหอมขวดสวยได้ตามใจชอบ ท่ามกลางบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยแสงสีทองอร่ามอันบอกเล่าถึงความหอมอบอุ่นของกลิ่นหอมใหม่ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังพบกับสิทธิพิเศษอีกมากมาย เพียงซื้อน้ำหอม Gucci Flora แบบใดก็ได้ รับไปเลย Flower Giveaway กับการ์ด Gucci Flora เปี่ยมสไตล์ที่ดีไซน์ออกมาเป็นทรงขวดน้ำหอม ให้คุณเลือกจับคู่กับช่อดอกไม้แสนหวานหลากสีสัน และปิดท้ายด้วยกิจกรรมที่มาพร้อมเอ็กซ์คลูซีฟไอเทม Gucci Flora Charm เพียงซื้อ Gucci Flora ในขนาด 100 มล. กลิ่นใดก็ได้ รับทันที แอคเซสเซอรี่สุดพิเศษจากกุชชี่ที่มีเฉพาะในงานนี้เท่านั้นโดยสามารถแวะมาช้อปปิ้งและสัมผัสกลิ่นหอมใหม่ของ Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense พร้อมดื่มด่ำไปกับโลก ความงามในแบบฉบับกุชชี่ได้ที่ Gucci Flora Gorgeous Orchid Intense Pop-Up ณ Hall of Fame ชั้น M สยาม พารากอน ตั้งแต่วันนี้ถึง 3 สิงหาคม 2569
พอล แอนด์ โจ เปิดตัวทินต์ลิปเจลใหม่ ถ่ายทอดสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง

เครื่องสำอาง PAUL & JOE (พอล แอนด์ โจ) จากประเทศฝรั่งเศส ถ่ายทอดความงดงามของสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง ผ่าน GEL TINT ROUGE ทินต์ลิปเจลใหม่ มอบสีสันสดใส เนื้อสัมผัสบางเบา ด้วยส่วนผสมของเม็ดสีทินต์สูตรน้ำที่ซึมซาบสู่ริมฝีปากได้อย่างรวดเร็ว ผสานชั้นเคลือบออยล์ใสที่ช่วยล็อกสีให้ติดทน เงางาม พร้อมส่วนผสมบำรุงจากธรรมชาติที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น ให้ริมฝีปากแลดูอิ่มเอิบ ฉ่ำวาวราวผลไม้เคลือบน้ำตาล มีให้เลือก 8 เฉดสี ราคาแท่งละ 1,090 บาท วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ที่เคาน์เตอร์ PAUL & JOE สาขาเซ็นทรัล ชิดลม และเซ็นทรัล เมกาบางนา หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ Shopee และ Lazada
พอล แอนด์ โจ เปิดตัวทินต์ลิปเจลใหม่ ถ่ายทอดสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง
พอล แอนด์ โจ เปิดตัวทินต์ลิปเจลใหม่ ถ่ายทอดสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง เครื่องสำอาง PAUL & JOE (พอล แอนด์ โจ) จากประเทศฝรั่งเศส ถ่ายทอดความงดงามของสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง ผ่าน GEL TINT ROUGE ทินต์ลิปเจลใหม่ มอบสีสันสดใส เนื้อสัมผัสบางเบา ด้วยส่วนผสมของเม็ดสีทินต์สูตรน้ำที่ซึมซาบสู่ริมฝีปากได้อย่างรวดเร็ว ผสานชั้นเคลือบออยล์ใสที่ช่วยล็อกสีให้ติดทน เงางาม พร้อมส่วนผสมบำรุงจากธรรมชาติที่ช่วยเติมความชุ่มชื้น ให้ริมฝีปากแลดูอิ่มเอิบ ฉ่ำวาวราวผลไม้เคลือบน้ำตาล มีให้เลือก 8 เฉดสี ราคาแท่งละ 1,090 บาท วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ที่เคาน์เตอร์ PAUL & JOE สาขาเซ็นทรัล ชิดลม และเซ็นทรัล เมกาบางนา หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ Shopee และ Lazada
เตรียมใจละลาย! Dr.G ชวนแฟนๆ ลุ้นใกล้ชิด Byeon Woo Seok
ในแฟนมีตติ้งครั้งสำคัญกับ 2026 ByeonWooSeok Asia Fanmeeting Tour
<The Secret Library> in Bangkok

Dr.G แบรนด์สกินแคร์อันดับ 1 ในเกาหลี เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในประเทศไทยในฐานะ Sponsor ของงาน 2026 ByeonWooSeok Asia Fanmeeting Tour <The Secret Library> in Bangkok พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ แบรนด์ K-Derma Skincare ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก ผ่านการแต่งตั้ง บยอนอูซอก (Byeon Woo Seok) นักแสดงเกาหลีใต้ชื่อดัง เป็น Global Ambassador ของแบรนด์
ก่อนการเดินทางสู่ประเทศไทย Dr.G ได้สร้างกระแสความสนใจจากการเปิด Dr.G Soothing Repair Lab ณ Olive Young สาขา Seongsu กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ในเดือนมิถุนายม 2569 โดยมี บยอนอูซอก เข้าร่วมงานในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ ที่ได้สร้างปรากฎการณ์ “ซองซูแตก” ได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่ครองใจคนเกาหลีมาอย่างยาวนาน
ล่าสุด Dr.G พร้อมส่งต่อประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับแฟน ๆ ชาวไทย ด้วยการเป็นผู้สนับสนุนของงาน 2026 ByeonWooSeok Asia Fanmeeting Tour <The Secret Library> in Bangkok ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ UOB LIVE, EMSPHERE และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองการกลับมาของบยอนอูซอกในประเทศไทย Dr.G ได้เตรียมของขวัญสุดพิเศษในแฟน ๆ ชาวไทย ผ่านการจัดกิจกรรม "ลุ้นเป็น 40 Lucky Fans" มอบโอกาสให้แฟนคลับของ Dr.G และบยอนอูซอก ได้ร่วมสัมผัสโมเมนต์สุดประทับใจภายในงานแฟนมีตติ้ง โดยผู้โชคดีจำนวน 40 ท่าน จะได้รับบัตรเข้าร่วมงาน มูลค่า 5,000 บาท พร้อมสิทธิประโยชน์มาตรฐาน ได้แก่ Photocard (2 Versions) และ Official Poster
ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ง่ายๆ เพียงซื้อผลิตภัณฑ์ Dr.G ชิ้นใดก็ได้ ขั้นต่ำ 899 บาท ต่อ 1 ใบเสร็จ จากร้านค้าที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 - 27 กรกฎาคม 2569 และจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ผ่านช่องทาง @dr.gthailand ติดตามรายละเอียดและวิธีการลงทะเบียนกิจกรรม เพิ่มเติมได้ที่ LINE OA : @dr.gthailand
การสนับสนุนแฟนมีตติ้งครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ Dr.G ในการเชื่อมโยงการดูแลผิวเข้ากับไลฟ์สไตล์และ K-Culture ภายใต้ความเชื่อว่า “ผิวสุขภาพดีคือจุดเริ่มต้นของความมั่นใจ” พร้อมเดินหน้ารังสรรค์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อ่อนโยนและมีประสิทธิภาพ ที่ได้รับการคิดค้นพัฒนาจากแพทย์ผิวหนังแถวหน้าของประเทศเกาหลีใต้ เพื่อส่งต่อประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
#DrG #DrGThailand #DrGมีอูซอก #NO1สกินแคร์จากเกาหลี
เตรียมใจละลาย! Dr.G ชวนแฟนๆ ลุ้นใกล้ชิด Byeon Woo Seok ในแฟนมีตติ้งครั้งสำคัญกับ 2026 ByeonWooSeok Asia Fanmeeting Tour
เตรียมใจละลาย! Dr.G ชวนแฟนๆ ลุ้นใกล้ชิด Byeon Woo Seok ในแฟนมีตติ้งครั้งสำคัญกับ 2026 ByeonWooSeok Asia Fanmeeting Tour in Bangkok Dr.G แบรนด์สกินแคร์อันดับ 1 ในเกาหลี เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในประเทศไทยในฐานะ Sponsor ของงาน 2026 ByeonWooSeok Asia Fanmeeting Tour in Bangkok พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ แบรนด์ K-Derma Skincare ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก ผ่านการแต่งตั้ง บยอนอูซอก (Byeon Woo Seok) นักแสดงเกาหลีใต้ชื่อดัง เป็น Global Ambassador ของแบรนด์ก่อนการเดินทางสู่ประเทศไทย Dr.G ได้สร้างกระแสความสนใจจากการเปิด Dr.G Soothing Repair Lab ณ Olive Young สาขา Seongsu กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ในเดือนมิถุนายม 2569 โดยมี บยอนอูซอก เข้าร่วมงานในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ ที่ได้สร้างปรากฎการณ์ “ซองซูแตก” ได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ที่ครองใจคนเกาหลีมาอย่างยาวนาน ล่าสุด Dr.G พร้อมส่งต่อประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับแฟน ๆ ชาวไทย ด้วยการเป็นผู้สนับสนุนของงาน 2026 ByeonWooSeok Asia Fanmeeting Tour in Bangkok ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 16 สิงหาคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ UOB LIVE, EMSPHERE และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองการกลับมาของบยอนอูซอกในประเทศไทย Dr.G ได้เตรียมของขวัญสุดพิเศษในแฟน ๆ ชาวไทย ผ่านการจัดกิจกรรม "ลุ้นเป็น 40 Lucky Fans" มอบโอกาสให้แฟนคลับของ Dr.G และบยอนอูซอก ได้ร่วมสัมผัสโมเมนต์สุดประทับใจภายในงานแฟนมีตติ้ง โดยผู้โชคดีจำนวน 40 ท่าน จะได้รับบัตรเข้าร่วมงาน มูลค่า 5,000 บาท พร้อมสิทธิประโยชน์มาตรฐาน ได้แก่ Photocard (2 Versions) และ Official Posterผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ง่ายๆ เพียงซื้อผลิตภัณฑ์ Dr.G ชิ้นใดก็ได้ ขั้นต่ำ 899 บาท ต่อ 1 ใบเสร็จ จากร้านค้าที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 - 27 กรกฎาคม 2569 และจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00 น. ผ่านช่องทาง @dr.gthailand ติดตามรายละเอียดและวิธีการลงทะเบียนกิจกรรม เพิ่มเติมได้ที่ LINE OA : @dr.gthailand การสนับสนุนแฟนมีตติ้งครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ Dr.G ในการเชื่อมโยงการดูแลผิวเข้ากับไลฟ์สไตล์และ K-Culture ภายใต้ความเชื่อว่า “ผิวสุขภาพดีคือจุดเริ่มต้นของความมั่นใจ” พร้อมเดินหน้ารังสรรค์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่อ่อนโยนและมีประสิทธิภาพ ที่ได้รับการคิดค้นพัฒนาจากแพทย์ผิวหนังแถวหน้าของประเทศเกาหลีใต้ เพื่อส่งต่อประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง#DrG #DrGThailand #DrGมีอูซอก #NO1สกินแคร์จากเกาหลี
ฟื้นบำรุงผมเสียระดับซาลอนด้วย Wella Ultimate Repair

Wella Professionals Thailand
แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมชั้นนำในเครือ โอซีซี กรุ๊ป แนะนำ ‘Wella Ultimate Repair’ นวัตกรรมฟื้นบำรุงและซ่อมแซมเส้นผมอย่างล้ำลึก ผสานด้วยส่วนผสม Alpha-Hydroxy Acid (AHA) และ Omega-9 ที่ช่วยฟื้นบำรุงผมเสียจากโครงสร้างเส้นผมภายใน 90 วินาที พร้อมปกป้องเส้นผมจากความเสียหายในชีวิตประจำวัน ให้กลับมาแข็งแรง นุ่มลื่น และเงางาม ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาผมเสีย ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอย่างครบวงจร ได้แก่ Shampoo ราคา 1,100 บาท (250 ml),
Conditioner ราคา 1,150 บาท (200 ml), Mask ราคา 1,300 บาท (150 ml), Miracle Hair Rescue ราคา 2,250 บาท (95 ml), 5-in-1 Protective Leave-In ราคา 1,150 บาท (95 ml) และ Ultimate Repair Night Serum ราคา 2,250 บาท (95 ml) วางจำหน่ายแล้ววันนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Wella Professionals Thailand ทุกแพลตฟอร์ม
ฟื้นบำรุงผมเสียระดับซาลอนด้วย Wella Ultimate Repair
ฟื้นบำรุงผมเสียระดับซาลอนด้วย Wella Ultimate RepairWella Professionals Thailand แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมชั้นนำในเครือ โอซีซี กรุ๊ป แนะนำ ‘Wella Ultimate Repair’ นวัตกรรมฟื้นบำรุงและซ่อมแซมเส้นผมอย่างล้ำลึก ผสานด้วยส่วนผสม Alpha-Hydroxy Acid (AHA) และ Omega-9 ที่ช่วยฟื้นบำรุงผมเสียจากโครงสร้างเส้นผมภายใน 90 วินาที พร้อมปกป้องเส้นผมจากความเสียหายในชีวิตประจำวัน ให้กลับมาแข็งแรง นุ่มลื่น และเงางาม ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาผมเสีย ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอย่างครบวงจร ได้แก่ Shampoo ราคา 1,100 บาท (250 ml), Conditioner ราคา 1,150 บาท (200 ml), Mask ราคา 1,300 บาท (150 ml), Miracle Hair Rescue ราคา 2,250 บาท (95 ml), 5-in-1 Protective Leave-In ราคา 1,150 บาท (95 ml) และ Ultimate Repair Night Serum ราคา 2,250 บาท (95 ml) วางจำหน่ายแล้ววันนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ Wella Professionals Thailand ทุกแพลตฟอร์ม

บี.กริม ฟาร์มา บริษัทด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพชั้นนำของประเทศไทย เดินหน้าต่อยอดองค์ความรู้ด้านสุขภาพและวิทยาศาสตร์สู่การดูแลผิวอย่างยั่งยืน เปิดตัว EXXÉ PRO-AGE ผลิตภัณฑ์สกินแคร์นวัตกรรมใหม่ ‘Natural Repair Intelligence’ จากงานวิจัยไทย โดยทีมวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ และนวัตกรรมการผลิตพร้อมเทคโนโลยีความงามชั้นนำจากเกาหลีใต้ เพื่อส่งมอบแนวทางการดูแลผิวที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความงามภายนอก แต่ให้ความสำคัญกับสุขภาพผิวและคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ บี.กริม ฟาร์มา มุ่งมั่นยกระดับการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพคุณภาพสูงผ่านนวัตกรรม งานวิจัย และมาตรฐานการผลิตระดับสากล โดยเล็งเห็นว่าแนวคิดเรื่อง Healthy Aging และ Skin Longevity กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองการดูแลตัวเองเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่แค่ให้ดูอ่อนเยาว์ แต่รวมถึงให้ผิวมีความสดใส มีพลัง และสุขภาพดีในทุกช่วงวัย จึงต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพสู่การพัฒนานวัตกรรมการดูแลผิวที่มีรากฐานจากวิทยาศาสตร์และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้จริง
คุณคาโรลีน ลิงค์ ประธานร่วม บี.กริม ฟาร์มา กล่าวว่า “บี.กริม ฟาร์มา กำลังสร้างนิยามใหม่ให้แบรนด์ EXXÉ (เอ็กเซ่) โดยก้าวข้ามกรอบของ Anti-Aging แบบเดิมๆ ไปสู่แนวคิด Skin Longevity หรือการสร้างความยั่งยืนให้โครงสร้างผิวแข็งแรงจากภายใน เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ฉลาดเลือกและมองหาผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ‘EXXÉ PRO-AGE RANGE’ เกิดจากความตั้งใจของบี.กริม ฟาร์มา ในการนำองค์ความรู้ด้านสุขภาพและงานวิจัยที่น่าเชื่อถือมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การดูแลผิวของผู้บริโภคไทยอย่างแท้จริง โดยร่วมมือกับทีมนักวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์
จุฬาฯ นำทีมโดยศ.ดร.อัญชลี ทัศนาขจร ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการฟื้นฟูเซลล์ผิวยาวนานกว่า 40 ปี โดยนำองค์ความรู้จากการศึกษาคุณสมบัติของสารคัดหลั่งจากหอยทากบกและกลไกการซ่อมแซมตัวเองตามธรรมชาติมาต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมสกินแคร์กับนวัตกรรม ‘Natural Repair Intelligence’ ขณะเดียวกัน เรายังผสานความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนานวัตกรรมความงามจากประเทศเกาหลีใต้ เพื่อส่งมอบสกินแคร์ที่มีรากฐานจากวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับประสบการณ์การใช้งานระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ ภายใต้ความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อมาตรฐานด้านสุขภาพของ บี.กริม ฟาร์มา (B.GRIMM Pharma) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ บี.กริม กรุ๊ป ที่มีประวัติศาสตร์เคียงคู่สังคมไทยมานานกว่า 148 ปี”
ศ.ดร.อัญชลี ทัศนาขจร ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ร่วมคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ EXXE PRO-AGE กล่าวว่า “ทีมวิจัย ได้มีการทำงานวิจัยกว่า 40 ปี และค้นพบว่าหอยทากไทยในเขตร้อนมี ‘พลังการฟื้นฟู’ ที่เข้มข้นกว่าหอยทากเมืองหนาวหลายเท่า ซึ่งประเทศไทยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัย ของหอยทากกว่า 600 สายพันธุ์ และด้วยสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายทั้งรังสี UV ที่เข้มข้นและเชื้อโรคที่หลากหลาย ทำให้หอยทากไทยต้องผลิต “เมือก” ที่มีสารบำรุงเข้มข้นกว่าหอยทากเมืองหนาวเพื่อปกป้องตัวเอง”
ความร่วมมือกับทาง บี.กริม ฟาร์มา ได้มีนำสารสกัดจาก “หอยทากนวล” ที่เด่นเรื่องความชุ่มชื้น และ “หอยทากสยาม” ที่โดดเด่นเรื่องการซ่อมแซมผิว มาผสานเข้าด้วยกันด้วยกรรมวิธีที่จดสิทธิบัตร เพื่อสร้างมาตรฐาน Best in Class ผลักดันนวัตกรรมไทยสู่ระดับสากล
นอกจากนั้น ได้ผสมผสานเมือกหอยทากเข้ากับสารสกัดจาก “กล้วยไม้ตระกูลหวาย” (Dendrobium) สูตรลับที่สร้างการเสริมฤทธิ์อย่างลงตัว ซึ่งในกล้วยไม้อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มโพลีฟีนอล (Phenolic compounds) และแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) สูงมาก ช่วยปกป้องผิวจากสารอนุมูลอิสระ ช่วยลดการสร้างเม็ดสี เพื่อผิวที่ดู กระจ่างใสและสม่ำเสมอยิ่งขึ้น และมีงานวิจัยรองรับว่าแอนโทไซยานินช่วยสนับสนุนกระบวนการซ่อมแซม DNA ของผิว ที่ถูกทำลายจากแสงแดดและมลภาวะ PM 2.5 ได้
“บี.กริม ฟาร์มา และ ทีมนักวิจัย จาก คณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ มีปรัชญาร่วมกัน คือ Active Concentration หรือการ ใส่สารสำคัญในปริมาณที่เห็นผลจริงตามงานวิจัย ไม่ใช่การใส่เพียงน้อยนิดเพื่อหวังผลทางการตลาด ทีมวิจัยได้จดสิทธิบัตรวิธีการสกัดเมือกหอยทาก จากส่วนแมนเทิล (mantle) ให้ได้ความเข้มข้นสูงสุดและปราศจากเชื้อ และมีการตรวจสอบ ทุกขั้นตอนเพื่อให้มั่นใจว่าสารทุกตัวมีความเข้มข้นในระดับที่ออกฤทธิ์จริง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ระดับ World-class จากทรัพยากรไทย" ศ.ดร.อัญชลี กล่าว
EXXÉ PRO-AGE สกินแคร์ที่ออกแบบมาเพื่อการดูแลผิวอย่างมืออาชีพในทุกช่วงวัย ประกอบด้วย 2 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ EXXÉ PRO-AGE Serum ปลุกพลังผิว ให้ดูอ่อนเยาว์ มีชีวิตชีวา เซรั่ม ช่วยฟื้นบำรุงผิวที่อ่อนล้าจากความเครียดและมลภาวะ ให้กลับมาดูสดใส มีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับผู้ยังไม่มีริ้วรอยลึก ต้องการผิวดูชุ่มชื้นสดใส แข็งแรง ไม่ดูอ่อนล้า และป้องกันการเกิดปัญหาผิว กับแนวคิด ‘Start Young, Stay Young’ และ EXXÉ PRO-AGE+ Serum ที่ให้ผิวยัง (Young) ฟิต ผิวเฟิร์ม สุขภาพดี ชะลอสัญญาณแห่งวัย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวทีมีริ้วรอย หย่อนคล้อย ต้องการผิวเรียบกระชับ ผิวแข็งแรงสุขภาพดีดู อ่อนเยาว์ในทุกช่วงเวลา กับแนวคิด ‘Stay Young and Longevity’
หัวใจสำคัญของ EXXÉ PRO-AGE ทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ คือ นวัตกรรม Natural Repair Intelligence การผสมผสานของเมือกหอยทากจากส่วนท้ายทอย เข้ากับสารสกัดจากกล้วยไม้ตระกูลหวาย (Dendrobium) สูตรลับที่สร้างการเสริมฤทธิ์ อย่างลงตัว เพื่อปกป้องและซ่อมแซมผิวจากธรรมชาติ
โดยสารสกัดจากบริเวณท้ายทอยของหอยทากไทย (Snail Mantle Mucin Extract) เป็นส่วนที่อุดมไปด้วยสารบำรุงตามธรรมชาติ หอยทากไทยที่อาศัยอยู่ในสภาพอากาศเขตร้อนต้องเผชิญกับอุณหภูมิสูง รังสี UV ที่เข้มข้น และเชื้อจุลินทรีย์ที่หลากหลาย จึงมีกลไกการสร้างเมือกเพื่อปกป้องและฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติที่เข้มข้นกว่าหอยทากในเขตหนาว ส่งผลให้ สารสกัดชนิดนี้อุดมไปด้วยสารสำคัญถึง 6 ชนิด ได้แก่
· อัลแลนโทอิน (Allantoin) ช่วยส่งเสริมการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน
· ไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) เติมความชุ่มชื้นและเพิ่มความอิ่มฟูให้ผิว
· ไกลโคลิก แอซิด (Glycolic Acid) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว
· โปรตีน (Protein) เสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างผิว
· คอปเปอร์ (Copper) ช่วยให้ผิวแลดูกระชับและลดเลือนริ้วรอย
· เปปไทด์ (Peptides) ที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
เสริมประสิทธิภาพด้วยสารสกัดจากดอกกล้วยไม้ (Orchid Extract - Dendrobium) ซึ่งอุดมด้วย ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ แอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ช่วยฟื้นบำรุงและปลอบประโลมผิว โพลีแซคคาไรน์ (Polysaccharides) ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้น และวิตามินและแร่ธาตุ (Vitamin & Minerals) ที่ช่วยให้ผิวแลดูเปล่งปลั่ง สุขภาพดี และคงความอ่อนเยาว์ในระยะยาว
โดยในสูตร EXXÉ PRO-AGE+ Serum จะเพิ่มความพิเศษยิ่งขึ้นด้วยการผสาน Encapsulated Collagen Peptide ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของผิวให้ดูเฟิร์มกระชับ อิ่มฟู พร้อม NMN (Nicotinamide Mononucleotide) ช่วยเพิ่มพลังงานระดับเซลล์ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะกับคนมีริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อยต้องการผิวเรียบกระชับ เพื่อผิวแข็งแรงสุขภาพดีดูอ่อนเยาว์ในทุกช่วงเวลา
การเปิดตัว EXXÉ PRO-AGE ในครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ บี.กริม ฟาร์มา ที่ต้องการต่อยอดคุณค่าของงานวิจัยไทยสู่การใช้งานจริง ผ่านความร่วมมือระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงนวัตกรรมที่มีพื้นฐานจากวิทยาศาสตร์และได้รับการพัฒนาขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญชาวไทยที่เข้าใจบริบท สภาพแวดล้อม และความต้องการของคนไทยอย่างแท้จริง
EXXÉ PRO-AGE Serum และ EXXÉ PRO-AGE+ Serum พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ Watsons และ ช่องทางออนไลน์ Shopee, Lazada และ TikTok Shop
บี.กริม ฟาร์มา เปิดตัว EXXÉ PRO-AGE นวัตกรรม Natural Repair Intelligence จากงานวิจัยไทยและนวัตกรรมความงามจากเกาหลี เพื่อการดูแลผิวสวยสุขภาพดีในระยะยาว
บี.กริม ฟาร์มา บริษัทด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพชั้นนำของประเทศไทย เดินหน้าต่อยอดองค์ความรู้ด้านสุขภาพและวิทยาศาสตร์สู่การดูแลผิวอย่างยั่งยืน เปิดตัว EXXÉ PRO-AGE ผลิตภัณฑ์สกินแคร์นวัตกรรมใหม่ ‘Natural Repair Intelligence’ จากงานวิจัยไทย โดยทีมวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ และนวัตกรรมการผลิตพร้อมเทคโนโลยีความงามชั้นนำจากเกาหลีใต้ เพื่อส่งมอบแนวทางการดูแลผิวที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความงามภายนอก แต่ให้ความสำคัญกับสุขภาพผิวและคุณภาพชีวิตในระยะยาวตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจ บี.กริม ฟาร์มา มุ่งมั่นยกระดับการเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพคุณภาพสูงผ่านนวัตกรรม งานวิจัย และมาตรฐานการผลิตระดับสากล โดยเล็งเห็นว่าแนวคิดเรื่อง Healthy Aging และ Skin Longevity กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองการดูแลตัวเองเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่แค่ให้ดูอ่อนเยาว์ แต่รวมถึงให้ผิวมีความสดใส มีพลัง และสุขภาพดีในทุกช่วงวัย จึงต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพสู่การพัฒนานวัตกรรมการดูแลผิวที่มีรากฐานจากวิทยาศาสตร์และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้จริงคุณคาโรลีน ลิงค์ ประธานร่วม บี.กริม ฟาร์มา กล่าวว่า “บี.กริม ฟาร์มา กำลังสร้างนิยามใหม่ให้แบรนด์ EXXÉ (เอ็กเซ่) โดยก้าวข้ามกรอบของ Anti-Aging แบบเดิมๆ ไปสู่แนวคิด Skin Longevity หรือการสร้างความยั่งยืนให้โครงสร้างผิวแข็งแรงจากภายใน เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ฉลาดเลือกและมองหาผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ‘EXXÉ PRO-AGE RANGE’ เกิดจากความตั้งใจของบี.กริม ฟาร์มา ในการนำองค์ความรู้ด้านสุขภาพและงานวิจัยที่น่าเชื่อถือมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การดูแลผิวของผู้บริโภคไทยอย่างแท้จริง โดยร่วมมือกับทีมนักวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ นำทีมโดยศ.ดร.อัญชลี ทัศนาขจร ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการฟื้นฟูเซลล์ผิวยาวนานกว่า 40 ปี โดยนำองค์ความรู้จากการศึกษาคุณสมบัติของสารคัดหลั่งจากหอยทากบกและกลไกการซ่อมแซมตัวเองตามธรรมชาติมาต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรมสกินแคร์กับนวัตกรรม ‘Natural Repair Intelligence’ ขณะเดียวกัน เรายังผสานความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนานวัตกรรมความงามจากประเทศเกาหลีใต้ เพื่อส่งมอบสกินแคร์ที่มีรากฐานจากวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับประสบการณ์การใช้งานระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ ภายใต้ความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อมาตรฐานด้านสุขภาพของ บี.กริม ฟาร์มา (B.GRIMM Pharma) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ บี.กริม กรุ๊ป ที่มีประวัติศาสตร์เคียงคู่สังคมไทยมานานกว่า 148 ปี”ศ.ดร.อัญชลี ทัศนาขจร ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ร่วมคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ EXXE PRO-AGE กล่าวว่า “ทีมวิจัย ได้มีการทำงานวิจัยกว่า 40 ปี และค้นพบว่าหอยทากไทยในเขตร้อนมี ‘พลังการฟื้นฟู’ ที่เข้มข้นกว่าหอยทากเมืองหนาวหลายเท่า ซึ่งประเทศไทยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัย ของหอยทากกว่า 600 สายพันธุ์ และด้วยสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายทั้งรังสี UV ที่เข้มข้นและเชื้อโรคที่หลากหลาย ทำให้หอยทากไทยต้องผลิต “เมือก” ที่มีสารบำรุงเข้มข้นกว่าหอยทากเมืองหนาวเพื่อปกป้องตัวเอง”ความร่วมมือกับทาง บี.กริม ฟาร์มา ได้มีนำสารสกัดจาก “หอยทากนวล” ที่เด่นเรื่องความชุ่มชื้น และ “หอยทากสยาม” ที่โดดเด่นเรื่องการซ่อมแซมผิว มาผสานเข้าด้วยกันด้วยกรรมวิธีที่จดสิทธิบัตร เพื่อสร้างมาตรฐาน Best in Class ผลักดันนวัตกรรมไทยสู่ระดับสากลนอกจากนั้น ได้ผสมผสานเมือกหอยทากเข้ากับสารสกัดจาก “กล้วยไม้ตระกูลหวาย” (Dendrobium) สูตรลับที่สร้างการเสริมฤทธิ์อย่างลงตัว ซึ่งในกล้วยไม้อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มโพลีฟีนอล (Phenolic compounds) และแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) สูงมาก ช่วยปกป้องผิวจากสารอนุมูลอิสระ ช่วยลดการสร้างเม็ดสี เพื่อผิวที่ดู กระจ่างใสและสม่ำเสมอยิ่งขึ้น และมีงานวิจัยรองรับว่าแอนโทไซยานินช่วยสนับสนุนกระบวนการซ่อมแซม DNA ของผิว ที่ถูกทำลายจากแสงแดดและมลภาวะ PM 2.5 ได้“บี.กริม ฟาร์มา และ ทีมนักวิจัย จาก คณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯ มีปรัชญาร่วมกัน คือ Active Concentration หรือการ ใส่สารสำคัญในปริมาณที่เห็นผลจริงตามงานวิจัย ไม่ใช่การใส่เพียงน้อยนิดเพื่อหวังผลทางการตลาด ทีมวิจัยได้จดสิทธิบัตรวิธีการสกัดเมือกหอยทาก จากส่วนแมนเทิล (mantle) ให้ได้ความเข้มข้นสูงสุดและปราศจากเชื้อ และมีการตรวจสอบ ทุกขั้นตอนเพื่อให้มั่นใจว่าสารทุกตัวมีความเข้มข้นในระดับที่ออกฤทธิ์จริง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ระดับ World-class จากทรัพยากรไทย" ศ.ดร.อัญชลี กล่าวEXXÉ PRO-AGE สกินแคร์ที่ออกแบบมาเพื่อการดูแลผิวอย่างมืออาชีพในทุกช่วงวัย ประกอบด้วย 2 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ EXXÉ PRO-AGE Serum ปลุกพลังผิว ให้ดูอ่อนเยาว์ มีชีวิตชีวา เซรั่ม ช่วยฟื้นบำรุงผิวที่อ่อนล้าจากความเครียดและมลภาวะ ให้กลับมาดูสดใส มีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับผู้ยังไม่มีริ้วรอยลึก ต้องการผิวดูชุ่มชื้นสดใส แข็งแรง ไม่ดูอ่อนล้า และป้องกันการเกิดปัญหาผิว กับแนวคิด ‘Start Young, Stay Young’ และ EXXÉ PRO-AGE+ Serum ที่ให้ผิวยัง (Young) ฟิต ผิวเฟิร์ม สุขภาพดี ชะลอสัญญาณแห่งวัย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผิวทีมีริ้วรอย หย่อนคล้อย ต้องการผิวเรียบกระชับ ผิวแข็งแรงสุขภาพดีดู อ่อนเยาว์ในทุกช่วงเวลา กับแนวคิด ‘Stay Young and Longevity’หัวใจสำคัญของ EXXÉ PRO-AGE ทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ คือ นวัตกรรม Natural Repair Intelligence การผสมผสานของเมือกหอยทากจากส่วนท้ายทอย เข้ากับสารสกัดจากกล้วยไม้ตระกูลหวาย (Dendrobium) สูตรลับที่สร้างการเสริมฤทธิ์ อย่างลงตัว เพื่อปกป้องและซ่อมแซมผิวจากธรรมชาติโดยสารสกัดจากบริเวณท้ายทอยของหอยทากไทย (Snail Mantle Mucin Extract) เป็นส่วนที่อุดมไปด้วยสารบำรุงตามธรรมชาติ หอยทากไทยที่อาศัยอยู่ในสภาพอากาศเขตร้อนต้องเผชิญกับอุณหภูมิสูง รังสี UV ที่เข้มข้น และเชื้อจุลินทรีย์ที่หลากหลาย จึงมีกลไกการสร้างเมือกเพื่อปกป้องและฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติที่เข้มข้นกว่าหอยทากในเขตหนาว ส่งผลให้ สารสกัดชนิดนี้อุดมไปด้วยสารสำคัญถึง 6 ชนิด ได้แก่· อัลแลนโทอิน (Allantoin) ช่วยส่งเสริมการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน· ไฮยาลูรอนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) เติมความชุ่มชื้นและเพิ่มความอิ่มฟูให้ผิว· ไกลโคลิก แอซิด (Glycolic Acid) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว· โปรตีน (Protein) เสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างผิว· คอปเปอร์ (Copper) ช่วยให้ผิวแลดูกระชับและลดเลือนริ้วรอย· เปปไทด์ (Peptides) ที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติเสริมประสิทธิภาพด้วยสารสกัดจากดอกกล้วยไม้ (Orchid Extract - Dendrobium) ซึ่งอุดมด้วย ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ แอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ช่วยฟื้นบำรุงและปลอบประโลมผิว โพลีแซคคาไรน์ (Polysaccharides) ช่วยเติมเต็มความชุ่มชื้น และวิตามินและแร่ธาตุ (Vitamin & Minerals) ที่ช่วยให้ผิวแลดูเปล่งปลั่ง สุขภาพดี และคงความอ่อนเยาว์ในระยะยาวโดยในสูตร EXXÉ PRO-AGE+ Serum จะเพิ่มความพิเศษยิ่งขึ้นด้วยการผสาน Encapsulated Collagen Peptide ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของผิวให้ดูเฟิร์มกระชับ อิ่มฟู พร้อม NMN (Nicotinamide Mononucleotide) ช่วยเพิ่มพลังงานระดับเซลล์ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เหมาะกับคนมีริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อยต้องการผิวเรียบกระชับ เพื่อผิวแข็งแรงสุขภาพดีดูอ่อนเยาว์ในทุกช่วงเวลาการเปิดตัว EXXÉ PRO-AGE ในครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ บี.กริม ฟาร์มา ที่ต้องการต่อยอดคุณค่าของงานวิจัยไทยสู่การใช้งานจริง ผ่านความร่วมมือระหว่างภาควิชาการและภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงนวัตกรรมที่มีพื้นฐานจากวิทยาศาสตร์และได้รับการพัฒนาขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญชาวไทยที่เข้าใจบริบท สภาพแวดล้อม และความต้องการของคนไทยอย่างแท้จริงEXXÉ PRO-AGE Serum และ EXXÉ PRO-AGE+ Serum พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ Watsons และ ช่องทางออนไลน์ Shopee, Lazada และ TikTok Shop
‘ฝ้า’ ปัญหาใหญ่ของผิวหน้า กิฟฟารีนแนะปลดล็อกความกังวลใจ
ด้วยตัวช่วยบล็อก ‘ฝ้า’ คืนความมั่นใจให้ผิว

หากเอ่ยถึง ‘ฝ้า’ ก็จะทำให้ตามมาด้วยความกลุ้มใจ กังวลใจ และต้องถอนหายใจกับรอยคล้ำที่เกิดขึ้นบนใบหน้า เพราะนำมาซึ่งความไม่มั่นใจ แม้จะปกปิดได้ด้วยเครื่องสำอาง แต่เพียงแค่ชั่วคราว หลังทำความสะอาดก็กลับสู่ความจริงที่ว่า ‘ฝ้า’ ยังอยู่บนใบหน้าเหมือนเดิม ร่องรอยจากความไม่สม่ำเสมอของสีผิวจากฝ้า ที่ทำให้ใบหน้าดูหมองคล้ำ ดูมีอายุ ดูไม่สดใส กลายเป็นปัญหาผิวที่ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจและการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สีผิวหน้าสม่ำเสมอ และเรียบเนียนมากที่สุด
โดย ‘ฝ้า’ เป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อย ซึ่งเกิดจากการที่เซลล์สร้างเม็ดสี ผลิตเม็ดสีเมลานินมากกว่าปกติ จนเกิดเป็นรอยสีน้ำตาลบนผิวหน้า และยังมีอีกหลายปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดฝ้าทั้ง แสงแดดและรังสี UV แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือ โทรศัพท์มือถือ ฮอร์โมนที่เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น ในช่วงตั้งครรภ์ หรือการใช้ยาคุมกำเนิด รวมไปถึงพันธุกรรม
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้า คือ แสงแดดและแสงจากหน้าจอ แต่ยังมีสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงและชะลอการเกิดฝ้าได้ด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดดแรง การพกอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็น ร่ม หมวก สวมแว่นกันแดดเพื่อป้องกันแสงแดด การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเพียงพอ ที่ช่วยป้องกันรังสี UV ได้ รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อดูแลปัญหาฝ้าที่คอยกวนใจ
กิฟฟารีน (Giffarine) ผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย พร้อมดูแลและคืนความมั่นใจให้ผิว ด้วย ‘Giffarine Premium MelaPro Spotless Serum’ เซรั่มทาฝ้า ที่ช่วยลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำได้หลายระดับ พัฒนาร่วมกับแพทย์ผิวหนัง อัดแน่นสารสำคัญเข้มข้น ที่มีงานวิจัยรองรับด้านการดูแลฝ้า กระ จุดด่างดำ และโดดเด่นด้วยการใช้ Dual Delivery Technology เทคโนโลยีนำส่งสารสำคัญขั้นสูง เพื่อจัดการเม็ดสีผิวที่เป็นต้นเหตุการเกิดฝ้า โดยมีความแม่นยำและลึกถึงต้นตอ ผสานสารสำคัญ 5% Niosomal Tranexon ที่เป็นตัวช่วยระบบนําส่ง ช่วยให้ซึมผ่านผิวได้ดี ไม่ทําลายปราการผิว จัดการฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบไม่ทำร้ายผิว พร้อมด้วย 2% Nanojet Melabrill นวัตกรรมนําส่งสารสำคัญที่แม่นยํา ช่วยให้สารซึมเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น มีความเข้มข้น จัดการเม็ดสีผิวอย่างอ่อนโยน และยังคงประสิทธิภาพสูงสุด
เซรั่มทาฝ้าที่จัดการครบทุกสาเหตุปัญหาฝ้า สามารถหยุดวงจรการเกิดฝ้าตั้งแต่ต้นตอ โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ลดเลือนฝ้าเก่า ป้องกันฝ้าใหม่ ด้วย 4 Step โดยหยุดสัญญาณผิวหมองคล้ำตั้งแต่เริ่มต้น ดูแลสมดุลเม็ดสี บล็อกความหมองคล้ำ และ ผลัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ ที่สำคัญหลังหยุดใช้ไม่ Re-Bound (ปรากฏการณ์ฝ้าตีกลับ) หมายถึง การเกิดฝ้าที่เข้มขึ้นกว่าเดิม โดยสามารถทา Giffarine Premium MelaPro Spotless Serum บาง ๆ บนผิวหน้า เฉพาะบริเวณที่มีฝ้า กระ จุดด่างดำ และหลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา ใช้ได้เป็นประจำทุกวันทั้งเช้าและเย็น โดยช่วงเช้าควรใช้คู่กับครีมกันแดดในปริมาณที่เพียงพอ สำหรับช่วงเย็นควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ร่วมด้วย และควรสลับเวลาการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี, Retinoids หรือ สารที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA, PHA กับการใช้ Giffarine Premium MelaPro Spotless Serum เช่น ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีในช่วงเช้า ให้สลับใช้ Giffarine Premium MelaPro Spotless Serum ในช่วงกลางคืน
แม้จะเป็นฝ้า แต่อย่าเพิ่งถอดใจ เมื่อมีความเข้าใจถึงสาเหตุ วิธีป้องกันและดูแลเพื่อลดเลือนฝ้าอย่างถูกต้อง ก็สามารถกู้ผิวที่สดใสกลับคืนมาได้ เซรั่มทาฝ้าที่จะมาดูแลปัญหาฝ้ากวนใจ ให้กลายเป็นร่องรอยของอดีตที่ถูกบล็อก ดูแลผิวที่มีจุดหมองคล้ำให้แลดูกระจ่างใส สีผิวดูสม่ำเสมอ เสริมความมั่นใจเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ
‘ฝ้า’ ปัญหาใหญ่ของผิวหน้า กิฟฟารีนแนะปลดล็อกความกังวลใจ ด้วยตัวช่วยบล็อก ‘ฝ้า’ คืนความมั่นใจให้ผิว
‘ฝ้า’ ปัญหาใหญ่ของผิวหน้า กิฟฟารีนแนะปลดล็อกความกังวลใจด้วยตัวช่วยบล็อก ‘ฝ้า’ คืนความมั่นใจให้ผิวหากเอ่ยถึง ‘ฝ้า’ ก็จะทำให้ตามมาด้วยความกลุ้มใจ กังวลใจ และต้องถอนหายใจกับรอยคล้ำที่เกิดขึ้นบนใบหน้า เพราะนำมาซึ่งความไม่มั่นใจ แม้จะปกปิดได้ด้วยเครื่องสำอาง แต่เพียงแค่ชั่วคราว หลังทำความสะอาดก็กลับสู่ความจริงที่ว่า ‘ฝ้า’ ยังอยู่บนใบหน้าเหมือนเดิม ร่องรอยจากความไม่สม่ำเสมอของสีผิวจากฝ้า ที่ทำให้ใบหน้าดูหมองคล้ำ ดูมีอายุ ดูไม่สดใส กลายเป็นปัญหาผิวที่ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจและการดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สีผิวหน้าสม่ำเสมอ และเรียบเนียนมากที่สุดโดย ‘ฝ้า’ เป็นปัญหาผิวที่พบได้บ่อย ซึ่งเกิดจากการที่เซลล์สร้างเม็ดสี ผลิตเม็ดสีเมลานินมากกว่าปกติ จนเกิดเป็นรอยสีน้ำตาลบนผิวหน้า และยังมีอีกหลายปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดฝ้าทั้ง แสงแดดและรังสี UV แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือ โทรศัพท์มือถือ ฮอร์โมนที่เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น ในช่วงตั้งครรภ์ หรือการใช้ยาคุมกำเนิด รวมไปถึงพันธุกรรมหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้า คือ แสงแดดและแสงจากหน้าจอ แต่ยังมีสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงและชะลอการเกิดฝ้าได้ด้วยการหลีกเลี่ยงแสงแดดแรง การพกอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็น ร่ม หมวก สวมแว่นกันแดดเพื่อป้องกันแสงแดด การทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเพียงพอ ที่ช่วยป้องกันรังสี UV ได้ รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อดูแลปัญหาฝ้าที่คอยกวนใจกิฟฟารีน (Giffarine) ผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย พร้อมดูแลและคืนความมั่นใจให้ผิว ด้วย ‘Giffarine Premium MelaPro Spotless Serum’ เซรั่มทาฝ้า ที่ช่วยลดเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำได้หลายระดับ พัฒนาร่วมกับแพทย์ผิวหนัง อัดแน่นสารสำคัญเข้มข้น ที่มีงานวิจัยรองรับด้านการดูแลฝ้า กระ จุดด่างดำ และโดดเด่นด้วยการใช้ Dual Delivery Technology เทคโนโลยีนำส่งสารสำคัญขั้นสูง เพื่อจัดการเม็ดสีผิวที่เป็นต้นเหตุการเกิดฝ้า โดยมีความแม่นยำและลึกถึงต้นตอ ผสานสารสำคัญ 5% Niosomal Tranexon ที่เป็นตัวช่วยระบบนําส่ง ช่วยให้ซึมผ่านผิวได้ดี ไม่ทําลายปราการผิว จัดการฝ้า กระ จุดด่างดำ แบบไม่ทำร้ายผิว พร้อมด้วย 2% Nanojet Melabrill นวัตกรรมนําส่งสารสำคัญที่แม่นยํา ช่วยให้สารซึมเข้าสู่ผิวได้มากขึ้น มีความเข้มข้น จัดการเม็ดสีผิวอย่างอ่อนโยน และยังคงประสิทธิภาพสูงสุดเซรั่มทาฝ้าที่จัดการครบทุกสาเหตุปัญหาฝ้า สามารถหยุดวงจรการเกิดฝ้าตั้งแต่ต้นตอ โดดเด่นด้วยนวัตกรรม ลดเลือนฝ้าเก่า ป้องกันฝ้าใหม่ ด้วย 4 Step โดยหยุดสัญญาณผิวหมองคล้ำตั้งแต่เริ่มต้น ดูแลสมดุลเม็ดสี บล็อกความหมองคล้ำ และ ผลัดเซลล์ผิวเก่า เผยผิวใหม่ ที่สำคัญหลังหยุดใช้ไม่ Re-Bound (ปรากฏการณ์ฝ้าตีกลับ) หมายถึง การเกิดฝ้าที่เข้มขึ้นกว่าเดิม โดยสามารถทา Giffarine Premium MelaPro Spotless Serum บาง ๆ บนผิวหน้า เฉพาะบริเวณที่มีฝ้า กระ จุดด่างดำ และหลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา ใช้ได้เป็นประจำทุกวันทั้งเช้าและเย็น โดยช่วงเช้าควรใช้คู่กับครีมกันแดดในปริมาณที่เพียงพอ สำหรับช่วงเย็นควรใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ร่วมด้วย และควรสลับเวลาการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี, Retinoids หรือ สารที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว เช่น AHA, BHA, PHA กับการใช้ Giffarine Premium MelaPro Spotless Serum เช่น ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีในช่วงเช้า ให้สลับใช้ Giffarine Premium MelaPro Spotless Serum ในช่วงกลางคืนแม้จะเป็นฝ้า แต่อย่าเพิ่งถอดใจ เมื่อมีความเข้าใจถึงสาเหตุ วิธีป้องกันและดูแลเพื่อลดเลือนฝ้าอย่างถูกต้อง ก็สามารถกู้ผิวที่สดใสกลับคืนมาได้ เซรั่มทาฝ้าที่จะมาดูแลปัญหาฝ้ากวนใจ ให้กลายเป็นร่องรอยของอดีตที่ถูกบล็อก ดูแลผิวที่มีจุดหมองคล้ำให้แลดูกระจ่างใส สีผิวดูสม่ำเสมอ เสริมความมั่นใจเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ
“HEAD & SHOULDERS CLINICAL STRENGTH” เปิดตัวนวัตกรรมดูแลหนังศีรษะ 3 สูตรใหม่ที่มี Selenium Sulfide 1% ขจัดรังแคซ้ำซากสูงถึง 100%^ พร้อมเปิดความเข้าใจใหม่ร่วมกับ “หมออร-อรอุมา” และ “เอิร์ธฐา” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ชี้สุขภาพหนังศีรษะที่ดีคือจุดเริ่มต้นของความมั่นใจ!!
การมีรังแคบนหนังศีรษะจะไม่ใช่เรื่องที่ต้องอับอายอีกต่อไป เพราะแท้จริงแล้วรังแคเป็นภาวะของหนังศีรษะที่เกิดจากกลไกทางชีววิทยาของร่างกาย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศทุกวัย แม้จะดูแลความสะอาดอย่างดีแล้วก็ตาม และแม้รังแคจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมและจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการดูแลที่เหมาะสมและต่อเนื่อง
“HEAD & SHOULDERS” แบรนด์แชมพูขจัดรังแคอันดับ 1 ของโลก และแบรนด์ที่แพทย์ผิวหนังแนะนำให้เลือกใช้มากที่สุด ได้เปิดเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับปัญหารังแคผ่านการเสวนาหัวข้อ “From Flakes to Facts: รังแคเป็นปัญหาของหนังศีรษะ ไม่ใช่สิ่งที่น่าอาย” เพื่อพลิกโฉมความเข้าใจผิด ๆ ของสังคม พร้อมเปิดตัวโซลูชันล่าสุดที่จะช่วยทลายข้อจำกัดเดิม ๆ ในการดูแล หนังศีรษะสำหรับคนที่มีปัญหารังแคเกิดซ้ำซากมาอย่างยาวนาน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลายคนเข้าใจผิดกันว่ารังแคเกิดจากสุขอนามัยที่ไม่ดี หรือการรักษาความสะอาดบนหนังศีรษะไม่เพียงพอ ซึ่งมีผลต่อความมั่นใจ และการใช้ชีวิตในสังคมเป็นอย่างมาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว “รังแคคือภาวะความผิดปกติของหนังศีรษะที่เกิดจากกลไกทางชีววิทยา และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน” โดยมีปัจจัยร่วม 3 อย่างได้แก่
1. Malassezia globosa: จุลินทรีย์ธรรมชาติบนหนังศีรษะของทุกคน
2. Scalp Oil (Sebum): น้ำมันที่หนังศีรษะผลิตออกมา
3. Individual Susceptibility: ความไวต่อการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคล
เมื่อปัจจัยเหล่านี้ทำงานร่วมกันจึงเป็นเหตุกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองและเร่งการผลัด เซลล์ผิวจนกลายเป็นสะเก็ดรังแค ดังนั้นรังแคจึงจัดเป็นภาวะเรื้อรังเช่นเดียวกับโรคทางกายทั่วไปที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถ “ควบคุมและจัดการได้” ในระยะยาวผ่านการดูแลอย่างต่อเนื่อง ผลการศึกษาทางคลินิกพบว่า เมื่อหยุดใช้แชมพูขจัดรังแคและกลับไปใช้แชมพูทั่วไป เชื้อ Malassezia และตัวชี้วัดการอักเสบบนหนังศีรษะจะเริ่มเพิ่มขึ้นภายใน 17 วัน และภายใน 28 วัน หนังศีรษะมีแนวโน้มกลับเข้าสู่ภาวะรังแคอีกครั้ง
ปัญหารังแคไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของหนังศีรษะ แต่ยังส่งผลต่อความมั่นใจและสุขภาวะทางอารมณ์ของผู้คนจำนวนมาก ตั้งแต่ความกังวลเมื่อต้องสวมเสื้อผ้าสีเข้ม ความไม่มั่นใจในการเข้าสังคม ไปจนถึงการถูกรบกวนสมาธิในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ซึ่งล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในแต่ละวัน
ซึ่ง “คุณชิดชนก อมรมนัส” P&G Haircare Brand Director กล่าวว่า “เราศึกษาเชิงลึกถึงพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่า หลายคนไม่ได้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์เพราะคิดว่ารังแคหายขาดแล้วเพียงอย่างเดียว แต่หลายครั้งผู้บริโภคไม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์รังแคอย่างต่อเนื่อง เพราะมีประสบการณ์ที่ไม่ดี ทั้งเรื่องกลิ่น และผลลัพธ์ของเส้นผม ดังนั้นเราจึงออกแบบผลิตภัณฑ์ “HEAD & SHOULDERS CLINICAL STRENGTH” นี้ขึ้นมา เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อผู้บริโภคอย่างตรงจุดมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของกลิ่น หรือฟอง ความสำคัญที่สุดคือเรากำลังมอบประสบการณ์ที่ดี เพื่อให้ผู้บริโภคอยากใช้ผลิตภัณฑ์รักษารังแคอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมรังแคไม่ให้กลับเกิดซ้ำได้อีกค่ะ”
โดยมี “คุณหมออร-พญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ และผู้ริเริ่มแนวคิด Hair Longevity กล่าวว่า “จริงๆ แล้วการที่คนเรามีรังแคมัน ไม่ได้เกิดจากการที่เรารักษาความสะอาดไม่ดีนะคะ แต่มันม์การทำงานร่วมกันของปัจจัยอื่นๆ ถึงสามอย่างด้วยกันเรียกสันๆ ว่า Dandruf Causality Triangle แบ่งเป็นปัจจัยแรกคือ Malassezia Globosa ปัจจัยต่อมาคือ Sebum หรือน้ำมันค่ะ ส่วนปัจจัยสุดท้ายคือ Individual Susceptibility เมื่อทั้งสามปัจจัยหลักทำงานพร้อมกัน ก็ทำให้เกิดอาการระคายเคือง จนมีการผลัดเซลล์ผิวที่เร็วกว่าปกติ สุดท้ายจึงก่อ ให้เกิดรังแคขึ้นได้ค่ะ"
ด้าน “เอิร์ธฐา-อติรุจ อาษาศึก” กล่าวเสริมว่า “รังแคเป็นสภาวะที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่เราสามารถรู้ถึงต้นเหตุของปัญหาได้อย่างที่คุณหมออรกล่าวไว้ หากเราใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม รักษาและดูแลถูกจุด ปัจจัยต่างๆ จะถูกควบคุม อาการรังแคก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่หากเราไม่ดูแลอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยกระตุ้นทั้งสามอย่างที่บอกไปก่อนหน้าก็จะสร้างปริมาณจุลินทรีย์ จนเกิดการอักเสบ และผลัดเซลล์ผิวเรื่อยๆ ทำให้มีโอกาสกลับมาเป็นรังแคได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เวลา และใส่ใจในการดูแลอย่างต่อเนื่องครับ”
เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหารังแครุนแรง เรื้อรัง และเกิดซ้ำซาก (ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 20 ของคนไทย) Head & Shoulders จึงพัฒนา “HEAD & SHOULDERS CLINICAL STRENGTH” ภายใต้แนวคิด Efficacy + Delight ที่ผสานทั้งประสิทธิภาพในการจัดการต้นเหตุของรังแคและประสบการณ์การใช้ที่เหนือกว่า ด้วย Selenium Sulfide 1% หนึ่งในสารขจัดรังแคประสิทธิภาพสูง พร้อมมอบสัมผัสการสระผมที่น่าใช้ด้วยกลิ่นหอมไม่ฉุน ฟองนุ่มละเอียด และผมนุ่มสลวยไม่แห้งกระด้าง
“HEAD & SHOULDERS” มุ่งหวังให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจที่ถูกต้องว่ารังแคเป็นภาวะของหนังศีรษะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เราจึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสานทั้งประสิทธิภาพในการจัดการรังแคและประสบการณ์การใช้ที่ดี เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถดูแลหนังศีรษะได้อย่างต่อเนื่องและกลับมามั่นใจในทุกวันอีกครั้ง
ร่วมสัมผัสประสบการณ์การดูแลหนังศีรษะที่ผสานทั้งประสิทธิภาพและความสบายในการใช้กับ “HEAD & SHOULDERS CLINICAL STRENGTH” ได้แล้ววันนี้ที่ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ เพราะเมื่อเข้าใจต้นเหตุของรังแคอย่างถูกต้อง การดูแลหนังศีรษะอย่างต่อเนื่องก็สามารถช่วยให้ทุกคนกลับมามั่นใจได้อีกครั้งในทุกวัน และนี่คือเป้าหมายสำคัญของ Head & Shoulders ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการขจัดรังแค แต่ต้องการช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น ขจัดรังแคที่เกิดซ้ำซาก สูงถึง 100%^ ผลทดสอบทางคลินิกโดย Beijing Sino-German Union Cosmetic ประเทศจีน มี.ค.- พ.ย. 2562 ในอาสาสมัคร 166 คน, รังแคที่มองเห็นได้เมื่อใช้ต่อเนื่อง
#HeadandShouldersClinical #HeadandShouldersTH #ขจัดรังแคที่เกิดซ้ำซากสูงถึง100เปอร์เซ็นต์
“HEAD & SHOULDERS CLINICAL STRENGTH” เปิดตัวนวัตกรรมดูแลหนังศีรษะ 3 สูตรใหม่ที่มี Selenium Sulfide 1% ขจัดรังแคซ้ำซากสูงถึง 100%
“HEAD & SHOULDERS CLINICAL STRENGTH” เปิดตัวนวัตกรรมดูแลหนังศีรษะ 3 สูตรใหม่ที่มี Selenium Sulfide 1% ขจัดรังแคซ้ำซากสูงถึง 100%^ พร้อมเปิดความเข้าใจใหม่ร่วมกับ “หมออร-อรอุมา” และ “เอิร์ธฐา” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ชี้สุขภาพหนังศีรษะที่ดีคือจุดเริ่มต้นของความมั่นใจ!!การมีรังแคบนหนังศีรษะจะไม่ใช่เรื่องที่ต้องอับอายอีกต่อไป เพราะแท้จริงแล้วรังแคเป็นภาวะของหนังศีรษะที่เกิดจากกลไกทางชีววิทยาของร่างกาย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศทุกวัย แม้จะดูแลความสะอาดอย่างดีแล้วก็ตาม และแม้รังแคจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมและจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการดูแลที่เหมาะสมและต่อเนื่อง“HEAD & SHOULDERS” แบรนด์แชมพูขจัดรังแคอันดับ 1 ของโลก และแบรนด์ที่แพทย์ผิวหนังแนะนำให้เลือกใช้มากที่สุด ได้เปิดเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับปัญหารังแคผ่านการเสวนาหัวข้อ “From Flakes to Facts: รังแคเป็นปัญหาของหนังศีรษะ ไม่ใช่สิ่งที่น่าอาย” เพื่อพลิกโฉมความเข้าใจผิด ๆ ของสังคม พร้อมเปิดตัวโซลูชันล่าสุดที่จะช่วยทลายข้อจำกัดเดิม ๆ ในการดูแล หนังศีรษะสำหรับคนที่มีปัญหารังแคเกิดซ้ำซากมาอย่างยาวนานตลอดหลายปีที่ผ่านมา หลายคนเข้าใจผิดกันว่ารังแคเกิดจากสุขอนามัยที่ไม่ดี หรือการรักษาความสะอาดบนหนังศีรษะไม่เพียงพอ ซึ่งมีผลต่อความมั่นใจ และการใช้ชีวิตในสังคมเป็นอย่างมาก แต่ในความเป็นจริงแล้ว “รังแคคือภาวะความผิดปกติของหนังศีรษะที่เกิดจากกลไกทางชีววิทยา และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน” โดยมีปัจจัยร่วม 3 อย่างได้แก่1. Malassezia globosa: จุลินทรีย์ธรรมชาติบนหนังศีรษะของทุกคน2. Scalp Oil (Sebum): น้ำมันที่หนังศีรษะผลิตออกมา3. Individual Susceptibility: ความไวต่อการตอบสนองของร่างกายแต่ละบุคคลเมื่อปัจจัยเหล่านี้ทำงานร่วมกันจึงเป็นเหตุกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองและเร่งการผลัด เซลล์ผิวจนกลายเป็นสะเก็ดรังแค ดังนั้นรังแคจึงจัดเป็นภาวะเรื้อรังเช่นเดียวกับโรคทางกายทั่วไปที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถ “ควบคุมและจัดการได้” ในระยะยาวผ่านการดูแลอย่างต่อเนื่อง ผลการศึกษาทางคลินิกพบว่า เมื่อหยุดใช้แชมพูขจัดรังแคและกลับไปใช้แชมพูทั่วไป เชื้อ Malassezia และตัวชี้วัดการอักเสบบนหนังศีรษะจะเริ่มเพิ่มขึ้นภายใน 17 วัน และภายใน 28 วัน หนังศีรษะมีแนวโน้มกลับเข้าสู่ภาวะรังแคอีกครั้งปัญหารังแคไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของหนังศีรษะ แต่ยังส่งผลต่อความมั่นใจและสุขภาวะทางอารมณ์ของผู้คนจำนวนมาก ตั้งแต่ความกังวลเมื่อต้องสวมเสื้อผ้าสีเข้ม ความไม่มั่นใจในการเข้าสังคม ไปจนถึงการถูกรบกวนสมาธิในช่วงเวลาสำคัญของชีวิต ซึ่งล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในแต่ละวันซึ่ง “คุณชิดชนก อมรมนัส” P&G Haircare Brand Director กล่าวว่า “เราศึกษาเชิงลึกถึงพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่า หลายคนไม่ได้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์เพราะคิดว่ารังแคหายขาดแล้วเพียงอย่างเดียว แต่หลายครั้งผู้บริโภคไม่สามารถใช้ผลิตภัณฑ์รังแคอย่างต่อเนื่อง เพราะมีประสบการณ์ที่ไม่ดี ทั้งเรื่องกลิ่น และผลลัพธ์ของเส้นผม ดังนั้นเราจึงออกแบบผลิตภัณฑ์ “HEAD & SHOULDERS CLINICAL STRENGTH” นี้ขึ้นมา เพื่อให้ตอบโจทย์ต่อผู้บริโภคอย่างตรงจุดมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของกลิ่น หรือฟอง ความสำคัญที่สุดคือเรากำลังมอบประสบการณ์ที่ดี เพื่อให้ผู้บริโภคอยากใช้ผลิตภัณฑ์รักษารังแคอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมรังแคไม่ให้กลับเกิดซ้ำได้อีกค่ะ”โดยมี “คุณหมออร-พญ.อรอุมา พันธ์อภิวัฒน์” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ และผู้ริเริ่มแนวคิด Hair Longevity กล่าวว่า “จริงๆ แล้วการที่คนเรามีรังแคมัน ไม่ได้เกิดจากการที่เรารักษาความสะอาดไม่ดีนะคะ แต่มันม์การทำงานร่วมกันของปัจจัยอื่นๆ ถึงสามอย่างด้วยกันเรียกสันๆ ว่า Dandruf Causality Triangle แบ่งเป็นปัจจัยแรกคือ Malassezia Globosa ปัจจัยต่อมาคือ Sebum หรือน้ำมันค่ะ ส่วนปัจจัยสุดท้ายคือ Individual Susceptibility เมื่อทั้งสามปัจจัยหลักทำงานพร้อมกัน ก็ทำให้เกิดอาการระคายเคือง จนมีการผลัดเซลล์ผิวที่เร็วกว่าปกติ สุดท้ายจึงก่อ ให้เกิดรังแคขึ้นได้ค่ะ"ด้าน “เอิร์ธฐา-อติรุจ อาษาศึก” กล่าวเสริมว่า “รังแคเป็นสภาวะที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่เราสามารถรู้ถึงต้นเหตุของปัญหาได้อย่างที่คุณหมออรกล่าวไว้ หากเราใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม รักษาและดูแลถูกจุด ปัจจัยต่างๆ จะถูกควบคุม อาการรังแคก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่หากเราไม่ดูแลอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยกระตุ้นทั้งสามอย่างที่บอกไปก่อนหน้าก็จะสร้างปริมาณจุลินทรีย์ จนเกิดการอักเสบ และผลัดเซลล์ผิวเรื่อยๆ ทำให้มีโอกาสกลับมาเป็นรังแคได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เวลา และใส่ใจในการดูแลอย่างต่อเนื่องครับ”เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหารังแครุนแรง เรื้อรัง และเกิดซ้ำซาก (ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 20 ของคนไทย) Head & Shoulders จึงพัฒนา “HEAD & SHOULDERS CLINICAL STRENGTH” ภายใต้แนวคิด Efficacy + Delight ที่ผสานทั้งประสิทธิภาพในการจัดการต้นเหตุของรังแคและประสบการณ์การใช้ที่เหนือกว่า ด้วย Selenium Sulfide 1% หนึ่งในสารขจัดรังแคประสิทธิภาพสูง พร้อมมอบสัมผัสการสระผมที่น่าใช้ด้วยกลิ่นหอมไม่ฉุน ฟองนุ่มละเอียด และผมนุ่มสลวยไม่แห้งกระด้าง“HEAD & SHOULDERS” มุ่งหวังให้ผู้บริโภคมีความเข้าใจที่ถูกต้องว่ารังแคเป็นภาวะของหนังศีรษะที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และสามารถจัดการได้อย่างเหมาะสม เราจึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสานทั้งประสิทธิภาพในการจัดการรังแคและประสบการณ์การใช้ที่ดี เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถดูแลหนังศีรษะได้อย่างต่อเนื่องและกลับมามั่นใจในทุกวันอีกครั้งร่วมสัมผัสประสบการณ์การดูแลหนังศีรษะที่ผสานทั้งประสิทธิภาพและความสบายในการใช้กับ “HEAD & SHOULDERS CLINICAL STRENGTH” ได้แล้ววันนี้ที่ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ เพราะเมื่อเข้าใจต้นเหตุของรังแคอย่างถูกต้อง การดูแลหนังศีรษะอย่างต่อเนื่องก็สามารถช่วยให้ทุกคนกลับมามั่นใจได้อีกครั้งในทุกวัน และนี่คือเป้าหมายสำคัญของ Head & Shoulders ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการขจัดรังแค แต่ต้องการช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น ขจัดรังแคที่เกิดซ้ำซาก สูงถึง 100%^ ผลทดสอบทางคลินิกโดย Beijing Sino-German Union Cosmetic ประเทศจีน มี.ค.- พ.ย. 2562 ในอาสาสมัคร 166 คน, รังแคที่มองเห็นได้เมื่อใช้ต่อเนื่อง#HeadandShouldersClinical #HeadandShouldersTH #ขจัดรังแคที่เกิดซ้ำซากสูงถึง100เปอร์เซ็นต์
รับมือหน้าฝนอย่างมั่นใจ เคล็ดลับดูแลตัวเองให้สดชื่น ไร้กังวลเรื่องกลิ่นกาย
เช้าวันทำงานที่ฝนตก หลายคนคงคุ้นเคยกับภาพการวิ่งหลบฝน ขึ้นรถไฟฟ้าที่แน่นไปด้วยผู้คน ก่อนเดินเข้าห้องประชุมทั้งที่เสื้อผ้ายังชื้นเล็กน้อย แม้จะไม่ใช่วันที่อากาศร้อนจัด แต่ความชื้นในอากาศกลับทำให้รู้สึกเหนียวตัว เหงื่อออกง่าย และไม่สดชื่นอย่างที่ควร นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม "ฤดูฝน" จึงไม่ใช่แค่ฤดูของร่มและรองเท้ากันน้ำ แต่ยังเป็นฤดูที่หลายคนต้องรับมือกับความอับชื้นและกลิ่นกายมากกว่าปกติ

ในความเป็นจริง เหงื่อไม่ใช่ต้นเหตุของกลิ่นกาย หากแต่เกิดจากแบคทีเรียบนผิวหนังที่ทำปฏิกิริยากับเหงื่อ โดยเฉพาะเมื่อร่างกายอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนและชื้นเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถสาธารณะ การต้องใส่รองเท้าที่เปียกจากฝน หรือการสวมเสื้อผ้าที่แห้งไม่สนิท ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ความมั่นใจลดลงได้โดยไม่รู้ตัว
เมื่อ "ความอับชื้น" กระทบมากกว่าความรู้สึกไม่สบายตัว
สำหรับผู้หญิง ความกังวลไม่ได้มีเพียงเรื่องกลิ่นกาย แต่ยังรวมถึงเหงื่อที่ทำให้เสื้อผ้าเปียกเป็นวง ความเหนียวเหนอะหนะระหว่างวัน และผิวใต้วงแขนที่อาจดูหมองคล้ำจากการโกน ถอน หรือการเสียดสี จึงไม่แปลกที่ผู้หญิงยุคใหม่จะมองหาการดูแลที่ครบทั้งเรื่องความสดชื่นและการบำรุงผิวไปพร้อมกัน

ด้านผู้ชาย นอกจากเรื่องกลิ่นกายแล้ว อีกหนึ่ง Pain Point ที่หลายคนคุ้นเคยคือคราบเหลืองบนเสื้อสีขาวและคราบขาวบนเสื้อสีดำ ซึ่งอาจทำให้ลุคที่ตั้งใจแต่งมาอย่างดีกลับดูไม่เนี้ยบ โดยเฉพาะในวันที่ต้องพบลูกค้า ประชุม หรือออกงานสำคัญ เพราะบุคลิกภาพที่ดี เริ่มต้นจากรายละเอียดเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม
แม้จะหลีกเลี่ยงสภาพอากาศไม่ได้ แต่เราสามารถลดโอกาสเกิดความอับชื้นและกลิ่นกายได้ด้วยการปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน
5 ทิปส์ง่าย ๆ ที่ช่วยให้สดชื่นและมั่นใจตลอดวัน
เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
เนื้อผ้าที่โปร่งสบายและแห้งไวช่วยลดการสะสมของเหงื่อ ทำให้รู้สึกสบายตัวแม้ต้องเดินทางหรือทำกิจกรรมตลอดวัน
อย่าปล่อยให้ความเปียกชื้นอยู่กับตัวนานเกินไป หากเสื้อผ้าหรือรองเท้าเปียกจากฝน ควรเปลี่ยนโดยเร็ว เพราะความอับชื้นเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการสะสมของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของกลิ่นอับ
เติมความสดชื่นระหว่างวัน
พกทิชชูเปียกหรือผ้าเช็ดหน้าสะอาดไว้ซับเหงื่อ พร้อมดื่มน้ำให้เพียงพอ จะช่วยลดความเหนียวเหนอะหนะและทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น อย่าลืมดูแลผิวใต้วงแขน ผิวบริเวณนี้ต้องเผชิญทั้งเหงื่อ การเสียดสี และการกำจัดขนเป็นประจำ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบำรุงผิวควบคู่ไปกับการระงับกลิ่นกาย จะช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและสุขภาพดีขึ้น
เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง
เพราะความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนให้ความสำคัญกับการดูแลผิวใต้วงแขน ขณะที่บางคนต้องการปกป้องเสื้อผ้าจากคราบ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์จึงช่วยให้ดูแลตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ตัวช่วยที่ทำให้ทุกวันของฤดูฝนเต็มไปด้วยความมั่นใจ

สำหรับผู้หญิงที่ต้องการทั้งการปกป้องกลิ่นกายและการบำรุงผิวใต้วงแขน นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไบรท์ เรเดียนท์ แอนด์ สมูท มีให้เลือกทั้งแบบสเปรย์และโรลออน โดยผสานวิตามินซีเข้มข้นและ AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ฟื้นบำรุงผิวใต้วงแขนที่ดูหมองคล้ำให้ดูกระจ่างใสขึ้น พร้อมลดเหงื่อและระงับกลิ่นกายยาวนานถึง 72 ชั่วโมง อีกทั้งยังอ่อนโยนต่อผิวด้วยสูตร 0% แอลกอฮอล์

สำหรับผู้ชายที่ต้องการดูดีตั้งแต่บุคลิกไปจนถึงเสื้อผ้า นีเวีย เมน แบล็ค แอนด์ ไวท์ อินวิซิเบิ้ล มาพร้อม Dual Shield Technology ที่ช่วยลดเหงื่อและระงับกลิ่นกายยาวนาน 72 ชั่วโมง พร้อมลดการเกิดคราบเหลืองบนเสื้อสีขาวและคราบขาวบนเสื้อสีดำ ให้สวมใส่เสื้อผ้าได้อย่างมั่นใจทุกสีทุกโอกาส เติมเต็มด้วยกลิ่นหอมใหม่ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น และหัวโรลออนที่ออกแบบให้ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ผู้ชายที่ต้องการความมั่นใจตลอดวัน
เพราะไม่ว่าจะเป็นวันที่ฝนโปรยบาง ๆ หรือวันที่อากาศร้อนชื้นจนเหงื่อออกง่าย การดูแลตัวเองไม่ใช่เพียงเรื่องของความสะอาด แต่คือการสร้างความมั่นใจให้พร้อมใช้ชีวิตในทุกสถานการณ์ เมื่อเลือกดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมและมีตัวช่วยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ก็พร้อมรับทุกวันของฤดูฝนได้อย่างสดชื่นและมั่นใจ
NIVEA - รับมือหน้าฝนอย่างมั่นใจ เคล็ดลับดูแลตัวเองให้สดชื่น ไร้กังวลเรื่องกลิ่นกาย
รับมือหน้าฝนอย่างมั่นใจ เคล็ดลับดูแลตัวเองให้สดชื่น ไร้กังวลเรื่องกลิ่นกาย เช้าวันทำงานที่ฝนตก หลายคนคงคุ้นเคยกับภาพการวิ่งหลบฝน ขึ้นรถไฟฟ้าที่แน่นไปด้วยผู้คน ก่อนเดินเข้าห้องประชุมทั้งที่เสื้อผ้ายังชื้นเล็กน้อย แม้จะไม่ใช่วันที่อากาศร้อนจัด แต่ความชื้นในอากาศกลับทำให้รู้สึกเหนียวตัว เหงื่อออกง่าย และไม่สดชื่นอย่างที่ควร นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม "ฤดูฝน" จึงไม่ใช่แค่ฤดูของร่มและรองเท้ากันน้ำ แต่ยังเป็นฤดูที่หลายคนต้องรับมือกับความอับชื้นและกลิ่นกายมากกว่าปกติ ในความเป็นจริง เหงื่อไม่ใช่ต้นเหตุของกลิ่นกาย หากแต่เกิดจากแบคทีเรียบนผิวหนังที่ทำปฏิกิริยากับเหงื่อ โดยเฉพาะเมื่อร่างกายอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ร้อนและชื้นเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถสาธารณะ การต้องใส่รองเท้าที่เปียกจากฝน หรือการสวมเสื้อผ้าที่แห้งไม่สนิท ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ความมั่นใจลดลงได้โดยไม่รู้ตัว เมื่อ "ความอับชื้น" กระทบมากกว่าความรู้สึกไม่สบายตัว สำหรับผู้หญิง ความกังวลไม่ได้มีเพียงเรื่องกลิ่นกาย แต่ยังรวมถึงเหงื่อที่ทำให้เสื้อผ้าเปียกเป็นวง ความเหนียวเหนอะหนะระหว่างวัน และผิวใต้วงแขนที่อาจดูหมองคล้ำจากการโกน ถอน หรือการเสียดสี จึงไม่แปลกที่ผู้หญิงยุคใหม่จะมองหาการดูแลที่ครบทั้งเรื่องความสดชื่นและการบำรุงผิวไปพร้อมกัน ด้านผู้ชาย นอกจากเรื่องกลิ่นกายแล้ว อีกหนึ่ง Pain Point ที่หลายคนคุ้นเคยคือคราบเหลืองบนเสื้อสีขาวและคราบขาวบนเสื้อสีดำ ซึ่งอาจทำให้ลุคที่ตั้งใจแต่งมาอย่างดีกลับดูไม่เนี้ยบ โดยเฉพาะในวันที่ต้องพบลูกค้า ประชุม หรือออกงานสำคัญ เพราะบุคลิกภาพที่ดี เริ่มต้นจากรายละเอียดเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม แม้จะหลีกเลี่ยงสภาพอากาศไม่ได้ แต่เราสามารถลดโอกาสเกิดความอับชื้นและกลิ่นกายได้ด้วยการปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวัน 5 ทิปส์ง่าย ๆ ที่ช่วยให้สดชื่นและมั่นใจตลอดวัน เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เนื้อผ้าที่โปร่งสบายและแห้งไวช่วยลดการสะสมของเหงื่อ ทำให้รู้สึกสบายตัวแม้ต้องเดินทางหรือทำกิจกรรมตลอดวัน อย่าปล่อยให้ความเปียกชื้นอยู่กับตัวนานเกินไป หากเสื้อผ้าหรือรองเท้าเปียกจากฝน ควรเปลี่ยนโดยเร็ว เพราะความอับชื้นเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการสะสมของแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของกลิ่นอับ เติมความสดชื่นระหว่างวัน พกทิชชูเปียกหรือผ้าเช็ดหน้าสะอาดไว้ซับเหงื่อ พร้อมดื่มน้ำให้เพียงพอ จะช่วยลดความเหนียวเหนอะหนะและทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น อย่าลืมดูแลผิวใต้วงแขน ผิวบริเวณนี้ต้องเผชิญทั้งเหงื่อ การเสียดสี และการกำจัดขนเป็นประจำ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบำรุงผิวควบคู่ไปกับการระงับกลิ่นกาย จะช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและสุขภาพดีขึ้น เลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เพราะความต้องการของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนให้ความสำคัญกับการดูแลผิวใต้วงแขน ขณะที่บางคนต้องการปกป้องเสื้อผ้าจากคราบ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์จึงช่วยให้ดูแลตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวช่วยที่ทำให้ทุกวันของฤดูฝนเต็มไปด้วยความมั่นใจ สำหรับผู้หญิงที่ต้องการทั้งการปกป้องกลิ่นกายและการบำรุงผิวใต้วงแขน นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไบรท์ เรเดียนท์ แอนด์ สมูท มีให้เลือกทั้งแบบสเปรย์และโรลออน โดยผสานวิตามินซีเข้มข้นและ AHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ฟื้นบำรุงผิวใต้วงแขนที่ดูหมองคล้ำให้ดูกระจ่างใสขึ้น พร้อมลดเหงื่อและระงับกลิ่นกายยาวนานถึง 72 ชั่วโมง อีกทั้งยังอ่อนโยนต่อผิวด้วยสูตร 0% แอลกอฮอล์ สำหรับผู้ชายที่ต้องการดูดีตั้งแต่บุคลิกไปจนถึงเสื้อผ้า นีเวีย เมน แบล็ค แอนด์ ไวท์ อินวิซิเบิ้ล มาพร้อม Dual Shield Technology ที่ช่วยลดเหงื่อและระงับกลิ่นกายยาวนาน 72 ชั่วโมง พร้อมลดการเกิดคราบเหลืองบนเสื้อสีขาวและคราบขาวบนเสื้อสีดำ ให้สวมใส่เสื้อผ้าได้อย่างมั่นใจทุกสีทุกโอกาส เติมเต็มด้วยกลิ่นหอมใหม่ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น และหัวโรลออนที่ออกแบบให้ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ผู้ชายที่ต้องการความมั่นใจตลอดวัน เพราะไม่ว่าจะเป็นวันที่ฝนโปรยบาง ๆ หรือวันที่อากาศร้อนชื้นจนเหงื่อออกง่าย การดูแลตัวเองไม่ใช่เพียงเรื่องของความสะอาด แต่คือการสร้างความมั่นใจให้พร้อมใช้ชีวิตในทุกสถานการณ์ เมื่อเลือกดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมและมีตัวช่วยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ก็พร้อมรับทุกวันของฤดูฝนได้อย่างสดชื่นและมั่นใจ
โอซีซี เปิดตัว “Our Club Coin” โปรแกรมสมาชิกใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์การช้อปผ่าน“Beauty Bar & Gentleman Club” ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30

บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) เปิดตัว “Our Club Coin” โปรแกรมสมาชิกใหม่ (Loyalty Program) ผู้บริโภคจะได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งก่อนใคร ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30 โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งช่วงปลาย Q3 พร้อมชูคอนเซ็ปต์ “Beauty Bar & Gentleman Club” ผ่านบูธจัดแสดงที่รวม Beauty, Fashion, Grooming และ Lifestyle Experience ไว้ในที่เดียว ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสนวัตกรรมความงาม แฟชั่นสุดล้ำ ผลิตภัณฑ์ และบริการที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

คุณธีรดา อำพันวงษ์ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “งานสหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ปีนี้ โอซีซี เปิดตัว “Our Club Coin” ผ่าน Line OA @ourclubcoin เป็นครั้งแรก เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ทดลองใช้งานก่อนใคร พร้อมรับสิทธิ์โปรโมชันสุดคุ้มจากกว่า 10 แบรนด์ในเครือ โอซีซี ที่ร่วมรายการ เฉพาะภายในงานนี้เท่านั้น โดย “ Our Club Coin” ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มสมาชิกที่เชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับแบรนด์ต่าง ๆ ในเครือ โอซีซี เพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “ Our Club Coin” และเข้าถึงสิทธิประโยชน์ ข้อเสนอพิเศษ รวมถึงประสบการณ์ที่ออกแบบมา เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค”
คุณธีรดา อำพันวงษ์ กล่าวต่อว่า “บูธ โอซีซี ปีนี้ ได้เนรมิตพื้นที่ที่มีความสนุกไว้อย่างลงตัว ทั้งโซน Beauty Bar สำหรับผู้หญิงสายบิวตี้ ที่รวมไอเทมความงาม แฟชั่น และมุมถ่ายรูปสุดเริ่ดไว้ครบในที่เดียว และโซน Gentleman Club สำหรับผู้ชายสายกรูมมิ่ง ที่พร้อมมอบประสบการณ์ดูแลตัวเองสไตล์โมเดิร์นแมน นอกจากนี้ ยังมีโซน Pet Lifestyle และโซน Café ให้ผู้ร่วมงานได้มาเช็กอินและสัมผัสแบรนด์ในเครือ โอซีซี อย่างใกล้ชิด”
ภายในบูธจัดแสดงสินค้าของ โอซีซี ปีนี้ พบกับไฮไลต์จากหลากหลายแบรนด์ดังในเครือ นำโดย แบรนด์เครื่องสำอาง KMA (เคเอ็มเอ) ที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด MAKE ME MATTE CUSHION คุชชั่นที่มอบผิวแมทท์ สวยจบในขั้นตอนเดียว คุมมันยาวนานถึง 12 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยี 3D Perfect Powder Blur ช่วยเบลอรูขุมขน พร้อมฟินิชผิวเนียนละมุน ดูสุขภาพดี มีให้เลือก 6 เฉดสี ตอบโจทย์ผิวคนไทยโดยเฉพาะ
ด้าน GUY LAROCHE LINGERIE แบรนด์ชุดชั้นในสุดพรีเมียมจากฝรั่งเศส เผยโฉมคอลเลกชันใหม่ล่าสุด Sugar Bon Bons (ชูการ์ บอนบอนส์) ที่ผสานความอ่อนหวานและความเซ็กซี่ไว้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยผ้าลูกไม้คุณภาพสูงนำเข้าจากฝรั่งเศส สัมผัสนุ่ม โอบรับสรีระ สวมใส่สบาย พร้อมดีไซน์ที่ช่วยให้หน้าอกสวยอย่างเป็นธรรมชาติ เสริมความมั่นใจในทุกช่วงเวลา
อีกหนึ่งแบรนด์ใหม่ล่าสุด TANK TINKER แบรนด์ผู้นำเข้าและจำหน่ายของใช้และอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม ที่คัดสรรสินค้าคุณภาพสูงจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ อาทิ wagwear, KiloNiner, OneTigris, Roika และ DOGTOC เพื่อตอบโจทย์ Pet Lifestyle ของคนรักสัตว์ยุคใหม่อย่างครบครัน
นอกเหนือจากทั้ง 3 แบรนด์ดังกล่าวแล้ว ปีนี้ โอซีซี ยกขบวนพาเหรดสินค้าและการบริการเหนือระดับ มาเติมเต็มความสุขให้กับลูกค้าคนสำคัญแบบจัดเต็ม อาทิ COVERMARK, KMA Cosmetics, PAUL & JOE, SUNGRACE, GUY LAROCHE LINGERIE & SWIMWEAR, GUNZE, G&G, DEMI HAIR CARE SCIENCE, BSC HAIR CARE, WELLA PROFESSIONALS, NIOXIN, B-ex Thailand, PAON SEVEN-EIGHT, Black Amber, Easy Cut, VETRESKA, TANK TINKER, At First Café และ IRIS OHYAMA พร้อมมอบโปรโมชันลดสูงสุดถึง 80% ที่หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว
โอซีซี เปิดตัว “Our Club Coin” โปรแกรมสมาชิกใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์การช้อปผ่าน“Beauty Bar & Gentleman Club” ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30
โอซีซี เปิดตัว “Our Club Coin” โปรแกรมสมาชิกใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์การช้อปผ่าน“Beauty Bar & Gentleman Club” ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) เปิดตัว “Our Club Coin” โปรแกรมสมาชิกใหม่ (Loyalty Program) ผู้บริโภคจะได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งก่อนใคร ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30 โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งช่วงปลาย Q3 พร้อมชูคอนเซ็ปต์ “Beauty Bar & Gentleman Club” ผ่านบูธจัดแสดงที่รวม Beauty, Fashion, Grooming และ Lifestyle Experience ไว้ในที่เดียว ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสนวัตกรรมความงาม แฟชั่นสุดล้ำ ผลิตภัณฑ์ และบริการที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คุณธีรดา อำพันวงษ์ กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอซีซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “งานสหกรุ๊ปแฟร์ & เฟส ปีนี้ โอซีซี เปิดตัว “Our Club Coin” ผ่าน Line OA @ourclubcoin เป็นครั้งแรก เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้ทดลองใช้งานก่อนใคร พร้อมรับสิทธิ์โปรโมชันสุดคุ้มจากกว่า 10 แบรนด์ในเครือ โอซีซี ที่ร่วมรายการ เฉพาะภายในงานนี้เท่านั้น โดย “ Our Club Coin” ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มสมาชิกที่เชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับแบรนด์ต่าง ๆ ในเครือ โอซีซี เพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “ Our Club Coin” และเข้าถึงสิทธิประโยชน์ ข้อเสนอพิเศษ รวมถึงประสบการณ์ที่ออกแบบมา เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค” คุณธีรดา อำพันวงษ์ กล่าวต่อว่า “บูธ โอซีซี ปีนี้ ได้เนรมิตพื้นที่ที่มีความสนุกไว้อย่างลงตัว ทั้งโซน Beauty Bar สำหรับผู้หญิงสายบิวตี้ ที่รวมไอเทมความงาม แฟชั่น และมุมถ่ายรูปสุดเริ่ดไว้ครบในที่เดียว และโซน Gentleman Club สำหรับผู้ชายสายกรูมมิ่ง ที่พร้อมมอบประสบการณ์ดูแลตัวเองสไตล์โมเดิร์นแมน นอกจากนี้ ยังมีโซน Pet Lifestyle และโซน Café ให้ผู้ร่วมงานได้มาเช็กอินและสัมผัสแบรนด์ในเครือ โอซีซี อย่างใกล้ชิด” ภายในบูธจัดแสดงสินค้าของ โอซีซี ปีนี้ พบกับไฮไลต์จากหลากหลายแบรนด์ดังในเครือ นำโดย แบรนด์เครื่องสำอาง KMA (เคเอ็มเอ) ที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด MAKE ME MATTE CUSHION คุชชั่นที่มอบผิวแมทท์ สวยจบในขั้นตอนเดียว คุมมันยาวนานถึง 12 ชั่วโมง ด้วยเทคโนโลยี 3D Perfect Powder Blur ช่วยเบลอรูขุมขน พร้อมฟินิชผิวเนียนละมุน ดูสุขภาพดี มีให้เลือก 6 เฉดสี ตอบโจทย์ผิวคนไทยโดยเฉพาะ ด้าน GUY LAROCHE LINGERIE แบรนด์ชุดชั้นในสุดพรีเมียมจากฝรั่งเศส เผยโฉมคอลเลกชันใหม่ล่าสุด Sugar Bon Bons (ชูการ์ บอนบอนส์) ที่ผสานความอ่อนหวานและความเซ็กซี่ไว้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยผ้าลูกไม้คุณภาพสูงนำเข้าจากฝรั่งเศส สัมผัสนุ่ม โอบรับสรีระ สวมใส่สบาย พร้อมดีไซน์ที่ช่วยให้หน้าอกสวยอย่างเป็นธรรมชาติ เสริมความมั่นใจในทุกช่วงเวลา อีกหนึ่งแบรนด์ใหม่ล่าสุด TANK TINKER แบรนด์ผู้นำเข้าและจำหน่ายของใช้และอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม ที่คัดสรรสินค้าคุณภาพสูงจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ อาทิ wagwear, KiloNiner, OneTigris, Roika และ DOGTOC เพื่อตอบโจทย์ Pet Lifestyle ของคนรักสัตว์ยุคใหม่อย่างครบครัน นอกเหนือจากทั้ง 3 แบรนด์ดังกล่าวแล้ว ปีนี้ โอซีซี ยกขบวนพาเหรดสินค้าและการบริการเหนือระดับ มาเติมเต็มความสุขให้กับลูกค้าคนสำคัญแบบจัดเต็ม อาทิ COVERMARK, KMA Cosmetics, PAUL & JOE, SUNGRACE, GUY LAROCHE LINGERIE & SWIMWEAR, GUNZE, G&G, DEMI HAIR CARE SCIENCE, BSC HAIR CARE, WELLA PROFESSIONALS, NIOXIN, B-ex Thailand, PAON SEVEN-EIGHT, Black Amber, Easy Cut, VETRESKA, TANK TINKER, At First Café และ IRIS OHYAMA พร้อมมอบโปรโมชันลดสูงสุดถึง 80% ที่หนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว
BURBERRY BEAUTY เนรมิต PLATFORM B หมุดหมายแห่งการเดินทาง สู่โลกของความงาม ถ่ายทอดมรดกแห่งอังกฤษ ณ ใจกลางสยามพารากอน

BURBERRY BEAUTY (เบอร์เบอรี่ บิวตี้) เชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ความงามเหนือระดับผ่าน BURBERRY BEAUTY: PLATFORM B ป๊อปอัพสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกอันทรงคุณค่าของ Burberry ถ่ายทอดเรื่องราวของการเดินทาง การสำรวจ และจิตวิญญาณแห่ง British Heritage ผ่านการออกแบบอันประณีตที่ผสานเอกลักษณ์ของแบรนด์เข้ากับประสบการณ์อันน่าจดจำ ณ แผนก Beauty Hall ชั้น M พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ต่อเนื่องกว่า 2 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน – 8 กรกฎาคม 2569
การเดินทางแห่งการค้นพบ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องฟ้าอังกฤษอันแปรเปลี่ยน
เรื่องราวเริ่มต้นบน “Platform B” ชานชาลาที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยสายฝน เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่แม้ยังไม่ออกเดินทาง แต่ความรู้สึกแห่งการสำรวจก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เป็นช่วงเวลาแรกที่ปลุกเร้าความตื่นเต้นของการค้นพบ และเผยให้เห็นความงดงามที่ค่อย ๆ คลี่คลายออกมา ภายในพื้นที่แห่งนี้ ลวดลาย Burberry Check (ลายตาราง) อันเป็นเอกลักษณ์ แสงไฟอันนุ่มนวล และรายละเอียดการออกแบบอันประณีต สะท้อนถึงมรดกด้านการเดินทางและการปกป้องของ Burberry พร้อมเปลี่ยนทุกมุมของพื้นที่ให้กลายเป็นอีกหนึ่งบทแห่งการค้นพบตัวตนของแบรนด์อย่างละเมียดละไม บรรยากาศโดยรวมได้รับแรงบันดาลใจจากยุคปฏิวัติระบบรถไฟของอังกฤษในช่วงเริ่มต้น ยุคสมัยที่การเดินทางได้เปิดโลกแห่งความเป็นไปได้ใหม่ ๆ มากมาย ทำให้ชานชาลาแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่แห่งหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดกำเนิดของทุกการเดินทางอีกด้วย
นอกจากนี้ ภายใน BURBERRY BEAUTY : PLATFORM B ท่านจะได้ค้นพบผลิตภัณฑ์ความงามครบทุกหมวดหมู่ ทั้งเมคอัพและน้ำหอม อาทิ Brit Shine ลิปสติกที่มอบสัมผัสบางเบาดุจบาล์ม พร้อมความแวววาวเปล่งประกายดุจกลอส ที่มาพร้อมกับ 3 เฉดสีใหม่ อย่าง 21 New Bond Street สีน้ำตาลนู้ดโทนอุ่น ละมุน ดูสุภาพ ให้ลุคธรรมชาติแบบ effortless chic, 601 British Rose สีชมพูอมส้มตุ่น ให้ความสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ ดูทันสมัย และ 660 Horseferry Brick โทนแดงอิฐเข้ม ให้ความลุ่มลึก หรู สุขุม และน่าค้นหา รวมถึงผลิตภัณฑ์ในไลน์ Burberry Beyond Wear คอลเลกชันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการตีความใหม่ของผ้า gabardine เนื้อผ้าที่ปฏิวัติวงการแฟชั่น สู่ Trench Coat อันเป็นเอกลักษณ์ พัฒนามาเป็น Trench Protect Technology™ นวัตกรรมที่รังสรรค์อย่างประณีตและมีประสิทธิภาพ ช่วยมอบความติดทนยาวนาน แต่ให้เนื้อสัมผัสที่บางเบา สบายผิว พร้อมคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากสภาพอากาศ ทั้งความร้อน ความชื้น เหงื่อ และมลภาวะ ให้คุณออกไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ พร้อมเผยผิวสวยเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติในทุกมุมมอง นำโดยผลิตภัณฑ์เด่นสำหรับ 4 Steps Makeup Routine อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ได้แก่ Beyond Wear Radiance Primer, Beyond Wear Perfecting Matte Foundation หรือ Cushion, Beyond Wear Perfecting Concealer และ Beyond Wear Setting & Refining Powder พร้อมค้นพบ 2 น้ำหอมกลิ่นใหม่ล่าสุด Burberry Her Parfum และ Burberry Hero Elixir de Parfum ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อถ่ายทอดตัวตนผ่านกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อน จิตวิญญาณแห่งความกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง ตลอดจนกิจกรรมและข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย อาทิ Burberry Beauty Masterclass ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เรียนรู้เทคนิคความงาม พร้อมสัมผัสและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จาก Burberry Beauty อย่างเอ็กซ์คลูซีฟ ตลอดทุกวันเสาร์–อาทิตย์
จากแรงบันดาลใจแห่งการเดินทาง สู่ประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตนของ BURBERRY
เริ่มต้นการเดินทางสู่โลกแห่งความงามที่ผสานความสง่างามแบบอังกฤษเข้ากับจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย สะท้อนตัวตนของแบรนด์อย่างลึกซึ้งไปพร้อมกับแขกรับเชิญสุดพิเศษ “กวิน – กวิน แคสกี้” นักแสดงและนักร้อง มากความสามารถ ที่มาเผยเสน่ห์และความมั่นใจในฐานะตัวแทนของ Burberry Hero Elixir de Parfum น้ำหอมกลิ่นใหม่ที่สะท้อนอีกมิติของความ สง่างามและพลังในแบบร่วมสมัย ควบคู่ไปกับ Beyond Wear Radiance Primer
ไพรเมอร์จาก Burberry ที่ช่วยเผยผิวโกลว์เปล่งประกาย มอบความชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง พร้อมคุณสมบัติในการบำรุงพร้อมปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมด้วย “จูเน่ – เพลินพิชญา โกมลารชุน” นักแสดงหญิงผู้โดดเด่นด้วยคาแรกเตอร์ อันน่าจับตามอง ที่จะมาร่วมถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญและอิสระในการเดินตามเส้นทางของตนเองผ่าน Burberry Her Parfum น้ำหอมกลิ่นใหม่จากคอลเลกชันน้ำหอมยอดนิยม พร้อมแนะนำแป้งตลับที่มอบความติดทนยาวนานถึง 24 ชั่วโมง พร้อมคุณสมบัติเบลอผิว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากงานฝีมืออันประณีตของเทรนช์โค้ต Burberry
มาร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางสู่โลกแห่งความงามเหนือระดับ ใน BURBERRY BEAUTY: PLATFORM B ป๊อปอัพที่สะท้อนมรดกอันทรงคุณค่าแห่งอังกฤษในทุกมุมมอง พร้อมกิจกรรมและข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย โดยชานชาลาแห่งนี้ยังคงเปิดต้อนรับทุกท่านให้มาดื่มด่ำประสบการณ์ความงามเหนือจินตนาการ พร้อมก้าวขึ้นขบวนสู่การเดินทางค้นพบ ได้อย่างต่อเนื่อง ณ แผนก Beauty Hall ชั้น M พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน – 8 กรกฎาคม 2569
#BurberryBeauty #BurberryBeautyTH
BURBERRY BEAUTY เนรมิต PLATFORM B หมุดหมายแห่งการเดินทาง สู่โลกของความงาม ถ่ายทอดมรดกแห่งอังกฤษ ณ ใจกลางสยามพารากอน
BURBERRY BEAUTY เนรมิต PLATFORM B หมุดหมายแห่งการเดินทาง สู่โลกของความงาม ถ่ายทอดมรดกแห่งอังกฤษ ณ ใจกลางสยามพารากอนBURBERRY BEAUTY (เบอร์เบอรี่ บิวตี้) เชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ความงามเหนือระดับผ่าน BURBERRY BEAUTY: PLATFORM B ป๊อปอัพสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกอันทรงคุณค่าของ Burberry ถ่ายทอดเรื่องราวของการเดินทาง การสำรวจ และจิตวิญญาณแห่ง British Heritage ผ่านการออกแบบอันประณีตที่ผสานเอกลักษณ์ของแบรนด์เข้ากับประสบการณ์อันน่าจดจำ ณ แผนก Beauty Hall ชั้น M พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ต่อเนื่องกว่า 2 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 25 มิถุนายน – 8 กรกฎาคม 2569การเดินทางแห่งการค้นพบ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องฟ้าอังกฤษอันแปรเปลี่ยนเรื่องราวเริ่มต้นบน “Platform B” ชานชาลาที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยสายฝน เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่แม้ยังไม่ออกเดินทาง แต่ความรู้สึกแห่งการสำรวจก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เป็นช่วงเวลาแรกที่ปลุกเร้าความตื่นเต้นของการค้นพบ และเผยให้เห็นความงดงามที่ค่อย ๆ คลี่คลายออกมา ภายในพื้นที่แห่งนี้ ลวดลาย Burberry Check (ลายตาราง) อันเป็นเอกลักษณ์ แสงไฟอันนุ่มนวล และรายละเอียดการออกแบบอันประณีต สะท้อนถึงมรดกด้านการเดินทางและการปกป้องของ Burberry พร้อมเปลี่ยนทุกมุมของพื้นที่ให้กลายเป็นอีกหนึ่งบทแห่งการค้นพบตัวตนของแบรนด์อย่างละเมียดละไม บรรยากาศโดยรวมได้รับแรงบันดาลใจจากยุคปฏิวัติระบบรถไฟของอังกฤษในช่วงเริ่มต้น ยุคสมัยที่การเดินทางได้เปิดโลกแห่งความเป็นไปได้ใหม่ ๆ มากมาย ทำให้ชานชาลาแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่แห่งหนึ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดกำเนิดของทุกการเดินทางอีกด้วยนอกจากนี้ ภายใน BURBERRY BEAUTY : PLATFORM B ท่านจะได้ค้นพบผลิตภัณฑ์ความงามครบทุกหมวดหมู่ ทั้งเมคอัพและน้ำหอม อาทิ Brit Shine ลิปสติกที่มอบสัมผัสบางเบาดุจบาล์ม พร้อมความแวววาวเปล่งประกายดุจกลอส ที่มาพร้อมกับ 3 เฉดสีใหม่ อย่าง 21 New Bond Street สีน้ำตาลนู้ดโทนอุ่น ละมุน ดูสุภาพ ให้ลุคธรรมชาติแบบ effortless chic, 601 British Rose สีชมพูอมส้มตุ่น ให้ความสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ ดูทันสมัย และ 660 Horseferry Brick โทนแดงอิฐเข้ม ให้ความลุ่มลึก หรู สุขุม และน่าค้นหา รวมถึงผลิตภัณฑ์ในไลน์ Burberry Beyond Wear คอลเลกชันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการตีความใหม่ของผ้า gabardine เนื้อผ้าที่ปฏิวัติวงการแฟชั่น สู่ Trench Coat อันเป็นเอกลักษณ์ พัฒนามาเป็น Trench Protect Technology™ นวัตกรรมที่รังสรรค์อย่างประณีตและมีประสิทธิภาพ ช่วยมอบความติดทนยาวนาน แต่ให้เนื้อสัมผัสที่บางเบา สบายผิว พร้อมคุณสมบัติในการปกป้องผิวจากสภาพอากาศ ทั้งความร้อน ความชื้น เหงื่อ และมลภาวะ ให้คุณออกไปใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ พร้อมเผยผิวสวยเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติในทุกมุมมอง นำโดยผลิตภัณฑ์เด่นสำหรับ 4 Steps Makeup Routine อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ได้แก่ Beyond Wear Radiance Primer, Beyond Wear Perfecting Matte Foundation หรือ Cushion, Beyond Wear Perfecting Concealer และ Beyond Wear Setting & Refining Powder พร้อมค้นพบ 2 น้ำหอมกลิ่นใหม่ล่าสุด Burberry Her Parfum และ Burberry Hero Elixir de Parfum ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อถ่ายทอดตัวตนผ่านกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อน จิตวิญญาณแห่งความกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง ตลอดจนกิจกรรมและข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย อาทิ Burberry Beauty Masterclass ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เรียนรู้เทคนิคความงาม พร้อมสัมผัสและทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จาก Burberry Beauty อย่างเอ็กซ์คลูซีฟ ตลอดทุกวันเสาร์–อาทิตย์จากแรงบันดาลใจแห่งการเดินทาง สู่ประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตนของ BURBERRYเริ่มต้นการเดินทางสู่โลกแห่งความงามที่ผสานความสง่างามแบบอังกฤษเข้ากับจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย สะท้อนตัวตนของแบรนด์อย่างลึกซึ้งไปพร้อมกับแขกรับเชิญสุดพิเศษ “กวิน – กวิน แคสกี้” นักแสดงและนักร้อง มากความสามารถ ที่มาเผยเสน่ห์และความมั่นใจในฐานะตัวแทนของ Burberry Hero Elixir de Parfum น้ำหอมกลิ่นใหม่ที่สะท้อนอีกมิติของความ สง่างามและพลังในแบบร่วมสมัย ควบคู่ไปกับ Beyond Wear Radiance Primerไพรเมอร์จาก Burberry ที่ช่วยเผยผิวโกลว์เปล่งประกาย มอบความชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง พร้อมคุณสมบัติในการบำรุงพร้อมปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมด้วย “จูเน่ – เพลินพิชญา โกมลารชุน” นักแสดงหญิงผู้โดดเด่นด้วยคาแรกเตอร์ อันน่าจับตามอง ที่จะมาร่วมถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญและอิสระในการเดินตามเส้นทางของตนเองผ่าน Burberry Her Parfum น้ำหอมกลิ่นใหม่จากคอลเลกชันน้ำหอมยอดนิยม พร้อมแนะนำแป้งตลับที่มอบความติดทนยาวนานถึง 24 ชั่วโมง พร้อมคุณสมบัติเบลอผิว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากงานฝีมืออันประณีตของเทรนช์โค้ต Burberryมาร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางสู่โลกแห่งความงามเหนือระดับ ใน BURBERRY BEAUTY: PLATFORM B ป๊อปอัพที่สะท้อนมรดกอันทรงคุณค่าแห่งอังกฤษในทุกมุมมอง พร้อมกิจกรรมและข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย โดยชานชาลาแห่งนี้ยังคงเปิดต้อนรับทุกท่านให้มาดื่มด่ำประสบการณ์ความงามเหนือจินตนาการ พร้อมก้าวขึ้นขบวนสู่การเดินทางค้นพบ ได้อย่างต่อเนื่อง ณ แผนก Beauty Hall ชั้น M พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน – 8 กรกฎาคม 2569#BurberryBeauty #BurberryBeautyTH








