โพสต์ใหม่ต้อง เข้าสู่ระบบ ก่อน

ลุคเมคอัพที่ให้ความรู้สึกบางเบา สบายผิว และช่วยให้ผิวดูใสเป็นธรรมชาติ
สำหรับครั้งนี้ ไอเท็มใหม่และสีใหม่จาก CANMAKE ที่กำลังจะวางจำหน่าย จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นความบางเบา สบายผิว และความฉ่ำวาวเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นไลน์อัปที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับช่วงฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง
รายการสินค้า
แป้งเซ็ตผิวเนื้อใส ช่วยให้เมคอัพติดทนและผิวดูโปร่งใสเป็นธรรมชาติ

ผิวสัมผัสบางเบาเหมือนมีผ้าคลุมบางเฉียบ (veil) ปกคลุมผิว
เป็นแป้งฝุ่นที่มีจุดเด่นเรื่องความบางเบาและความรู้สึกสบายผิว ให้ผิวดูเรียบเนียนและแห้งสบายไม่มัน เหมาะสำหรับลุคธรรมชาติที่เหมือนแทบไม่ได้ลงเมคอัพเลย โดยถูกออกแบบมาให้ได้ฟินิชลุคที่ดูเป็นธรรมชาติ สามารถใช้ได้ดีแม้ต้องการคงความโกลว์และความฉ่ำของผิวไว้ในขณะเดียวกัน
จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
- ใช้เทคโนโลยี “ฟรีซดราย (Freeze-dry)” ทำให้เนื้อแป้งเบานุ่มและเกลี่ยง่าย
- มีส่วนผสมของ “ซิลิกาแบบมีรูพรุน (Porous silica)” ช่วยดูดซับความมัน ลดการเยิ้มและช่วยให้เมคอัพติดทน
- สูตรที่ช่วยลดความรู้สึกแห้งตึง ใช้งานได้สบายผิว
- มีเอฟเฟกต์ “Soft Focus” ช่วยเบลอผิว ให้ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
- ผสมสารให้ความชุ่มชื้น 8 ชนิด ช่วยดูแลความชุ่มชื้นของผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งง่าย
01 มิสติกเคลียร์

ชื่อสินค้า: Clear Veil Setting Powder
สี: 01 มิสติกเคลียร์
ราคา: 250 บาท
วันวางจำหน่าย: ปลายเดือนเมษายน 2026
เจลกันแดดควบคุมความมัน ช่วยกันแดดและลดความมันบนผิว ให้ผิวเบาสบาย ไม่เยิ้มระหว่างวัน

เป็นครีมกันแดดเนื้อเจลที่ให้ความชุ่มชื้นสดใสเหมือนโทนเนอร์ และให้ฟินิชผิวที่แห้งสบายไม่เหนอะหนะในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังมีส่วนผสมของสารบำรุงผิวและมอยส์เจอร์ไรซิ่ง 8 ชนิด ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว พร้อมช่วยให้การลงเมคอัพเรียบเนียนและติดทนมากขึ้น
จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
- มีส่วนผสมช่วยดูดซับความมัน ช่วยป้องกันผิวมันเยิ้มระหว่างวัน
- เนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ให้ความรู้สึกแห้งสบายและคงความลื่นผิวได้ยาวนาน
- สามารถใช้เป็นเบสเมคอัพ (ไพรเมอร์) ก่อนแต่งหน้าได้
- หากใช้เพียงอย่างเดียว สามารถล้างออกได้ด้วยโฟมล้างหน้าหรือสบู่ทั่วไป ไม่ต้องใช้คลีนซิ่งพิเศษ
ชื่อสินค้า: Mermaid Skin Gel UV (Oil Block)
สี: 01 เคลียร์ไวท์ (Clear White)
การป้องกัน UV: SPF50+ / PA++++
ราคา: 180 บาท
วันวางจำหน่าย: ปลายเดือนเมษายน 2026
อายไลเนอร์เนื้อครีมแบบบางเบา (sheer) ให้เส้นสีโปร่งใส ดูธรรมชาติ ไม่เข้มจัด

อายไลเนอร์บางเฉียบพร้อมสีที่ให้ความโปร่งใส
ไอเท็มอายไลเนอร์เจลแบบเส้นเล็กพิเศษที่ได้รับความนิยม ได้เพิ่มสีชมพูโทนหวานนุ่มละมุนเข้ามาใหม่ โดยให้สีที่ดู ไม่เข้มทึบจนเกินไป ช่วยให้ดวงตาดูเป็นธรรมชาติและดูน่ารักละมุนมากยิ่งขึ้น
จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
- ใช้กระบวนการผลิตแบบ “หล่อขึ้นรูป (Flowing/Pouring method)” ทำให้เนื้ออายไลเนอร์ลื่น เขียนง่าย ไม่สะดุด
- หัวดินสอขนาดเล็กพิเศษ 1.5 มม. ช่วยให้วาดเส้นบางและละเอียดได้อย่างแม่นยำ
- สูตรกันน้ำ (Waterproof) ทนต่อเหงื่อ น้ำตา และความมัน ไม่หลุดระหว่างวัน
- ผสมสารบำรุงผิว 4 ชนิด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา (ช่วยดูแลผิว)
01 ชาร์มีพิงก์

ชื่อสินค้า: Creamy Touch Liner Sheer
สี: 01 Charming Pink
ราคา: 170 บาท
วันวางจำหน่าย: ปลายเดือนเมษายน 2026
ไฮไลต์เนื้อครีม

ไฮไลต์ยอดนิยมที่มีเนื้อสัมผัสแบบ ที่ให้ความชุ่มชื้น เพิ่มสีใหม่เข้ามา โดยมีส่วนผสมของชิมเมอร์หลายโทน ได้แก่ สีเงิน สีน้ำเงิน สีแดง รวมถึงพาร์ติเคิลแบบสะท้อนแสง โทนน้ำเงินและโทนม่วง ช่วยให้ผิวดูโกลว์ใส มีมิติ และฉ่ำวาวอย่างเป็นธรรมชาติ
จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
- เนื้อสัมผัสนุ่มเด้ง ยืดหยุ่นแบบ “Munyutto”
- เกาะติดผิวได้ดี ไม่เลอะหรือเป็นคราบง่าย
- ช่วยสร้างความโกลว์ ทำให้ผิวดูมีมิติและดูอิ่มน้ำ
- สูตรทนต่อน้ำ เหงื่อ ความมัน และการเสียดสี ใช้งานได้ยาวนาน
05 อะเมทิสต์บลูม
เป็นสีม่วงอ่อนนุ่มที่มีความขาวผสมอยู่ ให้ความรู้สึกละมุนและดูอ่อนหวาน

ชื่อสินค้า: Munyutto Highlighter
สี: 05 Amethyst Bloom
ราคา: 150 บาท
วันวางจำหน่าย: ปลายเดือนเมษายน 2026
Canmake Colorful Nails

เป็นยาทาเล็บที่มีจุดเด่นเรื่องการทาได้ง่าย ให้ความเงางาม และแห้งไว โดยมีการเปิดตัวสีลิมิเต็ดอิดิชันที่มีประกายพาร์ล ช่วยให้เล็บดูแวววาว สวยหรู และมีมิติเป็นพิเศษ
จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
- ทา 2 ชั้นจะได้ฟินิชที่เงาสวยและดูมีความโกลว์
- แปรงทรงกลมที่มีความยืดหยุ่น ช่วยให้ทาได้เรียบเนียน ไม่เป็นรอยหรือเป็นคราบง่าย
- สูตรแห้งเร็ว ใช้งานสะดวก เหมาะกับการทาเล็บแบบเร่งด่วน
N124 Sweet Peak Quartz

N125 Kinmokusei Rutilated

N126 Ajisai Topaz

ชื่อสินค้า: Colorful Nails
สี: สีลิมิเต็ด 3 สี
ราคา: สีละ 100 บาท
วันวางจำหน่าย: ปลายเดือนเมษายน 2026
น้ำหอมโอ เดอ ทัวเลท “Peach Blanc (พีชบลองก์)

แบบโรลออน (Roll-on type)
เป็นน้ำหอมแบบโรลออนที่พกพาสะดวก มีการเพิ่มกลิ่นใหม่เข้ามาในไลน์ผลิตภัณฑ์
จุดเด่นของผลิตภัณฑ์
- ควบคุมปริมาณการใช้ได้ง่าย ช่วยป้องกันการฉีดหรือทามากเกินไป
- ขนาดกะทัดรัด ใส่ในกระเป๋าเครื่องสำอางหรือกระเป๋าพกพาได้สะดวก
- ใช้เพียงเล็กน้อยก็สามารถเพลิดเพลินกับกลิ่นหอมได้
- ใช้แอลกอฮอล์ที่มาจากพืชเป็นส่วนผสม
Peach Blanc
กลิ่นหอมที่ผสมผสานความรู้สึกของลูกพีชเข้ากับนมและมัสก์ ให้โทนกลิ่นที่หวานละมุนและนุ่มนวล

ชื่อสินค้า: Eau de Toilette
กลิ่น: Peach Blanc
ปริมาณ: 8 มล.
ราคา: 180 บาท
วันวางจำหน่าย: ปลายเดือนเมษายน 2026
คอลเลกชันเครื่องสำอางใหม่ที่ให้ลุคผิวใสของ CANMAKE (แคนเมค) วางจำหน่ายแล้ว พร้อมทั้งมีการเพิ่มสีใหม่ให้กับไอเท็มยอดนิยมในหมวดเบสเมคอัพ เมคอัพเฉพาะจุด ผลิตภัณฑ์เล็บ และน้ำหอม โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงปลายเดือนเมษายน 2026
ลุคเมคอัพที่ให้ความรู้สึกบางเบา สบายผิว และช่วยให้ผิวดูใสเป็นธรรมชาติสำหรับครั้งนี้ ไอเท็มใหม่และสีใหม่จาก CANMAKE ที่กำลังจะวางจำหน่าย จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นความบางเบา สบายผิว และความฉ่ำวาวเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นไลน์อัปที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับช่วงฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงรายการสินค้าแป้งเซ็ตผิวเนื้อใส ช่วยให้เมคอัพติดทนและผิวดูโปร่งใสเป็นธรรมชาติผิวสัมผัสบางเบาเหมือนมีผ้าคลุมบางเฉียบ (veil) ปกคลุมผิวเป็นแป้งฝุ่นที่มีจุดเด่นเรื่องความบางเบาและความรู้สึกสบายผิว ให้ผิวดูเรียบเนียนและแห้งสบายไม่มัน เหมาะสำหรับลุคธรรมชาติที่เหมือนแทบไม่ได้ลงเมคอัพเลย โดยถูกออกแบบมาให้ได้ฟินิชลุคที่ดูเป็นธรรมชาติ สามารถใช้ได้ดีแม้ต้องการคงความโกลว์และความฉ่ำของผิวไว้ในขณะเดียวกันจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ใช้เทคโนโลยี “ฟรีซดราย (Freeze-dry)” ทำให้เนื้อแป้งเบานุ่มและเกลี่ยง่ายมีส่วนผสมของ “ซิลิกาแบบมีรูพรุน (Porous silica)” ช่วยดูดซับความมัน ลดการเยิ้มและช่วยให้เมคอัพติดทนสูตรที่ช่วยลดความรู้สึกแห้งตึง ใช้งานได้สบายผิวมีเอฟเฟกต์ “Soft Focus” ช่วยเบลอผิว ให้ผิวดูเรียบเนียนและกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติผสมสารให้ความชุ่มชื้น 8 ชนิด ช่วยดูแลความชุ่มชื้นของผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งง่าย01 มิสติกเคลียร์ชื่อสินค้า: Clear Veil Setting Powderสี: 01 มิสติกเคลียร์ราคา: 250 บาทวันวางจำหน่าย: ปลายเดือนเมษายน 2026เจลกันแดดควบคุมความมัน ช่วยกันแดดและลดความมันบนผิว ให้ผิวเบาสบาย ไม่เยิ้มระหว่างวันเป็นครีมกันแดดเนื้อเจลที่ให้ความชุ่มชื้นสดใสเหมือนโทนเนอร์ และให้ฟินิชผิวที่แห้งสบายไม่เหนอะหนะในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังมีส่วนผสมของสารบำรุงผิวและมอยส์เจอร์ไรซิ่ง 8 ชนิด ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว พร้อมช่วยให้การลงเมคอัพเรียบเนียนและติดทนมากขึ้นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมช่วยดูดซับความมัน ช่วยป้องกันผิวมันเยิ้มระหว่างวันเนื้อบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ให้ความรู้สึกแห้งสบายและคงความลื่นผิวได้ยาวนานสามารถใช้เป็นเบสเมคอัพ (ไพรเมอร์) ก่อนแต่งหน้าได้หากใช้เพียงอย่างเดียว สามารถล้างออกได้ด้วยโฟมล้างหน้าหรือสบู่ทั่วไป ไม่ต้องใช้คลีนซิ่งพิเศษชื่อสินค้า: Mermaid Skin Gel UV (Oil Block)สี: 01 เคลียร์ไวท์ (Clear White)การป้องกัน UV: SPF50+ / PA++++ราคา: 180 บาท วันวางจำหน่าย: ปลายเดือนเมษายน 2026อายไลเนอร์เนื้อครีมแบบบางเบา (sheer) ให้เส้นสีโปร่งใส ดูธรรมชาติ ไม่เข้มจัดอายไลเนอร์บางเฉียบพร้อมสีที่ให้ความโปร่งใสไอเท็มอายไลเนอร์เจลแบบเส้นเล็กพิเศษที่ได้รับความนิยม ได้เพิ่มสีชมพูโทนหวานนุ่มละมุนเข้ามาใหม่ โดยให้สีที่ดู ไม่เข้มทึบจนเกินไป ช่วยให้ดวงตาดูเป็นธรรมชาติและดูน่ารักละมุนมากยิ่งขึ้นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ใช้กระบวนการผลิตแบบ “หล่อขึ้นรูป (Flowing/Pouring method)” ทำให้เนื้ออายไลเนอร์ลื่น เขียนง่าย ไม่สะดุดหัวดินสอขนาดเล็กพิเศษ 1.5 มม. ช่วยให้วาดเส้นบางและละเอียดได้อย่างแม่นยำสูตรกันน้ำ (Waterproof) ทนต่อเหงื่อ น้ำตา และความมัน ไม่หลุดระหว่างวันผสมสารบำรุงผิว 4 ชนิด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวรอบดวงตา (ช่วยดูแลผิว)01 ชาร์มีพิงก์ชื่อสินค้า: Creamy Touch Liner Sheer สี: 01 Charming Pink ราคา: 170 บาทวันวางจำหน่าย: ปลายเดือนเมษายน 2026ไฮไลต์เนื้อครีมไฮไลต์ยอดนิยมที่มีเนื้อสัมผัสแบบ ที่ให้ความชุ่มชื้น เพิ่มสีใหม่เข้ามา โดยมีส่วนผสมของชิมเมอร์หลายโทน ได้แก่ สีเงิน สีน้ำเงิน สีแดง รวมถึงพาร์ติเคิลแบบสะท้อนแสง โทนน้ำเงินและโทนม่วง ช่วยให้ผิวดูโกลว์ใส มีมิติ และฉ่ำวาวอย่างเป็นธรรมชาติจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เนื้อสัมผัสนุ่มเด้ง ยืดหยุ่นแบบ “Munyutto”เกาะติดผิวได้ดี ไม่เลอะหรือเป็นคราบง่ายช่วยสร้างความโกลว์ ทำให้ผิวดูมีมิติและดูอิ่มน้ำสูตรทนต่อน้ำ เหงื่อ ความมัน และการเสียดสี ใช้งานได้ยาวนาน05 อะเมทิสต์บลูมเป็นสีม่วงอ่อนนุ่มที่มีความขาวผสมอยู่ ให้ความรู้สึกละมุนและดูอ่อนหวานชื่อสินค้า: Munyutto Highlighter สี: 05 Amethyst Bloom ราคา: 150 บาทวันวางจำหน่าย: ปลายเดือนเมษายน 2026Canmake Colorful Nailsเป็นยาทาเล็บที่มีจุดเด่นเรื่องการทาได้ง่าย ให้ความเงางาม และแห้งไว โดยมีการเปิดตัวสีลิมิเต็ดอิดิชันที่มีประกายพาร์ล ช่วยให้เล็บดูแวววาว สวยหรู และมีมิติเป็นพิเศษจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ทา 2 ชั้นจะได้ฟินิชที่เงาสวยและดูมีความโกลว์แปรงทรงกลมที่มีความยืดหยุ่น ช่วยให้ทาได้เรียบเนียน ไม่เป็นรอยหรือเป็นคราบง่ายสูตรแห้งเร็ว ใช้งานสะดวก เหมาะกับการทาเล็บแบบเร่งด่วนN124 Sweet Peak QuartzN125 Kinmokusei RutilatedN126 Ajisai Topazชื่อสินค้า: Colorful Nails สี: สีลิมิเต็ด 3 สีราคา: สีละ 100 บาทวันวางจำหน่าย: ปลายเดือนเมษายน 2026น้ำหอมโอ เดอ ทัวเลท “Peach Blanc (พีชบลองก์)แบบโรลออน (Roll-on type)เป็นน้ำหอมแบบโรลออนที่พกพาสะดวก มีการเพิ่มกลิ่นใหม่เข้ามาในไลน์ผลิตภัณฑ์จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ควบคุมปริมาณการใช้ได้ง่าย ช่วยป้องกันการฉีดหรือทามากเกินไปขนาดกะทัดรัด ใส่ในกระเป๋าเครื่องสำอางหรือกระเป๋าพกพาได้สะดวกใช้เพียงเล็กน้อยก็สามารถเพลิดเพลินกับกลิ่นหอมได้ใช้แอลกอฮอล์ที่มาจากพืชเป็นส่วนผสมPeach Blancกลิ่นหอมที่ผสมผสานความรู้สึกของลูกพีชเข้ากับนมและมัสก์ ให้โทนกลิ่นที่หวานละมุนและนุ่มนวลชื่อสินค้า: Eau de Toilette กลิ่น: Peach Blanc ปริมาณ: 8 มล.ราคา: 180 บาทวันวางจำหน่าย: ปลายเดือนเมษายน 2026
เปิด 3 ขั้นตอนทางลัดสวยทันใจ ด้วยบลัชกันแดด กันฝ้า
สู้แดดเมืองไทย เติมความมั่นใจให้ทุกวัน

ในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบ และต้องการพึ่งพาความสะดวกให้ชีวิตได้ประหยัดเวลามากที่สุด พร้อมกับได้ทำทุกอย่างให้มีประสิทธิภาพ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการดูแลผิวและเมคอัพที่หลายคนมองหาสิ่งที่ตอบโจทย์ชีวิตให้ สะดวก ง่าย แถมยังดูแลผิว และมีความรวดเร็วในการใช้งาน เพื่อให้ได้ทำสิ่งต่าง ๆ ต่อไปได้แบบไม่เสียเวลา แต่ได้หน้าเป๊ะที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
ทำให้ตอนนี้ ‘บลัชสติ๊ก’ เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่มาแรง จากเดิมที่คุ้นชินกับการใช้บลัชออนบนตลับที่ต้องปัดด้วยแปรง หรือบลัชออนเนื้อครีมที่มาแต้มบนใบหน้า แต่บลัชสติ๊กมาพร้อมกับความสะดวกที่กระชับมือ ใช้ง่าย ช่วยเติมความสดใสให้ทั้งวันได้ ทำให้เป็นตัวช่วยที่สาว ๆ หลายคนขาดไม่ได้ และยกให้เป็นไอเท็มโปรดด้วยความสะดวกของการใช้งาน
ต่อให้จะทำงานหน้าคอม ออกแดดทำกิจกรรม หรือเป็นสายออกกำลังกาย แก้มก็ต้องเปล่งปลั่ง สดใส นอกจากความสวยที่ช่วยแต่งเติมใบหน้าได้มีชีวิตชีวา จะดีแค่ไหนถ้ามาพร้อมกับการกันแดด กันฝ้า ที่จบในแท่งเดียว เพราะแดดเมืองไทยไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ทั้งความร้อนจากรังสี UVA / UVB หรือ แสงที่มองเห็นได้ (Visible Light) รวมถึงแสงสีฟ้า (Blue Light) จากหน้าจอที่เป็นตัวร้ายแอบซ่อนทำลายผิวแบบไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นต้นเหตุของผิวหมองคล้ำ เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยก่อนวัย หากไม่มีการป้องกันจะยากเกินแก้ไข

บลัชสติ๊กกันแดด กันฝ้า กันน้ำ กันเหงื่อ เลยเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ตอบโจทย์ ทั้งใช้ทาแก้มให้ผิวสวย เสริมด้วยการปกป้องและบำรุงผิว จากจุดเด่นที่มีความสะดวกในการใช้งานด้วยรูปแบบแท่ง ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อย่างแปรงหรือฟองน้ำ สามารถเกลี่ยด้วยนิ้วได้ทันที เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแต่งหน้าในวันเร่งรีบ หรือเติมระหว่างวัน โดย กิฟฟารีน (Giffarine) ผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย เข้าใจทุกความต้องการ เพราะทุกนาทีมีค่า เมื่อช่วยประหยัดเวลาได้จะตอบโจทย์และโดนใจสาว ๆ ที่สุด จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ กิฟฟารีน เมลาชิลด์ เอโอเอ็กซ์ บลัช เอสพีเอฟ 50+ พีเอ++++ (Giffarine Melashield AOX Blush SPF 50+ PA++++) ตัวช่วยสวยธรรมชาติ จะเผชิญแดดแรงแค่ไหนก็ไม่หวั่น ผ่านการคิดค้นปิดจบปัญหากวนใจผิวด้วยนวัตกรรม Hybrid Sunscreen ที่ปกป้องผิวแบบ Broad Spectrum กันได้ครบทั้ง UVA / UVB และมีไอรอน ออกไซด์ (Iron oxides) เสริมการปกป้องผิวจากแสงสีฟ้า(Blue Light) รวมถึงแสงพลังงานสูงที่มองเห็นได้ หรือ HEV (High Energy Visible Light) โดยทุกเฉดสีมีสาร Anti-oxidant ที่ช่วยให้ผิวหน้าสวยใสไม่เสี่ยงฝ้า พร้อมตอบโจทย์ทุกกิจกรรมเพราะกันน้ำ กันเหงื่อ และติดทนยาวนาน แถมเป็นมิตรกับแนวปะการังอีกด้วย (Reef friendly)

ในระหว่างวันสามารถทาซ้ำได้โดยไม่รบกวนเมคอัพ มีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ สะดวกในการใช้งาน ใช้ง่ายเพียง 3 ขั้นตอน ใน 1 นาที ‘หมุน – ปาด – เกลี่ย’ ทาได้ทั้งตา แก้ม ปาก แบบ 3 in 1 เพื่อช่วยเติมความสวยให้กับผิว พร้อมกับการบำรุงไปในตัว ทั้งกันแดด กันฝ้า ต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงลดการอักเสบและระคายเคืองของผิว ลดผิวหมองคล้ำจากแสงแดดและมลภาวะ ให้ผิวแลดูสุขภาพดีด้วยบลัชแท่งเดียว
และเหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ที่ต้องการปกป้องและเพิ่มสีสันบนใบหน้า ให้มีความสดชื่นและเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึง Working Women สายทำงานออฟฟิศ ที่นั่งทำงานหน้าคอมหน้าก็ต้องเป๊ะ เพราะช่วยป้องกันรังสีจากแสง Blue Light ได้ ซัมเมอร์นี้ต้องมี ถึงเวลาสู้แดดเมืองไทยสำหรับสายกิจกรรม Outdoor หรือคนชอบออกกำลังกายและอยากให้แก้มยังสดใสเป็นธรรมชาติ
นอกจากจะตอบโจทย์ในแท่งเดียว ยังมีเฉดสีที่เข้าใจ Personal Color ของแต่ละคนที่มี Undertone แตกต่างกัน โดยออกแบบมา 4 เฉดสีสดใส เป็นธรรมชาติ ครอบคลุมทั้ง Warm Tone, Cool Tone และ Neutral Tone ที่มีสารสกัดให้สีธรรมชาติ
· สี No.01 แอสตาแซนธิน (Astaxanthin)- โทนสีส้มอมแดง ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระจากสาหร่ายสีแดง จากประเทศญี่ปุ่น
· สี No.02 วิตามิน บี 12 (Vitamin B12) - โทนสีชมพู ผสมสารปลอบประโลมผิว วิตามิน บี 12 จากประเทศเยอรมนี
· สี No.03 เรด ออเรนจ์ (Red Orange) - โทนสีแดง ผสมสารต้านอนุมูลอิสระจากสารสกัดส้มแดง จากเกาะเจจู ประเทศเกาหลีใต้
· สี No.04 เรสเวอราทรอล (Resveratrol) - โทนสีน้ำตาลอมแดง ผสมสารสกัดเรสเวอราทรอล

แจกทริคสำหรับสาว ๆ แมทช์สีบลัชให้เข้ากับผิว โดยคนที่เป็นผิว Cool Tone เหมาะกับสี No.02 Vitamin B12 ที่เป็นโทนสีชมพูช่วยขับผิวให้เปล่งปลั่งเป็นธรรมชาติ ส่วนกลุ่ม Warm Tone ต้องสี No.01 Astaxanthin และ สี No.03 Red Orange ที่เป็นโทนส้มอมแดง จะช่วยดึงความสดใสให้ป๊อปขึ้นมา และกลุ่ม Neutral Tone สามารถใช้สี No.04 Resveratrol ที่เป็นโทนน้ำตาลอมแดง ให้ความเป็นธรรมชาติแบบไม่ตะโกน
เซฟพลังที่ใช้ในการแต่งหน้า ประหยัดเวลาชีวิต และเต็มไปด้วยความสะดวกในการใช้งาน พกบลัชแท่งเดียวได้ทั้งตา แก้ม ปาก มั่นใจได้ทั้งวัน แดดแรงแค่ไหน ก็ไม่กลัวฝ้า บลัชเดียวเอาอยู่ด้วย ‘Giffarine Melashield AOX Blush SPF 50+ PA++++’ กับ 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ‘หมุน – ปาด – เกลี่ย’ นี่เลยไอเท็มที่ต้องไม่พลาดมีติดกระเป๋า เสริมความมั่นใจได้ตลอดทั้งวัน
กิฟฟารีน (Giffarine) เปิด 3 ขั้นตอนทางลัดสวยทันใจ ด้วยบลัชกันแดด กันฝ้า สู้แดดเมืองไทย เติมความมั่นใจให้ทุกวัน
เปิด 3 ขั้นตอนทางลัดสวยทันใจ ด้วยบลัชกันแดด กันฝ้าสู้แดดเมืองไทย เติมความมั่นใจให้ทุกวัน ในยุคที่ทุกอย่างเร่งรีบ และต้องการพึ่งพาความสะดวกให้ชีวิตได้ประหยัดเวลามากที่สุด พร้อมกับได้ทำทุกอย่างให้มีประสิทธิภาพ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการดูแลผิวและเมคอัพที่หลายคนมองหาสิ่งที่ตอบโจทย์ชีวิตให้ สะดวก ง่าย แถมยังดูแลผิว และมีความรวดเร็วในการใช้งาน เพื่อให้ได้ทำสิ่งต่าง ๆ ต่อไปได้แบบไม่เสียเวลา แต่ได้หน้าเป๊ะที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ทำให้ตอนนี้ ‘บลัชสติ๊ก’ เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่มาแรง จากเดิมที่คุ้นชินกับการใช้บลัชออนบนตลับที่ต้องปัดด้วยแปรง หรือบลัชออนเนื้อครีมที่มาแต้มบนใบหน้า แต่บลัชสติ๊กมาพร้อมกับความสะดวกที่กระชับมือ ใช้ง่าย ช่วยเติมความสดใสให้ทั้งวันได้ ทำให้เป็นตัวช่วยที่สาว ๆ หลายคนขาดไม่ได้ และยกให้เป็นไอเท็มโปรดด้วยความสะดวกของการใช้งาน ต่อให้จะทำงานหน้าคอม ออกแดดทำกิจกรรม หรือเป็นสายออกกำลังกาย แก้มก็ต้องเปล่งปลั่ง สดใส นอกจากความสวยที่ช่วยแต่งเติมใบหน้าได้มีชีวิตชีวา จะดีแค่ไหนถ้ามาพร้อมกับการกันแดด กันฝ้า ที่จบในแท่งเดียว เพราะแดดเมืองไทยไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ทั้งความร้อนจากรังสี UVA / UVB หรือ แสงที่มองเห็นได้ (Visible Light) รวมถึงแสงสีฟ้า (Blue Light) จากหน้าจอที่เป็นตัวร้ายแอบซ่อนทำลายผิวแบบไม่รู้ตัว ซึ่งเป็นต้นเหตุของผิวหมองคล้ำ เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยก่อนวัย หากไม่มีการป้องกันจะยากเกินแก้ไข บลัชสติ๊กกันแดด กันฝ้า กันน้ำ กันเหงื่อ เลยเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ตอบโจทย์ ทั้งใช้ทาแก้มให้ผิวสวย เสริมด้วยการปกป้องและบำรุงผิว จากจุดเด่นที่มีความสะดวกในการใช้งานด้วยรูปแบบแท่ง ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อย่างแปรงหรือฟองน้ำ สามารถเกลี่ยด้วยนิ้วได้ทันที เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแต่งหน้าในวันเร่งรีบ หรือเติมระหว่างวัน โดย กิฟฟารีน (Giffarine) ผู้นำแบรนด์สุขภาพและความงามสัญชาติไทย เข้าใจทุกความต้องการ เพราะทุกนาทีมีค่า เมื่อช่วยประหยัดเวลาได้จะตอบโจทย์และโดนใจสาว ๆ ที่สุด จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ กิฟฟารีน เมลาชิลด์ เอโอเอ็กซ์ บลัช เอสพีเอฟ 50+ พีเอ++++ (Giffarine Melashield AOX Blush SPF 50+ PA++++) ตัวช่วยสวยธรรมชาติ จะเผชิญแดดแรงแค่ไหนก็ไม่หวั่น ผ่านการคิดค้นปิดจบปัญหากวนใจผิวด้วยนวัตกรรม Hybrid Sunscreen ที่ปกป้องผิวแบบ Broad Spectrum กันได้ครบทั้ง UVA / UVB และมีไอรอน ออกไซด์ (Iron oxides) เสริมการปกป้องผิวจากแสงสีฟ้า(Blue Light) รวมถึงแสงพลังงานสูงที่มองเห็นได้ หรือ HEV (High Energy Visible Light) โดยทุกเฉดสีมีสาร Anti-oxidant ที่ช่วยให้ผิวหน้าสวยใสไม่เสี่ยงฝ้า พร้อมตอบโจทย์ทุกกิจกรรมเพราะกันน้ำ กันเหงื่อ และติดทนยาวนาน แถมเป็นมิตรกับแนวปะการังอีกด้วย (Reef friendly)ในระหว่างวันสามารถทาซ้ำได้โดยไม่รบกวนเมคอัพ มีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบ สะดวกในการใช้งาน ใช้ง่ายเพียง 3 ขั้นตอน ใน 1 นาที ‘หมุน – ปาด – เกลี่ย’ ทาได้ทั้งตา แก้ม ปาก แบบ 3 in 1 เพื่อช่วยเติมความสวยให้กับผิว พร้อมกับการบำรุงไปในตัว ทั้งกันแดด กันฝ้า ต้านอนุมูลอิสระ รวมถึงลดการอักเสบและระคายเคืองของผิว ลดผิวหมองคล้ำจากแสงแดดและมลภาวะ ให้ผิวแลดูสุขภาพดีด้วยบลัชแท่งเดียว และเหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ที่ต้องการปกป้องและเพิ่มสีสันบนใบหน้า ให้มีความสดชื่นและเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึง Working Women สายทำงานออฟฟิศ ที่นั่งทำงานหน้าคอมหน้าก็ต้องเป๊ะ เพราะช่วยป้องกันรังสีจากแสง Blue Light ได้ ซัมเมอร์นี้ต้องมี ถึงเวลาสู้แดดเมืองไทยสำหรับสายกิจกรรม Outdoor หรือคนชอบออกกำลังกายและอยากให้แก้มยังสดใสเป็นธรรมชาติ นอกจากจะตอบโจทย์ในแท่งเดียว ยังมีเฉดสีที่เข้าใจ Personal Color ของแต่ละคนที่มี Undertone แตกต่างกัน โดยออกแบบมา 4 เฉดสีสดใส เป็นธรรมชาติ ครอบคลุมทั้ง Warm Tone, Cool Tone และ Neutral Tone ที่มีสารสกัดให้สีธรรมชาติ· สี No.01 แอสตาแซนธิน (Astaxanthin)- โทนสีส้มอมแดง ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระจากสาหร่ายสีแดง จากประเทศญี่ปุ่น· สี No.02 วิตามิน บี 12 (Vitamin B12) - โทนสีชมพู ผสมสารปลอบประโลมผิว วิตามิน บี 12 จากประเทศเยอรมนี· สี No.03 เรด ออเรนจ์ (Red Orange) - โทนสีแดง ผสมสารต้านอนุมูลอิสระจากสารสกัดส้มแดง จากเกาะเจจู ประเทศเกาหลีใต้ · สี No.04 เรสเวอราทรอล (Resveratrol) - โทนสีน้ำตาลอมแดง ผสมสารสกัดเรสเวอราทรอลแจกทริคสำหรับสาว ๆ แมทช์สีบลัชให้เข้ากับผิว โดยคนที่เป็นผิว Cool Tone เหมาะกับสี No.02 Vitamin B12 ที่เป็นโทนสีชมพูช่วยขับผิวให้เปล่งปลั่งเป็นธรรมชาติ ส่วนกลุ่ม Warm Tone ต้องสี No.01 Astaxanthin และ สี No.03 Red Orange ที่เป็นโทนส้มอมแดง จะช่วยดึงความสดใสให้ป๊อปขึ้นมา และกลุ่ม Neutral Tone สามารถใช้สี No.04 Resveratrol ที่เป็นโทนน้ำตาลอมแดง ให้ความเป็นธรรมชาติแบบไม่ตะโกนเซฟพลังที่ใช้ในการแต่งหน้า ประหยัดเวลาชีวิต และเต็มไปด้วยความสะดวกในการใช้งาน พกบลัชแท่งเดียวได้ทั้งตา แก้ม ปาก มั่นใจได้ทั้งวัน แดดแรงแค่ไหน ก็ไม่กลัวฝ้า บลัชเดียวเอาอยู่ด้วย ‘Giffarine Melashield AOX Blush SPF 50+ PA++++’ กับ 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ‘หมุน – ปาด – เกลี่ย’ นี่เลยไอเท็มที่ต้องไม่พลาดมีติดกระเป๋า เสริมความมั่นใจได้ตลอดทั้งวัน
Dyson เปิดตัว Supersonic™ Travel
เล็กลง 32% เบาขึ้น 25%1 กะทัดรัดแต่ยังทรงพลัง

Dyson เปิดตัวไดร์เป่าผม Supersonic™ Travel ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่ โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพในการดูแลและจัดแต่งผมมาพร้อมการรองรับกำลังไฟทั่วโลก ให้คุณจัดแต่งทรงผมได้อย่างรวดเร็วในมาตรฐานแบบ Dyson ได้ในทุกที่ทุกเวลา พร้อมมอบผลลัพธ์เส้นผมที่เรียบลื่นและเงางามยิ่งขึ้น² ตั้งแต่กิจวัตรการออกกำลังกายในทุกๆ วันไปจนถึงทริปพักผ่อนในวันหยุด หรือการเดินทางท่องเที่ยวในต่างแดน Supersonic™ Travel สามารถเป็นตัวช่วย เพื่อเส้นผมเงางามไร้ขีดจำกัดและช่วยให้คุณดูดีและมั่นใจได้ทุกที่ ทุกเวลา
“เราไม่ได้เพียงแค่ย่อขนาดไดร์เป่าผมให้เล็กลง แต่เราออกแบบวิศวกรรมใหม่ทั้งหมดเพื่อการเดินทางโดยเฉพาะ Dyson Supersonic™ Travel มอบประสิทธิภาพในการจัดแต่งทรงผมระดับสูงพร้อมปกป้องเส้นผมจากความร้อนที่สูงเกินไป เพื่อที่สุดแห่งประสิทธิภาพ ความคล่องตัว และสุขภาพที่ดีของเส้นผม” James Dyson ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าวิศวกร กล่าว

Dyson Supersonic™ Travel มีขนาดเล็กลง 32% และเบาขึ้น 25% เมื่อเทียบกับไดร์เป่าผม Dyson Supersonic™ ขนาดปกติ และมีน้ำหนักเบากว่ากระป๋องน้ำอัดลม3 ไดร์เป่าผมรุ่นใหม่นี้สามารถพกขึ้นเครื่องบินได้ พกพาสะดวก ใส่ได้ทั้งในกระเป๋าถือ กระเป๋า carry-on และกระเป๋าสัมภาระพร้อมมอบประสิทธิภาพการเป่าผมที่ทรงพลังในแบบ Dyson และยังเป็นไดร์สำหรับการเดินทางรุ่นเดียวที่สามารถใช้งานหัวเป่าร่วมกัน4 กับ Dyson Supersonic™ หรือ Dyson Supersonic Nural™ ที่คุณมีอยู่แล้วได้อีกทั้งยังรองรับแรงดันไฟฟ้าตามแต่ละประเทศแบบอัตโนมัติ พร้อมให้ประสิทธิภาพเต็มรูปแบบทั่วโลก
ความร้อนที่มากเกินไปเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เส้นผมเสียหาย และไดร์เป่าผมทั่วไปมักใช้ความร้อนที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งอาจทำให้เส้นผมอ่อนแอลงเมื่อใช้งานต่อเนื่อง แต่ Dyson Supersonic™ Travel มาพร้อมระบบควบคุมความร้อนอัจฉริยะ ที่ตรวจวัดอุณหภูมิของลมถึง 100 ครั้งต่อวินาที ช่วยป้องกันผมเสียจากความร้อนสูงพร้อมระบบลมที่ออกแบบอย่างแม่นยำเพื่อให้ผมแห้งเร็วและสม่ำเสมอ ช่วยให้เส้นผมดูสุขภาพดี5 และเงางาม
ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือระหว่างเดินทาง Dyson ก็ดูแลเส้นผมของคุณได้
เมื่อ Dyson เปิดตัวไดร์เป่าผม Supersonic™ รุ่นแรกในปี 2016 ถือเป็นการพลิกโฉมดีไซน์ไดร์เป่าผมแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง มอเตอร์ความเร็วสูงของ Dyson ถูกออกแบบให้อยู่ในด้ามจับ เพื่อการทรงตัวที่ดียิ่งขึ้นพร้อมระบบลมที่ช่วยให้ผมแห้งเร็วโดยไม่ต้องใช้ความร้อนสูงเทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะสามารถตรวจวัดอุณหภูมิของลมได้หลายครั้งต่อวินาทีเพื่อป้องกันความเสียหายจากความร้อนและช่วยคงความเงางามตามธรรมชาติของเส้นผมด้วยการวิจัยด้านเส้นผมอย่างลึกซึ้ง Dyson Supersonic™ ได้ยกระดับมาตรฐานใหม่ของไดร์เป่าผมโดยออกแบบมาเพื่อดูแลสุขภาพเส้นผมในทุกครั้งที่ใช้งาน

อีกทั้ง Dyson ยังเปิดตัวไดร์เป่าผม Supersonic Nural™ ที่มาพร้อมโหมด Scalp Protect ซึ่งช่วยปรับอุณหภูมิของลมเพื่อปกป้องหนังศีรษะ ในฐานะอุปกรณ์จัดแต่งทรงผมสำหรับใช้งานที่บ้าน Supersonic Nural™ มอบการจัดแต่งทรงผมอย่างชาญฉลาด ออกแบบมาเพื่อดูแลทั้งเส้นผม หนังศีรษะ และปกป้องเส้นผมที่ขึ้นใหม่
สำหรับไลฟ์สไตล์นอกเหนือจากการใช้งานหน้ากระจกที่บ้าน ไดร์เป่าผมสำหรับการเดินทางรุ่นใหม่ของ Dyson คือโซลูชันการจัดแต่งทรงผมขนาดกะทัดรัด ที่นำเทคโนโลยีหลักของ Dyson มาใส่ในดีไซน์ที่เล็กและเบาลง โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพ6
อีกหนึ่งจุดเด่นคือความสามารถในการใช้งานหัวเป่าร่วมกัน7 ให้คุณสามารถพกหัวเป่าที่คุ้นเคยจาก Dyson Supersonic™ หรือ Supersonic Nural™ ไปใช้งานร่วมกันได้ เพื่อสร้างสไตล์ที่คุณต้องการได้ทุกที่
ไอเทมคู่ใจที่พร้อมดูแลผมให้สวยและสุขภาพดีทุกการเดินทาง

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในห้องพักโรงแรม เลานจ์สนามบิน หรือสถานที่พักผ่อนส่วนตัวท่ามกลางธรรมชาติ ไดร์เป่าผมรุ่นนี้จะช่วยเป่าผมให้แห้งแต่สุขภาพดีได้ทุกที่ทุกเวลา8
วิวัฒนาการด้านความงามของ Dyson
ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา Dyson ได้ทุ่มเทวิจัยและนำความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์เส้นผมระบบหมุนเวียนของลม การควบคุมความร้อนรวมถึงศาสตร์แห่งส่วนผสมมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในการดูแลเส้นผม

ความมุ่งมั่นในด้านวิทยาศาสตร์เส้นผมและหนังศีรษะของ Dyson นั้นขับเคลื่อนด้วยการวิจัยทางชีววิทยาของเส้นผมอย่างเข้มข้น ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าความร้อนที่สูงเกินไปสามารถทำลายเคราติน ส่งผลให้โครงสร้างเส้นผมอ่อนแอและเปราะขาดง่ายขณะที่หนังศีรษะซึ่งเป็นที่อยู่ของรูขุมขนประมาณ 100,000 แห่ง ยังมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและความชื้น โดยเฉพาะระหว่างการเดินทาง ระบบควบคุมความร้อนอัจฉริยะของ Dyson จึงช่วยรักษาระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมลดความแห้งและการระคายเคืองพร้อมช่วยคงความแข็งแรงของเส้นผมได้อย่างสมบูรณ์
ตั้งแต่ Dyson Supersonic™ Airwrap™ Corrale™ และ Airstrait™ Dyson ได้นำวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมมาพัฒนาแนวทางการจัดแต่งทรงผมรูปแบบใหม่โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพประสิทธิภาพและความหลากหลายในการใช้งาน
ผมสวยได้ง่าย ทุกที่ที่คุณไป
“เรากำลังเห็นเทรนด์ทรงผมระหว่างการเดินทางที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ดูแลง่ายแต่โดดเด่น เช่น ทรง ‘air-sculpted wave’ ซึ่งการใช้ไดร์เป่าผม Supersonic™ Travel รุ่นใหม่นี้ ช่วยให้คุณสามารถรังสรรค์ลุคที่ต้องการได้พร้อมให้ผลลัพธ์เส้นผมเงางามสูงสุดเหมาะทั้งในสภาพอากาศชื้นหรืออากาศแห้งบนเครื่องบินด้วยการควบคุมทิศทางลมอย่างแม่นยำช่วยยกโคนผมให้ดูมีวอลลุ่มและทำให้ปลายผมเรียบลื่น เป็นลุคที่ดูตั้งใจแบบไม่ต้องพยายาม ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างลงตัว” Irinel de Leon แบรนด์แอมบาสเดอร์ด้านการจัดแต่งทรงผมระดับโลก กล่าว
การวางจำหน่าย
ไดร์เป่าผม Dyson Supersonic™ Travel จะวางจำหน่ายพร้อมหัวเป่า Smoothing nozzle เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งาน หัวเป่าอื่น ๆ เช่น Diffuser, Wide tooth comb, Styling concentrator, Flyaway smoother และ Gentle air attachment จะมีวางจำหน่ายแยก เพื่อให้สามารถเลือกใช้งานได้ตามสภาพเส้นผมและสไตล์ที่ต้องการ
ผู้บริโภคสามารถทดลองใช้งาน Supersonic™ Travel ได้ที่ Dyson Store และห้างสรรพสินค้าที่ร่วมรายการนอกจากนี้ Dyson ยังเตรียมจัดกิจกรรมป๊อปอัพในเมืองต่างๆ ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์แบบ immersive ผ่านโซนจัดแต่งทรงผมและการสาธิตโดยผู้เชี่ยวชาญที่ออกแบบมาเพื่อนักเดินทางทั่วโลกโดยเฉพาะ
ผู้บริโภคสามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลข่าวสาร และเป็นกลุ่มแรกที่ทราบเกี่ยวกับการเปิดตัว Dyson Supersonic™ Travel ในประเทศไทยได้ที่ https://www.dyson.co.th/th-TH/new-launches/sign-up/beauty
1 เปรียบเทียบกับเครื่องเป่าผม Dyson Supersonic™ รุ่นดั้งเดิม
2 เปรียบเทียบกับการปล่อยผมแห้งตามธรรมชาติ
3 Supersonic™ Travel มีน้ำหนัก 330 กรัม ขณะที่กระป๋องเครื่องดื่ม (330 มล.) มีน้ำหนักประมาณ 350 - 390 กรัม
4 อ้างอิงถึงเฉพาะเครื่องเป่าผม Dyson Supersonic™ และ Dyson Supersonic Nural™ เท่านั้น
5ผู้ใช้ 87% เห็นว่าผมของพวกเขารู้สึกสุขภาพดีขึ้น จากการทดสอบผู้ใช้งานกับผู้เข้าร่วม 98 คน โดยเปรียบเทียบกับไดร์เป่าผมแบบพกพาที่ใช้อยู่เดิม ดำเนินการทดสอบในเดือนมกราคม 2569
6 ผู้ใช้ 92% เห็นด้วยว่าต้องการพก Supersonic™ Travel ไปในการเดินทาง จากการทดสอบผู้ใช้งาน
7 ฟังก์ชันการเรียนรู้หัวเป่าจาก Supersonic Nural™ ไม่สามารถใช้งานร่วมกับ Supersonic™ Travel ได้
8 ผู้ใช้งาน 94% เห็นว่า Supersonic™ Travel ดีกว่าไดร์เป่าผมในโรงแรม จากการทดสอบผู้ใช้งานกับผู้เข้าร่วม 54 คน ที่เคยใช้เครื่องเป่าผมในโรงแรมภายในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ดำเนินการทดสอบในเดือนมกราคม 2026
Dyson เปิดตัว Supersonic™ Travel เล็กลง 32% เบาขึ้น 25%1 กะทัดรัดแต่ยังทรงพลัง
Dyson เปิดตัว Supersonic™ Travelเล็กลง 32% เบาขึ้น 25%1 กะทัดรัดแต่ยังทรงพลัง Dyson เปิดตัวไดร์เป่าผม Supersonic™ Travel ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่ โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพในการดูแลและจัดแต่งผมมาพร้อมการรองรับกำลังไฟทั่วโลก ให้คุณจัดแต่งทรงผมได้อย่างรวดเร็วในมาตรฐานแบบ Dyson ได้ในทุกที่ทุกเวลา พร้อมมอบผลลัพธ์เส้นผมที่เรียบลื่นและเงางามยิ่งขึ้น² ตั้งแต่กิจวัตรการออกกำลังกายในทุกๆ วันไปจนถึงทริปพักผ่อนในวันหยุด หรือการเดินทางท่องเที่ยวในต่างแดน Supersonic™ Travel สามารถเป็นตัวช่วย เพื่อเส้นผมเงางามไร้ขีดจำกัดและช่วยให้คุณดูดีและมั่นใจได้ทุกที่ ทุกเวลา“เราไม่ได้เพียงแค่ย่อขนาดไดร์เป่าผมให้เล็กลง แต่เราออกแบบวิศวกรรมใหม่ทั้งหมดเพื่อการเดินทางโดยเฉพาะ Dyson Supersonic™ Travel มอบประสิทธิภาพในการจัดแต่งทรงผมระดับสูงพร้อมปกป้องเส้นผมจากความร้อนที่สูงเกินไป เพื่อที่สุดแห่งประสิทธิภาพ ความคล่องตัว และสุขภาพที่ดีของเส้นผม” James Dyson ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าวิศวกร กล่าวDyson Supersonic™ Travel มีขนาดเล็กลง 32% และเบาขึ้น 25% เมื่อเทียบกับไดร์เป่าผม Dyson Supersonic™ ขนาดปกติ และมีน้ำหนักเบากว่ากระป๋องน้ำอัดลม3 ไดร์เป่าผมรุ่นใหม่นี้สามารถพกขึ้นเครื่องบินได้ พกพาสะดวก ใส่ได้ทั้งในกระเป๋าถือ กระเป๋า carry-on และกระเป๋าสัมภาระพร้อมมอบประสิทธิภาพการเป่าผมที่ทรงพลังในแบบ Dyson และยังเป็นไดร์สำหรับการเดินทางรุ่นเดียวที่สามารถใช้งานหัวเป่าร่วมกัน4 กับ Dyson Supersonic™ หรือ Dyson Supersonic Nural™ ที่คุณมีอยู่แล้วได้อีกทั้งยังรองรับแรงดันไฟฟ้าตามแต่ละประเทศแบบอัตโนมัติ พร้อมให้ประสิทธิภาพเต็มรูปแบบทั่วโลกความร้อนที่มากเกินไปเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เส้นผมเสียหาย และไดร์เป่าผมทั่วไปมักใช้ความร้อนที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งอาจทำให้เส้นผมอ่อนแอลงเมื่อใช้งานต่อเนื่อง แต่ Dyson Supersonic™ Travel มาพร้อมระบบควบคุมความร้อนอัจฉริยะ ที่ตรวจวัดอุณหภูมิของลมถึง 100 ครั้งต่อวินาที ช่วยป้องกันผมเสียจากความร้อนสูงพร้อมระบบลมที่ออกแบบอย่างแม่นยำเพื่อให้ผมแห้งเร็วและสม่ำเสมอ ช่วยให้เส้นผมดูสุขภาพดี5 และเงางามไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือระหว่างเดินทาง Dyson ก็ดูแลเส้นผมของคุณได้เมื่อ Dyson เปิดตัวไดร์เป่าผม Supersonic™ รุ่นแรกในปี 2016 ถือเป็นการพลิกโฉมดีไซน์ไดร์เป่าผมแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง มอเตอร์ความเร็วสูงของ Dyson ถูกออกแบบให้อยู่ในด้ามจับ เพื่อการทรงตัวที่ดียิ่งขึ้นพร้อมระบบลมที่ช่วยให้ผมแห้งเร็วโดยไม่ต้องใช้ความร้อนสูงเทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะสามารถตรวจวัดอุณหภูมิของลมได้หลายครั้งต่อวินาทีเพื่อป้องกันความเสียหายจากความร้อนและช่วยคงความเงางามตามธรรมชาติของเส้นผมด้วยการวิจัยด้านเส้นผมอย่างลึกซึ้ง Dyson Supersonic™ ได้ยกระดับมาตรฐานใหม่ของไดร์เป่าผมโดยออกแบบมาเพื่อดูแลสุขภาพเส้นผมในทุกครั้งที่ใช้งานอีกทั้ง Dyson ยังเปิดตัวไดร์เป่าผม Supersonic Nural™ ที่มาพร้อมโหมด Scalp Protect ซึ่งช่วยปรับอุณหภูมิของลมเพื่อปกป้องหนังศีรษะ ในฐานะอุปกรณ์จัดแต่งทรงผมสำหรับใช้งานที่บ้าน Supersonic Nural™ มอบการจัดแต่งทรงผมอย่างชาญฉลาด ออกแบบมาเพื่อดูแลทั้งเส้นผม หนังศีรษะ และปกป้องเส้นผมที่ขึ้นใหม่สำหรับไลฟ์สไตล์นอกเหนือจากการใช้งานหน้ากระจกที่บ้าน ไดร์เป่าผมสำหรับการเดินทางรุ่นใหม่ของ Dyson คือโซลูชันการจัดแต่งทรงผมขนาดกะทัดรัด ที่นำเทคโนโลยีหลักของ Dyson มาใส่ในดีไซน์ที่เล็กและเบาลง โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพ6อีกหนึ่งจุดเด่นคือความสามารถในการใช้งานหัวเป่าร่วมกัน7 ให้คุณสามารถพกหัวเป่าที่คุ้นเคยจาก Dyson Supersonic™ หรือ Supersonic Nural™ ไปใช้งานร่วมกันได้ เพื่อสร้างสไตล์ที่คุณต้องการได้ทุกที่ไอเทมคู่ใจที่พร้อมดูแลผมให้สวยและสุขภาพดีทุกการเดินทางไม่ว่าคุณจะอยู่ในห้องพักโรงแรม เลานจ์สนามบิน หรือสถานที่พักผ่อนส่วนตัวท่ามกลางธรรมชาติ ไดร์เป่าผมรุ่นนี้จะช่วยเป่าผมให้แห้งแต่สุขภาพดีได้ทุกที่ทุกเวลา8วิวัฒนาการด้านความงามของ Dysonตลอดทศวรรษที่ผ่านมา Dyson ได้ทุ่มเทวิจัยและนำความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์เส้นผมระบบหมุนเวียนของลม การควบคุมความร้อนรวมถึงศาสตร์แห่งส่วนผสมมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในการดูแลเส้นผม ความมุ่งมั่นในด้านวิทยาศาสตร์เส้นผมและหนังศีรษะของ Dyson นั้นขับเคลื่อนด้วยการวิจัยทางชีววิทยาของเส้นผมอย่างเข้มข้น ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าความร้อนที่สูงเกินไปสามารถทำลายเคราติน ส่งผลให้โครงสร้างเส้นผมอ่อนแอและเปราะขาดง่ายขณะที่หนังศีรษะซึ่งเป็นที่อยู่ของรูขุมขนประมาณ 100,000 แห่ง ยังมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและความชื้น โดยเฉพาะระหว่างการเดินทาง ระบบควบคุมความร้อนอัจฉริยะของ Dyson จึงช่วยรักษาระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมลดความแห้งและการระคายเคืองพร้อมช่วยคงความแข็งแรงของเส้นผมได้อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ Dyson Supersonic™ Airwrap™ Corrale™ และ Airstrait™ Dyson ได้นำวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมมาพัฒนาแนวทางการจัดแต่งทรงผมรูปแบบใหม่โดยให้ความสำคัญกับสุขภาพประสิทธิภาพและความหลากหลายในการใช้งานผมสวยได้ง่าย ทุกที่ที่คุณไป“เรากำลังเห็นเทรนด์ทรงผมระหว่างการเดินทางที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ดูแลง่ายแต่โดดเด่น เช่น ทรง ‘air-sculpted wave’ ซึ่งการใช้ไดร์เป่าผม Supersonic™ Travel รุ่นใหม่นี้ ช่วยให้คุณสามารถรังสรรค์ลุคที่ต้องการได้พร้อมให้ผลลัพธ์เส้นผมเงางามสูงสุดเหมาะทั้งในสภาพอากาศชื้นหรืออากาศแห้งบนเครื่องบินด้วยการควบคุมทิศทางลมอย่างแม่นยำช่วยยกโคนผมให้ดูมีวอลลุ่มและทำให้ปลายผมเรียบลื่น เป็นลุคที่ดูตั้งใจแบบไม่ต้องพยายาม ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ได้อย่างลงตัว” Irinel de Leon แบรนด์แอมบาสเดอร์ด้านการจัดแต่งทรงผมระดับโลก กล่าวการวางจำหน่ายไดร์เป่าผม Dyson Supersonic™ Travel จะวางจำหน่ายพร้อมหัวเป่า Smoothing nozzle เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งาน หัวเป่าอื่น ๆ เช่น Diffuser, Wide tooth comb, Styling concentrator, Flyaway smoother และ Gentle air attachment จะมีวางจำหน่ายแยก เพื่อให้สามารถเลือกใช้งานได้ตามสภาพเส้นผมและสไตล์ที่ต้องการผู้บริโภคสามารถทดลองใช้งาน Supersonic™ Travel ได้ที่ Dyson Store และห้างสรรพสินค้าที่ร่วมรายการนอกจากนี้ Dyson ยังเตรียมจัดกิจกรรมป๊อปอัพในเมืองต่างๆ ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์แบบ immersive ผ่านโซนจัดแต่งทรงผมและการสาธิตโดยผู้เชี่ยวชาญที่ออกแบบมาเพื่อนักเดินทางทั่วโลกโดยเฉพาะผู้บริโภคสามารถลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลข่าวสาร และเป็นกลุ่มแรกที่ทราบเกี่ยวกับการเปิดตัว Dyson Supersonic™ Travel ในประเทศไทยได้ที่ https://www.dyson.co.th/th-TH/new-launches/sign-up/beauty 1 เปรียบเทียบกับเครื่องเป่าผม Dyson Supersonic™ รุ่นดั้งเดิม2 เปรียบเทียบกับการปล่อยผมแห้งตามธรรมชาติ3 Supersonic™ Travel มีน้ำหนัก 330 กรัม ขณะที่กระป๋องเครื่องดื่ม (330 มล.) มีน้ำหนักประมาณ 350 - 390 กรัม4 อ้างอิงถึงเฉพาะเครื่องเป่าผม Dyson Supersonic™ และ Dyson Supersonic Nural™ เท่านั้น5ผู้ใช้ 87% เห็นว่าผมของพวกเขารู้สึกสุขภาพดีขึ้น จากการทดสอบผู้ใช้งานกับผู้เข้าร่วม 98 คน โดยเปรียบเทียบกับไดร์เป่าผมแบบพกพาที่ใช้อยู่เดิม ดำเนินการทดสอบในเดือนมกราคม 25696 ผู้ใช้ 92% เห็นด้วยว่าต้องการพก Supersonic™ Travel ไปในการเดินทาง จากการทดสอบผู้ใช้งาน7 ฟังก์ชันการเรียนรู้หัวเป่าจาก Supersonic Nural™ ไม่สามารถใช้งานร่วมกับ Supersonic™ Travel ได้8 ผู้ใช้งาน 94% เห็นว่า Supersonic™ Travel ดีกว่าไดร์เป่าผมในโรงแรม จากการทดสอบผู้ใช้งานกับผู้เข้าร่วม 54 คน ที่เคยใช้เครื่องเป่าผมในโรงแรมภายในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ดำเนินการทดสอบในเดือนมกราคม 2026
ปกป้องผิวให้แข็งแรง พร้อมท้าแดด! จบทุกปัญหาด้วย 4 ไอเท็ม จาก Dr.Bek
หน้าร้อนนี้ อย่าปล่อยให้แสงแดดทำร้ายผิวอีกต่อไป Dr.Bek (ด๊อกเตอร์ เบค) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อุดมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ โดย ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ ที่ได้นำองค์ความรู้ด้านศาสตร์ชะลอวัยมาต่อยอดสู่การคิดค้นสูตรเฉพาะของ Dr.Bek เป็น 4 ไอเท็ม เพื่อการบำรุงผิวหน้าอย่างครบทุกขั้นตอน ช่วยฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้าให้กลับมาดูสดใส เสริมเกราะปกป้องผิวให้แข็งแรง พร้อมล็อกความชุ่มชื้นได้อย่างยาวนาน เผยผิวอิ่มฟู เปล่งปลั่ง สวยครบสูตร ให้คุณมั่นใจได้ในทุกวัน
เริ่มขั้นตอนแรกด้วย Dr.Bek Mela Clear Serum (ด๊อกเตอร์ เบค เมลา เคลียร์ เซรั่ม) อุดมไปด้วยสารสกัดจากส้มสีเลือด 3 สายพันธุ์ (Blood orange) ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าส้มทั่วไปถึง 9 เท่า ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินใหม่ ผสานพลังจากสาหร่ายสีรุ้งออร์แกนิก (Cybright) ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ เผยผิวหน้ากระจ่างใสแบบ Glass Skin พร้อมด้วย MelaZero (เมลาเซโร) นวัตกรรมสารสกัดจากพืชที่ได้รับรางวัลระดับโลก ช่วยสลายเม็ดสีเมลานินที่สะสมอยู่แล้ว เสริมด้วย WK Peptide (ดับเบิลยูเค เปปไทด์) ช่วยลดการอักเสบของผิว และ Natori Vita Complex HD (นาโทริ วิตา คอมเพล็กซ์ เอชดี) วิตามินรวม 12 ชนิด บำรุงลึกเสมือนเติมอาหารผิวครบ 5 หมู่ ช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรงจากภายใน จำหน่าย ขนาด 30 ml ราคาขวดละ 590 บาท
เติมความไบรท์ให้ผิวสู้แดดอีกขั้นด้วย Dr.Bek Vitamin C Super C Bright Up Serum (ด๊อกเตอร์ เบค วิตามิน ซี ซูเปอร์ ซี ไบร์ท อัพ เซรั่ม) เซรั่มวิตามินซีเข้มข้น คัดสรรสารสกัดจาก Kakadu Plum แหล่งวิตามินซีธรรมชาติสูงที่สุด ช่วยบูสต์ผิวกระจ่างใสในรูปแบบเม็ดบีดส์ บำรุงลึกถึงระดับเซลล์ พร้อมปรับสมดุลผิวให้เรียบเนียน ลดการระคายเคือง เหมาะกับทุกสภาพผิวที่ต้องการความโกลว์ จำหน่าย ขนาด 30 ml ราคาขวดละ 420 บาท
ต่อด้วยตัวช่วยล็อกผิวความชุ่มชื้นอย่างลึกล้ำ ยาวนาน 48 ชั่วโมง Dr.Bek Super Moisturizer 5X Ceramides Cream (ด๊อกเตอร์ เบค ซูเปอร์ มอยเจอร์ไรเซอร์ 5 เอ็กซ์ เซราไมด์ ครีม) ครีมบำรุงผิวที่อัดแน่นด้วยซูเปอร์มอยส์เจอไรเซอร์ พร้อมเซราไมด์เข้มข้น ถึง 5 เท่า ช่วยเสริมเกราะป้องกันให้ผิวแข็งแรง ลดการระคายเคือง ฟื้นฟูผิวไหม้แดดและผิวแห้งกร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เผยผิวอิ่มฟู ดูเรียบเนียน สุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ จำหน่าย ขนาด 30 ml ราคาหลอดละ 390 บาท
ขั้นตอนสุดท้าย ปกป้องผิวหน้าด้วย Dr.Bek Aqua Sunscreen SPF50 PA++++ (ด๊อกเตอร์ เบค อควา ซันสกรีน เอสพีเอฟ 50 พีเอ ++++) กันแดดสูตรน้ำ เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย อ่อนโยนต่อผิว ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน พร้อมบำรุงผิวด้วยสารสกัดจากมะเขือเทศ 5 สี ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ทำให้ผิวดูสว่างกระจ่างใสขึ้นอีก 1 ระดับ สามารถทาทับเมคอัพได้ ไม่เป็นคราบ จำหน่าย ขนาด 30 ml ราคาหลอดละ 390 บาท
เพราะผิวต้องการการบำรุงที่ดีที่สุดในทุกวัน ให้ Dr.Bek ดูแลและปกป้องผิวหน้าของคุณให้แข็งแรง สุขภาพดี สวยครบสูตร พร้อมเผชิญแสงแดดได้อย่างมั่นใจ
ปกป้องผิวให้แข็งแรง พร้อมท้าแดด! จบทุกปัญหาด้วย 4 ไอเท็ม จาก Dr.Bek
ปกป้องผิวให้แข็งแรง พร้อมท้าแดด! จบทุกปัญหาด้วย 4 ไอเท็ม จาก Dr.Bekหน้าร้อนนี้ อย่าปล่อยให้แสงแดดทำร้ายผิวอีกต่อไป Dr.Bek (ด๊อกเตอร์ เบค) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่อุดมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ โดย ดร.รีเบคก้า รัสเซลล์ ที่ได้นำองค์ความรู้ด้านศาสตร์ชะลอวัยมาต่อยอดสู่การคิดค้นสูตรเฉพาะของ Dr.Bek เป็น 4 ไอเท็ม เพื่อการบำรุงผิวหน้าอย่างครบทุกขั้นตอน ช่วยฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้าให้กลับมาดูสดใส เสริมเกราะปกป้องผิวให้แข็งแรง พร้อมล็อกความชุ่มชื้นได้อย่างยาวนาน เผยผิวอิ่มฟู เปล่งปลั่ง สวยครบสูตร ให้คุณมั่นใจได้ในทุกวันเริ่มขั้นตอนแรกด้วย Dr.Bek Mela Clear Serum (ด๊อกเตอร์ เบค เมลา เคลียร์ เซรั่ม) อุดมไปด้วยสารสกัดจากส้มสีเลือด 3 สายพันธุ์ (Blood orange) ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าส้มทั่วไปถึง 9 เท่า ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินใหม่ ผสานพลังจากสาหร่ายสีรุ้งออร์แกนิก (Cybright) ช่วยลดเลือนจุดด่างดำ เผยผิวหน้ากระจ่างใสแบบ Glass Skin พร้อมด้วย MelaZero (เมลาเซโร) นวัตกรรมสารสกัดจากพืชที่ได้รับรางวัลระดับโลก ช่วยสลายเม็ดสีเมลานินที่สะสมอยู่แล้ว เสริมด้วย WK Peptide (ดับเบิลยูเค เปปไทด์) ช่วยลดการอักเสบของผิว และ Natori Vita Complex HD (นาโทริ วิตา คอมเพล็กซ์ เอชดี) วิตามินรวม 12 ชนิด บำรุงลึกเสมือนเติมอาหารผิวครบ 5 หมู่ ช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรงจากภายใน จำหน่าย ขนาด 30 ml ราคาขวดละ 590 บาทเติมความไบรท์ให้ผิวสู้แดดอีกขั้นด้วย Dr.Bek Vitamin C Super C Bright Up Serum (ด๊อกเตอร์ เบค วิตามิน ซี ซูเปอร์ ซี ไบร์ท อัพ เซรั่ม) เซรั่มวิตามินซีเข้มข้น คัดสรรสารสกัดจาก Kakadu Plum แหล่งวิตามินซีธรรมชาติสูงที่สุด ช่วยบูสต์ผิวกระจ่างใสในรูปแบบเม็ดบีดส์ บำรุงลึกถึงระดับเซลล์ พร้อมปรับสมดุลผิวให้เรียบเนียน ลดการระคายเคือง เหมาะกับทุกสภาพผิวที่ต้องการความโกลว์ จำหน่าย ขนาด 30 ml ราคาขวดละ 420 บาท ต่อด้วยตัวช่วยล็อกผิวความชุ่มชื้นอย่างลึกล้ำ ยาวนาน 48 ชั่วโมง Dr.Bek Super Moisturizer 5X Ceramides Cream (ด๊อกเตอร์ เบค ซูเปอร์ มอยเจอร์ไรเซอร์ 5 เอ็กซ์ เซราไมด์ ครีม) ครีมบำรุงผิวที่อัดแน่นด้วยซูเปอร์มอยส์เจอไรเซอร์ พร้อมเซราไมด์เข้มข้น ถึง 5 เท่า ช่วยเสริมเกราะป้องกันให้ผิวแข็งแรง ลดการระคายเคือง ฟื้นฟูผิวไหม้แดดและผิวแห้งกร้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เผยผิวอิ่มฟู ดูเรียบเนียน สุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ จำหน่าย ขนาด 30 ml ราคาหลอดละ 390 บาทขั้นตอนสุดท้าย ปกป้องผิวหน้าด้วย Dr.Bek Aqua Sunscreen SPF50 PA++++ (ด๊อกเตอร์ เบค อควา ซันสกรีน เอสพีเอฟ 50 พีเอ ++++) กันแดดสูตรน้ำ เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย อ่อนโยนต่อผิว ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน พร้อมบำรุงผิวด้วยสารสกัดจากมะเขือเทศ 5 สี ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ทำให้ผิวดูสว่างกระจ่างใสขึ้นอีก 1 ระดับ สามารถทาทับเมคอัพได้ ไม่เป็นคราบ จำหน่าย ขนาด 30 ml ราคาหลอดละ 390 บาทเพราะผิวต้องการการบำรุงที่ดีที่สุดในทุกวัน ให้ Dr.Bek ดูแลและปกป้องผิวหน้าของคุณให้แข็งแรง สุขภาพดี สวยครบสูตร พร้อมเผชิญแสงแดดได้อย่างมั่นใจ
08/04/2026
Dyson ประกาศแต่งตั้ง จาง วอนยอง วง IVE
ขึ้นแท่นแอมบาสเดอร์กลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์จัดแต่งทรงผมประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ซูเปอร์สตาร์ K-pop ชื่อดัง ผู้สะท้อนภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์อุปกรณ์จัดแต่งทรงผมของ Dyson ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำสไตล์ที่หลากหลายของ จางวอนยอง พร้อมสะท้อนความใส่ใจในการดูแลเส้นผมให้สวยสุขภาพดี

Dyson ประกาศแต่งตั้ง จาง วอนยอง ศิลปินเคป็อปจากวง IVE เป็นแอมบาสเดอร์สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์จัดแต่งทรงผม (Dyson Hair Devices) ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การร่วมงานครั้งนี้จะพาแฟนๆ ไปสัมผัสอีกขั้นของการจัดแต่งทรงผม ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำจาก Dyson Beauty ผ่านแคมเปญใหม่ๆ ที่ “วอนยอง” จะมาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์และแรงบันดาลใจในสไตล์ที่ไม่ซ้ำใคร
ความร่วมมือระหว่าง Dyson Beauty และจางวอนยอง ตอกย้ำให้เห็นถึงตัวตนของเธอที่มีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ความหลากหลายในสไตล์ และความกล้าที่จะแสดงออกความเป็นตัวเอง ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของ Dyson ในการรังสรรค์เทคโนโลยีความงามประสิทธิภาพสูง เพื่อปกป้องเส้นผมจากความร้อน
Kathleen Pierce ประธานเจ้าหน้าที่ Dyson Beauty กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ จาง วอนยอง ศิลปินผู้ทรงอิทธิพลที่ถ่ายทอดสไตล์ได้อย่างโดดเด่นทั่วเอเชียแปซิฟิก ในฐานะผู้ใช้ ตัวจริง เธอสะท้อนความสมดุลระหว่างความงาม ประสิทธิภาพ และการแสดงออกในแบบของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ Dyson ให้ความสำคัญ เราหวังว่าจะได้ร่วมกันสร้างแรงบันดาลใจบทใหม่ของการจัดแต่งทรงผมแบบอัจฉริยะที่ลดการทำร้ายเส้นผมให้กับผู้บริโภค”
ความร่วมมือที่เกิดจาก “สไตล์” และ “ตัวตนที่ชัดเจน”
ด้วยสถิติยอดขายอัลบั้มระดับ million-seller ติดต่อกันถึง 5 ครั้ง พร้อมฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นครอบคลุมทุกเจเนอเรชัน วอนยองจึงกลายเป็นหนึ่งในไอคอนสายบิวตี้และแฟชันที่น่าจับตามองที่สุดในเอเชีย ไม่ใช่แค่บนเวที แต่ทุกลุค ทุกทรงผมของเธอก็ถูกพูดถึงเสมอ ด้วยภาพจำของ “ผมสวยสุขภาพดีแบบวอนยอง” ทำให้เธอเหมาะกับ Dyson ที่เน้นเทคโนโลยีเพื่อดูแลเส้นผมอย่างแท้จริง
วอนยองกล่าวว่า “สำหรับฉัน เส้นผมเป็นส่วนสำคัญมากในการทำให้แต่ละคอนเซปต์ออกมาสมบูรณ์แบบ Dyson Airwrap Co-anda2x™ คือไอเท็มที่ฉันหยิบใช้บ่อยที่สุด เพราะช่วยเปลี่ยนลุคให้สนุกยิ่งขึ้น โดยที่เส้นผมยังดูสุขภาพดีอยู่เสมอ รู้สึกตื่นเต้นมากค่ะที่ได้ร่วมงานกับ Dyson ในเอเชียแปซิฟิก และตื่นเต้นที่จะได้แชร์ไอเดียทรงผมใหม่ ๆ ให้แฟน ๆ ได้ลองทำตามกันค่ะ”
Dyson เดินหน้าลงทุน เพื่ออนาคตของ “ผมสวยแบบไม่ทำร้ายผม”
Dyson ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากการประกาศลงทุนกว่า 500 ล้านปอนด์ในปี 2022 เพื่อเร่งกระบวนการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์เส้นผมและวิศวกรรมขั้นสูง โดยผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวล่าสุด ได้แก่ อุปกรณ์เป่าผมและจัดแต่งทรง Dyson Airwrap Co-anda2x™ เครื่องเป่าผม Dyson Supersonic r™ รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอย่าง Dyson Omega™
นวัตกรรมเหล่านี้ ช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Dyson ในการพัฒนาเทคโนโลยีดูแลเส้นผมที่ช่วยให้การจัดแต่งทรงผม “เร็ว ง่าย และยังคงสุขภาพดี” ได้ในทุกลุค
Dyson ประกาศแต่งตั้ง จาง วอนยอง วง IVE ขึ้นแท่นแอมบาสเดอร์กลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์จัดแต่งทรงผมประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
08/04/2026Dyson ประกาศแต่งตั้ง จาง วอนยอง วง IVEขึ้นแท่นแอมบาสเดอร์กลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์จัดแต่งทรงผมประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซูเปอร์สตาร์ K-pop ชื่อดัง ผู้สะท้อนภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์อุปกรณ์จัดแต่งทรงผมของ Dyson ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำสไตล์ที่หลากหลายของ จางวอนยอง พร้อมสะท้อนความใส่ใจในการดูแลเส้นผมให้สวยสุขภาพดีDyson ประกาศแต่งตั้ง จาง วอนยอง ศิลปินเคป็อปจากวง IVE เป็นแอมบาสเดอร์สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์จัดแต่งทรงผม (Dyson Hair Devices) ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การร่วมงานครั้งนี้จะพาแฟนๆ ไปสัมผัสอีกขั้นของการจัดแต่งทรงผม ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำจาก Dyson Beauty ผ่านแคมเปญใหม่ๆ ที่ “วอนยอง” จะมาร่วมถ่ายทอดเสน่ห์และแรงบันดาลใจในสไตล์ที่ไม่ซ้ำใครความร่วมมือระหว่าง Dyson Beauty และจางวอนยอง ตอกย้ำให้เห็นถึงตัวตนของเธอที่มีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ความหลากหลายในสไตล์ และความกล้าที่จะแสดงออกความเป็นตัวเอง ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของ Dyson ในการรังสรรค์เทคโนโลยีความงามประสิทธิภาพสูง เพื่อปกป้องเส้นผมจากความร้อนKathleen Pierce ประธานเจ้าหน้าที่ Dyson Beauty กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ จาง วอนยอง ศิลปินผู้ทรงอิทธิพลที่ถ่ายทอดสไตล์ได้อย่างโดดเด่นทั่วเอเชียแปซิฟิก ในฐานะผู้ใช้ ตัวจริง เธอสะท้อนความสมดุลระหว่างความงาม ประสิทธิภาพ และการแสดงออกในแบบของตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ Dyson ให้ความสำคัญ เราหวังว่าจะได้ร่วมกันสร้างแรงบันดาลใจบทใหม่ของการจัดแต่งทรงผมแบบอัจฉริยะที่ลดการทำร้ายเส้นผมให้กับผู้บริโภค”ความร่วมมือที่เกิดจาก “สไตล์” และ “ตัวตนที่ชัดเจน”ด้วยสถิติยอดขายอัลบั้มระดับ million-seller ติดต่อกันถึง 5 ครั้ง พร้อมฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นครอบคลุมทุกเจเนอเรชัน วอนยองจึงกลายเป็นหนึ่งในไอคอนสายบิวตี้และแฟชันที่น่าจับตามองที่สุดในเอเชีย ไม่ใช่แค่บนเวที แต่ทุกลุค ทุกทรงผมของเธอก็ถูกพูดถึงเสมอ ด้วยภาพจำของ “ผมสวยสุขภาพดีแบบวอนยอง” ทำให้เธอเหมาะกับ Dyson ที่เน้นเทคโนโลยีเพื่อดูแลเส้นผมอย่างแท้จริงวอนยองกล่าวว่า “สำหรับฉัน เส้นผมเป็นส่วนสำคัญมากในการทำให้แต่ละคอนเซปต์ออกมาสมบูรณ์แบบ Dyson Airwrap Co-anda2x™ คือไอเท็มที่ฉันหยิบใช้บ่อยที่สุด เพราะช่วยเปลี่ยนลุคให้สนุกยิ่งขึ้น โดยที่เส้นผมยังดูสุขภาพดีอยู่เสมอ รู้สึกตื่นเต้นมากค่ะที่ได้ร่วมงานกับ Dyson ในเอเชียแปซิฟิก และตื่นเต้นที่จะได้แชร์ไอเดียทรงผมใหม่ ๆ ให้แฟน ๆ ได้ลองทำตามกันค่ะ”Dyson เดินหน้าลงทุน เพื่ออนาคตของ “ผมสวยแบบไม่ทำร้ายผม”Dyson ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากการประกาศลงทุนกว่า 500 ล้านปอนด์ในปี 2022 เพื่อเร่งกระบวนการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์เส้นผมและวิศวกรรมขั้นสูง โดยผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวล่าสุด ได้แก่ อุปกรณ์เป่าผมและจัดแต่งทรง Dyson Airwrap Co-anda2x™ เครื่องเป่าผม Dyson Supersonic r™ รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอย่าง Dyson Omega™ นวัตกรรมเหล่านี้ ช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Dyson ในการพัฒนาเทคโนโลยีดูแลเส้นผมที่ช่วยให้การจัดแต่งทรงผม “เร็ว ง่าย และยังคงสุขภาพดี” ได้ในทุกลุค
31/03/2026
หน้าสวยเป๊ะมีมิติ ครบจบในตลับเดียวด้วย KMA Shape & Shine Palette
เครื่องสำอาง KMA ในเครือ โอซีซี แนะนำไอเทมใหม่ Shape & Shine Palette พาเลตต์ 3-in-1 ที่รวมคอนทัวร์ บลัช และไฮไลท์ แบบ Light-Reflecting ช่วยสร้างกรอบหน้า เติมสีสัน เพิ่มความสวยให้ใบหน้าแลดูมีมิติ ผิวโกลว์เล่นแสงอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยเนื้อสัมผัส Soft Matte Powder เนียนละเอียด เกลี่ยง่าย เม็ดสีชัด ติดทน สามารถเลเยอร์เพิ่มความเข้มได้ตามต้องการ พร้อมเฉดสีที่ถูกพัฒนาขึ้นให้เหมาะกับโทนผิวคนไทยและเอเชีย สามารถใช้งานได้ครบทุกสีในตลับเดียว มีให้เลือก 2 โทนสี เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ได้แก่ 01 STAY COOL สำหรับผิวขาวถึงขาวอมชมพู ให้ลุคใสละมุน และ 02 STAY WARM สำหรับผิวโทนเหลืองถึงน้ำผึ้ง ให้ลุคสุขภาพดี

วางจำหน่ายแล้ววันนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://shop.kma-cosmetics.com, TikTok, Shopee, Lazada, Konvy รวมถึงห้างสรรพสินค้า และ ร้านเครื่องสำอางชั้นนำทั่วประเทศ
หน้าสวยเป๊ะมีมิติ ครบจบในตลับเดียวด้วย KMA Shape & Shine Palette
31/03/2026หน้าสวยเป๊ะมีมิติ ครบจบในตลับเดียวด้วย KMA Shape & Shine Paletteเครื่องสำอาง KMA ในเครือ โอซีซี แนะนำไอเทมใหม่ Shape & Shine Palette พาเลตต์ 3-in-1 ที่รวมคอนทัวร์ บลัช และไฮไลท์ แบบ Light-Reflecting ช่วยสร้างกรอบหน้า เติมสีสัน เพิ่มความสวยให้ใบหน้าแลดูมีมิติ ผิวโกลว์เล่นแสงอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยเนื้อสัมผัส Soft Matte Powder เนียนละเอียด เกลี่ยง่าย เม็ดสีชัด ติดทน สามารถเลเยอร์เพิ่มความเข้มได้ตามต้องการ พร้อมเฉดสีที่ถูกพัฒนาขึ้นให้เหมาะกับโทนผิวคนไทยและเอเชีย สามารถใช้งานได้ครบทุกสีในตลับเดียว มีให้เลือก 2 โทนสี เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ได้แก่ 01 STAY COOL สำหรับผิวขาวถึงขาวอมชมพู ให้ลุคใสละมุน และ 02 STAY WARM สำหรับผิวโทนเหลืองถึงน้ำผึ้ง ให้ลุคสุขภาพดีวางจำหน่ายแล้ววันนี้ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://shop.kma-cosmetics.com, TikTok, Shopee, Lazada, Konvy รวมถึงห้างสรรพสินค้า และ ร้านเครื่องสำอางชั้นนำทั่วประเทศ
07/04/2026
แฟนบอลเฮ! Closeup เปิดตัวยาสีฟันเจลสีทอง Closeup Gold (Limited Edition)
ชวนลุ้นตั๋วที่นั่ง FIFA World Cup 2026™ ไป ‘ใกล้ชิด’ บรรยากาศฟุตบอลโลก
เพียง ‘ซื้อ & สแกน’ ยิ่งซื้อเยอะ ยิ่งมีสิทธิ์เยอะ!

กรุงเทพฯ 1 เมษายน 2569 – ยาสีฟัน Closeup (ใกล้ชิด) ภายใต้เครือ Unilever Personal Care ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของ FIFA World Cup 2026™ เฉลิมฉลองการเปิดตัวยาสีฟัน Closeup Gold (Limited Edition) สูตรพิเศษเนื้อเจลสีทอง เพื่อลมหายใจหอมสดชื่นยาวนานถึง 18 ชั่วโมง จัดกิจกรรม ‘Closeup Go For Gold’ เอาใจแฟนบอล ลุ้นรับฟรี! บัตรเข้าชม FIFA World Cup 2026™ มูลค่ากว่า 150,000 บาท จำนวน 20 รางวัล ให้ได้ไปเชียร์ฟุตบอลโลกกันอย่างใกล้ชิดติดขอบสนาม สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ – 25 เมษายน 2569 นี้
สำหรับยาสีฟันสูตร Closeup Gold (Limited Edition) นี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากถ้วย FIFA World Cup™ สัญลักษณ์แห่งชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ สะท้อนความโดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยเนื้อยาสีฟันรูปแบบเจลสีทองผสานไมโครคริสตัล พร้อมตอกย้ำจุดยืน ‘ใกล้ชิด ยิ่งชิด ยิ่งใช่’ ด้วยส่วนผสมของ Active Zinc ช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่นยาวนานถึง 18 ชั่วโมง โดยสามารถซื้อได้แล้วทั้งขนาด 150 กรัม และ 85 กรัม ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือ ช่องทางออนไลน์
Closeup (ใกล้ชิด) พร้อมสานฝันแฟนบอลชาวไทยในการร่วมประสบการณ์ฟุตบอลโลก FIFA World Cup™ ให้เป็นจริง เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีโอกาสเชียร์ฟุตบอลแมตช์ระดับโลกใกล้ชิดถึงขอบสเตเดียมง่าย ๆ เพียงทำตาม 2 ขั้นตอนนี้
1. ซื้อผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Closeup (ใกล้ชิด) สูตรหรือขนาดใดก็ได้ที่ร้านค้าชั้นนำทั่วไป (ที่มีใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีแบบพิมพ์หรืออิเล็กทรอนิกส์)
2. สแกน QR Code ที่หน้ากล่องยาสีฟัน หรือที่ Facebook และ TikTok Closeup Thailand เพื่อนำใบเสร็จมาลงทะเบียนรับสิทธิ์ โดย 1 ใบเสร็จ สามารถลุ้นได้ 1 สิทธิ์ (ไม่จำกัดสิทธิ์การเข้าร่วมกิจกรรม)
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความตั้งใจในการส่งเสริมให้แฟน ๆ ชาวไทยได้มีส่วนร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนี้ได้อย่างเต็มที่ เพียงทำ คอนเทนต์เป็นคลิปวิดิโอหรือรูปภาพให้ถูกใจแบรนด์ Closeup (ใกล้ชิด) ภายใต้หัวข้อ "อยากไป ‘ใกล้ชิด’ ทีมชาติไหนที่สุด” โพสต์ลงโซเชียลมีเดียช่องทางใดก็ได้ พร้อมติดแฮชแท็ก #CloseupTHGoForGold ก็จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรับบัตรเข้าชมเพิ่ม 1 สิทธิ์อีกด้วย (จำกัด 1 คอนเทนต์/ 1 ใบเสร็จ เท่านั้น)
ร่วมลุ้นเป็น 1 ใน 20 ผู้โชคดีที่จะได้มีโมเมนต์การเฉลิมฉลอง FIFA World Cup 2026™ แบบใกล้ชิดกว่าที่เคย ได้ที่ Facebook: Closeup Thailand หรือ TikTok: closeup_thailand
แฟนบอลเฮ! Closeup เปิดตัวยาสีฟันเจลสีทอง Closeup Gold (Limited Edition) ชวนลุ้นตั๋วที่นั่ง FIFA World Cup 2026™ ไป ‘ใกล้ชิด’ บรรยากาศฟุตบอลโลก เพียง ‘ซื้อ & สแกน’ ยิ่งซื้อเยอะ ยิ่งมีสิทธิ์เยอะ!
07/04/2026แฟนบอลเฮ! Closeup เปิดตัวยาสีฟันเจลสีทอง Closeup Gold (Limited Edition)ชวนลุ้นตั๋วที่นั่ง FIFA World Cup 2026™ ไป ‘ใกล้ชิด’ บรรยากาศฟุตบอลโลกเพียง ‘ซื้อ & สแกน’ ยิ่งซื้อเยอะ ยิ่งมีสิทธิ์เยอะ!กรุงเทพฯ 1 เมษายน 2569 – ยาสีฟัน Closeup (ใกล้ชิด) ภายใต้เครือ Unilever Personal Care ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของ FIFA World Cup 2026™ เฉลิมฉลองการเปิดตัวยาสีฟัน Closeup Gold (Limited Edition) สูตรพิเศษเนื้อเจลสีทอง เพื่อลมหายใจหอมสดชื่นยาวนานถึง 18 ชั่วโมง จัดกิจกรรม ‘Closeup Go For Gold’ เอาใจแฟนบอล ลุ้นรับฟรี! บัตรเข้าชม FIFA World Cup 2026™ มูลค่ากว่า 150,000 บาท จำนวน 20 รางวัล ให้ได้ไปเชียร์ฟุตบอลโลกกันอย่างใกล้ชิดติดขอบสนาม สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ – 25 เมษายน 2569 นี้สำหรับยาสีฟันสูตร Closeup Gold (Limited Edition) นี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากถ้วย FIFA World Cup™ สัญลักษณ์แห่งชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ สะท้อนความโดดเด่นไม่เหมือนใครด้วยเนื้อยาสีฟันรูปแบบเจลสีทองผสานไมโครคริสตัล พร้อมตอกย้ำจุดยืน ‘ใกล้ชิด ยิ่งชิด ยิ่งใช่’ ด้วยส่วนผสมของ Active Zinc ช่วยให้ลมหายใจหอมสดชื่นยาวนานถึง 18 ชั่วโมง โดยสามารถซื้อได้แล้วทั้งขนาด 150 กรัม และ 85 กรัม ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ หรือ ช่องทางออนไลน์Closeup (ใกล้ชิด) พร้อมสานฝันแฟนบอลชาวไทยในการร่วมประสบการณ์ฟุตบอลโลก FIFA World Cup™ ให้เป็นจริง เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีโอกาสเชียร์ฟุตบอลแมตช์ระดับโลกใกล้ชิดถึงขอบสเตเดียมง่าย ๆ เพียงทำตาม 2 ขั้นตอนนี้1. ซื้อผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Closeup (ใกล้ชิด) สูตรหรือขนาดใดก็ได้ที่ร้านค้าชั้นนำทั่วไป (ที่มีใบเสร็จ/ใบกำกับภาษีแบบพิมพ์หรืออิเล็กทรอนิกส์) 2. สแกน QR Code ที่หน้ากล่องยาสีฟัน หรือที่ Facebook และ TikTok Closeup Thailand เพื่อนำใบเสร็จมาลงทะเบียนรับสิทธิ์ โดย 1 ใบเสร็จ สามารถลุ้นได้ 1 สิทธิ์ (ไม่จำกัดสิทธิ์การเข้าร่วมกิจกรรม)ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความตั้งใจในการส่งเสริมให้แฟน ๆ ชาวไทยได้มีส่วนร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนี้ได้อย่างเต็มที่ เพียงทำ คอนเทนต์เป็นคลิปวิดิโอหรือรูปภาพให้ถูกใจแบรนด์ Closeup (ใกล้ชิด) ภายใต้หัวข้อ "อยากไป ‘ใกล้ชิด’ ทีมชาติไหนที่สุด” โพสต์ลงโซเชียลมีเดียช่องทางใดก็ได้ พร้อมติดแฮชแท็ก #CloseupTHGoForGold ก็จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรับบัตรเข้าชมเพิ่ม 1 สิทธิ์อีกด้วย (จำกัด 1 คอนเทนต์/ 1 ใบเสร็จ เท่านั้น)ร่วมลุ้นเป็น 1 ใน 20 ผู้โชคดีที่จะได้มีโมเมนต์การเฉลิมฉลอง FIFA World Cup 2026™ แบบใกล้ชิดกว่าที่เคย ได้ที่ Facebook: Closeup Thailand หรือ TikTok: closeup_thailand
26/03/2026
สะเทือนวงการบิวตี้! "ดิว อริสรา" ทวงบัลลังก์ตัวแม่ นั่งแท่น "TIARA Brow Icon" คนแรก เปิดตัวโปรเจกต์ยักษ์กลางสยาม ปักธงผู้นำนวัตกรรมคิ้วพรีเมียม ตั้งเป้าทะยานสู่ 150 ล้าน

กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อแบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติไทยที่มาแรงที่สุดในขณะนี้อย่าง "TIARA BEAUTY" ประกาศเปิดตัวพรีเซนเตอร์ระดับ Iconic "ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์" อย่างเป็นทางการในฐานะ "TIARA Brow Icon" ตอกย้ำภาพจำเจ้าของคิ้วเป๊ะในตำนาน พร้อมเขย่าวงการความงามด้วยงานเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ ณ BEAUTRIUM Siam Square
The Return of the Queen: เมื่อตัวแม่คัมแบ็กในฐานะ "Iconic Brow"
บรรยากาศภายในงาน "The Official Launch of TIARA BEAUTY BROW ICON" คึกคักไปด้วยสื่อมวลชนและเหล่าบิวตี้เลิฟเวอร์ที่มารอชมการปรากฏตัวของ "ดิว อริสรา" ซึ่งครั้งนี้เธอกลับมาอย่างสมศักดิ์ศรีในลุคคิ้วฟูตั้งเป๊ะอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนภาพลักษณ์ผู้หญิงยุคใหม่ที่มั่นใจและสตรอง (Empowered Woman) ซึ่งสอดคล้องกับ DNA ของแบรนด์ TIARA ที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่นใจผ่านความสวยที่จับต้องได้
การร่วมงานกันในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการรับหน้าที่พรีเซนเตอร์ทั่วไป แต่เป็นการยืนยันฐานะ "Symbol of Perfection" ในหมวดผลิตภัณฑ์คิ้ว ซึ่งเป็น Category ที่ TIARA BEAUTY เชี่ยวชาญจนสามารถสร้างยอดขายถล่มทลายกว่า 70 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา และพร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย 150 ล้านบาทในปี 2569
"TIARA FixMe Brow Mascara" ไอเท็มลับฉบับตัวแม่
ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัวเฉดสีใหม่ "TIARA FixMe Brow Mascara" มาสคาร่าคิ้วที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เทรนด์ Skinimalism และคิ้วตั้งฟูแบบมืออาชีพ โดยชูจุดเด่นเรื่องความง่ายในการใช้งานแต่ให้ผลลัพธ์ระดับโปร ราวกับมีช่างแต่งหน้าส่วนตัวมาเนรมิตให้ในไม่กี่วินาที
ผนึกกำลังพันธมิตร ยกระดับบิวตี้เดสทิเนชัน
นอกจากนี้ ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการประกาศความร่วมมือระหว่าง "TIARA BEAUTY" และ "BEAUTRIUM" บิวตี้สโตร์อันดับหนึ่งของไทย เพื่อขยายฐานการเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมคิ้วระดับสากล
"คุณสุวพัชญ์ อิทธิพหลภัสร์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งแบรนด์ TIARA BEAUTY เปิดใจถึงการเลือก "ดิว" ในครั้งนี้ว่า "ดิวเป็นผู้หญิงที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนมากโดยเฉพาะเรื่องคิ้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้หญิงไทยจำนวนมากอยากมีแบบเขา เราไม่ได้มองแค่ความสวย แต่เรามองถึงความเป็นตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่ที่มั่นใจ กล้าเป็นตัวเอง และมีพลังในแบบของตัวเอง ซึ่งตรงกับ DNA ของ TIARA อย่างชัดเจน การมีดิวเป็น TIARA Brow Icon ไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่คือการตอกย้ำว่าเราเป็นแบรนด์ที่เข้าใจผู้หญิงไทยจริง ๆ และต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับงานคิ้วในประเทศไทย"
ด้าน "ดิว อริสรา" เผยความรู้สึกถึงการร่วมงานครั้งนี้ว่า "ดิวรู้สึกดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ TIARA เพราะจริงๆ ดิวเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับคิ้วมาก และใช้ผลิตภัณฑ์ของ TIARA อยู่แล้วด้วยค่ะ อย่าง FixMe Brow Mascara คือเป็นไอเท็มที่ดิวหยิบใช้บ่อยมาก แล้วก็มีแนะนำให้เพื่อนๆ และคนใกล้ตัวลองใช้กันอยู่ตลอด เพราะใช้ง่ายมากและให้ผลลัพธ์แบบที่ดิวชอบ คือคิ้วตั้ง ฟู ดูเป็นธรรมชาติ แต่ยังดูโปรเฟสชันนัล พอได้มาร่วมงานกับแบรนด์จริงๆก็ยิ่งรู้สึกว่ามันใช่มาก อยากให้ทุกคนได้ลอง เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือไม่เก่งแต่งหน้า ก็สามารถมีคิ้วสวยแบบมืออาชีพได้ค่ะ"
มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ "คิ้วเป๊ะระดับตัวแม่" กับ "TIARA FixMe Brow Mascara" และผลิตภัณฑ์คุณภาพจาก "TIARA BEAUTY" ได้แล้ววันนี้ที่ BEAUTRIUM ทุกสาขา รวมถึงช่องทางออนไลน์และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
สะเทือนวงการบิวตี้! "ดิว อริสรา" ทวงบัลลังก์ตัวแม่ นั่งแท่น "TIARA Brow Icon" คนแรก เปิดตัวโปรเจกต์ยักษ์กลางสยาม ปักธงผู้นำนวัตกรรมคิ้วพรีเมียม ตั้งเป้าทะยานสู่ 150 ล้าน
26/03/2026สะเทือนวงการบิวตี้! "ดิว อริสรา" ทวงบัลลังก์ตัวแม่ นั่งแท่น "TIARA Brow Icon" คนแรก เปิดตัวโปรเจกต์ยักษ์กลางสยาม ปักธงผู้นำนวัตกรรมคิ้วพรีเมียม ตั้งเป้าทะยานสู่ 150 ล้านกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ทันที เมื่อแบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติไทยที่มาแรงที่สุดในขณะนี้อย่าง "TIARA BEAUTY" ประกาศเปิดตัวพรีเซนเตอร์ระดับ Iconic "ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์" อย่างเป็นทางการในฐานะ "TIARA Brow Icon" ตอกย้ำภาพจำเจ้าของคิ้วเป๊ะในตำนาน พร้อมเขย่าวงการความงามด้วยงานเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ ณ BEAUTRIUM Siam Square The Return of the Queen: เมื่อตัวแม่คัมแบ็กในฐานะ "Iconic Brow"บรรยากาศภายในงาน "The Official Launch of TIARA BEAUTY BROW ICON" คึกคักไปด้วยสื่อมวลชนและเหล่าบิวตี้เลิฟเวอร์ที่มารอชมการปรากฏตัวของ "ดิว อริสรา" ซึ่งครั้งนี้เธอกลับมาอย่างสมศักดิ์ศรีในลุคคิ้วฟูตั้งเป๊ะอันเป็นเอกลักษณ์ สะท้อนภาพลักษณ์ผู้หญิงยุคใหม่ที่มั่นใจและสตรอง (Empowered Woman) ซึ่งสอดคล้องกับ DNA ของแบรนด์ TIARA ที่มุ่งเน้นการสร้างความมั่นใจผ่านความสวยที่จับต้องได้ การร่วมงานกันในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการรับหน้าที่พรีเซนเตอร์ทั่วไป แต่เป็นการยืนยันฐานะ "Symbol of Perfection" ในหมวดผลิตภัณฑ์คิ้ว ซึ่งเป็น Category ที่ TIARA BEAUTY เชี่ยวชาญจนสามารถสร้างยอดขายถล่มทลายกว่า 70 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา และพร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมาย 150 ล้านบาทในปี 2569 "TIARA FixMe Brow Mascara" ไอเท็มลับฉบับตัวแม่ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัวเฉดสีใหม่ "TIARA FixMe Brow Mascara" มาสคาร่าคิ้วที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เทรนด์ Skinimalism และคิ้วตั้งฟูแบบมืออาชีพ โดยชูจุดเด่นเรื่องความง่ายในการใช้งานแต่ให้ผลลัพธ์ระดับโปร ราวกับมีช่างแต่งหน้าส่วนตัวมาเนรมิตให้ในไม่กี่วินาที ผนึกกำลังพันธมิตร ยกระดับบิวตี้เดสทิเนชันนอกจากนี้ ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการประกาศความร่วมมือระหว่าง "TIARA BEAUTY" และ "BEAUTRIUM" บิวตี้สโตร์อันดับหนึ่งของไทย เพื่อขยายฐานการเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมคิ้วระดับสากล "คุณสุวพัชญ์ อิทธิพหลภัสร์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งแบรนด์ TIARA BEAUTY เปิดใจถึงการเลือก "ดิว" ในครั้งนี้ว่า "ดิวเป็นผู้หญิงที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนมากโดยเฉพาะเรื่องคิ้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้หญิงไทยจำนวนมากอยากมีแบบเขา เราไม่ได้มองแค่ความสวย แต่เรามองถึงความเป็นตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่ที่มั่นใจ กล้าเป็นตัวเอง และมีพลังในแบบของตัวเอง ซึ่งตรงกับ DNA ของ TIARA อย่างชัดเจน การมีดิวเป็น TIARA Brow Icon ไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ แต่คือการตอกย้ำว่าเราเป็นแบรนด์ที่เข้าใจผู้หญิงไทยจริง ๆ และต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับงานคิ้วในประเทศไทย" ด้าน "ดิว อริสรา" เผยความรู้สึกถึงการร่วมงานครั้งนี้ว่า "ดิวรู้สึกดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ TIARA เพราะจริงๆ ดิวเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับคิ้วมาก และใช้ผลิตภัณฑ์ของ TIARA อยู่แล้วด้วยค่ะ อย่าง FixMe Brow Mascara คือเป็นไอเท็มที่ดิวหยิบใช้บ่อยมาก แล้วก็มีแนะนำให้เพื่อนๆ และคนใกล้ตัวลองใช้กันอยู่ตลอด เพราะใช้ง่ายมากและให้ผลลัพธ์แบบที่ดิวชอบ คือคิ้วตั้ง ฟู ดูเป็นธรรมชาติ แต่ยังดูโปรเฟสชันนัล พอได้มาร่วมงานกับแบรนด์จริงๆก็ยิ่งรู้สึกว่ามันใช่มาก อยากให้ทุกคนได้ลอง เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือไม่เก่งแต่งหน้า ก็สามารถมีคิ้วสวยแบบมืออาชีพได้ค่ะ" มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ "คิ้วเป๊ะระดับตัวแม่" กับ "TIARA FixMe Brow Mascara" และผลิตภัณฑ์คุณภาพจาก "TIARA BEAUTY" ได้แล้ววันนี้ที่ BEAUTRIUM ทุกสาขา รวมถึงช่องทางออนไลน์และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
24/03/2026
CLEAR x Oracle Red Bull Racing ท้าชน “Helmet Hair”
ในการแข่งขัน Formula One Shanghai Grand Prix
จากแรงกดดันในค็อกพิท สู่ความมั่นใจกล้าท้าทุกแรงกดดันในชีวิตประจำวัน!
CLEAR นำวิทยาการดูแลหนังศีรษะอันล้ำสมัย มาส่งต่อถึงแฟนมอเตอร์สปอร์ต

ในโลกของการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน ทุกวินาทีคือบททดสอบของความแม่นยำ สมาธิ และความสามารถในการทำผลงานภายใต้แรงกดดันสูงสุด เคลียร์ แบรนด์แชมพูสำหรับผู้ชายอันดับ 1 ของโลก และพันธมิตรด้านการดูแลเส้นผมอย่างเป็นทางการของ Oracle Red Bull Racing (ออราเคิล เรดบูล เรซซิ่ง) จึงนำแนวคิดแบบเดียวกับสนามแข่ง มาพัฒนานวัตกรรมดูแลหนังศีรษะและเส้นผมประสิทธิภาพสูง ในช่วงสัปดาห์ที่อัดแน่นไปด้วยความตื่นเต้นของมอเตอร์สปอร์ตที่หวนคืนสู่เซี่ยงไฮ้อีกครั้ง ในการแข่งขัน Formula One Shanghai Grand Prix เคลียร์จึงชวนทุกคนมาค้นพบว่านิยามของแบรนด์อย่าง CLEAR™ HEAD กลายเป็นความได้เปรียบข้อสำคัญได้อย่างไร เมื่อสมาธิคือทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาภายใต้หมวกกันน็อก ไปจนถึงทุกสถานการณ์กดดันในชีวิตประจำวัน
ด้วยความเร็วมากกว่า 300 กม./ชม. นักแข่งฟอร์มูล่าวันต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ท้าทายอย่างยิ่ง อุณหภูมิภายในค็อกพิทอาจพุ่งสูงถึง 60 องศาเซลเซียส และนักแข่งอาจสูญเสียเหงื่อได้มากถึง 3 ลิตรในเรซเดียว เมื่ออัตราการเต้นของหัวใจพุ่งสูง และแรงเหวี่ยงตอนเข้าโค้งแตะ
ระดับ 4–6G การต้องอยู่ใต้หมวกกันน็อกเป็นเวลาหลายชั่วโมงจึงทำให้เหล่านักแข่งเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเจอกับปัญหา “Helmet Hair” หรือผมที่เสียทรงและสะสมความร้อนหลังถอดหมวก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความจริงของสนามแข่งที่มักถูกมองข้าม ขณะเดียวกัน โมเมนต์ของ “Helmet Hair” ยังกลายเป็นภาพที่แฟน ๆ ชื่นชอบและถูกแชร์ต่ออย่างแพร่หลายบนโซเชียลมีเดีย แม้นักแข่งหลายคนจะยอมรับว่ามันมาพร้อมกับความร้อน เหงื่อ อาการคัน และความไม่สบายตัวก็ตาม
ในวันนี้ เคลียร์กำลังเปลี่ยน “Helmet Hair” จากปัญหาที่หลายคนพยายามอยากหลีกเลี่ยง ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการสร้างสมรรถนะภายใต้แรงกดดันสูงสุด ด้วยแชมพูสูตรใหม่ CLEAR Men Scalp MaxCharge ที่ถูกออกแบบมาพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ อีกทั้งมอบโอกาสให้เราเชื่อมต่อกับแฟน ๆ แชมพูสูตรใหม่นี้ผ่านการทดสอบเพื่อจัดการ 10 ปัญหาหนังศีรษะ ไม่ว่าจะเป็นรังแค ความมัน และรากผมอ่อนแอ ด้วยเนื้อเจลที่สามารถกลายเป็นโฟมหนานุ่มภายใน 1.82 วินาที พร้อมเริ่มทำความสะอาดทันทีที่สระ มอบความสดชื่นยาวนานสูงสุดถึง 72 ชั่วโมง แก้ปัญหาตรงจุด พร้อมช่วยลดอาการคันและความไม่สบายหนังศีรษะจากความร้อนและความมันสะสม ทำให้ผู้ใช้สามารถโฟกัสได้อย่างเต็มที่ พร้อมความมั่นใจทั้งในสนามแข่งและในชีวิตประจำวัน
โมฮาเหม็ด เอลชาร์คาวี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมของยูนิลีเวอร์ และรองประธานฝ่ายแบรนด์ระดับโลกของเคลียร์ “เคลียร์ มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลหนังศีรษะเพื่อให้ผู้คนรู้สึกมั่นใจแม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์ที่กดดัน ความร่วมมือกับทีม Oracle Red Bull Racing จึงช่วยให้เราสามารถนำเอานวัตกรรมเหล่านี้มาพิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพและผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจริง อีกทั้งได้มอบโอกาสให้เราเชื่อมต่อกับแฟน ๆ ที่มีความมุ่งมั่นแบบเดียวกัน ในการดึงศักยภาพของตัวเองออกมาให้เต็มที่ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้สถานการณ์ใด้”
แฟนๆ ฟอร์มูล่าวันร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดคูลของ CLEAR x Oracle Red Bull Racing
นอกจากนี้ ตลอดสัปดาห์ของการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน ณ เซี่ยงไฮ้ แฟน ๆ ยังได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่กิจกรรมที่ได้แรงบันดาลใจจากบาร์เบอร์ช็อป ผสมผสานโลกของการดูแลลุคที่พร้อมลุยแบบนักแข่งตัวจริง เข้ากับบรรยากาศความตื่นเต้นของการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน ให้ทุกคนได้ทดลองประสิทธิภาพของแชมพูสูตรใหม่ พร้อมสำรวจรถแข่ง RB22 ดีไซน์ล่าสุดจากทีม Oracle Red Bull Racing อย่างใกล้ชิด ซึ่งพื้นที่กิจกรรมถูกออกแบบมาให้ผู้เข้าชมได้มีส่วนร่วมกับประสบการณ์ต่าง ๆ อย่างเต็มที่ เพื่อถ่ายทอดแรงกดดัน ความแม่นยำ และพลังของสมรรถนะที่ไม่หยุดยั้งของ CLEAR x Oracle Red Bull Racing

ตั้งแต่ความท้าทายสุดเข้มข้นในสนามแข่งฟอร์มูล่าวัน ไปจนถึงแรงกดดันที่ต้องเจอในชีวิตประจำวัน เคลียร์เชื่อว่าการทำผลงานให้ดีที่สุดเริ่มต้นจาก CLEAR™ HEAD เพราะเมื่อสิ่งรบกวนถูกขจัดออกไป ก็พร้อมโฟกัสกับทุกโอกาสได้อย่างเต็มที่ ด้วยการนำวิทยาการดูแลหนังศีรษะเข้าสู่โลกของกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับแนวหน้า เคลียร์จึงกำลังเปลี่ยนความหมายของ “Helmet Hair” ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการรับมือแรงกดดันอย่างมั่นใจ แชมพูสูตรใหม่อย่าง CLEAR Men Scalp MaxCharge พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าชั้นนำและช่องทางออนไลน์
CLEAR x Oracle Red Bull Racing ท้าชน “Helmet Hair” ในการแข่งขัน Formula One Shanghai Grand Prix
24/03/2026CLEAR x Oracle Red Bull Racing ท้าชน “Helmet Hair”ในการแข่งขัน Formula One Shanghai Grand Prixจากแรงกดดันในค็อกพิท สู่ความมั่นใจกล้าท้าทุกแรงกดดันในชีวิตประจำวัน!CLEAR นำวิทยาการดูแลหนังศีรษะอันล้ำสมัย มาส่งต่อถึงแฟนมอเตอร์สปอร์ตในโลกของการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน ทุกวินาทีคือบททดสอบของความแม่นยำ สมาธิ และความสามารถในการทำผลงานภายใต้แรงกดดันสูงสุด เคลียร์ แบรนด์แชมพูสำหรับผู้ชายอันดับ 1 ของโลก และพันธมิตรด้านการดูแลเส้นผมอย่างเป็นทางการของ Oracle Red Bull Racing (ออราเคิล เรดบูล เรซซิ่ง) จึงนำแนวคิดแบบเดียวกับสนามแข่ง มาพัฒนานวัตกรรมดูแลหนังศีรษะและเส้นผมประสิทธิภาพสูง ในช่วงสัปดาห์ที่อัดแน่นไปด้วยความตื่นเต้นของมอเตอร์สปอร์ตที่หวนคืนสู่เซี่ยงไฮ้อีกครั้ง ในการแข่งขัน Formula One Shanghai Grand Prix เคลียร์จึงชวนทุกคนมาค้นพบว่านิยามของแบรนด์อย่าง CLEAR™ HEAD กลายเป็นความได้เปรียบข้อสำคัญได้อย่างไร เมื่อสมาธิคือทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาภายใต้หมวกกันน็อก ไปจนถึงทุกสถานการณ์กดดันในชีวิตประจำวันด้วยความเร็วมากกว่า 300 กม./ชม. นักแข่งฟอร์มูล่าวันต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ท้าทายอย่างยิ่ง อุณหภูมิภายในค็อกพิทอาจพุ่งสูงถึง 60 องศาเซลเซียส และนักแข่งอาจสูญเสียเหงื่อได้มากถึง 3 ลิตรในเรซเดียว เมื่ออัตราการเต้นของหัวใจพุ่งสูง และแรงเหวี่ยงตอนเข้าโค้งแตะระดับ 4–6G การต้องอยู่ใต้หมวกกันน็อกเป็นเวลาหลายชั่วโมงจึงทำให้เหล่านักแข่งเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเจอกับปัญหา “Helmet Hair” หรือผมที่เสียทรงและสะสมความร้อนหลังถอดหมวก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความจริงของสนามแข่งที่มักถูกมองข้าม ขณะเดียวกัน โมเมนต์ของ “Helmet Hair” ยังกลายเป็นภาพที่แฟน ๆ ชื่นชอบและถูกแชร์ต่ออย่างแพร่หลายบนโซเชียลมีเดีย แม้นักแข่งหลายคนจะยอมรับว่ามันมาพร้อมกับความร้อน เหงื่อ อาการคัน และความไม่สบายตัวก็ตามในวันนี้ เคลียร์กำลังเปลี่ยน “Helmet Hair” จากปัญหาที่หลายคนพยายามอยากหลีกเลี่ยง ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการสร้างสมรรถนะภายใต้แรงกดดันสูงสุด ด้วยแชมพูสูตรใหม่ CLEAR Men Scalp MaxCharge ที่ถูกออกแบบมาพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ อีกทั้งมอบโอกาสให้เราเชื่อมต่อกับแฟน ๆ แชมพูสูตรใหม่นี้ผ่านการทดสอบเพื่อจัดการ 10 ปัญหาหนังศีรษะ ไม่ว่าจะเป็นรังแค ความมัน และรากผมอ่อนแอ ด้วยเนื้อเจลที่สามารถกลายเป็นโฟมหนานุ่มภายใน 1.82 วินาที พร้อมเริ่มทำความสะอาดทันทีที่สระ มอบความสดชื่นยาวนานสูงสุดถึง 72 ชั่วโมง แก้ปัญหาตรงจุด พร้อมช่วยลดอาการคันและความไม่สบายหนังศีรษะจากความร้อนและความมันสะสม ทำให้ผู้ใช้สามารถโฟกัสได้อย่างเต็มที่ พร้อมความมั่นใจทั้งในสนามแข่งและในชีวิตประจำวัน โมฮาเหม็ด เอลชาร์คาวี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมของยูนิลีเวอร์ และรองประธานฝ่ายแบรนด์ระดับโลกของเคลียร์ “เคลียร์ มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลหนังศีรษะเพื่อให้ผู้คนรู้สึกมั่นใจแม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์ที่กดดัน ความร่วมมือกับทีม Oracle Red Bull Racing จึงช่วยให้เราสามารถนำเอานวัตกรรมเหล่านี้มาพิสูจน์ให้เห็นถึงประสิทธิภาพและผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจริง อีกทั้งได้มอบโอกาสให้เราเชื่อมต่อกับแฟน ๆ ที่มีความมุ่งมั่นแบบเดียวกัน ในการดึงศักยภาพของตัวเองออกมาให้เต็มที่ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้สถานการณ์ใด้”แฟนๆ ฟอร์มูล่าวันร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดคูลของ CLEAR x Oracle Red Bull Racingนอกจากนี้ ตลอดสัปดาห์ของการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน ณ เซี่ยงไฮ้ แฟน ๆ ยังได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่กิจกรรมที่ได้แรงบันดาลใจจากบาร์เบอร์ช็อป ผสมผสานโลกของการดูแลลุคที่พร้อมลุยแบบนักแข่งตัวจริง เข้ากับบรรยากาศความตื่นเต้นของการแข่งขันฟอร์มูล่าวัน ให้ทุกคนได้ทดลองประสิทธิภาพของแชมพูสูตรใหม่ พร้อมสำรวจรถแข่ง RB22 ดีไซน์ล่าสุดจากทีม Oracle Red Bull Racing อย่างใกล้ชิด ซึ่งพื้นที่กิจกรรมถูกออกแบบมาให้ผู้เข้าชมได้มีส่วนร่วมกับประสบการณ์ต่าง ๆ อย่างเต็มที่ เพื่อถ่ายทอดแรงกดดัน ความแม่นยำ และพลังของสมรรถนะที่ไม่หยุดยั้งของ CLEAR x Oracle Red Bull Racingตั้งแต่ความท้าทายสุดเข้มข้นในสนามแข่งฟอร์มูล่าวัน ไปจนถึงแรงกดดันที่ต้องเจอในชีวิตประจำวัน เคลียร์เชื่อว่าการทำผลงานให้ดีที่สุดเริ่มต้นจาก CLEAR™ HEAD เพราะเมื่อสิ่งรบกวนถูกขจัดออกไป ก็พร้อมโฟกัสกับทุกโอกาสได้อย่างเต็มที่ ด้วยการนำวิทยาการดูแลหนังศีรษะเข้าสู่โลกของกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับแนวหน้า เคลียร์จึงกำลังเปลี่ยนความหมายของ “Helmet Hair” ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการรับมือแรงกดดันอย่างมั่นใจ แชมพูสูตรใหม่อย่าง CLEAR Men Scalp MaxCharge พร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าชั้นนำและช่องทางออนไลน์
1803/2026

บอกต่อไอเทมผิวสวยหลักร้อยจากญี่ปุ่น ตัวเดียวจบทั้งเบสและกันแดด
ซัมเมอร์นี้สาว ๆ ที่กำลังมองหาไอเทมผิวสวย พร้อมปกป้องแสงแดด SUNGRACE (ซันเกรส) แบรนด์เครื่องสำอางจากประเทศญี่ปุ่น ในเครือ โอซีซี กรุ๊ป ขอแนะนำ WHITE UV PROTECTOR เมคอัพเบสสูตรน้ำนม เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนก่อนการลงรองพื้น มาพร้อมคุณสมบัติกันน้ำและเหงื่อ ช่วยให้เมคอัพติดทนนานตลอดวัน ผสานเทคโนโลยี Moist Soft Focus Powder อนุภาคขนาดเล็ก ช่วยเบลอสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ให้แลดูเรียบเนียนกระจ่างใส พร้อมปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยค่า SPF42 PA++ ในขั้นตอนเดียว เหมาะกับทุกสภาพผิว ราคา 350 บาท (25 มล.) วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ BEAUTRIUM, Lotus's, Konvy และจุดจำหน่าย SUNGRACE ทั่วประเทศ
SUNGRACE บอกต่อไอเทมผิวสวยหลักร้อยจากญี่ปุ่น ตัวเดียวจบทั้งเบสและกันแดด
1803/2026บอกต่อไอเทมผิวสวยหลักร้อยจากญี่ปุ่น ตัวเดียวจบทั้งเบสและกันแดดซัมเมอร์นี้สาว ๆ ที่กำลังมองหาไอเทมผิวสวย พร้อมปกป้องแสงแดด SUNGRACE (ซันเกรส) แบรนด์เครื่องสำอางจากประเทศญี่ปุ่น ในเครือ โอซีซี กรุ๊ป ขอแนะนำ WHITE UV PROTECTOR เมคอัพเบสสูตรน้ำนม เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียนก่อนการลงรองพื้น มาพร้อมคุณสมบัติกันน้ำและเหงื่อ ช่วยให้เมคอัพติดทนนานตลอดวัน ผสานเทคโนโลยี Moist Soft Focus Powder อนุภาคขนาดเล็ก ช่วยเบลอสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ให้แลดูเรียบเนียนกระจ่างใส พร้อมปกป้องผิวจากรังสี UV ด้วยค่า SPF42 PA++ ในขั้นตอนเดียว เหมาะกับทุกสภาพผิว ราคา 350 บาท (25 มล.) วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ BEAUTRIUM, Lotus's, Konvy และจุดจำหน่าย SUNGRACE ทั่วประเทศ
17/03/2026
The Elf เขย่าสมรภูมิตลาดความงามไทย
คว้าตัวแม่ "อั้ม พัชราภา" นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์
เปิดตัว NANO WHITE DOSE สูตรพรีเมียม ชูกลยุทธ์ "Celebrity Marketing" และ "Self-Love" รุกตลาดสกินแคร์ปี 2569

ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงในอุตสาหกรรมความงาม แบรนด์สกินแคร์สัญชาติไทยต่างเร่งปรับกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกเพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาด ล่าสุดแบรนด์ "The Elf" (ดิ เอลฟ์) สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการเดินเกมระดับบิ๊กโปรเจกต์ ดึงซุปเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าของประเทศอย่าง "อั้ม - พัชราภา ไชยเชื้อ" มานั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ พร้อมเปิดตัวโฉมใหม่ของผลิตภัณฑ์เรือธง "The Elf NANO WHITE DOSE Premium White Plus+" ซึ่งถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ (Brand Image) และขยายฐานผู้บริโภคเข้าสู่เซกเมนต์สกินแคร์ระดับพรีเมียมอย่างเต็มตัว
วิเคราะห์ภาพรวมตลาด: โอกาสท่ามกลางการเติบโต
ปัจจุบันอุตสาหกรรมความงามของประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ข้อมูลจากสมาคม Thai Cosmetics Cluster Trade Association ระบุว่า มูลค่าตลาดความงามของไทยในปี 2025 ถูกประเมินว่าจะแตะระดับ 400,000 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มเครื่องสำอางและสกินแคร์ยังคงมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 10–11% ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลผิวพรรณและภาพลักษณ์อย่างต่อเนื่อง โดยที่ "สกินแคร์" ยังคงเป็นเซกเมนต์หลักที่ทรงอิทธิพลที่สุด จากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาใส่ใจสุขภาพผิวและการเสริมสร้างความมั่นใจในระยะยาว
Drop The Elf #SelfLove: นิยามใหม่แห่งความงามแบบ Harmony ในการเปิดตัวครั้งนี้ The Elf มาพร้อมแคมเปญ "Drop The Elf #SelfLove" ที่ถ่ายทอดปรัชญาของแบรนด์ในฐานะ "A Self-Harmony Brand" มุ่งเน้นการดูแลตัวเองอย่างสมดุล ภายใต้คอนเซปต์ "Glow as you are. Let your skin tell your story of self-love." โดยวางตำแหน่งการตลาด (Brand Positioning) ใน 3 มิติหลัก คือ Balanced • Timeless • Confident เพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่มองหาความสวยในแบบที่เป็นตัวเองและเปี่ยมด้วยความมั่นใจ
พลังของ "อั้ม พัชราภา" และกลยุทธ์ Celebrity Marketing
หนึ่งในกลยุทธ์ที่นักการตลาดจับตามองคือการเลือกใช้ "อั้ม พัชราภา" ไอคอนความงามระดับตำนานที่มีอิทธิพลสูง (High Influence) ต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงวัยทำงานและฐานแฟนคลับบนโลกออนไลน์ที่หนาแน่น การร่วมงานกับพรีเซ็นเตอร์ระดับประเทศในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ในวงกว้าง แต่ยังเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ (Credibility) และความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ท่ามกลางคู่แข่งจำนวนมากในตลาด
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทเตรียมใช้กลยุทธ์ที่ผสมผสานทั้ง:
· Celebrity Marketing: ใช้พลังของพรีเซ็นเตอร์สร้างภาพจำที่แข็งแกร่ง
· Digital & Influencer Marketing: เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านคอนเทนต์คุณภาพ
· Live Commerce: กระตุ้นยอดขายแบบ Real-time บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
นวัตกรรมผลิตภัณฑ์: ยอดขาย 6 ล้านขวด สู่สูตรใหม่เข้มข้น 50 เท่า
ในด้านผลิตภัณฑ์ "The Elf NANO WHITE DOSE Premium White Plus+" คือการต่อยอดความสำเร็จจากตระกูล NANO WHITE DOSE ที่สร้างสถิติยอดขายสะสมมากกว่า 6 ล้านขวด โดยสูตรใหม่นี้ได้รับการพัฒนาให้มีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นถึง 50 เท่า ผสานเทคโนโลยีสารสกัดโมเลกุลขนาดเล็กระดับนาโน (Nano-Technology) เพื่อประสิทธิภาพการบำรุงที่ล้ำลึก ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน รวดเร็ว และมีความปลอดภัยสูง
คุณสุดารัตน์ เป็งเส้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิเอลฟ์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า
"The Elf มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงการดูแลผิวได้อย่างมั่นใจ เราผสานนวัตกรรมสกินแคร์เข้ากับการตลาดยุคใหม่ เพื่อสร้างแบรนด์ไทยที่แข็งแกร่งและพร้อมแข่งขันในตลาดความงามที่เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง"
เขย่าวงการด้วย Live Commerce และ Limited Edition
นอกจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ แบรนด์ยังเดินเกมการตลาดผ่าน "Live Commerce" ที่กำลังเป็นเทรนด์หลักของไทย โดยเตรียมสร้างเซอร์ไพรส์เปิดขายขวด "Limited Edition" จำนวน 20,000 ขวด ผ่านกิจกรรมไลฟ์สดที่พรีเซ็นเตอร์จะมาร่วมสื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรงในวันที่ 28 มีนาคม 2569 นี้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) และกระตุ้นยอดขายในระยะสั้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
The Elf เขย่าสมรภูมิตลาดความงามไทย คว้าตัวแม่ "อั้ม พัชราภา" นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์
17/03/2026The Elf เขย่าสมรภูมิตลาดความงามไทยคว้าตัวแม่ "อั้ม พัชราภา" นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์เปิดตัว NANO WHITE DOSE สูตรพรีเมียม ชูกลยุทธ์ "Celebrity Marketing" และ "Self-Love" รุกตลาดสกินแคร์ปี 2569ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงในอุตสาหกรรมความงาม แบรนด์สกินแคร์สัญชาติไทยต่างเร่งปรับกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกเพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาด ล่าสุดแบรนด์ "The Elf" (ดิ เอลฟ์) สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการเดินเกมระดับบิ๊กโปรเจกต์ ดึงซุปเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าของประเทศอย่าง "อั้ม - พัชราภา ไชยเชื้อ" มานั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ พร้อมเปิดตัวโฉมใหม่ของผลิตภัณฑ์เรือธง "The Elf NANO WHITE DOSE Premium White Plus+" ซึ่งถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ (Brand Image) และขยายฐานผู้บริโภคเข้าสู่เซกเมนต์สกินแคร์ระดับพรีเมียมอย่างเต็มตัววิเคราะห์ภาพรวมตลาด: โอกาสท่ามกลางการเติบโตปัจจุบันอุตสาหกรรมความงามของประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ข้อมูลจากสมาคม Thai Cosmetics Cluster Trade Association ระบุว่า มูลค่าตลาดความงามของไทยในปี 2025 ถูกประเมินว่าจะแตะระดับ 400,000 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มเครื่องสำอางและสกินแคร์ยังคงมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 10–11% ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลผิวพรรณและภาพลักษณ์อย่างต่อเนื่อง โดยที่ "สกินแคร์" ยังคงเป็นเซกเมนต์หลักที่ทรงอิทธิพลที่สุด จากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาใส่ใจสุขภาพผิวและการเสริมสร้างความมั่นใจในระยะยาวDrop The Elf #SelfLove: นิยามใหม่แห่งความงามแบบ Harmony ในการเปิดตัวครั้งนี้ The Elf มาพร้อมแคมเปญ "Drop The Elf #SelfLove" ที่ถ่ายทอดปรัชญาของแบรนด์ในฐานะ "A Self-Harmony Brand" มุ่งเน้นการดูแลตัวเองอย่างสมดุล ภายใต้คอนเซปต์ "Glow as you are. Let your skin tell your story of self-love." โดยวางตำแหน่งการตลาด (Brand Positioning) ใน 3 มิติหลัก คือ Balanced • Timeless • Confident เพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่มองหาความสวยในแบบที่เป็นตัวเองและเปี่ยมด้วยความมั่นใจพลังของ "อั้ม พัชราภา" และกลยุทธ์ Celebrity Marketingหนึ่งในกลยุทธ์ที่นักการตลาดจับตามองคือการเลือกใช้ "อั้ม พัชราภา" ไอคอนความงามระดับตำนานที่มีอิทธิพลสูง (High Influence) ต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงวัยทำงานและฐานแฟนคลับบนโลกออนไลน์ที่หนาแน่น การร่วมงานกับพรีเซ็นเตอร์ระดับประเทศในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ในวงกว้าง แต่ยังเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ (Credibility) และความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ท่ามกลางคู่แข่งจำนวนมากในตลาดสำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทเตรียมใช้กลยุทธ์ที่ผสมผสานทั้ง:· Celebrity Marketing: ใช้พลังของพรีเซ็นเตอร์สร้างภาพจำที่แข็งแกร่ง· Digital & Influencer Marketing: เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านคอนเทนต์คุณภาพ· Live Commerce: กระตุ้นยอดขายแบบ Real-time บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซนวัตกรรมผลิตภัณฑ์: ยอดขาย 6 ล้านขวด สู่สูตรใหม่เข้มข้น 50 เท่าในด้านผลิตภัณฑ์ "The Elf NANO WHITE DOSE Premium White Plus+" คือการต่อยอดความสำเร็จจากตระกูล NANO WHITE DOSE ที่สร้างสถิติยอดขายสะสมมากกว่า 6 ล้านขวด โดยสูตรใหม่นี้ได้รับการพัฒนาให้มีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นถึง 50 เท่า ผสานเทคโนโลยีสารสกัดโมเลกุลขนาดเล็กระดับนาโน (Nano-Technology) เพื่อประสิทธิภาพการบำรุงที่ล้ำลึก ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจน รวดเร็ว และมีความปลอดภัยสูงคุณสุดารัตน์ เป็งเส้า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิเอลฟ์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า"The Elf มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงการดูแลผิวได้อย่างมั่นใจ เราผสานนวัตกรรมสกินแคร์เข้ากับการตลาดยุคใหม่ เพื่อสร้างแบรนด์ไทยที่แข็งแกร่งและพร้อมแข่งขันในตลาดความงามที่เติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง"เขย่าวงการด้วย Live Commerce และ Limited Editionนอกจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ แบรนด์ยังเดินเกมการตลาดผ่าน "Live Commerce" ที่กำลังเป็นเทรนด์หลักของไทย โดยเตรียมสร้างเซอร์ไพรส์เปิดขายขวด "Limited Edition" จำนวน 20,000 ขวด ผ่านกิจกรรมไลฟ์สดที่พรีเซ็นเตอร์จะมาร่วมสื่อสารกับผู้บริโภคโดยตรงในวันที่ 28 มีนาคม 2569 นี้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) และกระตุ้นยอดขายในระยะสั้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
12 มีนาคม 2569
ยูนิลีเวอร์ เปิดตัว CLEAR Scalpceuticals Pro อัปเกรดมาตรฐานดูแลหนังศีรษะ ด้วยองค์ความรู้ด้านผิวหนังและหนังศีรษะเชิงลึก ตอบโจทย์ปัญหาเส้นผม
ด้วยนวัตกรรมล่าสุดจาก R&D ระดับโลก

กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลก เดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัย (Research & Development) ผ่านการพัฒนาโซลูชันดูแลหนังศีรษะเชิงลึก เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “CLEAR Scalpceuticals Pro” ยกระดับมาตรฐานการดูแลหนังศีรษะแบบพรีเมียม โดยผสานองค์ความรู้ด้านผิวหนัง (Dermatology) และชีววิทยาของหนังศีรษะเชิงลึก (Scalp Science) เข้ากับประสบการณ์การใช้ระดับพรีเมียมเพื่อตอบโจทย์ทุกปัญหาหนังศีรษะ ทั้งรังแค ผมขาดหลุดร่วง หรือหนังศีรษะบอบบางมีแนวโน้มแพ้ง่ายอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพในระยะยาว ส่งมอบมาตรฐานการดูแลหนังศีรษะระดับเดอร์มา-โปรเฟสชันนอล (Derma-Professional) ที่แพทย์ผิวหนังแนะนำ
เคลียร์ (CLEAR) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลหนังศีรษะ พัฒนา CLEAR Scalpceuticals Pro จากองค์ความรู้ด้านสุขภาพหนังศีรษะที่สั่งสมมากว่า 50 ปี จากการทำงานร่วมกันของห้องปฏิบัติการวิจัยระดับโลก 5 แห่ง โดยอาศัยผลงานวิจัยและบทความทางวิชาการมากกว่า 80 ชิ้นด้านชีววิทยาของหนังศีรษะ รวมถึงข้อมูลเชิงลึกจากแพทย์ผิวหนังกว่า 1,100 คนทั่วโลก เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลหนังศีรษะในอุตสาหกรรมความงามในหมวด Scalp care โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม CLEAR Scalpceuticals Pro ผ่านการทดสอบทางคลินิก และได้รับการแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ตอกย้ำความน่าเชื่อถือในระดับเดอร์มา-โปรเฟสชันนอล และสะท้อนศักยภาพของยูนิลีเวอร์ในการรังสรรค์นวัตกรรมจากห้องแล็บสู่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง
นางสาวจิดานันท์ ตันพิทักษ์สิทธิ์ ผู้อำนวยการการตลาดเชิงกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพ กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ที่ยูนิลีเวอร์ เราเชื่อว่านวัตกรรมที่แท้จริงต้องเริ่มจากความเข้าใจเชิงลึกทางวิทยาศาสตร์และความต้องการของผู้บริโภค CLEAR Scalpceuticals Pro คือผลลัพธ์ของการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ CLEAR ในการต่อยอดจาก แบรนด์แชมพูขจัดรังแค สู่แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลหนังศีรษะ ภายใต้แนวคิด ‘หนังศีรษะคือผิวหนัง’ และต้องการการดูแลเชิงลึกไม่ต่างจากสกินแคร์ และยังเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของยูนิลีเวอร์ในฐานะองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม พร้อมสร้างบรรทัดฐานใหม่ของการดูแลสุขภาพผมและหนังศีรษะให้กับอุตสาหกรรม”

CLEAR Scalpceuticals Pro มาพร้อมนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ปัญหาหนังศีรษะอย่างตรงจุดและเฉพาะทาง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ยืนหนึ่งทุกบททดสอบ” สะท้อนความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของโซลูชันดูแลหนังศีรษะ ที่พัฒนาจากศาสตร์ Scalp Science เชิงลึก ออกแบบมาเป็นนำ 3 โซลูชันหลัก ได้แก่
1. กลุ่มผลิตภัณฑ์ขจัดรังแค (Dandruff Rescue & Defense) พัฒนาด้วยเทคโนโลยี SES Pro Derm Active เอกสิทธิ์ของ CLEAR ผสาน Selenium Sulfide Pro จัดการรังแค พร้อม 3 กรดอะมิโนจำเป็น (Serine, Alanine, Glycine) ที่ช่วยฟื้นบำรุงเกราะปกป้องหนังศีรษะ และ Pro Vitamin B5 ความบริสุทธิ์ 98% เกรดสกินแคร์ เพื่อเสริมความแข็งแรงของหนังศีรษะในระยะยาว
2. กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับลดผมขาดหลุดร่วง (Hair Fall Resist) ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี DYNOXIDIL™ เอกสิทธิ์เฉพาะของ CLEAR ทำงานร่วมกับ FolliLock™ เพื่อเสริมความแข็งแรงและเสริมการยึดเกาะของเส้นผมตั้งแต่โคนผม พร้อมรูทีน 3 ขั้นตอน ประกอบไปด้วย แชมพู คอนดิชันเนอร์ และเซรั่ม ที่ออกแบบให้ทำงานเสริมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการทดสอบทางคลินิก เพื่อช่วยลดปัญหาผมขาดหลุดร่วง
3. กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับหนังศีรษะบอบบางแพ้ง่าย (Sensitive Soothe) ภายใต้แนวคิด Scalp Derma Care สูตรอ่อนโยนเป็นพิเศษ ผ่านการทดสอบทางคลินิกและผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ปราศจากซิลิโคน แอลกอฮอล์ และสีสังเคราะห์ ด้วยเทคโนโลยี Sensicare ดูแลหนังศีรษะที่อ่อนแอและแพ้ง่าย ผสาน ProVitamin B5 ความบริสุทธิ์ 98% และกรดอะมิโนจำเป็นเพื่อฟื้นบำรุงเกราะปกป้องหนังศีรษะ ลดอาการคัน และดูแลหนังศีรษะอย่างอ่อนโยนโดยไม่รบกวนสมดุลตามธรรมชาติ
CLEAR Scalpceuticals Pro วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้านวัตสัน ทุกสาขา และช่องทางออนไลน์ ของยูนิลีเวอร์ #CLEARSCALPPRO #Clearthailand #UnileverThailand
ยูนิลีเวอร์ เปิดตัว CLEAR Scalpceuticals Pro อัปเกรดมาตรฐานดูแลหนังศีรษะ ด้วยองค์ความรู้ด้านผิวหนังและหนังศีรษะเชิงลึก ตอบโจทย์ปัญหาเส้นผมด้วยนวัตกรรมล่าสุดจาก R&D ระดับโลก
12 มีนาคม 2569 ยูนิลีเวอร์ เปิดตัว CLEAR Scalpceuticals Pro อัปเกรดมาตรฐานดูแลหนังศีรษะ ด้วยองค์ความรู้ด้านผิวหนังและหนังศีรษะเชิงลึก ตอบโจทย์ปัญหาเส้นผมด้วยนวัตกรรมล่าสุดจาก R&D ระดับโลกกลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลก เดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัย (Research & Development) ผ่านการพัฒนาโซลูชันดูแลหนังศีรษะเชิงลึก เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “CLEAR Scalpceuticals Pro” ยกระดับมาตรฐานการดูแลหนังศีรษะแบบพรีเมียม โดยผสานองค์ความรู้ด้านผิวหนัง (Dermatology) และชีววิทยาของหนังศีรษะเชิงลึก (Scalp Science) เข้ากับประสบการณ์การใช้ระดับพรีเมียมเพื่อตอบโจทย์ทุกปัญหาหนังศีรษะ ทั้งรังแค ผมขาดหลุดร่วง หรือหนังศีรษะบอบบางมีแนวโน้มแพ้ง่ายอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพในระยะยาว ส่งมอบมาตรฐานการดูแลหนังศีรษะระดับเดอร์มา-โปรเฟสชันนอล (Derma-Professional) ที่แพทย์ผิวหนังแนะนำเคลียร์ (CLEAR) แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลหนังศีรษะ พัฒนา CLEAR Scalpceuticals Pro จากองค์ความรู้ด้านสุขภาพหนังศีรษะที่สั่งสมมากว่า 50 ปี จากการทำงานร่วมกันของห้องปฏิบัติการวิจัยระดับโลก 5 แห่ง โดยอาศัยผลงานวิจัยและบทความทางวิชาการมากกว่า 80 ชิ้นด้านชีววิทยาของหนังศีรษะ รวมถึงข้อมูลเชิงลึกจากแพทย์ผิวหนังกว่า 1,100 คนทั่วโลก เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลหนังศีรษะในอุตสาหกรรมความงามในหมวด Scalp care โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม CLEAR Scalpceuticals Pro ผ่านการทดสอบทางคลินิก และได้รับการแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ตอกย้ำความน่าเชื่อถือในระดับเดอร์มา-โปรเฟสชันนอล และสะท้อนศักยภาพของยูนิลีเวอร์ในการรังสรรค์นวัตกรรมจากห้องแล็บสู่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริงนางสาวจิดานันท์ ตันพิทักษ์สิทธิ์ ผู้อำนวยการการตลาดเชิงกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพ กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ที่ยูนิลีเวอร์ เราเชื่อว่านวัตกรรมที่แท้จริงต้องเริ่มจากความเข้าใจเชิงลึกทางวิทยาศาสตร์และความต้องการของผู้บริโภค CLEAR Scalpceuticals Pro คือผลลัพธ์ของการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ CLEAR ในการต่อยอดจาก แบรนด์แชมพูขจัดรังแค สู่แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลหนังศีรษะ ภายใต้แนวคิด ‘หนังศีรษะคือผิวหนัง’ และต้องการการดูแลเชิงลึกไม่ต่างจากสกินแคร์ และยังเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของยูนิลีเวอร์ในฐานะองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม พร้อมสร้างบรรทัดฐานใหม่ของการดูแลสุขภาพผมและหนังศีรษะให้กับอุตสาหกรรม”CLEAR Scalpceuticals Pro มาพร้อมนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ปัญหาหนังศีรษะอย่างตรงจุดและเฉพาะทาง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ยืนหนึ่งทุกบททดสอบ” สะท้อนความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของโซลูชันดูแลหนังศีรษะ ที่พัฒนาจากศาสตร์ Scalp Science เชิงลึก ออกแบบมาเป็นนำ 3 โซลูชันหลัก ได้แก่1. กลุ่มผลิตภัณฑ์ขจัดรังแค (Dandruff Rescue & Defense) พัฒนาด้วยเทคโนโลยี SES Pro Derm Active เอกสิทธิ์ของ CLEAR ผสาน Selenium Sulfide Pro จัดการรังแค พร้อม 3 กรดอะมิโนจำเป็น (Serine, Alanine, Glycine) ที่ช่วยฟื้นบำรุงเกราะปกป้องหนังศีรษะ และ Pro Vitamin B5 ความบริสุทธิ์ 98% เกรดสกินแคร์ เพื่อเสริมความแข็งแรงของหนังศีรษะในระยะยาว2. กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับลดผมขาดหลุดร่วง (Hair Fall Resist) ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี DYNOXIDIL™ เอกสิทธิ์เฉพาะของ CLEAR ทำงานร่วมกับ FolliLock™ เพื่อเสริมความแข็งแรงและเสริมการยึดเกาะของเส้นผมตั้งแต่โคนผม พร้อมรูทีน 3 ขั้นตอน ประกอบไปด้วย แชมพู คอนดิชันเนอร์ และเซรั่ม ที่ออกแบบให้ทำงานเสริมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการทดสอบทางคลินิก เพื่อช่วยลดปัญหาผมขาดหลุดร่วง3. กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับหนังศีรษะบอบบางแพ้ง่าย (Sensitive Soothe) ภายใต้แนวคิด Scalp Derma Care สูตรอ่อนโยนเป็นพิเศษ ผ่านการทดสอบทางคลินิกและผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ปราศจากซิลิโคน แอลกอฮอล์ และสีสังเคราะห์ ด้วยเทคโนโลยี Sensicare ดูแลหนังศีรษะที่อ่อนแอและแพ้ง่าย ผสาน ProVitamin B5 ความบริสุทธิ์ 98% และกรดอะมิโนจำเป็นเพื่อฟื้นบำรุงเกราะปกป้องหนังศีรษะ ลดอาการคัน และดูแลหนังศีรษะอย่างอ่อนโยนโดยไม่รบกวนสมดุลตามธรรมชาติCLEAR Scalpceuticals Pro วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้านวัตสัน ทุกสาขา และช่องทางออนไลน์ ของยูนิลีเวอร์ #CLEARSCALPPRO #Clearthailand #UnileverThailand
12/03/2026
THE ALCHEMIST’S GARDEN: บทพรรณนาบอกเล่าศิลปะแห่งการแปรสสารผ่านกลิ่นหอม
Ylang Ambrato และ Lignum Idealis 2 ผลงานความหอมใหม่ สะท้อนจิตวิญญาณ แห่งการเล่นแร่แปรธาตุจากคอลเล็กชั่นน้ำหอมสุดซิกเนเจอร์ของ Gucci


Gucci The Alchemist’s Garden เป็นดั่งสะพานเชื่อมระหว่างการเล่นแร่แปรธาตุกับน้ำหอมแห่งยุคสมัยใหม่ ที่ทำให้เกิดการสร้างสรรค์กลิ่นน้ำหอมอันหรูหราด้วยนวัตกรรมใหม่ ซึ่งการเล่นแร่แปรธาตุนั้นถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสสารอันเป็นมรดก ล้ำค่าที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ที่ได้รับการพัฒนาและกำหนดนิยามขึ้นใหม่ในเมืองฟลอเรนซ์ อันเป็นถิ่นกำเนิดของ Gucci โดยได้ แรงบันดาลใจจากการแปรธาตุทางเคมีทั้ง 4 ได้แก่ Substratum (ดิน), Vaporum (ลม), Liquidum (น้ำ), Ignis (ไฟ) สุคนธกรผู้อยู่เบื้องหลังการรังสรรค์กลิ่นหอมในคอลเล็กชั่น The Alchemist’s Garden ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของส่วนผสมหายากออกมาเป็นมิติความหอมครั้งใหม่ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
Ylang Ambrato และ Lignum Idealis Eau de Parfum คือ 2 ผลงานความหอมใหม่ที่ถูกปรุงขึ้นจากศิลปะแห่งการเล่นแร่แปลธาตุ อันเป็นศูนย์กลางของการออกแบบโครงสร้างน้ำหอมแห่ง Gucci ซึ่งกลิ่นหอมเหล่านี้ถูกรังสรรค์ขึ้นจากศาสตร์การปรุงน้ำหอมที่ลึกลับ โดยส่วนผสมหายากต่างๆ ซึ่งได้ถูกนำมาแปรสภาพผ่านกระบวนการปรุงน้ำหอมชั้นสูงผสานกับศิลปะอันเก่าแก่ที่ถูกสืบทอดมาอย่างยาวนาน เพื่อต่อยอดแรงบันดาลใจจากการเล่นแร่แปลธาตุของดิน Ylang Ambrato เผยกลิ่นหอมอันเปล่งประกายของ Ylang-Ylang หรือดอกกระดังงา เข้ากับกลิ่นอำพันหอมกรุ่นของ Tonka Bean การโคจรมาพบกันครั้งนี้เกิดจากกระบวนการการกลั่นรวมของ 2 ส่วนผสม ซึ่งเป็นศาสตร์การแปรสภาพเพื่อให้หลอมรวมความหอมที่มีขั้วแตกต่างเข้าด้วยกัน และเพื่อยกย่องศิลปะแห่งการเล่นแร่แปลธาตุของไฟ Lignum Idealis ถ่ายทอดจิตวิญญาณของผืนป่า ด้วยเทคนิคการรังสรรค์กลิ่นพิเศษที่เรียกว่า Headspace โดยนักปรุงน้ำหอมสกัดโมเลกุลกลิ่นไม้ของต้นเซควอเอียยักษ์ (Giant Sequoia) ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะเพื่อสร้างเอสเซนส์ของแนวกลิ่นวู้ดดี้ขึ้นมาใหม่โดยที่ไม่ทำลายธรรมชาติ
เปิดประสบการณ์ความหอมกับ The Alchemist’s Garden
ทุกๆ กลิ่นหอมในคอลเล็กชั่นน้ำหอม The Alchemist’s Garden จะถูกบรรจุในขวดสีอันเป็นซิกเนเจอร์ที่บ่งบอกถึงกระบวนการแปรธาตุ
กลิ่นในตระกูล Substratum มีส่วนผสมจากธรรมชาติและผืนดิน เช่น ยางไม้ ไม้ และใบไม้แห้งที่ผ่านกระบวนการเผา บด และสกัดด้วยสารละลาย พร้อมเติมกลิ่นเพื่อเพิ่มความเข้มข้น กลิ่นหอมเหล่านี้บรรจุมาในขวดสีดำที่ประดับด้วยลวดลายสัตว์และสัญลักษณ์อันทรงพลัง
กลิ่นในตระกูล Vaporum ที่ประกอบไปด้วยส่วนผสมบริสุทธิ์ที่สุดและโมเลกุลสังเคราะห์ได้รับการสกัดด้วยก๊าซอย่างอ่อนโยน หรือการสร้างใหม่โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อสะท้อนถึงคุณสมบัติทางอากาศ กลิ่นหอมอันเปล่งประกายมาในขวดสีขาวประดับสัญลักษณ์ของสิ่งมีชีวิตที่บินได้ ชวนให้นึกถึงความสง่างามและความเบาสบายของอากาศ
กลิ่นในตระกูล Liquidum ที่นำศาสตร์การกลั่นโบราณมาเปลี่ยนสสารด้วยพลังของน้ำ กลิ่นหอมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและมีหลากหลายมิติ ได้ถ่ายทอดกลิ่นอายดอกไม้ที่มีช่วงเวลาแสนสั้น แต่ละขวดประดับด้วยสัญลักษณ์อันลึกลับจากสวนเมจิกการ์เด้นของ Gucci
สุดท้ายสำหรับกลิ่นในตระกูล Ignis นักปรุงน้ำหอมขยายขอบเขตของการเล่นแร่แปรธาตุ โดยใช้เทคนิคที่ก้าวล้ำเพื่อสร้างกลิ่นหอมสุดท้าทาย บรรจุในขวดสีแดงโดดเด่น ประดับสัญลักษณ์แห่งเวทมนตร์และสัตว์ในจินตนาการ
พบกับกลิ่นใหม่ Ylang Ambrato Eau de Parfum
Ylang Ambrato เผยกลิ่นหอมครีมมี่ของเอสเซนส์สกัดจากดอกกระดังงาซึ่งเป็นหัวใจของน้ำหอมในครั้งนี้ ผสานเข้ากับกลิ่นคล้ายขนมหวานของทองก้าบีนสกัดเข้มข้น โดยหลอมรวมเข้าด้วยกันจากกระบวนการกลั่นอย่างช้าๆ สุดประณีต เพื่อขับเน้นกลิ่นหอมเปล่งประกายของดอกกระดังงาด้วยกลิ่นอำพันลุ่มลึก หัวน้ำหอมปรุงสูตรของใบยาสูบช่วยเพิ่มแนวกลิ่นอบอุ่นผสานด้วยแนวกลิ่นแมกไม้ได้อย่างสง่างาม ในขณะที่กลิ่นซิตรัสสดชื่นเพิ่มมิติหอมหวานให้กับแนวกลิ่นวู้ดดี้ น้ำหอมแนวกลิ่นฟลอรัล-อำพันนี้ถูกรังสรรค์โดยนักปรุงน้ำหอม Jean-Christophe Hérault ด้วยกระบวนการที่ผสานศิลปะการแปรธาตุดิน (Substratum) น้ำหอมถูกบรรจุมาในขวดแก้วสีดำ รอบขวดประดับด้วยลวดลายกิ้งก่า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลง
“จากแรงบันดาลใจศิลปะของการแปรธาตุสู่กลิ่นหอม สำหรับ Ylang Ambrato ผมตั้งใจถ่ายทอดเสน่ห์ของกลิ่นอำพันที่ ลุ่มลึกและน่าค้นหา นำเสนอในแง่มุมที่ทันสมัยและเป็นซิกเนเจอร์อย่างมีเอกลักษณ์ โดยสำหรับการรังสรรค์ครั้งนี้ ผมเลือกส่วนผสมสกัดจากธรรมชาติที่ดีที่สุด ใช้เทคนิคการหลอมรวมกลิ่นหอมที่เป็นหัวใจจากดอกกระดังงาและทองก้าบีนเข้มข้นเข้าด้วยกัน ผ่านการกลั่นออกมาเป็นกลิ่นหอมที่ครีมมี่เปล่งประกาย” - Jean-Christophe Hérault
พบกับกลิ่นใหม่ Lignum Idealis Eau de Parfum
Lignum Idealis ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อยกย่องความสง่างามของหนึ่งในต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เผยกลิ่นวู้ดดี้ที่หอมครีมมี่ของไม้สนยักษ์ (Giant Sequoia) รังสรรค์ขึ้นโดยนักปรุงน้ำหอม Alexis Grugeon ซึ่งตั้งใจอุทิศให้กับความงามของต้นไม้เก่าแก่นี้ กลิ่นอบอุ่นเผ็ดร้อนจากต้นไม้ถูกกักเก็บด้วยกระบวนการสกัดเทคโนโลยีใหม่ โมเลกุลกลิ่นหอมของไม้เนื้อแดงถูกหมักบ่มเข้มข้นภายใต้โดมแก้ว โดยนักปรุงน้ำหอมจะนำเข็มฉีดยาปักเข้าไปในลำต้นเพื่อกลั่นความหอมในระดับโมเลกุล จากนั้นกลิ่นที่ถูกสกัดจะถูกนำมาปรุงต่อตามกรรมวิธีของนักปรุงน้ำหอม ด้วยกระบวนการหมักบ่มชีวภาพนี้ช่วยเผยแง่มุมความหอมครีมมี่ของกลิ่นแซนดัลวู้ดให้โดดเด่นที่สุด ตัดความคมชัดให้กลมกล่อมด้วยกลิ่นฟรุ้ตตี้จาก Juniper Berries Essence น้ำหอมแนวกลิ่นวู้ดดี้นี้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลความหอมอย่าง Ignis ถูกบรรจุมาในขวดแก้วสีแดงประดับด้วยลวดลายกวางสีทอง สื่อถึงผู้พิทักษ์ที่คุ้มครองอาณาจักรแห่งต้นไม้อันยิ่งใหญ่
“Lignum Idealis ได้แรงบันดาลใจจากทริปเดินทางไปโอเรกอน ที่ที่ผมได้เดินท่ามกลางป่าต้นเซควอเอียยักษ์และฝันที่จะถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ของลำต้นสีแดงผ่านกลิ่นหอมที่สุดยูนีก มันคือการผสมผสานระหว่างกลิ่นอโรมาติกชุ่มชื่นของผืนป่าเข้ากับความหอมอบอุ่นและเผ็ดร้อนของกลิ่นวู้ดดี้ที่หอมลุ่มลึกเย้ายวน” – Alexis Grugeon
The Alchemist’s Garden 2 กลิ่นหอมใหม่ Ylang Ambrato และ Lignum Idealis พร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป รวมทั้งช่องทางออนไลน์ โดยขนาด 50 มล. ราคา 10,000 บาท และขนาด 100 มล. ราคา 14,200 บาท
@guccibeauty #GucciBeauty #TheAlchemistsGarden
Gucci The Alchemist’s Garden คอลเล็กชั่นน้ำหอมสุดซิกเนเจอร์ เปิดตัว 2 กลิ่นหอมใหม่ Ylang Ambrato และ Lignum Idealis
12/03/2026THE ALCHEMIST’S GARDEN: บทพรรณนาบอกเล่าศิลปะแห่งการแปรสสารผ่านกลิ่นหอมYlang Ambrato และ Lignum Idealis 2 ผลงานความหอมใหม่ สะท้อนจิตวิญญาณ แห่งการเล่นแร่แปรธาตุจากคอลเล็กชั่นน้ำหอมสุดซิกเนเจอร์ของ GucciGucci The Alchemist’s Garden เป็นดั่งสะพานเชื่อมระหว่างการเล่นแร่แปรธาตุกับน้ำหอมแห่งยุคสมัยใหม่ ที่ทำให้เกิดการสร้างสรรค์กลิ่นน้ำหอมอันหรูหราด้วยนวัตกรรมใหม่ ซึ่งการเล่นแร่แปรธาตุนั้นถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสสารอันเป็นมรดก ล้ำค่าที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ที่ได้รับการพัฒนาและกำหนดนิยามขึ้นใหม่ในเมืองฟลอเรนซ์ อันเป็นถิ่นกำเนิดของ Gucci โดยได้ แรงบันดาลใจจากการแปรธาตุทางเคมีทั้ง 4 ได้แก่ Substratum (ดิน), Vaporum (ลม), Liquidum (น้ำ), Ignis (ไฟ) สุคนธกรผู้อยู่เบื้องหลังการรังสรรค์กลิ่นหอมในคอลเล็กชั่น The Alchemist’s Garden ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของส่วนผสมหายากออกมาเป็นมิติความหอมครั้งใหม่ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดYlang Ambrato และ Lignum Idealis Eau de Parfum คือ 2 ผลงานความหอมใหม่ที่ถูกปรุงขึ้นจากศิลปะแห่งการเล่นแร่แปลธาตุ อันเป็นศูนย์กลางของการออกแบบโครงสร้างน้ำหอมแห่ง Gucci ซึ่งกลิ่นหอมเหล่านี้ถูกรังสรรค์ขึ้นจากศาสตร์การปรุงน้ำหอมที่ลึกลับ โดยส่วนผสมหายากต่างๆ ซึ่งได้ถูกนำมาแปรสภาพผ่านกระบวนการปรุงน้ำหอมชั้นสูงผสานกับศิลปะอันเก่าแก่ที่ถูกสืบทอดมาอย่างยาวนาน เพื่อต่อยอดแรงบันดาลใจจากการเล่นแร่แปลธาตุของดิน Ylang Ambrato เผยกลิ่นหอมอันเปล่งประกายของ Ylang-Ylang หรือดอกกระดังงา เข้ากับกลิ่นอำพันหอมกรุ่นของ Tonka Bean การโคจรมาพบกันครั้งนี้เกิดจากกระบวนการการกลั่นรวมของ 2 ส่วนผสม ซึ่งเป็นศาสตร์การแปรสภาพเพื่อให้หลอมรวมความหอมที่มีขั้วแตกต่างเข้าด้วยกัน และเพื่อยกย่องศิลปะแห่งการเล่นแร่แปลธาตุของไฟ Lignum Idealis ถ่ายทอดจิตวิญญาณของผืนป่า ด้วยเทคนิคการรังสรรค์กลิ่นพิเศษที่เรียกว่า Headspace โดยนักปรุงน้ำหอมสกัดโมเลกุลกลิ่นไม้ของต้นเซควอเอียยักษ์ (Giant Sequoia) ด้วยเทคโนโลยีเฉพาะเพื่อสร้างเอสเซนส์ของแนวกลิ่นวู้ดดี้ขึ้นมาใหม่โดยที่ไม่ทำลายธรรมชาติเปิดประสบการณ์ความหอมกับ The Alchemist’s Gardenทุกๆ กลิ่นหอมในคอลเล็กชั่นน้ำหอม The Alchemist’s Garden จะถูกบรรจุในขวดสีอันเป็นซิกเนเจอร์ที่บ่งบอกถึงกระบวนการแปรธาตุกลิ่นในตระกูล Substratum มีส่วนผสมจากธรรมชาติและผืนดิน เช่น ยางไม้ ไม้ และใบไม้แห้งที่ผ่านกระบวนการเผา บด และสกัดด้วยสารละลาย พร้อมเติมกลิ่นเพื่อเพิ่มความเข้มข้น กลิ่นหอมเหล่านี้บรรจุมาในขวดสีดำที่ประดับด้วยลวดลายสัตว์และสัญลักษณ์อันทรงพลังกลิ่นในตระกูล Vaporum ที่ประกอบไปด้วยส่วนผสมบริสุทธิ์ที่สุดและโมเลกุลสังเคราะห์ได้รับการสกัดด้วยก๊าซอย่างอ่อนโยน หรือการสร้างใหม่โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อสะท้อนถึงคุณสมบัติทางอากาศ กลิ่นหอมอันเปล่งประกายมาในขวดสีขาวประดับสัญลักษณ์ของสิ่งมีชีวิตที่บินได้ ชวนให้นึกถึงความสง่างามและความเบาสบายของอากาศกลิ่นในตระกูล Liquidum ที่นำศาสตร์การกลั่นโบราณมาเปลี่ยนสสารด้วยพลังของน้ำ กลิ่นหอมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและมีหลากหลายมิติ ได้ถ่ายทอดกลิ่นอายดอกไม้ที่มีช่วงเวลาแสนสั้น แต่ละขวดประดับด้วยสัญลักษณ์อันลึกลับจากสวนเมจิกการ์เด้นของ Gucciสุดท้ายสำหรับกลิ่นในตระกูล Ignis นักปรุงน้ำหอมขยายขอบเขตของการเล่นแร่แปรธาตุ โดยใช้เทคนิคที่ก้าวล้ำเพื่อสร้างกลิ่นหอมสุดท้าทาย บรรจุในขวดสีแดงโดดเด่น ประดับสัญลักษณ์แห่งเวทมนตร์และสัตว์ในจินตนาการพบกับกลิ่นใหม่ Ylang Ambrato Eau de ParfumYlang Ambrato เผยกลิ่นหอมครีมมี่ของเอสเซนส์สกัดจากดอกกระดังงาซึ่งเป็นหัวใจของน้ำหอมในครั้งนี้ ผสานเข้ากับกลิ่นคล้ายขนมหวานของทองก้าบีนสกัดเข้มข้น โดยหลอมรวมเข้าด้วยกันจากกระบวนการกลั่นอย่างช้าๆ สุดประณีต เพื่อขับเน้นกลิ่นหอมเปล่งประกายของดอกกระดังงาด้วยกลิ่นอำพันลุ่มลึก หัวน้ำหอมปรุงสูตรของใบยาสูบช่วยเพิ่มแนวกลิ่นอบอุ่นผสานด้วยแนวกลิ่นแมกไม้ได้อย่างสง่างาม ในขณะที่กลิ่นซิตรัสสดชื่นเพิ่มมิติหอมหวานให้กับแนวกลิ่นวู้ดดี้ น้ำหอมแนวกลิ่นฟลอรัล-อำพันนี้ถูกรังสรรค์โดยนักปรุงน้ำหอม Jean-Christophe Hérault ด้วยกระบวนการที่ผสานศิลปะการแปรธาตุดิน (Substratum) น้ำหอมถูกบรรจุมาในขวดแก้วสีดำ รอบขวดประดับด้วยลวดลายกิ้งก่า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลง“จากแรงบันดาลใจศิลปะของการแปรธาตุสู่กลิ่นหอม สำหรับ Ylang Ambrato ผมตั้งใจถ่ายทอดเสน่ห์ของกลิ่นอำพันที่ ลุ่มลึกและน่าค้นหา นำเสนอในแง่มุมที่ทันสมัยและเป็นซิกเนเจอร์อย่างมีเอกลักษณ์ โดยสำหรับการรังสรรค์ครั้งนี้ ผมเลือกส่วนผสมสกัดจากธรรมชาติที่ดีที่สุด ใช้เทคนิคการหลอมรวมกลิ่นหอมที่เป็นหัวใจจากดอกกระดังงาและทองก้าบีนเข้มข้นเข้าด้วยกัน ผ่านการกลั่นออกมาเป็นกลิ่นหอมที่ครีมมี่เปล่งประกาย” - Jean-Christophe Héraultพบกับกลิ่นใหม่ Lignum Idealis Eau de ParfumLignum Idealis ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อยกย่องความสง่างามของหนึ่งในต้นไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เผยกลิ่นวู้ดดี้ที่หอมครีมมี่ของไม้สนยักษ์ (Giant Sequoia) รังสรรค์ขึ้นโดยนักปรุงน้ำหอม Alexis Grugeon ซึ่งตั้งใจอุทิศให้กับความงามของต้นไม้เก่าแก่นี้ กลิ่นอบอุ่นเผ็ดร้อนจากต้นไม้ถูกกักเก็บด้วยกระบวนการสกัดเทคโนโลยีใหม่ โมเลกุลกลิ่นหอมของไม้เนื้อแดงถูกหมักบ่มเข้มข้นภายใต้โดมแก้ว โดยนักปรุงน้ำหอมจะนำเข็มฉีดยาปักเข้าไปในลำต้นเพื่อกลั่นความหอมในระดับโมเลกุล จากนั้นกลิ่นที่ถูกสกัดจะถูกนำมาปรุงต่อตามกรรมวิธีของนักปรุงน้ำหอม ด้วยกระบวนการหมักบ่มชีวภาพนี้ช่วยเผยแง่มุมความหอมครีมมี่ของกลิ่นแซนดัลวู้ดให้โดดเด่นที่สุด ตัดความคมชัดให้กลมกล่อมด้วยกลิ่นฟรุ้ตตี้จาก Juniper Berries Essence น้ำหอมแนวกลิ่นวู้ดดี้นี้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลความหอมอย่าง Ignis ถูกบรรจุมาในขวดแก้วสีแดงประดับด้วยลวดลายกวางสีทอง สื่อถึงผู้พิทักษ์ที่คุ้มครองอาณาจักรแห่งต้นไม้อันยิ่งใหญ่“Lignum Idealis ได้แรงบันดาลใจจากทริปเดินทางไปโอเรกอน ที่ที่ผมได้เดินท่ามกลางป่าต้นเซควอเอียยักษ์และฝันที่จะถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ของลำต้นสีแดงผ่านกลิ่นหอมที่สุดยูนีก มันคือการผสมผสานระหว่างกลิ่นอโรมาติกชุ่มชื่นของผืนป่าเข้ากับความหอมอบอุ่นและเผ็ดร้อนของกลิ่นวู้ดดี้ที่หอมลุ่มลึกเย้ายวน” – Alexis GrugeonThe Alchemist’s Garden 2 กลิ่นหอมใหม่ Ylang Ambrato และ Lignum Idealis พร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป รวมทั้งช่องทางออนไลน์ โดยขนาด 50 มล. ราคา 10,000 บาท และขนาด 100 มล. ราคา 14,200 บาท@guccibeauty #GucciBeauty #TheAlchemistsGarden
10/03/2026
ศรีจันทร์ พา “แบมแบม” สร้างปรากฏการณ์ GLOWolution ผ่านเวที Symphony
ชูนวัตกรรม Phyto Camellia PDRN สู่บทใหม่แห่งผิวโกลว์ใส เนียนกระชับ

ศรีจันทร์ (SRICHAND) สร้างปรากฏการณ์แห่งความโกลว์ครั้งสำคัญกับงาน “The Symphony of GLOWolution” เนรมิตลานพาร์ค พารากอน ให้กลายเป็น Outdoor Symphony Hall ใจกลางเมือง ถ่ายทอดบทใหม่แห่งผิวโกลว์ใส เนียนกระชับ ในงานเปิดตัว SRICHAND IN-SKIN Phyto Camellia PDRN Series นวัตกรรมใหม่ สารสกัดDNA จากดอกคามิลเลีย ยกระดับประสบการณ์ผิวโกลว์ใสอย่างอ่อนโยน พร้อม “แบมแบม–กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” พรีเซนเตอร์ SRICHAND IN-SKIN ร่วมถ่ายทอดผ่านโชว์สุดเอ็กคลูซีพที่ผสานแสง เสียง และศาสตร์แห่งความงามท่ามกลางเหล่าเซเลบบริตี้ อินฟลูเอนเซอร์ สื่อมวลชน และแฟนๆ ที่มาร่วมเป็นสักขีพยานของบทประพันธ์ในงานครั้งนี้

SRICHAND IN-SKIN ก้าวสู่บทใหม่ของผิวโกลว์ใส ผ่าน “The Symphony of GLOWolution”
ศรีจันทร์พาคนไทยก้าวสู่หมุดหมายใหม่ของผิวโกลว์ใส ในงานเปิดตัว SRICHAND IN-SKIN Phyto Camellia PDRN Series สกินแคร์ไลน์ล่าสุด ภายใต้แนวคิด “The Symphony of GLOWolution” บทใหม่แห่งผิวโกลว์ใส ที่ผสานศาสตร์ความงามเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่อย่างลงตัว ณ ลานพาร์ค พารากอน ถูกเนรมิตให้เป็น Outdoor Symphony Hall ใจกลางเมือง ถ่ายทอดบรรยากาศหรูหราผ่านแสง สี และงานออกแบบสุดประณีต โดยมี “ดอกคามิลเลีย” สัญลักษณ์ของนวัตกรรม Vegan PDRN เป็นไฮไลต์ สื่อถึงการฟื้นคืนพลังผิวและการเริ่มต้นยุคใหม่ของผิวโกลว์ใส พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานผิวโกลว์ของคนไทย ด้วยนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อ T-SKIN โดยเฉพาะ
ภายในงานจัดเต็ม 3 โซนไฮไลต์ เริ่มจาก The Power of Camellia สารสกัด DNA ทรงพลังไฮไลท์ของงาน ต่อด้วย The Art & Science of Glow พื้นที่ถ่ายทอดแนวคิดและเบื้องหลังการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และปิดท้ายที่ Hall of GLOWolution การแสดงจากแบมแบม และวง Orchestra พร้อมแสง เสียง สะท้อนพลังการหลอมรวมระหว่างธรรมชาติและนวัตกรรม สู่นิยามใหม่ของผิวโกลว์ใสสุขภาพดี

“แบมแบม” นำทีมเผยบทใหม่แห่งผิวโกลว์ใส ในฐานะพรีเซนเตอร์ SRICHAND IN-SKIN ใน 2 ปี
“แบมแบม–กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” เดินหน้าสู่บทใหม่ของผิวโกลว์ใสสุขภาพดี ตอกย้ำแนวคิด T-SKIN เผยผิวไทยสู่เวทีระดับสากล ในฐานะพรีเซนเตอร์ของ SRICHAND IN-SKIN ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนภาพตัวแทนคนไทยรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ ความมุ่งมั่น แห่งการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง
แบมแบมกล่าวถึงการร่วมงานครั้งนี้ว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากครับที่ได้เป็นหนึ่งในครอบครัวศรีจันทร์ สิ่งที่ผมประทับใจคือความเข้าใจผิวคนไทยอย่างแท้จริงของแบรนด์ ซึ่งสะท้อนผ่านการพัฒนาสกินแคร์ที่ตอบโจทย์อย่างรอบด้าน ศรีจันทร์ไม่เคยหยุดพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับผิวของคนไทย ผมดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอีกก้าวสำคัญในวันนี้ และอยากชวนทุกคนมาดูแลผิวไปด้วยกันครับ”
บรรยากาศภายในงานคึกคักไปด้วยเหล่าศิลปินและเซเลบริตี้ที่มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ อาทิ โอบ–โอบนิธิ, ออฟ–จุมพล, ซี–ทวินันท์, น้ำตาล–ทิพนารี รวมถึงบิวตี้อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอีกมากมาย ร่วมเติมเต็มสีสันให้ค่ำคืนแห่ง GLOWolution และก้าวสู่บทใหม่ของผิวโกลว์ใสไปพร้อมกันอย่างสวยงาม

SRICHAND IN-SKIN Phyto Camellia PDRN Series ไลน์สกินแคร์ผิวโกลว์ใส ระดับสารสกัด DNA ธรรมชาติ 100%
ชวนผิวไทยร่วมพิสูจน์นิยามใหม่แห่งผิวโกลว์ใส กับกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ไลน์ล่าสุดที่ผสานนวัตกรรม Vegan PDRN เจนใหม่ เพื่อยกระดับการฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึก ด้วยสารสกัด DNA จากดอกคามิลเลีย (Phyto Camellia PDRN) อันทรงคุณค่า ซึ่งผ่านเทคโนโลยี PuriNucle™ กระบวนการสกัดด้วยวิธีธรรมชาติ 100% เพื่อให้ได้สารสกัด PDRN บริสุทธิ์ โมเลกุลขนาดเล็ก สามารถซึมลึกสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ มอบผลลัพธ์การฟื้นบำรุงที่เหนือกว่าอย่างอ่อนโยน ให้ผิวดูโกลว์ใส เรียบเนียน แน่นกระชับ และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมเสริมพลังความกระจ่างใสด้วย niacinamide และ Alpha Arbutin ที่ช่วยลดเลือนจุดด่างดำอย่างอ่อนโยน เผยผิวดูสม่ำเสมอและเปล่งประกายสุขภาพดีในทุกมิติ
ไลน์ผลิตภัณฑ์นี้จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ของการดูแลผิวที่ทั้งอ่อนโยนและมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับผิวโกลว์ใสเนียนกระชับ สุขภาพดี ด้วย 4ขั้นตอนตั้งแต่การทำความสะอาดไปจนถึงการบำรุงอย่างล้ำลึก ผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อทุกผิวโดยเฉพาะ
· STEP 1: SRICHAND Phyto Camellia PDRN Bright Glowing Cleansing Gel Foam เจลโฟมล้างหน้าทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก ขจัดสิ่งสกปรกอย่างอ่อนโยน
· STEP 2: SRICHAND Phyto Camellia PDRN Bright Glowing Essence น้ำตบ PDRN ปรับผิวดูโกลว์ใส ผิวเนียนนุ่ม
· STEP 3: SRICHAND Phyto Camellia PDRN Bright Glowing Serum เซรั่ม PDRN บูสต์ผิวเข้มข้น เสริมการบำรุงให้ผิวโกลว์ใส แลดูสุขภาพดี
· STEP 4: SRICHAND Phyto Camellia PDRN Bright Glowing Gel Cream เจลครีม PDRN ล็อกผิวฉ่ำโกลว์เติมความชุ่มชื้นให้ผิวนุ่มฟูอย่างอ่อนโยน
ร่วมสัมผัสนิยามใหม่ของผิวโกลว์ใส ไม่สะดวกหมอง และท้าพิสูจน์ผลลัพธ์ภายใน 7 วัน* ได้แล้ววันนี้ ผ่านช่องทาง Website SRICHAND Official, Lazada, Shopee และ TikTok Shop (SRICHAND Official) หรือช้อปได้ที่ Watsons, EVEANDBOY, Beautrium, Boots, Multy และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ พร้อมก้าวไปกับศรีจันทร์ ในการยกระดับมาตรฐานผิวไทยสู่เวทีสากล ตอกย้ำพลัง T-SKIN ที่เติบโตอย่างมั่นใจในทุกมิติของผิวยุคใหม่
#SrichandPDRNxBamBam #SRICHANDxBamBamGlowolution #SRICHANDCamelliaPDRN #ศรีจันทร์ผิวโกลว์ใสไม่สะดวกหมอง #SRICHANDxBamBam #SRICHANDINSKIN #ศรีจันทร์ #SRICHAND
ศรีจันทร์ พา “แบมแบม” สร้างปรากฏการณ์ GLOWolution ผ่านเวที Symphony ชูนวัตกรรม Phyto Camellia PDRN สู่บทใหม่แห่งผิวโกลว์ใส เนียนกระชับ
10/03/2026ศรีจันทร์ พา “แบมแบม” สร้างปรากฏการณ์ GLOWolution ผ่านเวที Symphonyชูนวัตกรรม Phyto Camellia PDRN สู่บทใหม่แห่งผิวโกลว์ใส เนียนกระชับศรีจันทร์ (SRICHAND) สร้างปรากฏการณ์แห่งความโกลว์ครั้งสำคัญกับงาน “The Symphony of GLOWolution” เนรมิตลานพาร์ค พารากอน ให้กลายเป็น Outdoor Symphony Hall ใจกลางเมือง ถ่ายทอดบทใหม่แห่งผิวโกลว์ใส เนียนกระชับ ในงานเปิดตัว SRICHAND IN-SKIN Phyto Camellia PDRN Series นวัตกรรมใหม่ สารสกัดDNA จากดอกคามิลเลีย ยกระดับประสบการณ์ผิวโกลว์ใสอย่างอ่อนโยน พร้อม “แบมแบม–กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” พรีเซนเตอร์ SRICHAND IN-SKIN ร่วมถ่ายทอดผ่านโชว์สุดเอ็กคลูซีพที่ผสานแสง เสียง และศาสตร์แห่งความงามท่ามกลางเหล่าเซเลบบริตี้ อินฟลูเอนเซอร์ สื่อมวลชน และแฟนๆ ที่มาร่วมเป็นสักขีพยานของบทประพันธ์ในงานครั้งนี้SRICHAND IN-SKIN ก้าวสู่บทใหม่ของผิวโกลว์ใส ผ่าน “The Symphony of GLOWolution”ศรีจันทร์พาคนไทยก้าวสู่หมุดหมายใหม่ของผิวโกลว์ใส ในงานเปิดตัว SRICHAND IN-SKIN Phyto Camellia PDRN Series สกินแคร์ไลน์ล่าสุด ภายใต้แนวคิด “The Symphony of GLOWolution” บทใหม่แห่งผิวโกลว์ใส ที่ผสานศาสตร์ความงามเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่อย่างลงตัว ณ ลานพาร์ค พารากอน ถูกเนรมิตให้เป็น Outdoor Symphony Hall ใจกลางเมือง ถ่ายทอดบรรยากาศหรูหราผ่านแสง สี และงานออกแบบสุดประณีต โดยมี “ดอกคามิลเลีย” สัญลักษณ์ของนวัตกรรม Vegan PDRN เป็นไฮไลต์ สื่อถึงการฟื้นคืนพลังผิวและการเริ่มต้นยุคใหม่ของผิวโกลว์ใส พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานผิวโกลว์ของคนไทย ด้วยนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อ T-SKIN โดยเฉพาะภายในงานจัดเต็ม 3 โซนไฮไลต์ เริ่มจาก The Power of Camellia สารสกัด DNA ทรงพลังไฮไลท์ของงาน ต่อด้วย The Art & Science of Glow พื้นที่ถ่ายทอดแนวคิดและเบื้องหลังการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และปิดท้ายที่ Hall of GLOWolution การแสดงจากแบมแบม และวง Orchestra พร้อมแสง เสียง สะท้อนพลังการหลอมรวมระหว่างธรรมชาติและนวัตกรรม สู่นิยามใหม่ของผิวโกลว์ใสสุขภาพดี“แบมแบม” นำทีมเผยบทใหม่แห่งผิวโกลว์ใส ในฐานะพรีเซนเตอร์ SRICHAND IN-SKIN ใน 2 ปี“แบมแบม–กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” เดินหน้าสู่บทใหม่ของผิวโกลว์ใสสุขภาพดี ตอกย้ำแนวคิด T-SKIN เผยผิวไทยสู่เวทีระดับสากล ในฐานะพรีเซนเตอร์ของ SRICHAND IN-SKIN ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนภาพตัวแทนคนไทยรุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ ความมุ่งมั่น แห่งการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้งแบมแบมกล่าวถึงการร่วมงานครั้งนี้ว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากครับที่ได้เป็นหนึ่งในครอบครัวศรีจันทร์ สิ่งที่ผมประทับใจคือความเข้าใจผิวคนไทยอย่างแท้จริงของแบรนด์ ซึ่งสะท้อนผ่านการพัฒนาสกินแคร์ที่ตอบโจทย์อย่างรอบด้าน ศรีจันทร์ไม่เคยหยุดพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับผิวของคนไทย ผมดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของอีกก้าวสำคัญในวันนี้ และอยากชวนทุกคนมาดูแลผิวไปด้วยกันครับ”บรรยากาศภายในงานคึกคักไปด้วยเหล่าศิลปินและเซเลบริตี้ที่มาร่วมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ อาทิ โอบ–โอบนิธิ, ออฟ–จุมพล, ซี–ทวินันท์, น้ำตาล–ทิพนารี รวมถึงบิวตี้อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอีกมากมาย ร่วมเติมเต็มสีสันให้ค่ำคืนแห่ง GLOWolution และก้าวสู่บทใหม่ของผิวโกลว์ใสไปพร้อมกันอย่างสวยงามSRICHAND IN-SKIN Phyto Camellia PDRN Series ไลน์สกินแคร์ผิวโกลว์ใส ระดับสารสกัด DNA ธรรมชาติ 100%ชวนผิวไทยร่วมพิสูจน์นิยามใหม่แห่งผิวโกลว์ใส กับกลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์ไลน์ล่าสุดที่ผสานนวัตกรรม Vegan PDRN เจนใหม่ เพื่อยกระดับการฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึก ด้วยสารสกัด DNA จากดอกคามิลเลีย (Phyto Camellia PDRN) อันทรงคุณค่า ซึ่งผ่านเทคโนโลยี PuriNucle™ กระบวนการสกัดด้วยวิธีธรรมชาติ 100% เพื่อให้ได้สารสกัด PDRN บริสุทธิ์ โมเลกุลขนาดเล็ก สามารถซึมลึกสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ มอบผลลัพธ์การฟื้นบำรุงที่เหนือกว่าอย่างอ่อนโยน ให้ผิวดูโกลว์ใส เรียบเนียน แน่นกระชับ และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมเสริมพลังความกระจ่างใสด้วย niacinamide และ Alpha Arbutin ที่ช่วยลดเลือนจุดด่างดำอย่างอ่อนโยน เผยผิวดูสม่ำเสมอและเปล่งประกายสุขภาพดีในทุกมิติไลน์ผลิตภัณฑ์นี้จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ของการดูแลผิวที่ทั้งอ่อนโยนและมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับผิวโกลว์ใสเนียนกระชับ สุขภาพดี ด้วย 4ขั้นตอนตั้งแต่การทำความสะอาดไปจนถึงการบำรุงอย่างล้ำลึก ผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อทุกผิวโดยเฉพาะ· STEP 1: SRICHAND Phyto Camellia PDRN Bright Glowing Cleansing Gel Foam เจลโฟมล้างหน้าทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก ขจัดสิ่งสกปรกอย่างอ่อนโยน· STEP 2: SRICHAND Phyto Camellia PDRN Bright Glowing Essence น้ำตบ PDRN ปรับผิวดูโกลว์ใส ผิวเนียนนุ่ม· STEP 3: SRICHAND Phyto Camellia PDRN Bright Glowing Serum เซรั่ม PDRN บูสต์ผิวเข้มข้น เสริมการบำรุงให้ผิวโกลว์ใส แลดูสุขภาพดี· STEP 4: SRICHAND Phyto Camellia PDRN Bright Glowing Gel Cream เจลครีม PDRN ล็อกผิวฉ่ำโกลว์เติมความชุ่มชื้นให้ผิวนุ่มฟูอย่างอ่อนโยนร่วมสัมผัสนิยามใหม่ของผิวโกลว์ใส ไม่สะดวกหมอง และท้าพิสูจน์ผลลัพธ์ภายใน 7 วัน* ได้แล้ววันนี้ ผ่านช่องทาง Website SRICHAND Official, Lazada, Shopee และ TikTok Shop (SRICHAND Official) หรือช้อปได้ที่ Watsons, EVEANDBOY, Beautrium, Boots, Multy และร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ พร้อมก้าวไปกับศรีจันทร์ ในการยกระดับมาตรฐานผิวไทยสู่เวทีสากล ตอกย้ำพลัง T-SKIN ที่เติบโตอย่างมั่นใจในทุกมิติของผิวยุคใหม่#SrichandPDRNxBamBam #SRICHANDxBamBamGlowolution #SRICHANDCamelliaPDRN #ศรีจันทร์ผิวโกลว์ใสไม่สะดวกหมอง #SRICHANDxBamBam #SRICHANDINSKIN #ศรีจันทร์ #SRICHAND
09/03/2026
ยกระดับงานผิวอย่างประณีตด้วย Beyond Wear Finishing & Smoothing Loose Powder แป้งฝุ่นเนื้อแมตต์ตัวใหม่ เผยผิวเรียบเนียนปกปิดยาวนาน 24 ชั่วโมง

Burberry Beauty (เบอร์เบอรี่ บิวตี้) เผยโฉม Burberry Beyond Wear Finishing & Smoothing Loose Powder แป้งฝุ่นติดทนนานที่มอบฟินิชแมตต์อย่างเป็นธรรมชาติยาวนานถึง 24 ชั่วโมง พร้อมคุณสมบัติเบลอผิวให้ดูเรียบเนียนยาวนาน 12 ชั่วโมง ได้รับแรงบันดาลใจจากงานฝีมือของเทรนช์โค้ต Burberry ซึ่งสะท้อนการผสมผสานระหว่าง ความเบาสบายและความประณีตอย่างพิถีพิถัน เนื้อสัมผัสที่บางเบาและระบายอากาศได้ดี จึงแนบเนียนไปกับผิว ราวกับม่านบางเบาที่แทบมองไม่เห็น ช่วยปรับผิวให้ดูเรียบเนียน มอบความสบายยาวนานตลอดทั้งวัน
อุดมด้วยส่วนผสมบำรุงผิวอย่าง Meadowfoam seed oil และอนุพันธ์วิตามินซี ช่วยมอบความสบายแก่ผิวตลอดวันด้วยสัมผัสบางเบาเป็นพิเศษ
เนื้อแป้งยังคงความเรียบเนียนและสบายผิว แม้ต้องเผชิญกับความร้อนและความชื้น เนรมิตผิวให้ดูสวยละมุน อย่างเป็นธรรมชาติ

สัมผัสความสมบูรณ์แบบของผิวที่รังสรรค์อย่างประณีต (THE DETAILS)
· มาพร้อม 4 เฉดสี ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับทุกโทนผิว
· ฟินิชแมตต์อย่างเป็นธรรมชาติยาวนาน 24 ชั่วโมง* พร้อมเอฟเฟกต์เบลอผิว 12 ชั่วโมง*
· เซตผิวสวยยาวนาน 14 ชั่วโมง*** ให้ผิวนวลเนียนสม่ำเสมอ
· เนื้อละเอียดบางเบา สบายผิว พร้อมทั้งระบายอากาศได้ดี สามารถเพิ่มระดับการปกปิดได้ตามต้องการ
· ทนทุกสภาพอากาศ: กันน้ำ ความชื้น เหงื่อ และความร้อน สูตรวีแกน พร้อมส่วนผสมจากธรรมชาติ 98% เหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย
* มอบฟินิชแมตต์อย่างเป็นธรรมชาติยาวนาน 24 ชั่วโมง พร้อมเอฟเฟกต์เบลอผิวเนียนเรียบ 12 ชั่วโมง: ผลการทดสอบกับอาสาสมัคร 109 คน ** คุณสมบัติทนน้ำ ความชื้น เหงื่อ และความร้อน ***ช่วยให้เมคอัพติดทนนานถึง 14 ชั่วโมง: จากการทดสอบกับอาสาสมัคร 107 คน
เผยเบื้องหลังผลลัพธ์ผิวสวยยาวนานไร้ที่ติ (ACTIVE INGREDIENTS & BENEFITS) Meadowfoam Seed Oil ช่วยปลอบประโลมผิว มอบความนุ่มชุ่มชื้น ให้ผิวดูเรียบเนียนยืดหยุ่น Bamboo Powder ควบคุมความมัน พร้อมมอบฟินิชแมตต์อย่างเป็นธรรมชาติ Stabilised Vitamin C ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะและปัจจัยทำร้ายผิวภายนอก Vitalit-E มอบการดูแลผิวด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยเสริมการปกป้องผิว Weather-resistant agents คงประสิทธิภาพและความสบายผิว แม้ต้องเผชิญกับความชื้น เหงื่อ และความร้อน

บทบาทงานผิวครั้งใหม่จาก BURBERRY
สานต่อเรื่องราวความสำเร็จของคอลเลกชัน Beyond Wear กับ Burberry Beyond Wear Finishing & Smoothing Loose Powder ที่ถ่ายทอดนิยามใหม่ของงานผิวแบบ Burberry มอบฟินิชที่นุ่มละมุน ประณีต และติดทนนาน สง่างามอย่างไร้ที่ติ
Burberry Beyond Wear Finishing & Smoothing Loose Powder วางจำหน่ายในราคา 2,480 บาท ณ เคาน์เตอร์ Burberry Beauty พารากอน ดีพาร์ทเม้นท้สโตร์ ชั้น M, เอ็มสเฟียร์ ชั้น M, เซ็นทรัลชิดลม ชั้น G, เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 1, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชั้น 1, เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ ชั้น 1, เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ชั้น 1 และเมกาบางนา ชั้น 1
#BurberryBeauty #BurberryBeautyTH
Burberry ยกระดับงานผิวอย่างประณีตด้วย Beyond Wear Finishing & Smoothing Loose Powder แป้งฝุ่นเนื้อแมตต์ตัวใหม่ เผยผิวเรียบเนียนปกปิดยาวนาน 24 ชั่วโมง
09/03/2026ยกระดับงานผิวอย่างประณีตด้วย Beyond Wear Finishing & Smoothing Loose Powder แป้งฝุ่นเนื้อแมตต์ตัวใหม่ เผยผิวเรียบเนียนปกปิดยาวนาน 24 ชั่วโมงBurberry Beauty (เบอร์เบอรี่ บิวตี้) เผยโฉม Burberry Beyond Wear Finishing & Smoothing Loose Powder แป้งฝุ่นติดทนนานที่มอบฟินิชแมตต์อย่างเป็นธรรมชาติยาวนานถึง 24 ชั่วโมง พร้อมคุณสมบัติเบลอผิวให้ดูเรียบเนียนยาวนาน 12 ชั่วโมง ได้รับแรงบันดาลใจจากงานฝีมือของเทรนช์โค้ต Burberry ซึ่งสะท้อนการผสมผสานระหว่าง ความเบาสบายและความประณีตอย่างพิถีพิถัน เนื้อสัมผัสที่บางเบาและระบายอากาศได้ดี จึงแนบเนียนไปกับผิว ราวกับม่านบางเบาที่แทบมองไม่เห็น ช่วยปรับผิวให้ดูเรียบเนียน มอบความสบายยาวนานตลอดทั้งวันอุดมด้วยส่วนผสมบำรุงผิวอย่าง Meadowfoam seed oil และอนุพันธ์วิตามินซี ช่วยมอบความสบายแก่ผิวตลอดวันด้วยสัมผัสบางเบาเป็นพิเศษเนื้อแป้งยังคงความเรียบเนียนและสบายผิว แม้ต้องเผชิญกับความร้อนและความชื้น เนรมิตผิวให้ดูสวยละมุน อย่างเป็นธรรมชาติสัมผัสความสมบูรณ์แบบของผิวที่รังสรรค์อย่างประณีต (THE DETAILS)· มาพร้อม 4 เฉดสี ที่ออกแบบมาให้เหมาะกับทุกโทนผิว· ฟินิชแมตต์อย่างเป็นธรรมชาติยาวนาน 24 ชั่วโมง* พร้อมเอฟเฟกต์เบลอผิว 12 ชั่วโมง*· เซตผิวสวยยาวนาน 14 ชั่วโมง*** ให้ผิวนวลเนียนสม่ำเสมอ· เนื้อละเอียดบางเบา สบายผิว พร้อมทั้งระบายอากาศได้ดี สามารถเพิ่มระดับการปกปิดได้ตามต้องการ· ทนทุกสภาพอากาศ: กันน้ำ ความชื้น เหงื่อ และความร้อน สูตรวีแกน พร้อมส่วนผสมจากธรรมชาติ 98% เหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่าย* มอบฟินิชแมตต์อย่างเป็นธรรมชาติยาวนาน 24 ชั่วโมง พร้อมเอฟเฟกต์เบลอผิวเนียนเรียบ 12 ชั่วโมง: ผลการทดสอบกับอาสาสมัคร 109 คน ** คุณสมบัติทนน้ำ ความชื้น เหงื่อ และความร้อน ***ช่วยให้เมคอัพติดทนนานถึง 14 ชั่วโมง: จากการทดสอบกับอาสาสมัคร 107 คนเผยเบื้องหลังผลลัพธ์ผิวสวยยาวนานไร้ที่ติ (ACTIVE INGREDIENTS & BENEFITS) Meadowfoam Seed Oil ช่วยปลอบประโลมผิว มอบความนุ่มชุ่มชื้น ให้ผิวดูเรียบเนียนยืดหยุ่น Bamboo Powder ควบคุมความมัน พร้อมมอบฟินิชแมตต์อย่างเป็นธรรมชาติ Stabilised Vitamin C ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะและปัจจัยทำร้ายผิวภายนอก Vitalit-E มอบการดูแลผิวด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยเสริมการปกป้องผิว Weather-resistant agents คงประสิทธิภาพและความสบายผิว แม้ต้องเผชิญกับความชื้น เหงื่อ และความร้อนบทบาทงานผิวครั้งใหม่จาก BURBERRYสานต่อเรื่องราวความสำเร็จของคอลเลกชัน Beyond Wear กับ Burberry Beyond Wear Finishing & Smoothing Loose Powder ที่ถ่ายทอดนิยามใหม่ของงานผิวแบบ Burberry มอบฟินิชที่นุ่มละมุน ประณีต และติดทนนาน สง่างามอย่างไร้ที่ติBurberry Beyond Wear Finishing & Smoothing Loose Powder วางจำหน่ายในราคา 2,480 บาท ณ เคาน์เตอร์ Burberry Beauty พารากอน ดีพาร์ทเม้นท้สโตร์ ชั้น M, เอ็มสเฟียร์ ชั้น M, เซ็นทรัลชิดลม ชั้น G, เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 1, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ชั้น 1, เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ ชั้น 1, เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ชั้น 1 และเมกาบางนา ชั้น 1#BurberryBeauty #BurberryBeautyTH
02/03/2026

ตะลึงทุกองศา!! เผยเมคอัพลุคสาวกรี๊ดของ กลัฟ - คณาวุฒิ (@gulfkanawut) แบรนด์แอมบาสเดอร์ Gucci ที่เสิร์ฟลุคหล่อเนี้ยบสุดโกลว์ด้วยเมคอัพไอเท็มทั้งหมดจาก @GucciBeauty ก่อนเข้าร่วมชมโชว์ Gucci Primavera หรือ Gucci Fall-Winter 2026 ใน Milan Fashion Week ประเทศอิตาลี
โดยบิวตี้ลุคของหนุ่มกลัฟในครั้งนี้เริ่มจากขั้นตอนการเตรียมผิวอย่างพิถีพิถัน จากนั้นเปล่งประกายแบบ Gucci Glow ด้วย Gucci Glow Skin Tint ที่เป็นเสมือนรองพื้นซึ่งช่วยขับผิวโกลว์สวยสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วตามด้วยการเซ็ตลุคที่มาพร้อมความละมุนติดทนนานของผิวแมตต์ด้วย Gucci Matte Powder จากนั้นยกระดับลุคให้โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยการปัด Gucci Glow Highlighter เฉด #03 Warm Gold ที่มอบเฉดสว่างสดใสประกายมุกให้ทั่วบริเวณโหนกแก้มและโหนกคิ้ว ก่อนเติมความอิ่มแวววาวให้ริมฝีปากด้วยลิปกลอสใส Gloss à Lèvres สี #117 Joslyn Clair และปิดท้ายด้วย Gucci Brume De Beauté Glow Hydrating Mist สเปรย์ผิวหน้าเพื่อผิวฉ่ำน้ำ เปล่งประกายตลอดวัน
@guccibeauty #GucciBeauty #GucciMakeup

Gucci Beauty เผยเมคอัพลุคของ กลัฟ - คณาวุฒิ แบรนด์แอมบาสเดอร์ Gucci ที่เสิร์ฟลุคหล่อเนี้ยบสุดโกลว์ ที่งาน Gucci Fall-Winter 2026 ใน Milan Fashion Week
02/03/2026ตะลึงทุกองศา!! เผยเมคอัพลุคสาวกรี๊ดของ กลัฟ - คณาวุฒิ (@gulfkanawut) แบรนด์แอมบาสเดอร์ Gucci ที่เสิร์ฟลุคหล่อเนี้ยบสุดโกลว์ด้วยเมคอัพไอเท็มทั้งหมดจาก @GucciBeauty ก่อนเข้าร่วมชมโชว์ Gucci Primavera หรือ Gucci Fall-Winter 2026 ใน Milan Fashion Week ประเทศอิตาลีโดยบิวตี้ลุคของหนุ่มกลัฟในครั้งนี้เริ่มจากขั้นตอนการเตรียมผิวอย่างพิถีพิถัน จากนั้นเปล่งประกายแบบ Gucci Glow ด้วย Gucci Glow Skin Tint ที่เป็นเสมือนรองพื้นซึ่งช่วยขับผิวโกลว์สวยสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วตามด้วยการเซ็ตลุคที่มาพร้อมความละมุนติดทนนานของผิวแมตต์ด้วย Gucci Matte Powder จากนั้นยกระดับลุคให้โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยการปัด Gucci Glow Highlighter เฉด #03 Warm Gold ที่มอบเฉดสว่างสดใสประกายมุกให้ทั่วบริเวณโหนกแก้มและโหนกคิ้ว ก่อนเติมความอิ่มแวววาวให้ริมฝีปากด้วยลิปกลอสใส Gloss à Lèvres สี #117 Joslyn Clair และปิดท้ายด้วย Gucci Brume De Beauté Glow Hydrating Mist สเปรย์ผิวหน้าเพื่อผิวฉ่ำน้ำ เปล่งประกายตลอดวัน@guccibeauty #GucciBeauty #GucciMakeup
27/022026
GET THE LOOK! เผยบิวตี้ลุคของ จูเน่ เพลินพิชญา โกมลารชุน ในงาน Burberry Winter 2026

นักแสดงและนักร้องมากความสามารถ จูเน่ เพลินพิชญา โกมลารชุน ปรากฏตัว ณ งาน Burberry Winter 2026 ในลุคโก้หรู ทันสมัย แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น นุ่มละมุน ผ่านโทนสีเบจ-น้ำตาลอันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งยังโดดเด่นสะกดสายตา ด้วยเมคอัพที่เผยผิวสวยเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ ผสานความโมเดิร์นและความสง่างามในแบบฉบับของ Burberry Beauty
สำหรับลุคในครั้งนี้ของจูเน่ เริ่มต้นด้วย Beyond Radiance Primer จาก Burberry Beauty เพื่อเตรียมผิวให้เรียบเนียนและเปล่งประกาย ก่อนตามด้วย Burberry Beyond Wear Cushion ที่มอบการปกปิดบางเบาแต่ติดทนนาน ให้ผิวดูเนียนละเอียดและติดทนตลอดค่ำคืน จากนั้นเซ็ตเมคอัพด้วย Beyond Wear Setting and Refining Powder เพื่อคงความเรียบเนียน มอบผิวสวยแมตต์อย่างสมบูรณ์แบบ
นอกจากนี้ เธอยังเติมสีสันบนใบหน้าด้วยพาเลตต์ Eye Quad สี Dusty Caramel มอบดวงตาอันน่าหลงใหลด้วยเฉดโทนน้ำตาลที่ช่วยเพิ่มมิติและความลุ่มลึกอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมปัดแก้มด้วย Outdoor Blush สี 93 Russet Leaves โทนแดงอมน้ำตาล ที่ช่วยขับผิวให้ดูเปล่งปลั่ง มีเลือดฝาดสุขภาพดี และเติมความอบอุ่นให้ลุคโดยรวมอย่างลงตัว สำหรับริมฝีปาก จูเน่เลือกครีเอตเลเยอร์ลุคด้วย Brit Matte Veil สี 93 Russet ลิปแมตต์เนื้อบางเบาที่มอบสีสันคมชัดแต่เบาสบาย สร้างเบส ริมฝีปากที่ดูเรียบละมุนและติดทนนาน ก่อนเติมความฉ่ำวาวเปล่งประกายด้วย Brit Shine Lipstick สี 606 Rose Petals เพื่อเพิ่มมิติและความสดใสให้ลุคดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ปิดท้ายลุคด้วยกลิ่นหอมหวานละมุนอันเป็นเอกลักษณ์จาก Her Parfum เติมเต็มความมั่นใจและเสน่ห์ร่วมสมัยในแบบฉบับ Burberry
#BurberryBeauty #BurberryBeauyTH
GET THE LOOK! เผยบิวตี้ลุคของ จูเน่ เพลินพิชญา โกมลารชุน ในงาน Burberry Winter 2026
27/022026GET THE LOOK! เผยบิวตี้ลุคของ จูเน่ เพลินพิชญา โกมลารชุน ในงาน Burberry Winter 2026นักแสดงและนักร้องมากความสามารถ จูเน่ เพลินพิชญา โกมลารชุน ปรากฏตัว ณ งาน Burberry Winter 2026 ในลุคโก้หรู ทันสมัย แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น นุ่มละมุน ผ่านโทนสีเบจ-น้ำตาลอันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งยังโดดเด่นสะกดสายตา ด้วยเมคอัพที่เผยผิวสวยเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ ผสานความโมเดิร์นและความสง่างามในแบบฉบับของ Burberry Beautyสำหรับลุคในครั้งนี้ของจูเน่ เริ่มต้นด้วย Beyond Radiance Primer จาก Burberry Beauty เพื่อเตรียมผิวให้เรียบเนียนและเปล่งประกาย ก่อนตามด้วย Burberry Beyond Wear Cushion ที่มอบการปกปิดบางเบาแต่ติดทนนาน ให้ผิวดูเนียนละเอียดและติดทนตลอดค่ำคืน จากนั้นเซ็ตเมคอัพด้วย Beyond Wear Setting and Refining Powder เพื่อคงความเรียบเนียน มอบผิวสวยแมตต์อย่างสมบูรณ์แบบนอกจากนี้ เธอยังเติมสีสันบนใบหน้าด้วยพาเลตต์ Eye Quad สี Dusty Caramel มอบดวงตาอันน่าหลงใหลด้วยเฉดโทนน้ำตาลที่ช่วยเพิ่มมิติและความลุ่มลึกอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมปัดแก้มด้วย Outdoor Blush สี 93 Russet Leaves โทนแดงอมน้ำตาล ที่ช่วยขับผิวให้ดูเปล่งปลั่ง มีเลือดฝาดสุขภาพดี และเติมความอบอุ่นให้ลุคโดยรวมอย่างลงตัว สำหรับริมฝีปาก จูเน่เลือกครีเอตเลเยอร์ลุคด้วย Brit Matte Veil สี 93 Russet ลิปแมตต์เนื้อบางเบาที่มอบสีสันคมชัดแต่เบาสบาย สร้างเบส ริมฝีปากที่ดูเรียบละมุนและติดทนนาน ก่อนเติมความฉ่ำวาวเปล่งประกายด้วย Brit Shine Lipstick สี 606 Rose Petals เพื่อเพิ่มมิติและความสดใสให้ลุคดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ปิดท้ายลุคด้วยกลิ่นหอมหวานละมุนอันเป็นเอกลักษณ์จาก Her Parfum เติมเต็มความมั่นใจและเสน่ห์ร่วมสมัยในแบบฉบับ Burberry#BurberryBeauty #BurberryBeauyTH
26/02/2026
ยกระดับความหอมอันน่าประทับใจ Marc Jacobs X Murakami เนรมิตสวนดอกไม้จากสองจักรวาล เบ่งบานใจกลางพารากอน
Marc Jacobs Fragrance (มาร์ค เจค็อบส์ ฟรากรานซ์) ชวนสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากสองจักรวาลดอกไม้ Daisy Marc Jacobs และ Murakami อย่างต่อเนื่องหลังจากสร้างความประทับใจด้วยประสบการณ์ความหอมแบบเอ็กซ์คลูซีฟในงาน Bangkok Design Week 2026 กับคอลเลกชันน้ำหอม Daisy Marc Jacobs Murakami Limited Edition ที่ครั้งนี้เตรียมเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก ร่วมกับ The Mall Group พร้อมเนรมิต Vibrant World of Daisy Murakami สุดพิเศษ ณ แผนก Beauty Hall ชั้น M พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 19 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2569

ร่วมออกสำรวจกลิ่นหอมของ Daisy Marc Jacobs Murakami Limited Edition ที่ได้รับการรังสรรค์ออกแบบกลิ่นและดีไซน์ขวดได้อย่างโดดเด่นควรค่าแก่การสะสมสะท้อนการบรรจบระหว่างศิลปะและน้ำหอมได้อย่างลงตัว ภายใน Vibrant World of Daisy Murakami ได้กลิ่นหอมสดใสของ Daisy ผสานกับโลกแห่งศิลปะของดอกไม้ยิ้มสีสันจัดจ้าน ของ Murakami ที่ถูกเนรมิตเป็นสวนดอกไม้โอบล้อมผู้มาเยือน พร้อมการตกแต่งที่สะท้อนความสนุกสนานมีชีวิตชีวาให้ได้เก็บภาพภายในงาน ก่อนพาผู้ร่วมงานก้าวเข้าสู่เสน่ห์ของคอลเลกชันน้ำหอมสุดพิเศษทั้ง 4 สี 4 กลิ่น ได้แก่ เหลือง ชมพู เขียว และฟ้า มาให้ได้สัมผัสใจกลางสยามพารากอน ราวกับได้ก้าวสู่สวนดอกไม้เหนือจินตนาการอย่างแท้จริง
● สีเหลือง - ฟลอรัลฟรุตตี้สดใสจากสตรอว์เบอร์รีและราสป์เบอร์รี ผสานการ์ดีเนียและกุหลาบ พร้อมเบสโน้ต ซีดาร์วูด มอบออร่าความสุขและเสน่ห์สดใส
● สีชมพู - ฟลอรัลนุ่มละมุนจากมะพร้าวและพีโอนีขาว ปิดท้ายด้วยพราลีนหวานกำลังดี ให้ความรู้สึกอ่อนโยน อบอุ่น และสง่างามแบบคลาสสิก
● สีเขียว - ฟรุตตี้กูร์มองด์สุดเซอร์ไพรส์จากกล้วยบลูจาวา ผสานดอกมะลิและวานิลลา ให้กลิ่นหอมทันสมัย น่าหลงใหล และเป็นธรรมชาติ
● สีฟ้า - ฟรุตตี้ฟลอรัลฉ่ำสดชื่นจากลูกแพร์และกุหลาบ เติมความนุ่มลึกด้วยมัสก์ ให้ฟีลขี้เล่น มีสไตล์ และติดผิวยาวนาน

นอกจากนี้ยังได้ต่อยอดความสนุกจากกิจกรรม Marc Jacobs Daisy Journey ในงาน Bangkok Design Week สำหรับผู้ที่สามารถเก็บสะสมการ์ดดอกไม้จากทั้ง 4 โลเคชั่นได้อย่างครบถ้วน รวมถึงผู้ที่ซื้อสินค้าจาก Vibrant World of Daisy Murakami ได้รับสิทธิ์ในการสุ่มกาชาปองเพื่อลุ้นรับรางวัลจาก Marc Jacobs และของขวัญสุดพิเศษอื่น ๆ อีกมากมายจาก Marc Jacobs
เมื่อโลกเหนือจินตนาการของ Daisy Marc Jacobs Murakami ได้เบ่งบานใจกลางสยามพารากอน
เพื่อเติมเต็มโลกของ Daisy Murakami ให้เบ่งบานใจกลางพารากอน อย่างสมบูรณ์แบบ นักแสดงรุ่นใหม่มากความสามารถอย่าง “เอส ศุภ” พร้อมกับ 4 สาวน้องใหม่อย่าง เมเบิ้ล, แป้งจี่, อั๊ตต้าร์ และแองจี้ ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนถ่ายทอดภาพลักษณ์และคาแรกเตอร์ใหม่ของน้ำหอมคอลเลกชันสุดพิเศษ 4 สี 4 กลิ่น สะท้อนเสน่ห์และอารมณ์ที่แตกต่าง นอกจากนักแสดงหนุ่ม เอส ศุภ จะถ่ายทอดภาพลักษณ์ใหม่ของน้ำหอมคอลเลกชันนี้ให้โดดเด่นและพิเศษมากกว่าที่เคยแล้ว ยังมอบโมเมนต์สุดพิเศษให้แฟน ๆ ได้สัมผัสประสบการณ์ความหอมอย่างใกล้ชิด พร้อมรับสิทธิประโยชน์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งโลกจินตนาการของ Daisy Murakami อย่างเต็มอิ่ม

มาร่วมเนรมิตจักรวาลแห่งดอกไม้ที่หลอมรวมโลกของศิลปะ แฟชั่น และกลิ่นหอมเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ นี่คือหนึ่งในอีเวนต์ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสจักรวาล Daisy Marc Jacobs Murakami อย่างใกล้ชิด พร้อมจับจองเป็นเจ้าของน้ำหอมคอลเลคชันสุดพิเศษนี้อย่างเป็นทางการ โดย Vibrant World of Daisy Murakami ยังคงเปิดต้อนรับทุกคนให้มาดื่มด่ำประสบการณ์เหนือจินตนาการ พร้อมเช็กอินและสัมผัสความหอมสุดพิเศษได้อย่างต่อเนื่อง ณ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2569
ยกระดับความหอมอันน่าประทับใจ Marc Jacobs X Murakami เนรมิตสวนดอกไม้จากสองจักรวาล เบ่งบานใจกลางพารากอน
26/02/2026ยกระดับความหอมอันน่าประทับใจ Marc Jacobs X Murakami เนรมิตสวนดอกไม้จากสองจักรวาล เบ่งบานใจกลางพารากอนMarc Jacobs Fragrance (มาร์ค เจค็อบส์ ฟรากรานซ์) ชวนสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากสองจักรวาลดอกไม้ Daisy Marc Jacobs และ Murakami อย่างต่อเนื่องหลังจากสร้างความประทับใจด้วยประสบการณ์ความหอมแบบเอ็กซ์คลูซีฟในงาน Bangkok Design Week 2026 กับคอลเลกชันน้ำหอม Daisy Marc Jacobs Murakami Limited Edition ที่ครั้งนี้เตรียมเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก ร่วมกับ The Mall Group พร้อมเนรมิต Vibrant World of Daisy Murakami สุดพิเศษ ณ แผนก Beauty Hall ชั้น M พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 19 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2569ร่วมออกสำรวจกลิ่นหอมของ Daisy Marc Jacobs Murakami Limited Edition ที่ได้รับการรังสรรค์ออกแบบกลิ่นและดีไซน์ขวดได้อย่างโดดเด่นควรค่าแก่การสะสมสะท้อนการบรรจบระหว่างศิลปะและน้ำหอมได้อย่างลงตัว ภายใน Vibrant World of Daisy Murakami ได้กลิ่นหอมสดใสของ Daisy ผสานกับโลกแห่งศิลปะของดอกไม้ยิ้มสีสันจัดจ้าน ของ Murakami ที่ถูกเนรมิตเป็นสวนดอกไม้โอบล้อมผู้มาเยือน พร้อมการตกแต่งที่สะท้อนความสนุกสนานมีชีวิตชีวาให้ได้เก็บภาพภายในงาน ก่อนพาผู้ร่วมงานก้าวเข้าสู่เสน่ห์ของคอลเลกชันน้ำหอมสุดพิเศษทั้ง 4 สี 4 กลิ่น ได้แก่ เหลือง ชมพู เขียว และฟ้า มาให้ได้สัมผัสใจกลางสยามพารากอน ราวกับได้ก้าวสู่สวนดอกไม้เหนือจินตนาการอย่างแท้จริง● สีเหลือง - ฟลอรัลฟรุตตี้สดใสจากสตรอว์เบอร์รีและราสป์เบอร์รี ผสานการ์ดีเนียและกุหลาบ พร้อมเบสโน้ต ซีดาร์วูด มอบออร่าความสุขและเสน่ห์สดใส● สีชมพู - ฟลอรัลนุ่มละมุนจากมะพร้าวและพีโอนีขาว ปิดท้ายด้วยพราลีนหวานกำลังดี ให้ความรู้สึกอ่อนโยน อบอุ่น และสง่างามแบบคลาสสิก● สีเขียว - ฟรุตตี้กูร์มองด์สุดเซอร์ไพรส์จากกล้วยบลูจาวา ผสานดอกมะลิและวานิลลา ให้กลิ่นหอมทันสมัย น่าหลงใหล และเป็นธรรมชาติ● สีฟ้า - ฟรุตตี้ฟลอรัลฉ่ำสดชื่นจากลูกแพร์และกุหลาบ เติมความนุ่มลึกด้วยมัสก์ ให้ฟีลขี้เล่น มีสไตล์ และติดผิวยาวนานนอกจากนี้ยังได้ต่อยอดความสนุกจากกิจกรรม Marc Jacobs Daisy Journey ในงาน Bangkok Design Week สำหรับผู้ที่สามารถเก็บสะสมการ์ดดอกไม้จากทั้ง 4 โลเคชั่นได้อย่างครบถ้วน รวมถึงผู้ที่ซื้อสินค้าจาก Vibrant World of Daisy Murakami ได้รับสิทธิ์ในการสุ่มกาชาปองเพื่อลุ้นรับรางวัลจาก Marc Jacobs และของขวัญสุดพิเศษอื่น ๆ อีกมากมายจาก Marc Jacobsเมื่อโลกเหนือจินตนาการของ Daisy Marc Jacobs Murakami ได้เบ่งบานใจกลางสยามพารากอนเพื่อเติมเต็มโลกของ Daisy Murakami ให้เบ่งบานใจกลางพารากอน อย่างสมบูรณ์แบบ นักแสดงรุ่นใหม่มากความสามารถอย่าง “เอส ศุภ” พร้อมกับ 4 สาวน้องใหม่อย่าง เมเบิ้ล, แป้งจี่, อั๊ตต้าร์ และแองจี้ ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนถ่ายทอดภาพลักษณ์และคาแรกเตอร์ใหม่ของน้ำหอมคอลเลกชันสุดพิเศษ 4 สี 4 กลิ่น สะท้อนเสน่ห์และอารมณ์ที่แตกต่าง นอกจากนักแสดงหนุ่ม เอส ศุภ จะถ่ายทอดภาพลักษณ์ใหม่ของน้ำหอมคอลเลกชันนี้ให้โดดเด่นและพิเศษมากกว่าที่เคยแล้ว ยังมอบโมเมนต์สุดพิเศษให้แฟน ๆ ได้สัมผัสประสบการณ์ความหอมอย่างใกล้ชิด พร้อมรับสิทธิประโยชน์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งโลกจินตนาการของ Daisy Murakami อย่างเต็มอิ่มมาร่วมเนรมิตจักรวาลแห่งดอกไม้ที่หลอมรวมโลกของศิลปะ แฟชั่น และกลิ่นหอมเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ นี่คือหนึ่งในอีเวนต์ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสจักรวาล Daisy Marc Jacobs Murakami อย่างใกล้ชิด พร้อมจับจองเป็นเจ้าของน้ำหอมคอลเลคชันสุดพิเศษนี้อย่างเป็นทางการ โดย Vibrant World of Daisy Murakami ยังคงเปิดต้อนรับทุกคนให้มาดื่มด่ำประสบการณ์เหนือจินตนาการ พร้อมเช็กอินและสัมผัสความหอมสุดพิเศษได้อย่างต่อเนื่อง ณ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2569
26/02/2026
ยกระดับความงามแห่งผิวกับ “LIGHTING COLOR POWDER” ใหม่จาก COVERMARK
เครื่องสำอาง COVERMARK (คัฟเวอร์มาร์ค) จากประเทศญี่ปุ่น เปิดตัว “LIGHTING COLOR POWDER” (ไลท์ติ้ง คัลเลอร์ พาวเดอร์) ช่วยเผยผิวเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยเทคโนโลยี Colored Pearl Layer เอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ ช่วยกระจายแสงให้ผิวดูโกลว์ใส มีมิติ เติมสีสันให้ใบหน้า เพิ่มความสดใสและมีชีวิตชีวา มาพร้อม 2 เฉดสี ได้แก่ 01 Pink และ 02 Coral เหมาะกับทุกโทนผิว ราคา 1,500 บาท
วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่เคาน์เตอร์ COVERMARK ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิ เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์, เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน หรือผ่านช่องทางออนไลน์ CENTRAL APP และ CENTRAL ONLINE SHOPPING
ยกระดับความงามแห่งผิวกับ “LIGHTING COLOR POWDER” ใหม่จาก COVERMARK
26/02/2026ยกระดับความงามแห่งผิวกับ “LIGHTING COLOR POWDER” ใหม่จาก COVERMARKเครื่องสำอาง COVERMARK (คัฟเวอร์มาร์ค) จากประเทศญี่ปุ่น เปิดตัว “LIGHTING COLOR POWDER” (ไลท์ติ้ง คัลเลอร์ พาวเดอร์) ช่วยเผยผิวเปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยเทคโนโลยี Colored Pearl Layer เอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ ช่วยกระจายแสงให้ผิวดูโกลว์ใส มีมิติ เติมสีสันให้ใบหน้า เพิ่มความสดใสและมีชีวิตชีวา มาพร้อม 2 เฉดสี ได้แก่ 01 Pink และ 02 Coral เหมาะกับทุกโทนผิว ราคา 1,500 บาท วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่เคาน์เตอร์ COVERMARK ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิ เซ็นทรัล, โรบินสัน, เดอะมอลล์, เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน หรือผ่านช่องทางออนไลน์ CENTRAL APP และ CENTRAL ONLINE SHOPPING
18/02/2026

TIARA BEAUTY ประกาศความสำเร็จ Niche Strategy ปั้นยอดขาย “งานคิ้ว” ตั้งเป้าทะลุ 150 ล้าน พลิกตำราเมคอัพสู้ Red Ocean คว้า “ดิว อริสรา” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ ตอกย้ำเบอร์หนึ่ง Brow Icon ของไทย
“TIARA BEAUTY” (เทียร่า บิวตี้) แบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติไทยโชว์ฟอร์มแกร่ง เผยยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์คิ้วเติบโตแบบก้าวกระโดดแตะกว่า 70 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา พร้อมประกาศยุทธศาสตร์ปี 2569 รุกหนักเป้าหมาย 150 ล้านบาท ชูกลยุทธ์เจาะตลาด Niche มูลค่าสูง (High-Value Niche) ท่ามกลางสมรภูมิความงามไทยมูลค่า 4 แสนล้านบาท พร้อมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัว “ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์” พรีเซนเตอร์ ในฐานะ TIARA Brow Icon (วิเคราะห์อุตสาหกรรม: โอกาสในความต่าง (The Power of Niche) ภาพรวมอุตสาหกรรมความงามไทยในปี 2569 ถูกคาดการณ์โดย สมาคมคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย ว่าจะมีมูลค่าพุ่งสูงถึง 400,000 ล้านบาท แม้จะเป็นตลาดที่ดุเดือด (Red Ocean) แต่ Segment กลุ่ม Brow & Eye Makeup กลับเป็น "ขุมทรัพย์ใหม่" ที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ประมาณ 6% ต่อปี (อ้างอิง Data Bridge Market Research)
คุณสุวพัชญ์ อิทธิพหลภัสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งแบรนด์ TIARA BEAUTY วิเคราะห์ว่า พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากความสวยแบบปรุงแต่ง สู่เทรนด์ "Skinimalism" หรือการเน้นลุคธรรมชาติที่ดูเป็นมืออาชีพ (Professional Natural Look) โดยเฉพาะ "งานคิ้ว" ที่เปรียบเสมือนมงกุฎของใบหน้า ได้ถูกยกระดับจากการเขียนคิ้วแบบเดิม สู่การจัดแต่งทรงคิ้วแบบ Brow Styling หรือ Lamination ซึ่งเป็นช่องว่างทางการตลาดที่ยังไม่มีแบรนด์ใดครองความเป็นเจ้าตลาดอย่างชัดเจน
3 Winning Strategy:
สูตรสำเร็จการเติบโต 2 เท่าของ TIARA BEAUTY
1. Category Authority: เป็นตัวจริงในตลาดงานคิ้ว TIARA ใช้กลยุทธ์ “Focus & Dominant” โดยไม่กระจายตัวแข่งในทุกหมวดสินค้า แต่เลือกโฟกัสเชิงลึกในกลุ่มผลิตภัณฑ์คิ้วจนกลายเป็น Hero Product หลัก ผลิตภัณฑ์ชูโรงอย่าง “FixMe Brow Mascara” มาสคาร่าคิ้วปัดตั้งฟู ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ Pain Point
ของผู้หญิงที่ไม่มีเวลาแต่อยากได้ลุคเหมือนทำจากช่างแต่งหน้ามืออาชีพ ด้วยนวัตกรรมหัวแปรงซิลิโคนและสูตรเซตตัวใน 5 วินาที ทำให้แบรนด์สามารถครอบครอง Mindshare ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านได้อย่างรวดเร็ว
2. Reverse Funnel & Data-Driven Marketing แบรนด์ฉีกกฎการตลาดดั้งเดิมด้วยแนวคิด Reverse Funnel โดยเริ่มจากการสร้างยอดขายและแรงกระเพื่อมผ่านกลุ่ม KOC (Key Opinion Consumer) และ Micro-Influencer บนแพลตฟอร์ม TikTok เพื่อสร้าง “Social Proof” หรือหลักฐานการใช้จริงที่น่าเชื่อถือ ก่อนขยายสู่การสร้าง Awareness ในวงกว้าง กลยุทธ์นี้ช่วยให้แบรนด์โตอย่างมั่นคงด้วยผลกำไร (Organic Growth) และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
3. The Icon Strategy: ยกระดับภาพลักษณ์ด้วย “ดิว อริสรา” การคว้าตัว “ดิว อริสรา” มารับหน้าที่ TIARA Brow Icon คือกลยุทธ์สำคัญในปี 2569 เพื่อเปลี่ยนจากแบรนด์คุณภาพสู่แบรนด์ระดับไอคอน คุณดิวมีภาพจำที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเรื่อง “คิ้วเป๊ะ” ของเมืองไทย การร่วมงานครั้งนี้จึงเป็นการทำ Authority Marketing ที่ช่วยโอนถ่าย DNA ความมั่นใจและความเป็นมืออาชีพมาสู่แบรนด์อย่างชัดเจน ช่วยขยายฐานลูกค้าจากกลุ่ม Niche เข้าสู่กลุ่ม Mass-Aspiration ได้อย่างรวดเร็ว
เป้าหมายสู่แบรนด์ 150 ล้านบาท
สำหรับปี 2569 TIARA BEAUTY ตั้งเป้ายอดขายรวมที่ 150 ล้านบาท (เฉพาะกลุ่มเครื่องสำอาง) โดยมีแผนขยายไลน์สินค้ากลุ่มงานผิว ที่ออกแบบมาเพื่อสภาพผิวคนไทยโดยเฉพาะ พร้อมวางหมุดหมายเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งด้านงานคิ้วในใจผู้หญิงไทย "เราเริ่มจากความเข้าใจว่าผู้หญิงยุคใหม่ต้องการความเป๊ะแต่ต้องง่าย โจทย์ของ TIARA คือการตัดปัญหาเล็กๆ ในชีวิตประจำวันออกไป เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้เขา เราเชื่อว่าแบรนด์ไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก หากเราเข้าใจผู้บริโภคและสร้างเอกลักษณ์ที่ลอกเลียนไม่ได้" คุณสุวพัชญ์ กล่าวทิ้งท้าย
TIARA BEAUTY ประกาศความสำเร็จ Niche Strategy ปั้นยอดขาย “งานคิ้ว” ตั้งเป้าทะลุ 150 ล้าน พลิกตำราเมคอัพสู้ Red Ocean คว้า “ดิว อริสรา” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ ตอกย้ำเบอร์หนึ่ง Brow Icon ของไทย
18/02/2026TIARA BEAUTY ประกาศความสำเร็จ Niche Strategy ปั้นยอดขาย “งานคิ้ว” ตั้งเป้าทะลุ 150 ล้าน พลิกตำราเมคอัพสู้ Red Ocean คว้า “ดิว อริสรา” นั่งแท่นพรีเซนเตอร์ ตอกย้ำเบอร์หนึ่ง Brow Icon ของไทย“TIARA BEAUTY” (เทียร่า บิวตี้) แบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติไทยโชว์ฟอร์มแกร่ง เผยยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์คิ้วเติบโตแบบก้าวกระโดดแตะกว่า 70 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา พร้อมประกาศยุทธศาสตร์ปี 2569 รุกหนักเป้าหมาย 150 ล้านบาท ชูกลยุทธ์เจาะตลาด Niche มูลค่าสูง (High-Value Niche) ท่ามกลางสมรภูมิความงามไทยมูลค่า 4 แสนล้านบาท พร้อมสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัว “ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์” พรีเซนเตอร์ ในฐานะ TIARA Brow Icon (วิเคราะห์อุตสาหกรรม: โอกาสในความต่าง (The Power of Niche) ภาพรวมอุตสาหกรรมความงามไทยในปี 2569 ถูกคาดการณ์โดย สมาคมคลัสเตอร์เครื่องสำอางไทย ว่าจะมีมูลค่าพุ่งสูงถึง 400,000 ล้านบาท แม้จะเป็นตลาดที่ดุเดือด (Red Ocean) แต่ Segment กลุ่ม Brow & Eye Makeup กลับเป็น "ขุมทรัพย์ใหม่" ที่มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ประมาณ 6% ต่อปี (อ้างอิง Data Bridge Market Research)คุณสุวพัชญ์ อิทธิพหลภัสร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งแบรนด์ TIARA BEAUTY วิเคราะห์ว่า พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากความสวยแบบปรุงแต่ง สู่เทรนด์ "Skinimalism" หรือการเน้นลุคธรรมชาติที่ดูเป็นมืออาชีพ (Professional Natural Look) โดยเฉพาะ "งานคิ้ว" ที่เปรียบเสมือนมงกุฎของใบหน้า ได้ถูกยกระดับจากการเขียนคิ้วแบบเดิม สู่การจัดแต่งทรงคิ้วแบบ Brow Styling หรือ Lamination ซึ่งเป็นช่องว่างทางการตลาดที่ยังไม่มีแบรนด์ใดครองความเป็นเจ้าตลาดอย่างชัดเจน3 Winning Strategy:สูตรสำเร็จการเติบโต 2 เท่าของ TIARA BEAUTY1. Category Authority: เป็นตัวจริงในตลาดงานคิ้ว TIARA ใช้กลยุทธ์ “Focus & Dominant” โดยไม่กระจายตัวแข่งในทุกหมวดสินค้า แต่เลือกโฟกัสเชิงลึกในกลุ่มผลิตภัณฑ์คิ้วจนกลายเป็น Hero Product หลัก ผลิตภัณฑ์ชูโรงอย่าง “FixMe Brow Mascara” มาสคาร่าคิ้วปัดตั้งฟู ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ Pain Pointของผู้หญิงที่ไม่มีเวลาแต่อยากได้ลุคเหมือนทำจากช่างแต่งหน้ามืออาชีพ ด้วยนวัตกรรมหัวแปรงซิลิโคนและสูตรเซตตัวใน 5 วินาที ทำให้แบรนด์สามารถครอบครอง Mindshare ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านได้อย่างรวดเร็ว2. Reverse Funnel & Data-Driven Marketing แบรนด์ฉีกกฎการตลาดดั้งเดิมด้วยแนวคิด Reverse Funnel โดยเริ่มจากการสร้างยอดขายและแรงกระเพื่อมผ่านกลุ่ม KOC (Key Opinion Consumer) และ Micro-Influencer บนแพลตฟอร์ม TikTok เพื่อสร้าง “Social Proof” หรือหลักฐานการใช้จริงที่น่าเชื่อถือ ก่อนขยายสู่การสร้าง Awareness ในวงกว้าง กลยุทธ์นี้ช่วยให้แบรนด์โตอย่างมั่นคงด้วยผลกำไร (Organic Growth) และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ3. The Icon Strategy: ยกระดับภาพลักษณ์ด้วย “ดิว อริสรา” การคว้าตัว “ดิว อริสรา” มารับหน้าที่ TIARA Brow Icon คือกลยุทธ์สำคัญในปี 2569 เพื่อเปลี่ยนจากแบรนด์คุณภาพสู่แบรนด์ระดับไอคอน คุณดิวมีภาพจำที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเรื่อง “คิ้วเป๊ะ” ของเมืองไทย การร่วมงานครั้งนี้จึงเป็นการทำ Authority Marketing ที่ช่วยโอนถ่าย DNA ความมั่นใจและความเป็นมืออาชีพมาสู่แบรนด์อย่างชัดเจน ช่วยขยายฐานลูกค้าจากกลุ่ม Niche เข้าสู่กลุ่ม Mass-Aspiration ได้อย่างรวดเร็วเป้าหมายสู่แบรนด์ 150 ล้านบาทสำหรับปี 2569 TIARA BEAUTY ตั้งเป้ายอดขายรวมที่ 150 ล้านบาท (เฉพาะกลุ่มเครื่องสำอาง) โดยมีแผนขยายไลน์สินค้ากลุ่มงานผิว ที่ออกแบบมาเพื่อสภาพผิวคนไทยโดยเฉพาะ พร้อมวางหมุดหมายเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งด้านงานคิ้วในใจผู้หญิงไทย "เราเริ่มจากความเข้าใจว่าผู้หญิงยุคใหม่ต้องการความเป๊ะแต่ต้องง่าย โจทย์ของ TIARA คือการตัดปัญหาเล็กๆ ในชีวิตประจำวันออกไป เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้เขา เราเชื่อว่าแบรนด์ไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก หากเราเข้าใจผู้บริโภคและสร้างเอกลักษณ์ที่ลอกเลียนไม่ได้" คุณสุวพัชญ์ กล่าวทิ้งท้าย