รีวิวโดยผู้เชี่ยวชาญ
★
★
★
★
★
(3.57)
BIODERMA HYDRABIO SÉRUM (40ml./1,390.-) อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ BIODERMA ในไลน์ HYDRABIO ซึ่งมาในรูปแบบเซรั่มที่นอกจากจะช่วยเรื่องผิวขาดน้ำแล้ว ยังช่วยลดอาการหมองคล้ำ(ซึ่งเกิดจากการขาดน้ำ) รวมถึงยังช่วยในเรื่องของริ้วรอยร่องตื้น(Fine Line) ได้อีกด้วย#Key_Ingredients- PYRUS MALUS (APPLE) FRUIT EXTRACT : สารสกัดจาก Apple สายพันธุ์หนึ่งซึ่งทางผู้ผลิตเคลมว่าอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ และสารบำรุงผิวมากกว่า 5 ชนิด มีสารออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนในร่างกายตามธรรมชาติ จะไปทดแทนฮอร์โมนที่ลดลงในผิวที่มีอายุมากขึ้นเพื่อเข้าสู่กระบวนการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และไฟโบบลาสของผิวหนัง และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับสภาพผิวหนังได้อีกด้วย- SODIUM HYALURONATE : รูปเกลือของ Hyaluronic acid มีขนาดโมเลกุลเล็กกว่า สามารถจับโมเลกุลของน้ำได้ประมาณ 1000 เท่าของน้ำหนักตัว ขนาดโมเลกุลที่เล็กลงมีผลต่อการซึมผ่านเข้าสู่ผิวที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีความคงตัวที่มากขึ้นด้วย มีความน่าสนใจในแง่ที่ให้ความชุ่มชื้นที่เพียงพอแก่ผิวนั่นเองฮะ- NIACINAMIDE : เป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อผิวในหลายด้าน อาทิ ช่วยลดริ้วรอย ลดรอยแดง/ดำ(hyperpigment) เพิ่มความชุ่มชื้น ด้วยการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน และเซราไมด์ (ceramide) และยังทำให้ผิวแข็งแรง ต่อสู้กับการระคายเคือง (irritants) ต่างๆได้ดีขึ้น รวมถึงสามารถลดความมันบนใบหน้า (sebum excretion) และยังเป็น Whitening อีกด้วย#Conclusionต้องบอกว่าเซรั่มขวดนี้เป็นซึ่งที่เราใช้อยู่แล้ว และเป็นหนึ่งในเซรั่มที่ช่วยเติมน้ำให้ผิวในวันที่เราเจอปัญหาผิวแห้งลอกจากการใช้ BHA ได้เป็นอย่างดีเชียวหละ ซึ่งหากสังเกตภาพ Before-After จะเห็นว่าบริเวณข้างแก้มจากที่มีอาการแห้งลอกเป็นขุยเล็กๆ หลังใช้ดูดีขึ้น แถมความมันส่วนเกินบนผิวยังดูลดลงอีกด้วย นอกจากนี้เรายังรู้สึกว่าผิวดูกระจ่างใสขึ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากผลของการที่ผิวได้รับความชุ่มชื้นที่เพียงพอ ร่วมกับส่วนผสมที่เป็น Whitening Agent อย่าง Niacinamide เนี่ยแหละฮะ
★
★
★
★
★
(4.29)
BIODERMA HYDRABIO H2O(500ml/950.-) : ตัวนี้เป็น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าและเช็ดเครื่องสำอางสูตรน้ำ(Cleansing Water) ชนิดไม่ต้องล้างออก อ่อนโยนและคงความชุ่มชื้น ใส่ใจในผิวที่บอบบาง.#Key_Ingredient- PEG-6 CAPRYLIC/CAPRIC GLYCERIDES : หรือที่รู้จักในชื่อ Cetiol 767 เป็นสาร Surfactant(สารลดแรงตึงผิว) ชนิดไม่มีประจุ หรือ non-ionic ซึ่งสารชำระล้างตัวนี้จะมีความอ่อนโยนต่อผิวมากเป็นพิเศษ สามารถทำละลายและกระจายตัวเข้าสู่รูขุมขนเพื่อดึงสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางที่ติดแน่นบนผิวได้ดี- Fructo Oligosaccharide (FOS) : คือ กลุ่มน้ำตาลฟรุกโตส หรือกลุ่มพรีไบโอติกส์ ซึ่งพรีไบโอติกส์ (Prebiotics) ที่เป็นอาหารของโปรไบโอติกส์ (Probiotics) ซึ่งมีความจำเป็นต่อแบคทีเรียชนิดที่มีประโยชน์กับผิว ซึ่งหากผิวเรามี Prebiotic และ Probiotic ที่เพียงพอจะส่งผลให้ผิวเกิดความสมดุล และแข็งแรงขึ้นนั่นเองฮะ- RHAMNOSE : น้ำตาลแรมโนสเกิดด้วยวิธีบ่มแบคทีเรียธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติหลายด้าน เช่น ปกป้องผิวจากแบคทีเรียชนิดต่างๆ ลดการอักเสบของผิว ซึ่งจากการทดลองของผู้ผลิตพบว่าการใช้ Rhamnose ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ความเข้มข้น 3% สามารถปกป้องผิวจากการก่อตัวของ P.Acnes Bacteria(แบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดสิว) ได้ถึง48% และ Staphylococcus Aereus (แบคทีเรียที่ทำให้เกิด Atopic Dermatitis) 28% และ Staphylococcus Epidermidis (แบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น) 24%.แถมยังมี Sugar Alcohol อย่าง MANNITOL และ XYLITOL ที่มีประโยชน์หลากหลายด้านต่อผิว อาทิ ลดการระคายเคือง ต้านอนุมูลอิสระ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี เรียกว่าเป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างลงตัวทีเดียวเชียวหละ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังแอบอยากให้ตัดน้ำหอมออกอยู่ดีแหละครับ.#Conclusionจากที่เราได้ลองใช้มาซักพักนับว่าเป็น Cleasing Water อีกตัวที่ดึงเอาคราบเมคอัพ สิ่งสกปรก และความมันออกมาได้ดีทีเดียว.แถมยังไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังเช็ด แต่กลัวให้ความชุ่มชื้นไว้บนผิวได้โดยไม่ต้องล้างออก #คือดีย์!!.#Note : ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนผสมของน้ำหอม(Fragrance Component) ซึ่งเราลองแล้วไม่พบอาการแพ้/ระคายเคือง แต่ใครที่แพ้น้ำหอม เราแนะนำสูตร "Sensibio" น่าจะเหมาพะกว่าฮะ
BIODERMA HYDRABIO H2O(500ml/950.-) : ตัวนี้เป็น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าและเช็ดเครื่องสำอางสูตรน้ำ(Cleansing Water) ชนิดไม่ต้องล้างออก อ่อนโยนและคงความชุ่มชื้น ใส่ใจในผิวที่บอบบาง
.
#Key_Ingredient
- PEG-6 CAPRYLIC/CAPRIC GLYCERIDES : หรือที่รู้จักในชื่อ Cetiol 767 เป็นสาร Surfactant(สารลดแรงตึงผิว) ชนิดไม่มีประจุ หรือ non-ionic ซึ่งสารชำระล้างตัวนี้จะมีความอ่อนโยนต่อผิวมากเป็นพิเศษ สามารถทำละลายและกระจายตัวเข้าสู่รูขุมขนเพื่อดึงสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางที่ติดแน่นบนผิวได้ดี
- Fructo Oligosaccharide (FOS) : คือ กลุ่มน้ำตาลฟรุกโตส หรือกลุ่มพรีไบโอติกส์ ซึ่งพรีไบโอติกส์ (Prebiotics) ที่เป็นอาหารของโปรไบโอติกส์ (Probiotics) ซึ่งมีความจำเป็นต่อแบคทีเรียชนิดที่มีประโยชน์กับผิว ซึ่งหากผิวเรามี Prebiotic และ Probiotic ที่เพียงพอจะส่งผลให้ผิวเกิดความสมดุล และแข็งแรงขึ้นนั่นเองฮะ
- RHAMNOSE : น้ำตาลแรมโนสเกิดด้วยวิธีบ่มแบคทีเรียธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติหลายด้าน เช่น ปกป้องผิวจากแบคทีเรียชนิดต่างๆ ลดการอักเสบของผิว ซึ่งจากการทดลองของผู้ผลิตพบว่าการใช้ Rhamnose ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ความเข้มข้น 3% สามารถปกป้องผิวจากการก่อตัวของ P.Acnes Bacteria(แบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดสิว) ได้ถึง48% และ Staphylococcus Aereus (แบคทีเรียที่ทำให้เกิด Atopic Dermatitis) 28% และ Staphylococcus Epidermidis (แบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น) 24%
.
แถมยังมี Sugar Alcohol อย่าง MANNITOL และ XYLITOL ที่มีประโยชน์หลากหลายด้านต่อผิว อาทิ ลดการระคายเคือง ต้านอนุมูลอิสระ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี เรียกว่าเป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างลงตัวทีเดียวเชียวหละ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังแอบอยากให้ตัดน้ำหอมออกอยู่ดีแหละครับ
.
#Conclusion
จากที่เราได้ลองใช้มาซักพักนับว่าเป็น Cleasing Water อีกตัวที่ดึงเอาคราบเมคอัพ สิ่งสกปรก และความมันออกมาได้ดีทีเดียว
.
แถมยังไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังเช็ด แต่กลัวให้ความชุ่มชื้นไว้บนผิวได้โดยไม่ต้องล้างออก #คือดีย์!!
.
#Note : ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนผสมของน้ำหอม(Fragrance Component) ซึ่งเราลองแล้วไม่พบอาการแพ้/ระคายเคือง แต่ใครที่แพ้น้ำหอม เราแนะนำสูตร "Sensibio" น่าจะเหมาพะกว่าฮะ
.
#Key_Ingredient
- PEG-6 CAPRYLIC/CAPRIC GLYCERIDES : หรือที่รู้จักในชื่อ Cetiol 767 เป็นสาร Surfactant(สารลดแรงตึงผิว) ชนิดไม่มีประจุ หรือ non-ionic ซึ่งสารชำระล้างตัวนี้จะมีความอ่อนโยนต่อผิวมากเป็นพิเศษ สามารถทำละลายและกระจายตัวเข้าสู่รูขุมขนเพื่อดึงสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางที่ติดแน่นบนผิวได้ดี
- Fructo Oligosaccharide (FOS) : คือ กลุ่มน้ำตาลฟรุกโตส หรือกลุ่มพรีไบโอติกส์ ซึ่งพรีไบโอติกส์ (Prebiotics) ที่เป็นอาหารของโปรไบโอติกส์ (Probiotics) ซึ่งมีความจำเป็นต่อแบคทีเรียชนิดที่มีประโยชน์กับผิว ซึ่งหากผิวเรามี Prebiotic และ Probiotic ที่เพียงพอจะส่งผลให้ผิวเกิดความสมดุล และแข็งแรงขึ้นนั่นเองฮะ
- RHAMNOSE : น้ำตาลแรมโนสเกิดด้วยวิธีบ่มแบคทีเรียธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติหลายด้าน เช่น ปกป้องผิวจากแบคทีเรียชนิดต่างๆ ลดการอักเสบของผิว ซึ่งจากการทดลองของผู้ผลิตพบว่าการใช้ Rhamnose ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ความเข้มข้น 3% สามารถปกป้องผิวจากการก่อตัวของ P.Acnes Bacteria(แบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดสิว) ได้ถึง48% และ Staphylococcus Aereus (แบคทีเรียที่ทำให้เกิด Atopic Dermatitis) 28% และ Staphylococcus Epidermidis (แบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น) 24%
.
แถมยังมี Sugar Alcohol อย่าง MANNITOL และ XYLITOL ที่มีประโยชน์หลากหลายด้านต่อผิว อาทิ ลดการระคายเคือง ต้านอนุมูลอิสระ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี เรียกว่าเป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างลงตัวทีเดียวเชียวหละ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังแอบอยากให้ตัดน้ำหอมออกอยู่ดีแหละครับ
.
#Conclusion
จากที่เราได้ลองใช้มาซักพักนับว่าเป็น Cleasing Water อีกตัวที่ดึงเอาคราบเมคอัพ สิ่งสกปรก และความมันออกมาได้ดีทีเดียว
.
แถมยังไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังเช็ด แต่กลัวให้ความชุ่มชื้นไว้บนผิวได้โดยไม่ต้องล้างออก #คือดีย์!!
.
#Note : ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนผสมของน้ำหอม(Fragrance Component) ซึ่งเราลองแล้วไม่พบอาการแพ้/ระคายเคือง แต่ใครที่แพ้น้ำหอม เราแนะนำสูตร "Sensibio" น่าจะเหมาพะกว่าฮะ
[ 1
-
2
/
2 ]
กำลังประมวลผล...
0%