ข้อมูลผู้ใช้
ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้
โพสต์
★
★
★
★
★
(3.57)
BIODERMA HYDRABIO SÉRUM (40ml./1,390.-) อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ BIODERMA ในไลน์ HYDRABIO ซึ่งมาในรูปแบบเซรั่มที่นอกจากจะช่วยเรื่องผิวขาดน้ำแล้ว ยังช่วยลดอาการหมองคล้ำ(ซึ่งเกิดจากการขาดน้ำ) รวมถึงยังช่วยในเรื่องของริ้วรอยร่องตื้น(Fine Line) ได้อีกด้วย#Key_Ingredients- PYRUS MALUS (APPLE) FRUIT EXTRACT : สารสกัดจาก Apple สายพันธุ์หนึ่งซึ่งทางผู้ผลิตเคลมว่าอุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ และสารบำรุงผิวมากกว่า 5 ชนิด มีสารออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนในร่างกายตามธรรมชาติ จะไปทดแทนฮอร์โมนที่ลดลงในผิวที่มีอายุมากขึ้นเพื่อเข้าสู่กระบวนการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และไฟโบบลาสของผิวหนัง และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและปรับสภาพผิวหนังได้อีกด้วย- SODIUM HYALURONATE : รูปเกลือของ Hyaluronic acid มีขนาดโมเลกุลเล็กกว่า สามารถจับโมเลกุลของน้ำได้ประมาณ 1000 เท่าของน้ำหนักตัว ขนาดโมเลกุลที่เล็กลงมีผลต่อการซึมผ่านเข้าสู่ผิวที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีความคงตัวที่มากขึ้นด้วย มีความน่าสนใจในแง่ที่ให้ความชุ่มชื้นที่เพียงพอแก่ผิวนั่นเองฮะ- NIACINAMIDE : เป็นวิตามินที่มีประโยชน์ต่อผิวในหลายด้าน อาทิ ช่วยลดริ้วรอย ลดรอยแดง/ดำ(hyperpigment) เพิ่มความชุ่มชื้น ด้วยการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน และเซราไมด์ (ceramide) และยังทำให้ผิวแข็งแรง ต่อสู้กับการระคายเคือง (irritants) ต่างๆได้ดีขึ้น รวมถึงสามารถลดความมันบนใบหน้า (sebum excretion) และยังเป็น Whitening อีกด้วย#Conclusionต้องบอกว่าเซรั่มขวดนี้เป็นซึ่งที่เราใช้อยู่แล้ว และเป็นหนึ่งในเซรั่มที่ช่วยเติมน้ำให้ผิวในวันที่เราเจอปัญหาผิวแห้งลอกจากการใช้ BHA ได้เป็นอย่างดีเชียวหละ ซึ่งหากสังเกตภาพ Before-After จะเห็นว่าบริเวณข้างแก้มจากที่มีอาการแห้งลอกเป็นขุยเล็กๆ หลังใช้ดูดีขึ้น แถมความมันส่วนเกินบนผิวยังดูลดลงอีกด้วย นอกจากนี้เรายังรู้สึกว่าผิวดูกระจ่างใสขึ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากผลของการที่ผิวได้รับความชุ่มชื้นที่เพียงพอ ร่วมกับส่วนผสมที่เป็น Whitening Agent อย่าง Niacinamide เนี่ยแหละฮะ
★
★
★
★
★
(4.29)
BIODERMA HYDRABIO H2O(500ml/950.-) : ตัวนี้เป็น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าและเช็ดเครื่องสำอางสูตรน้ำ(Cleansing Water) ชนิดไม่ต้องล้างออก อ่อนโยนและคงความชุ่มชื้น ใส่ใจในผิวที่บอบบาง.#Key_Ingredient- PEG-6 CAPRYLIC/CAPRIC GLYCERIDES : หรือที่รู้จักในชื่อ Cetiol 767 เป็นสาร Surfactant(สารลดแรงตึงผิว) ชนิดไม่มีประจุ หรือ non-ionic ซึ่งสารชำระล้างตัวนี้จะมีความอ่อนโยนต่อผิวมากเป็นพิเศษ สามารถทำละลายและกระจายตัวเข้าสู่รูขุมขนเพื่อดึงสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางที่ติดแน่นบนผิวได้ดี- Fructo Oligosaccharide (FOS) : คือ กลุ่มน้ำตาลฟรุกโตส หรือกลุ่มพรีไบโอติกส์ ซึ่งพรีไบโอติกส์ (Prebiotics) ที่เป็นอาหารของโปรไบโอติกส์ (Probiotics) ซึ่งมีความจำเป็นต่อแบคทีเรียชนิดที่มีประโยชน์กับผิว ซึ่งหากผิวเรามี Prebiotic และ Probiotic ที่เพียงพอจะส่งผลให้ผิวเกิดความสมดุล และแข็งแรงขึ้นนั่นเองฮะ- RHAMNOSE : น้ำตาลแรมโนสเกิดด้วยวิธีบ่มแบคทีเรียธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติหลายด้าน เช่น ปกป้องผิวจากแบคทีเรียชนิดต่างๆ ลดการอักเสบของผิว ซึ่งจากการทดลองของผู้ผลิตพบว่าการใช้ Rhamnose ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ความเข้มข้น 3% สามารถปกป้องผิวจากการก่อตัวของ P.Acnes Bacteria(แบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดสิว) ได้ถึง48% และ Staphylococcus Aereus (แบคทีเรียที่ทำให้เกิด Atopic Dermatitis) 28% และ Staphylococcus Epidermidis (แบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น) 24%.แถมยังมี Sugar Alcohol อย่าง MANNITOL และ XYLITOL ที่มีประโยชน์หลากหลายด้านต่อผิว อาทิ ลดการระคายเคือง ต้านอนุมูลอิสระ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี เรียกว่าเป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างลงตัวทีเดียวเชียวหละ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังแอบอยากให้ตัดน้ำหอมออกอยู่ดีแหละครับ.#Conclusionจากที่เราได้ลองใช้มาซักพักนับว่าเป็น Cleasing Water อีกตัวที่ดึงเอาคราบเมคอัพ สิ่งสกปรก และความมันออกมาได้ดีทีเดียว.แถมยังไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังเช็ด แต่กลัวให้ความชุ่มชื้นไว้บนผิวได้โดยไม่ต้องล้างออก #คือดีย์!!.#Note : ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนผสมของน้ำหอม(Fragrance Component) ซึ่งเราลองแล้วไม่พบอาการแพ้/ระคายเคือง แต่ใครที่แพ้น้ำหอม เราแนะนำสูตร "Sensibio" น่าจะเหมาพะกว่าฮะ
BIODERMA HYDRABIO H2O(500ml/950.-) : ตัวนี้เป็น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใบหน้าและเช็ดเครื่องสำอางสูตรน้ำ(Cleansing Water) ชนิดไม่ต้องล้างออก อ่อนโยนและคงความชุ่มชื้น ใส่ใจในผิวที่บอบบาง
.
#Key_Ingredient
- PEG-6 CAPRYLIC/CAPRIC GLYCERIDES : หรือที่รู้จักในชื่อ Cetiol 767 เป็นสาร Surfactant(สารลดแรงตึงผิว) ชนิดไม่มีประจุ หรือ non-ionic ซึ่งสารชำระล้างตัวนี้จะมีความอ่อนโยนต่อผิวมากเป็นพิเศษ สามารถทำละลายและกระจายตัวเข้าสู่รูขุมขนเพื่อดึงสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางที่ติดแน่นบนผิวได้ดี
- Fructo Oligosaccharide (FOS) : คือ กลุ่มน้ำตาลฟรุกโตส หรือกลุ่มพรีไบโอติกส์ ซึ่งพรีไบโอติกส์ (Prebiotics) ที่เป็นอาหารของโปรไบโอติกส์ (Probiotics) ซึ่งมีความจำเป็นต่อแบคทีเรียชนิดที่มีประโยชน์กับผิว ซึ่งหากผิวเรามี Prebiotic และ Probiotic ที่เพียงพอจะส่งผลให้ผิวเกิดความสมดุล และแข็งแรงขึ้นนั่นเองฮะ
- RHAMNOSE : น้ำตาลแรมโนสเกิดด้วยวิธีบ่มแบคทีเรียธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติหลายด้าน เช่น ปกป้องผิวจากแบคทีเรียชนิดต่างๆ ลดการอักเสบของผิว ซึ่งจากการทดลองของผู้ผลิตพบว่าการใช้ Rhamnose ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ความเข้มข้น 3% สามารถปกป้องผิวจากการก่อตัวของ P.Acnes Bacteria(แบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดสิว) ได้ถึง48% และ Staphylococcus Aereus (แบคทีเรียที่ทำให้เกิด Atopic Dermatitis) 28% และ Staphylococcus Epidermidis (แบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น) 24%
.
แถมยังมี Sugar Alcohol อย่าง MANNITOL และ XYLITOL ที่มีประโยชน์หลากหลายด้านต่อผิว อาทิ ลดการระคายเคือง ต้านอนุมูลอิสระ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี เรียกว่าเป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างลงตัวทีเดียวเชียวหละ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังแอบอยากให้ตัดน้ำหอมออกอยู่ดีแหละครับ
.
#Conclusion
จากที่เราได้ลองใช้มาซักพักนับว่าเป็น Cleasing Water อีกตัวที่ดึงเอาคราบเมคอัพ สิ่งสกปรก และความมันออกมาได้ดีทีเดียว
.
แถมยังไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังเช็ด แต่กลัวให้ความชุ่มชื้นไว้บนผิวได้โดยไม่ต้องล้างออก #คือดีย์!!
.
#Note : ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนผสมของน้ำหอม(Fragrance Component) ซึ่งเราลองแล้วไม่พบอาการแพ้/ระคายเคือง แต่ใครที่แพ้น้ำหอม เราแนะนำสูตร "Sensibio" น่าจะเหมาพะกว่าฮะ
.
#Key_Ingredient
- PEG-6 CAPRYLIC/CAPRIC GLYCERIDES : หรือที่รู้จักในชื่อ Cetiol 767 เป็นสาร Surfactant(สารลดแรงตึงผิว) ชนิดไม่มีประจุ หรือ non-ionic ซึ่งสารชำระล้างตัวนี้จะมีความอ่อนโยนต่อผิวมากเป็นพิเศษ สามารถทำละลายและกระจายตัวเข้าสู่รูขุมขนเพื่อดึงสิ่งสกปรกและเครื่องสำอางที่ติดแน่นบนผิวได้ดี
- Fructo Oligosaccharide (FOS) : คือ กลุ่มน้ำตาลฟรุกโตส หรือกลุ่มพรีไบโอติกส์ ซึ่งพรีไบโอติกส์ (Prebiotics) ที่เป็นอาหารของโปรไบโอติกส์ (Probiotics) ซึ่งมีความจำเป็นต่อแบคทีเรียชนิดที่มีประโยชน์กับผิว ซึ่งหากผิวเรามี Prebiotic และ Probiotic ที่เพียงพอจะส่งผลให้ผิวเกิดความสมดุล และแข็งแรงขึ้นนั่นเองฮะ
- RHAMNOSE : น้ำตาลแรมโนสเกิดด้วยวิธีบ่มแบคทีเรียธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติหลายด้าน เช่น ปกป้องผิวจากแบคทีเรียชนิดต่างๆ ลดการอักเสบของผิว ซึ่งจากการทดลองของผู้ผลิตพบว่าการใช้ Rhamnose ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ความเข้มข้น 3% สามารถปกป้องผิวจากการก่อตัวของ P.Acnes Bacteria(แบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดสิว) ได้ถึง48% และ Staphylococcus Aereus (แบคทีเรียที่ทำให้เกิด Atopic Dermatitis) 28% และ Staphylococcus Epidermidis (แบคทีเรีย ที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น) 24%
.
แถมยังมี Sugar Alcohol อย่าง MANNITOL และ XYLITOL ที่มีประโยชน์หลากหลายด้านต่อผิว อาทิ ลดการระคายเคือง ต้านอนุมูลอิสระ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี เรียกว่าเป็นส่วนผสมที่ค่อนข้างลงตัวทีเดียวเชียวหละ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังแอบอยากให้ตัดน้ำหอมออกอยู่ดีแหละครับ
.
#Conclusion
จากที่เราได้ลองใช้มาซักพักนับว่าเป็น Cleasing Water อีกตัวที่ดึงเอาคราบเมคอัพ สิ่งสกปรก และความมันออกมาได้ดีทีเดียว
.
แถมยังไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังเช็ด แต่กลัวให้ความชุ่มชื้นไว้บนผิวได้โดยไม่ต้องล้างออก #คือดีย์!!
.
#Note : ผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนผสมของน้ำหอม(Fragrance Component) ซึ่งเราลองแล้วไม่พบอาการแพ้/ระคายเคือง แต่ใครที่แพ้น้ำหอม เราแนะนำสูตร "Sensibio" น่าจะเหมาพะกว่าฮะ
★
★
★
★
★
(3.29)
จากความรู้สึกที่เราได้ลองใช้เจ้า ORIGINS : Mega-Mushrooms Relief & Resilence Soothing Treatment Lotion มาเป็นเวลาเกือบ 2 เดือน ร่วมกับการสังเกตการเปลี่ยนแปลงของผิว เราขอสรุปเป็นข้อๆ ดังนี้ :- ความชุ่มชื้น : จัดว่าให้ความชุ่มชื้นอยู่ในระดับปานกลาง สำหรับเราที่เป็นมนุษย์ผิวผสม - มันใช้แล้วรู้สึกยังรู้สึกว่าบางเบาไปซักหน่อย แต่ก็มีข้อดีคือไม่เหนอะหนะ ไม่หนักหน้าระหว่างวัน- การชะลอวัย : ด้วยความที่เราเองยังไม่มีปัญหาเรื่องริ้วรอยเท่าไหร่นัก จึงไม่สามารถสรุปในจุดนี้ได้ชัดเจน แต่หากพิจารณาจากส่วนผสมแล้วก็ดูมี potential ที่ดีทีเดียวหละ- การลดการระคายเคือง : น้องคนนี้คือโทนเนอร์/โลชั่น/น้ำตบ ทีาลดดารระคายเคืองได้ดีม๊ากกกกก คือ ช่วงที่ผ่านมาเรามีผดเล็กๆ ขึ้นบริเวณหน้าผาก(คาดว่าเจอจากฝุ่นละออง และอากาศ) เราเลยเอาน้องคนนี้เทใส่สำลีชุ่มๆ แล้วโป๊ะทิ้งไว้ 15 นาที ผลปรากฏว่าอาการระคายเคืองลดลงอย่างมีนัยสำคัญทั้งนี้ผลลัพธ์ดังกล่าวเป็นผลลัพธ์ที่ได้จากการลองใช้บนผิวเรา ซึ่งแต่ละคนล้วนมีสภาพผิวที่แตกต่างกัน ไลฟ์สไตล์ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ก็ต่างกัน เอาเป็นว่าหากเพื่อนๆ อ่านรีวิวนี้แล้วอยากไปตำเราก็ไม่ห้าม แต่เราขอแนะนำให้ไปขอ sample มาลองใช้ก่อนจะดีกว่าเน้อ เพื่อทดสอบอาการแพ้ระคายเคืองนะค๊าบ
จากความรู้สึกที่เราได้ลองใช้เจ้า ORIGINS : Mega-Mushrooms Relief & Resilence Soothing Treatment Lotion มาเป็นเวลาเกือบ 2 เดือน ร่วมกับการสังเกตการเปลี่ยนแปลงของผิว เราขอสรุปเป็นข้อๆ ดังนี้ :
- ความชุ่มชื้น : จัดว่าให้ความชุ่มชื้นอยู่ในระดับปานกลาง สำหรับเราที่เป็นมนุษย์ผิวผสม - มันใช้แล้วรู้สึกยังรู้สึกว่าบางเบาไปซักหน่อย แต่ก็มีข้อดีคือไม่เหนอะหนะ ไม่หนักหน้าระหว่างวัน
- การชะลอวัย : ด้วยความที่เราเองยังไม่มีปัญหาเรื่องริ้วรอยเท่าไหร่นัก จึงไม่สามารถสรุปในจุดนี้ได้ชัดเจน แต่หากพิจารณาจากส่วนผสมแล้วก็ดูมี potential ที่ดีทีเดียวหละ
- การลดการระคายเคือง : น้องคนนี้คือโทนเนอร์/โลชั่น/น้ำตบ ทีาลดดารระคายเคืองได้ดีม๊ากกกกก คือ ช่วงที่ผ่านมาเรามีผดเล็กๆ ขึ้นบริเวณหน้าผาก(คาดว่าเจอจากฝุ่นละออง และอากาศ) เราเลยเอาน้องคนนี้เทใส่สำลีชุ่มๆ แล้วโป๊ะทิ้งไว้ 15 นาที ผลปรากฏว่าอาการระคายเคืองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ผลลัพธ์ดังกล่าวเป็นผลลัพธ์ที่ได้จากการลองใช้บนผิวเรา ซึ่งแต่ละคนล้วนมีสภาพผิวที่แตกต่างกัน ไลฟ์สไตล์ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ก็ต่างกัน เอาเป็นว่าหากเพื่อนๆ อ่านรีวิวนี้แล้วอยากไปตำเราก็ไม่ห้าม แต่เราขอแนะนำให้ไปขอ sample มาลองใช้ก่อนจะดีกว่าเน้อ เพื่อทดสอบอาการแพ้ระคายเคืองนะค๊าบ
- ความชุ่มชื้น : จัดว่าให้ความชุ่มชื้นอยู่ในระดับปานกลาง สำหรับเราที่เป็นมนุษย์ผิวผสม - มันใช้แล้วรู้สึกยังรู้สึกว่าบางเบาไปซักหน่อย แต่ก็มีข้อดีคือไม่เหนอะหนะ ไม่หนักหน้าระหว่างวัน
- การชะลอวัย : ด้วยความที่เราเองยังไม่มีปัญหาเรื่องริ้วรอยเท่าไหร่นัก จึงไม่สามารถสรุปในจุดนี้ได้ชัดเจน แต่หากพิจารณาจากส่วนผสมแล้วก็ดูมี potential ที่ดีทีเดียวหละ
- การลดการระคายเคือง : น้องคนนี้คือโทนเนอร์/โลชั่น/น้ำตบ ทีาลดดารระคายเคืองได้ดีม๊ากกกกก คือ ช่วงที่ผ่านมาเรามีผดเล็กๆ ขึ้นบริเวณหน้าผาก(คาดว่าเจอจากฝุ่นละออง และอากาศ) เราเลยเอาน้องคนนี้เทใส่สำลีชุ่มๆ แล้วโป๊ะทิ้งไว้ 15 นาที ผลปรากฏว่าอาการระคายเคืองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ผลลัพธ์ดังกล่าวเป็นผลลัพธ์ที่ได้จากการลองใช้บนผิวเรา ซึ่งแต่ละคนล้วนมีสภาพผิวที่แตกต่างกัน ไลฟ์สไตล์ และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ก็ต่างกัน เอาเป็นว่าหากเพื่อนๆ อ่านรีวิวนี้แล้วอยากไปตำเราก็ไม่ห้าม แต่เราขอแนะนำให้ไปขอ sample มาลองใช้ก่อนจะดีกว่าเน้อ เพื่อทดสอบอาการแพ้ระคายเคืองนะค๊าบ
★
★
★
★
★
(4.00)
จากที่บูมได้เซท La Roche Posay Effaclar Duo+ มาลองใช้ในช่วงที่ผิวงอแงแบบสุดๆ มีสิวอักเสบขึ้นให้เห็นบริเวณขมับเราเลยจัดการทาเจ้า Effaclar Duo+ เช้า และก่อนนอนต่อเนื่องกันประมาณ 1 สัปดาห์ ร่วมกับการเปลี่ยน Clenaser ไปใช้ตัว Effaclar Gel ด้วยเหมือนกัน พบว่า :- สิวอักเสบค่อยๆ แห้งลงตามลำดับ- ไม่เกิดการแพ้ ระคายเคือง- ไม่ทำให้ผิวแห้งลอกแต่ก็ยังคงต้องใช้เวลาให้ผิวค่อยๆ ฟื้นฟูตัวเอง ดังนั้นใครที่เป็นสิวเล็กน้อย-ปานกลาง และมีผิวที่ระคายเคืองง่าย เราแนะนำให้ไปหามาลองใช้นะ เพราะส่วนผสมค่อนข้างอ่อนโยนทีเดียวหละ
จากที่บูมได้เซท La Roche Posay Effaclar Duo+ มาลองใช้ในช่วงที่ผิวงอแงแบบสุดๆ มีสิวอักเสบขึ้นให้เห็นบริเวณขมับ
เราเลยจัดการทาเจ้า Effaclar Duo+ เช้า และก่อนนอนต่อเนื่องกันประมาณ 1 สัปดาห์ ร่วมกับการเปลี่ยน Clenaser ไปใช้ตัว Effaclar Gel ด้วยเหมือนกัน พบว่า :
- สิวอักเสบค่อยๆ แห้งลงตามลำดับ
- ไม่เกิดการแพ้ ระคายเคือง
- ไม่ทำให้ผิวแห้งลอก
แต่ก็ยังคงต้องใช้เวลาให้ผิวค่อยๆ ฟื้นฟูตัวเอง ดังนั้นใครที่เป็นสิวเล็กน้อย-ปานกลาง และมีผิวที่ระคายเคืองง่าย เราแนะนำให้ไปหามาลองใช้นะ เพราะส่วนผสมค่อนข้างอ่อนโยนทีเดียวหละ
เราเลยจัดการทาเจ้า Effaclar Duo+ เช้า และก่อนนอนต่อเนื่องกันประมาณ 1 สัปดาห์ ร่วมกับการเปลี่ยน Clenaser ไปใช้ตัว Effaclar Gel ด้วยเหมือนกัน พบว่า :
- สิวอักเสบค่อยๆ แห้งลงตามลำดับ
- ไม่เกิดการแพ้ ระคายเคือง
- ไม่ทำให้ผิวแห้งลอก
แต่ก็ยังคงต้องใช้เวลาให้ผิวค่อยๆ ฟื้นฟูตัวเอง ดังนั้นใครที่เป็นสิวเล็กน้อย-ปานกลาง และมีผิวที่ระคายเคืองง่าย เราแนะนำให้ไปหามาลองใช้นะ เพราะส่วนผสมค่อนข้างอ่อนโยนทีเดียวหละ
★
★
★
★
★
(3.86)
เรื่องประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากแสงแดดนั้นเราไม่ค่อยเป็นห่วง เพราะสารกันแดดทั้ง 2 ที่ใส่เข้ามานั้นสามารถสะท้อน UVA และ UVB ได้ครบ และค่อนข้างเสถียร แต่จากที่เราลองทาลงบนใบหน้าพบว่า d program | Allerdefense Essence SPF 46 PA+++ ทำให้ผิวดูไบร์ทขึ้นเล็กน้อย แถมยังช่วยให้ผิวมันน้อยลงเล็กน้อยโดยรวมถือว่า d program | Allerdefense Essence SPF 46 PA+++ เป็นกันแดดที่น่าสนใจตัวนึง เหมาะกับสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยมลภาวะ PM2.5 ช่วงนี้มากๆ อาจจะมีข้อสังเกตเล็กน้อยคือด้วยความที่เค้าเลือกใช้สารกันแดดในรูปแบบ Physical Sunscreen อาจทำให้ผิวไบร์ทขึ้น คนที่ผิวคล้ำหน่อยอาจจะใช้ค่อนข้างยากนอกจากนี้ทางแบรนด์ก็มี d program : Allerdefense Essence BB SPF43 PA+++ สี Light และ สี Natural ให้ลองเลือกใช้ (แต่ก็ถือว่าอยู๋ในโทนที่ค่อนข้างขาวอยู่พอสมควรแหละ) เอาเป็นว่าถ้าใครสนใจลองไปเทสต์เนื้อผลิตภัณฑ์ก่อนแล้วกันเน้อ
เรื่องประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากแสงแดดนั้นเราไม่ค่อยเป็นห่วง เพราะสารกันแดดทั้ง 2 ที่ใส่เข้ามานั้นสามารถสะท้อน UVA และ UVB ได้ครบ และค่อนข้างเสถียร แต่จากที่เราลองทาลงบนใบหน้าพบว่า d program | Allerdefense Essence SPF 46 PA+++ ทำให้ผิวดูไบร์ทขึ้นเล็กน้อย แถมยังช่วยให้ผิวมันน้อยลงเล็กน้อย
โดยรวมถือว่า d program | Allerdefense Essence SPF 46 PA+++ เป็นกันแดดที่น่าสนใจตัวนึง เหมาะกับสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยมลภาวะ PM2.5 ช่วงนี้มากๆ อาจจะมีข้อสังเกตเล็กน้อยคือด้วยความที่เค้าเลือกใช้สารกันแดดในรูปแบบ Physical Sunscreen อาจทำให้ผิวไบร์ทขึ้น คนที่ผิวคล้ำหน่อยอาจจะใช้ค่อนข้างยาก
นอกจากนี้ทางแบรนด์ก็มี d program : Allerdefense Essence BB SPF43 PA+++ สี Light และ สี Natural ให้ลองเลือกใช้ (แต่ก็ถือว่าอยู๋ในโทนที่ค่อนข้างขาวอยู่พอสมควรแหละ) เอาเป็นว่าถ้าใครสนใจลองไปเทสต์เนื้อผลิตภัณฑ์ก่อนแล้วกันเน้อ
โดยรวมถือว่า d program | Allerdefense Essence SPF 46 PA+++ เป็นกันแดดที่น่าสนใจตัวนึง เหมาะกับสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยมลภาวะ PM2.5 ช่วงนี้มากๆ อาจจะมีข้อสังเกตเล็กน้อยคือด้วยความที่เค้าเลือกใช้สารกันแดดในรูปแบบ Physical Sunscreen อาจทำให้ผิวไบร์ทขึ้น คนที่ผิวคล้ำหน่อยอาจจะใช้ค่อนข้างยาก
นอกจากนี้ทางแบรนด์ก็มี d program : Allerdefense Essence BB SPF43 PA+++ สี Light และ สี Natural ให้ลองเลือกใช้ (แต่ก็ถือว่าอยู๋ในโทนที่ค่อนข้างขาวอยู่พอสมควรแหละ) เอาเป็นว่าถ้าใครสนใจลองไปเทสต์เนื้อผลิตภัณฑ์ก่อนแล้วกันเน้อ
★
★
★
★
★
(3.00)
จากที่บูมได้ทดลองใช้ VICHY Mineral 89 รวมกับการหาข้อมูลและทำความเข้าใจไอเดียของ Mineral 89 ตัวนี้ ต้องบอกว่าเป็นไปตามที่คาดไว้ทีเดียวในเรื่องการให้ความชุ่มชื้น และการเพิ่มความแข็งแรงของผิว ผิวดูชุ่มชื้นและแข็งแรงขึ้น ที่สำคัญคือไม่ต้องกังวลเรื่องส่วนผสมของน้ำหอมให้รำคาญใจส่วนตัวแล้วบูมคิดว่านี่เป็นที่ใช้ได้ทุกเพศ ทุกวัยจริงๆ โดยเแพาะวันไหนที่บูมมีอาการระคายเคืองหนักๆ จากฝุ่นละออง ฯลฯ บูมจะโบกหนาๆ ทาเป็น Sleep Mask ทั่วหน้าก่อนนอนไปเลยฮะข้อสังเกต : สิ่งเดียวที่เป็นข้อสังเกตของบูมคือ ราคา จริงอยู่ว่า VICHY : Mineral 89 ตัวนี้ทำหน้าที่ได้ดี อย่างที่คาดหวังไว้ แต่ราคาค่าตัวก็แอบแรงเอาเรื่องสำหรับส่วนผสมที่ดูเบสิกแบบนี้ แต่ก็อย่างที่ได้เกริ่นไปตอนต้นว่าการเลือกใช้น้ำแร่ VICHY ที่มีปริมาณแร่ธาตุอยู่เยอะเป็นส่วนประกอบหลักนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว
จากที่บูมได้ทดลองใช้ VICHY Mineral 89 รวมกับการหาข้อมูลและทำความเข้าใจไอเดียของ Mineral 89 ตัวนี้ ต้องบอกว่าเป็นไปตามที่คาดไว้ทีเดียวในเรื่องการให้ความชุ่มชื้น และการเพิ่มความแข็งแรงของผิว ผิวดูชุ่มชื้นและแข็งแรงขึ้น ที่สำคัญคือไม่ต้องกังวลเรื่องส่วนผสมของน้ำหอมให้รำคาญใจ
ส่วนตัวแล้วบูมคิดว่านี่เป็นที่ใช้ได้ทุกเพศ ทุกวัยจริงๆ โดยเแพาะวันไหนที่บูมมีอาการระคายเคืองหนักๆ จากฝุ่นละออง ฯลฯ บูมจะโบกหนาๆ ทาเป็น Sleep Mask ทั่วหน้าก่อนนอนไปเลยฮะ
ข้อสังเกต : สิ่งเดียวที่เป็นข้อสังเกตของบูมคือ ราคา จริงอยู่ว่า VICHY : Mineral 89 ตัวนี้ทำหน้าที่ได้ดี อย่างที่คาดหวังไว้ แต่ราคาค่าตัวก็แอบแรงเอาเรื่องสำหรับส่วนผสมที่ดูเบสิกแบบนี้ แต่ก็อย่างที่ได้เกริ่นไปตอนต้นว่าการเลือกใช้น้ำแร่ VICHY ที่มีปริมาณแร่ธาตุอยู่เยอะเป็นส่วนประกอบหลักนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว
ส่วนตัวแล้วบูมคิดว่านี่เป็นที่ใช้ได้ทุกเพศ ทุกวัยจริงๆ โดยเแพาะวันไหนที่บูมมีอาการระคายเคืองหนักๆ จากฝุ่นละออง ฯลฯ บูมจะโบกหนาๆ ทาเป็น Sleep Mask ทั่วหน้าก่อนนอนไปเลยฮะ
ข้อสังเกต : สิ่งเดียวที่เป็นข้อสังเกตของบูมคือ ราคา จริงอยู่ว่า VICHY : Mineral 89 ตัวนี้ทำหน้าที่ได้ดี อย่างที่คาดหวังไว้ แต่ราคาค่าตัวก็แอบแรงเอาเรื่องสำหรับส่วนผสมที่ดูเบสิกแบบนี้ แต่ก็อย่างที่ได้เกริ่นไปตอนต้นว่าการเลือกใช้น้ำแร่ VICHY ที่มีปริมาณแร่ธาตุอยู่เยอะเป็นส่วนประกอบหลักนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว
กำลังติดตาม
ยังไม่ได้ติดตามใคร
ผู้ติดตาม
No followers
รายการโปรด
ยังไม่มีสินค้าโปรด
Personal Information
Nickname
wanvismo
เพศ
Male