ข้อมูลผู้ใช้
ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้
โพสต์
★
★
★
★
★
(3.86)
เจลล้างหน้าตัวนี้เป็นเนื้อเจลใส ลื่นๆ มีฟองน้อยมากหรือแทบไม่มีจึงเหมาะกับผิวบอบบางแพ้ง่าย เพราะไม่มีสี ไม่น้ำหอม ล้างออกด้วยน้ำได้ง่าย ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง แต่ก็ไม่ทิ้งความลื่นบนผิว ส่วนตัวไม่ค่อยชอบตรงที่ไม่มีฟองเลย มันเหมือนล้างไม่สะอาด คิดว่าถ้าใช้พวกเครื่องสำอางกันน้ำที่ติดแน่นมากๆ ต้องใช้ cleansing oil หรือ make-up remover เช็ดก่อน อีกข้อคือ ราคาแพงไปเมื่อเทียบกับปริมาณและการใช้งาน และด้วยความที่ไม่มีฟองเลยต้องกดออกมาใช้เยอะกว่าปกติเลยเปลืองไปอีก
★
★
★
★
★
(4.43)
เป็นมอยเจอร์ไรเซอร์พื้นฐานที่ต้องมีติดไว้ตลอด ซึ่งจริงๆตัวนี้เป็นตัว PM ซึ่งสำหรับใช้กลางคืน(ตัวAM สำหรับกลางวันจะใส่สารกันแดดด้วย ซึ่งเราไม่ชอบสารกันแดดที่ใส่มาซักเท่าไร เลยใช้แค่ตัวนี้) และเคลมว่าเป็นโลชั่น แต่จริงๆคือ เนื้อลื่นเบาเหมือนเจลครีมมากกว่าและด้วยความที่เนื้อบางเบามาก จนคิดว่าชุ่มชื่นไม่พอสำหรับกลางคืน เลยเอามาใช้กลางวันแทน ปรากฏว่าเหมาะมาก ลงครีมอะไรทาทับคือเกลี่ยได้ง่ายขึ้น ไม่ทำให้เป็นขุยด้านผลลัพธ์ นอกจากเรื่องความชุ่มชื่นที่ไม่มากไม่น้อยเกินไป ก็ไม่ค่อยเห็นผลอย่างอื่นได้ชัดเจน เพราะเราไม่ได้ใช้ติดต่อต่อเนื่อง จะเลือกเฉพาะวันที่หน้ามีปัญหา เช่นผิวลอก หรือแสบระคายเคืองมา ด้วยความที่ค่อนข้างอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์แต่จากส่วนผสมที่มีวิตามินบี3เป็นหลัก ซึ่งช่วยเรื่องกระชับรูขุมขน ปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ ลดจุดด่างดำ สำหรับเรายังไม่ค่อยเห็นผลชัดเจนเท่าไร(เพราะไม่ได้ใช้ต่อเนื่อง) ยกเว้นเรื่องมอยเจอร์ไรเซอร์และลดการระคายเคืองคือ ถือว่าโอเคเลย ส่วน Ceramide ซึ่งเป็นตัวชูโรงของแบรนด์นี้ ก็ช่วยในเรื่องผิวแข็งแรงเช่นกันโดยรวมเป็นสกินแคร์ที่ดีและราคาไม่แพงเกินไปจับต้องได้ เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย หรือคนที่ไม่ค่อยมีปัญหาผิวเยอะ หรือยังอายุไม่มาก ไม่มีปัญหาเรื่องริ้วรอย จุดด่างดำมากมาย ก็ใช้ได้เรื่อยๆค่ะ แพคเกจจิ้งก็ทำได้ดีมากๆ เป็นหลอดพลาสติกน้ำหนักเบา มีหัวปั๊มกดออกมาใช้ใช้สะดวก มีฝาครอบป้องกันอีกชั้น ทำให้พกพาเวลาเดินทางได้ง่าย ไม่เลอะเทอะ
เป็นมอยเจอร์ไรเซอร์พื้นฐานที่ต้องมีติดไว้ตลอด ซึ่งจริงๆตัวนี้เป็นตัว PM ซึ่งสำหรับใช้กลางคืน(ตัวAM สำหรับกลางวันจะใส่สารกันแดดด้วย ซึ่งเราไม่ชอบสารกันแดดที่ใส่มาซักเท่าไร เลยใช้แค่ตัวนี้) และเคลมว่าเป็นโลชั่น แต่จริงๆคือ เนื้อลื่นเบาเหมือนเจลครีมมากกว่า
และด้วยความที่เนื้อบางเบามาก จนคิดว่าชุ่มชื่นไม่พอสำหรับกลางคืน เลยเอามาใช้กลางวันแทน ปรากฏว่าเหมาะมาก ลงครีมอะไรทาทับคือเกลี่ยได้ง่ายขึ้น ไม่ทำให้เป็นขุย
ด้านผลลัพธ์ นอกจากเรื่องความชุ่มชื่นที่ไม่มากไม่น้อยเกินไป ก็ไม่ค่อยเห็นผลอย่างอื่นได้ชัดเจน เพราะเราไม่ได้ใช้ติดต่อต่อเนื่อง จะเลือกเฉพาะวันที่หน้ามีปัญหา เช่นผิวลอก หรือแสบระคายเคืองมา ด้วยความที่ค่อนข้างอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์
แต่จากส่วนผสมที่มีวิตามินบี3เป็นหลัก ซึ่งช่วยเรื่องกระชับรูขุมขน ปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ ลดจุดด่างดำ สำหรับเรายังไม่ค่อยเห็นผลชัดเจนเท่าไร(เพราะไม่ได้ใช้ต่อเนื่อง) ยกเว้นเรื่องมอยเจอร์ไรเซอร์และลดการระคายเคืองคือ ถือว่าโอเคเลย ส่วน Ceramide ซึ่งเป็นตัวชูโรงของแบรนด์นี้ ก็ช่วยในเรื่องผิวแข็งแรงเช่นกัน
โดยรวมเป็นสกินแคร์ที่ดีและราคาไม่แพงเกินไปจับต้องได้ เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย หรือคนที่ไม่ค่อยมีปัญหาผิวเยอะ หรือยังอายุไม่มาก ไม่มีปัญหาเรื่องริ้วรอย จุดด่างดำมากมาย ก็ใช้ได้เรื่อยๆค่ะ แพคเกจจิ้งก็ทำได้ดีมากๆ เป็นหลอดพลาสติกน้ำหนักเบา มีหัวปั๊มกดออกมาใช้ใช้สะดวก มีฝาครอบป้องกันอีกชั้น ทำให้พกพาเวลาเดินทางได้ง่าย ไม่เลอะเทอะ
และด้วยความที่เนื้อบางเบามาก จนคิดว่าชุ่มชื่นไม่พอสำหรับกลางคืน เลยเอามาใช้กลางวันแทน ปรากฏว่าเหมาะมาก ลงครีมอะไรทาทับคือเกลี่ยได้ง่ายขึ้น ไม่ทำให้เป็นขุย
ด้านผลลัพธ์ นอกจากเรื่องความชุ่มชื่นที่ไม่มากไม่น้อยเกินไป ก็ไม่ค่อยเห็นผลอย่างอื่นได้ชัดเจน เพราะเราไม่ได้ใช้ติดต่อต่อเนื่อง จะเลือกเฉพาะวันที่หน้ามีปัญหา เช่นผิวลอก หรือแสบระคายเคืองมา ด้วยความที่ค่อนข้างอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์
แต่จากส่วนผสมที่มีวิตามินบี3เป็นหลัก ซึ่งช่วยเรื่องกระชับรูขุมขน ปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ ลดจุดด่างดำ สำหรับเรายังไม่ค่อยเห็นผลชัดเจนเท่าไร(เพราะไม่ได้ใช้ต่อเนื่อง) ยกเว้นเรื่องมอยเจอร์ไรเซอร์และลดการระคายเคืองคือ ถือว่าโอเคเลย ส่วน Ceramide ซึ่งเป็นตัวชูโรงของแบรนด์นี้ ก็ช่วยในเรื่องผิวแข็งแรงเช่นกัน
โดยรวมเป็นสกินแคร์ที่ดีและราคาไม่แพงเกินไปจับต้องได้ เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย หรือคนที่ไม่ค่อยมีปัญหาผิวเยอะ หรือยังอายุไม่มาก ไม่มีปัญหาเรื่องริ้วรอย จุดด่างดำมากมาย ก็ใช้ได้เรื่อยๆค่ะ แพคเกจจิ้งก็ทำได้ดีมากๆ เป็นหลอดพลาสติกน้ำหนักเบา มีหัวปั๊มกดออกมาใช้ใช้สะดวก มีฝาครอบป้องกันอีกชั้น ทำให้พกพาเวลาเดินทางได้ง่าย ไม่เลอะเทอะ
★
★
★
★
★
(3.86)
เป็นน้ำตบที่เนื้อสัมผัสเหมือนน้ำจริงๆ คือ เนื้อใส เหลวเหมือนน้ำเป๊ะเลย และไม่ค่อยมีกลิ่นตุๆเหมือนน้ำตบที่ไม่ใส่น้ำหอมทั่วๆไปด้วย ถึงเนื้อจะเหมือนน้ำเปล่า แต่ตบแล้วทำให้ผิวฟูตึงขึ้นทันที ผิวแลดูโกลว์ฉ่ำขึ้นแบบไม่มัน รูขุมขนกระชับทันทีเรื่องความชุ่มชื่นสำหรับผิวแห้งช่วงปกติ คือโอเค แต่ถ้าตบตัวนี้เดี่ยวๆ ซักพักที่ตบไว้ก็ระเหยหมด ต้องทาครีมบำรุงตัวอื่นทับ ถ้าวันไหน ผิวเราขาดน้ำมากเป็นขุยหรือสากๆ เทใส่มือแล้วตบตามปกติคือไม่อยู่ค่ะ ต้องเทใส่สำลี(เราใช้สำลีที่แยกเป็นแผ่นบางๆได้ ของมูจิ ดึงออกมาหนึ่งแผ่นบางๆ จะได้ไม่เปลืองน้ำตบ) แล้วค่อยกดๆย้ำๆตรงที่มีขุย จะช่วยให้ผิวตรงนั้นชุ่มชื้นขึ้น ขุยลดลง ทาแป้งหรือลงครีมแล้วติดผิวดีขึ้นสำหรับข้อเสียคือราคา รู้สึกว่าแพงไปนิด เพราะคุณสมบัติมีแต่เพิ่มความชุ่มชื่นอย่างเดียว แต่สำหรับคนผิวแพ้ง่ายแนะนำเลย เพราะเป็นน้ำตบที่อ่อนโยนมาก ใช้ตอนผิวลอกเป็นขุยก็ไม่แสบ นอกจากไม่มีน้ำหอม ยังไม่มีแอลกอฮอล์ด้วยอีกสิ่งที่ชอบคือดีไซน์ขวดเก๋มาก สวยเรียบแบบมินิมัล เป็นพลาสติกแต่ไม่ดูก้องแก้ง และไม่หนักเหมือนขวดแก้ว แล้วหัวดรอปคือทำดีมาก กะปริมาณได้ง่าย ไม่กระเฉาะหรือไหลหกเลอะปากขวดด้วย
เป็นน้ำตบที่เนื้อสัมผัสเหมือนน้ำจริงๆ คือ เนื้อใส เหลวเหมือนน้ำเป๊ะเลย และไม่ค่อยมีกลิ่นตุๆเหมือนน้ำตบที่ไม่ใส่น้ำหอมทั่วๆไปด้วย ถึงเนื้อจะเหมือนน้ำเปล่า แต่ตบแล้วทำให้ผิวฟูตึงขึ้นทันที ผิวแลดูโกลว์ฉ่ำขึ้นแบบไม่มัน รูขุมขนกระชับทันที
เรื่องความชุ่มชื่นสำหรับผิวแห้งช่วงปกติ คือโอเค แต่ถ้าตบตัวนี้เดี่ยวๆ ซักพักที่ตบไว้ก็ระเหยหมด ต้องทาครีมบำรุงตัวอื่นทับ ถ้าวันไหน ผิวเราขาดน้ำมากเป็นขุยหรือสากๆ เทใส่มือแล้วตบตามปกติคือไม่อยู่ค่ะ ต้องเทใส่สำลี(เราใช้สำลีที่แยกเป็นแผ่นบางๆได้ ของมูจิ ดึงออกมาหนึ่งแผ่นบางๆ จะได้ไม่เปลืองน้ำตบ) แล้วค่อยกดๆย้ำๆตรงที่มีขุย จะช่วยให้ผิวตรงนั้นชุ่มชื้นขึ้น ขุยลดลง ทาแป้งหรือลงครีมแล้วติดผิวดีขึ้น
สำหรับข้อเสียคือราคา รู้สึกว่าแพงไปนิด เพราะคุณสมบัติมีแต่เพิ่มความชุ่มชื่นอย่างเดียว แต่สำหรับคนผิวแพ้ง่ายแนะนำเลย เพราะเป็นน้ำตบที่อ่อนโยนมาก ใช้ตอนผิวลอกเป็นขุยก็ไม่แสบ นอกจากไม่มีน้ำหอม ยังไม่มีแอลกอฮอล์ด้วย
อีกสิ่งที่ชอบคือดีไซน์ขวดเก๋มาก สวยเรียบแบบมินิมัล เป็นพลาสติกแต่ไม่ดูก้องแก้ง และไม่หนักเหมือนขวดแก้ว แล้วหัวดรอปคือทำดีมาก กะปริมาณได้ง่าย ไม่กระเฉาะหรือไหลหกเลอะปากขวดด้วย
เรื่องความชุ่มชื่นสำหรับผิวแห้งช่วงปกติ คือโอเค แต่ถ้าตบตัวนี้เดี่ยวๆ ซักพักที่ตบไว้ก็ระเหยหมด ต้องทาครีมบำรุงตัวอื่นทับ ถ้าวันไหน ผิวเราขาดน้ำมากเป็นขุยหรือสากๆ เทใส่มือแล้วตบตามปกติคือไม่อยู่ค่ะ ต้องเทใส่สำลี(เราใช้สำลีที่แยกเป็นแผ่นบางๆได้ ของมูจิ ดึงออกมาหนึ่งแผ่นบางๆ จะได้ไม่เปลืองน้ำตบ) แล้วค่อยกดๆย้ำๆตรงที่มีขุย จะช่วยให้ผิวตรงนั้นชุ่มชื้นขึ้น ขุยลดลง ทาแป้งหรือลงครีมแล้วติดผิวดีขึ้น
สำหรับข้อเสียคือราคา รู้สึกว่าแพงไปนิด เพราะคุณสมบัติมีแต่เพิ่มความชุ่มชื่นอย่างเดียว แต่สำหรับคนผิวแพ้ง่ายแนะนำเลย เพราะเป็นน้ำตบที่อ่อนโยนมาก ใช้ตอนผิวลอกเป็นขุยก็ไม่แสบ นอกจากไม่มีน้ำหอม ยังไม่มีแอลกอฮอล์ด้วย
อีกสิ่งที่ชอบคือดีไซน์ขวดเก๋มาก สวยเรียบแบบมินิมัล เป็นพลาสติกแต่ไม่ดูก้องแก้ง และไม่หนักเหมือนขวดแก้ว แล้วหัวดรอปคือทำดีมาก กะปริมาณได้ง่าย ไม่กระเฉาะหรือไหลหกเลอะปากขวดด้วย
★
★
★
★
★
(3.86)
ตัวนี้ถือว่าเหมาะสำหรับคนผิวแพ้ง่าย ไม่มีน้ำหอม แต่กลิ่นออกแปลกๆหน่อย ส่วนผสมคือดีมี ceramide และ วิตามินบี3 ฟองไม่เยอะ ไม่น้อยไป แต่ด้านความชุ่มชื่น เราว่าเฉยๆ คือหน้าไม่ได้แห้ขึ้น แต่ก็ไม่ได้ชุ่มชื่นขึ้นเช่นกัน จริงเราชอบอีกรุ่น ที่ออกใหม่ คือ Hydrating Foaming Oil Cleanser ขวดสีออกเหลืองๆฝาสีเขียว ตัวนั้นดีมากๆ ผิวชุ่มชื่นกว่าตัวนี้ เพราะมีส่วนผสมของsqualane ล้างสร็จคือหน้านุ่มเลย ผิวไม่สาก
ตัวนี้ถือว่าเหมาะสำหรับคนผิวแพ้ง่าย ไม่มีน้ำหอม แต่กลิ่นออกแปลกๆหน่อย ส่วนผสมคือดีมี ceramide และ วิตามินบี3 ฟองไม่เยอะ ไม่น้อยไป แต่ด้านความชุ่มชื่น เราว่าเฉยๆ คือหน้าไม่ได้แห้ขึ้น แต่ก็ไม่ได้ชุ่มชื่นขึ้นเช่นกัน จริงเราชอบอีกรุ่น ที่ออกใหม่ คือ Hydrating Foaming Oil Cleanser ขวดสีออกเหลืองๆฝาสีเขียว ตัวนั้นดีมากๆ ผิวชุ่มชื่นกว่าตัวนี้ เพราะมีส่วนผสมของsqualane ล้างสร็จคือหน้านุ่มเลย ผิวไม่สาก
★
★
★
★
★
(3.86)
ตัวนี้เป็นการรวมร่างของโลชั่นน้ำตบกับครีม ลักษณะจะเป็นน้ำสีขาวขุ่นๆ มีส่วนผสมของน้ำมัน Meadowfoam seed oil ซึ่งช่วยล็อคความชุ่มชื่น และสารสกัดจากชาขาว ที่ข่วยปลอบประโลมผิว เวลาใช้คือประหยัดขั้นตอนมาก เพราะสามารถใช้ตัวเดียวจบไปเลย เหมือนตบน้ำตบแล้วทาครีมทับไปในตัวเราชอบใช้ตอนเช้า เวลารีบๆ(แต่ถ้าไม่รีบ จะลงสกินแคร์ตัวอื่นๆของ Laneige ต่อ) แต่เห็นเป็นน้ำแบบนี้เนื้อไม่ได้เบา คือหนักพอประมาณ ใช้หน้าหนาวหรือต่างประเทศอากาศหนาวๆแห้งๆนี้เหมาะมาก ถ้าอากาศร้อนๆชื้นๆแบบไทย อาจจะว่ามันเหนอะไปหน่อย โดยเฉพาะคนผิวมัน/ผิวผสม มันได้ฟีลแบบกึ่งๆเหมือนลง face oil เลย ผิวแห้งมากๆแนะนำเลย ส่วนผิวแพ้ง่ายตัวนี่น่าจะใช้ได้ เพราะไม่มีแอลกอฮอล์ หรือน้ำหอม คืออ่อนโยนใช้ได้เลย
ตัวนี้เป็นการรวมร่างของโลชั่นน้ำตบกับครีม ลักษณะจะเป็นน้ำสีขาวขุ่นๆ มีส่วนผสมของน้ำมัน Meadowfoam seed oil ซึ่งช่วยล็อคความชุ่มชื่น และสารสกัดจากชาขาว ที่ข่วยปลอบประโลมผิว เวลาใช้คือประหยัดขั้นตอนมาก เพราะสามารถใช้ตัวเดียวจบไปเลย เหมือนตบน้ำตบแล้วทาครีมทับไปในตัว
เราชอบใช้ตอนเช้า เวลารีบๆ(แต่ถ้าไม่รีบ จะลงสกินแคร์ตัวอื่นๆของ Laneige ต่อ) แต่เห็นเป็นน้ำแบบนี้เนื้อไม่ได้เบา คือหนักพอประมาณ ใช้หน้าหนาวหรือต่างประเทศอากาศหนาวๆแห้งๆนี้เหมาะมาก ถ้าอากาศร้อนๆชื้นๆแบบไทย อาจจะว่ามันเหนอะไปหน่อย โดยเฉพาะคนผิวมัน/ผิวผสม มันได้ฟีลแบบกึ่งๆเหมือนลง face oil เลย ผิวแห้งมากๆแนะนำเลย ส่วนผิวแพ้ง่ายตัวนี่น่าจะใช้ได้ เพราะไม่มีแอลกอฮอล์ หรือน้ำหอม คืออ่อนโยนใช้ได้เลย
เราชอบใช้ตอนเช้า เวลารีบๆ(แต่ถ้าไม่รีบ จะลงสกินแคร์ตัวอื่นๆของ Laneige ต่อ) แต่เห็นเป็นน้ำแบบนี้เนื้อไม่ได้เบา คือหนักพอประมาณ ใช้หน้าหนาวหรือต่างประเทศอากาศหนาวๆแห้งๆนี้เหมาะมาก ถ้าอากาศร้อนๆชื้นๆแบบไทย อาจจะว่ามันเหนอะไปหน่อย โดยเฉพาะคนผิวมัน/ผิวผสม มันได้ฟีลแบบกึ่งๆเหมือนลง face oil เลย ผิวแห้งมากๆแนะนำเลย ส่วนผิวแพ้ง่ายตัวนี่น่าจะใช้ได้ เพราะไม่มีแอลกอฮอล์ หรือน้ำหอม คืออ่อนโยนใช้ได้เลย
★
★
★
★
★
(4.14)
เป็นมาสก์ที่ใช้แล้วสบายผิวมาก เพราะเนื้อไม่หนักเหมือนมาสก์ทั่วๆไป แต่เนื่องจากว่ามีแอลกอฮอล์ในส่วนผสม เราเลยไม่กล้าใช้เดี่ยวๆ เพราะกลัวจะไปทำให้ผอวแห้งกว่าเดิม แต่เราจะใช้ทาทับเป็นขั้นตอนสุดท้าย หลังจากลงสกินแคร์ของ Laneige ตัวอื่นๆ (Laneige Cream Skin Toner and moisture --> Laneige Water bank Hydro essence --> Laneige Water bank Moisture cream) ซึ่งตัวนี้จะไปช่วยเคลือบผิว ล็อคความชุ่มชื่นจากสกินแคร์ที่เราลงก่อนหน้า ไม่ให้มันระเหยออกจากผิว ตื่นเช้ามาคือผิวฟูโกลว์เลย แนะนำสำหรับผิวผสม ผิวขาดน้ำ ผิวมันก็ใช้ได้ เพราะเนื้อค่อนข้างบางเบาสำหรับคนที่ผิวแพ้ง่าย ไม่แนะนำเพราะนอกจากแอลกอฮอล์ ตัวนี้ยังมีน้ำหอม(ซึ่งกลิ่นจะอ่อนๆ ไม่ได้แรง แต่สำหรับเราที่ผิวเคยเป็นเซบเดิร์ม ถ้าช่วงผิวอ่อนแอหรือเซบเดิร์มกำเริบ จะรู้สึกแสบผิวบ้าง) แล้ยังมีซิลิโคนเป็นส่วนผสมหลัก นอกจากน้ำ เลยอาจไม่เหมาะกับผิวที่เป็นสิวง่ายเช่นกัน
เป็นมาสก์ที่ใช้แล้วสบายผิวมาก เพราะเนื้อไม่หนักเหมือนมาสก์ทั่วๆไป แต่เนื่องจากว่ามีแอลกอฮอล์ในส่วนผสม เราเลยไม่กล้าใช้เดี่ยวๆ เพราะกลัวจะไปทำให้ผอวแห้งกว่าเดิม แต่เราจะใช้ทาทับเป็นขั้นตอนสุดท้าย หลังจากลงสกินแคร์ของ Laneige ตัวอื่นๆ (Laneige Cream Skin Toner and moisture --> Laneige Water bank Hydro essence --> Laneige Water bank Moisture cream) ซึ่งตัวนี้จะไปช่วยเคลือบผิว ล็อคความชุ่มชื่นจากสกินแคร์ที่เราลงก่อนหน้า ไม่ให้มันระเหยออกจากผิว ตื่นเช้ามาคือผิวฟูโกลว์เลย แนะนำสำหรับผิวผสม ผิวขาดน้ำ ผิวมันก็ใช้ได้ เพราะเนื้อค่อนข้างบางเบา
สำหรับคนที่ผิวแพ้ง่าย ไม่แนะนำเพราะนอกจากแอลกอฮอล์ ตัวนี้ยังมีน้ำหอม(ซึ่งกลิ่นจะอ่อนๆ ไม่ได้แรง แต่สำหรับเราที่ผิวเคยเป็นเซบเดิร์ม ถ้าช่วงผิวอ่อนแอหรือเซบเดิร์มกำเริบ จะรู้สึกแสบผิวบ้าง) แล้ยังมีซิลิโคนเป็นส่วนผสมหลัก นอกจากน้ำ เลยอาจไม่เหมาะกับผิวที่เป็นสิวง่ายเช่นกัน
สำหรับคนที่ผิวแพ้ง่าย ไม่แนะนำเพราะนอกจากแอลกอฮอล์ ตัวนี้ยังมีน้ำหอม(ซึ่งกลิ่นจะอ่อนๆ ไม่ได้แรง แต่สำหรับเราที่ผิวเคยเป็นเซบเดิร์ม ถ้าช่วงผิวอ่อนแอหรือเซบเดิร์มกำเริบ จะรู้สึกแสบผิวบ้าง) แล้ยังมีซิลิโคนเป็นส่วนผสมหลัก นอกจากน้ำ เลยอาจไม่เหมาะกับผิวที่เป็นสิวง่ายเช่นกัน
★
★
★
★
★
(5.00)
เป็น CC ครีม ที่ให้การปิดดีเหมือนรองพื้น แต่ยังให้ความเป็นธรรมชาติ ดูไม่หนา ไม่ลอย ทาแล้วผิวดูสวย คือมันไม่แมทท์และก็ไม่ฉ่ำวาวเกินไป เนื้อครีมก็ลื่นเกลี่ยง่ายกว่ารองพื้นทั่วๆไป สามารถใช้นิ้วมือเบลนด์ได้สบายๆ ลงเสร็จไม่มีความเหนียวเหนอะหนะแต่อย่างใด ระดับการปกปิด เราว่าประมาณ medium coverage ลงแค่รอบเดียวก็ช่วยเบลอสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ รอยแดงข้างจมูก รอยคล้ำใต้ตาได้พอสมควร แถมติดทนดีด้วย เพราะพอลงเสร็จทาแป้งทับ แล้วใส่แมส พอถอดมาดูไม่ค่อยหลุดติดแมสเท่าไรข้อเสียคือ เฉดสีไม่ค่อยออกโทนเหลือง แต่ยังดีที่เป็นซีซีครีม สีก็เลยพอจะเบลนด์ไปกับผิวจริงได้ เราใช้สองสีผสมกันคือสี fair กับ light เนื่องจากตอนแรกซื้อสี light มาแต่ลงแล้วรู้สึกสีเข้มกว่าผิวหน้าไปหน่อย(ผิวเราประมาณ NC20-25) พอเซทตัว สีมันจะดรอปลงมานิดนึง ทาแล้วหน้าหมองไป พอผสมกันแล้วพอดีมากขึ้น
เป็น CC ครีม ที่ให้การปิดดีเหมือนรองพื้น แต่ยังให้ความเป็นธรรมชาติ ดูไม่หนา ไม่ลอย ทาแล้วผิวดูสวย คือมันไม่แมทท์และก็ไม่ฉ่ำวาวเกินไป เนื้อครีมก็ลื่นเกลี่ยง่ายกว่ารองพื้นทั่วๆไป สามารถใช้นิ้วมือเบลนด์ได้สบายๆ ลงเสร็จไม่มีความเหนียวเหนอะหนะแต่อย่างใด ระดับการปกปิด เราว่าประมาณ medium coverage ลงแค่รอบเดียวก็ช่วยเบลอสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ รอยแดงข้างจมูก รอยคล้ำใต้ตาได้พอสมควร แถมติดทนดีด้วย เพราะพอลงเสร็จทาแป้งทับ แล้วใส่แมส พอถอดมาดูไม่ค่อยหลุดติดแมสเท่าไร
ข้อเสียคือ เฉดสีไม่ค่อยออกโทนเหลือง แต่ยังดีที่เป็นซีซีครีม สีก็เลยพอจะเบลนด์ไปกับผิวจริงได้ เราใช้สองสีผสมกันคือสี fair กับ light เนื่องจากตอนแรกซื้อสี light มาแต่ลงแล้วรู้สึกสีเข้มกว่าผิวหน้าไปหน่อย(ผิวเราประมาณ NC20-25) พอเซทตัว สีมันจะดรอปลงมานิดนึง ทาแล้วหน้าหมองไป พอผสมกันแล้วพอดีมากขึ้น
ข้อเสียคือ เฉดสีไม่ค่อยออกโทนเหลือง แต่ยังดีที่เป็นซีซีครีม สีก็เลยพอจะเบลนด์ไปกับผิวจริงได้ เราใช้สองสีผสมกันคือสี fair กับ light เนื่องจากตอนแรกซื้อสี light มาแต่ลงแล้วรู้สึกสีเข้มกว่าผิวหน้าไปหน่อย(ผิวเราประมาณ NC20-25) พอเซทตัว สีมันจะดรอปลงมานิดนึง ทาแล้วหน้าหมองไป พอผสมกันแล้วพอดีมากขึ้น
★
★
★
★
★
(5.00)
กลิ่นออกแนวหวานแบบเขียวๆ ไม่ใช่กลิ่นแนวที่เราชอบเท่าไร ด้วยความที่กลิ่นที่ชัดคือกลิ่นดอกบัว ทำให้นึกถึงน้ำหอมของบริทนีย์ Curious แต่มีความเขียว+ขมปนๆมาด้วย สำหรับคือกลิ่นมันหวานเอียนเกินไป คือถ้าใครชอบแนวนี้ก็แนะนำ
กลิ่นออกแนวหวานแบบเขียวๆ ไม่ใช่กลิ่นแนวที่เราชอบเท่าไร ด้วยความที่กลิ่นที่ชัดคือกลิ่นดอกบัว ทำให้นึกถึงน้ำหอมของบริทนีย์ Curious แต่มีความเขียว+ขมปนๆมาด้วย สำหรับคือกลิ่นมันหวานเอียนเกินไป คือถ้าใครชอบแนวนี้ก็แนะนำ
★
★
★
★
★
(4.00)
สำลีรุ่นนี้เหมาะกับใช้คู่กับ ไมเซลล่าวอเตอร์ หรือเคลนซิ่งแบบน้ำ เพราะแผ่นมันใหญ่มาก แผ่นเดียวใช้ได้ทั้งหน้า(เราลอกออกเป็นสองแผ่น เพราะมันหนาเกินไป ประหยัดไปอีก) เนื้อสำลีก็นุ่มกว่าสำลีทั่วๆไป ไม่ยุ่ยง่าย ไม่เป็นขุยติดหน้า เราใช้แบบไม่ฟอกสี ซึ่งสีของสำลีจะออกสีครีมๆและมีจุดสีดำๆจากเมล็ดฝ้ายแทรกในเนื้อสำลี โดยรวมไม่มีอะไรจะติ (นอกจากอยากให้ทำบางลงหน่อยจะได้ไม่เปลือง)
สำลีรุ่นนี้เหมาะกับใช้คู่กับ ไมเซลล่าวอเตอร์ หรือเคลนซิ่งแบบน้ำ เพราะแผ่นมันใหญ่มาก แผ่นเดียวใช้ได้ทั้งหน้า(เราลอกออกเป็นสองแผ่น เพราะมันหนาเกินไป ประหยัดไปอีก) เนื้อสำลีก็นุ่มกว่าสำลีทั่วๆไป ไม่ยุ่ยง่าย ไม่เป็นขุยติดหน้า เราใช้แบบไม่ฟอกสี ซึ่งสีของสำลีจะออกสีครีมๆและมีจุดสีดำๆจากเมล็ดฝ้ายแทรกในเนื้อสำลี โดยรวมไม่มีอะไรจะติ (นอกจากอยากให้ทำบางลงหน่อยจะได้ไม่เปลือง)
★
★
★
★
★
(4.14)
เป็นสำลีที่คุณภาพดีมากๆ เนื้อไม่เป็นขุย ไม่ยุ่ยง่าย และยืดหยุ่น ราคาเหมือนจะแพง แต่ถ้าคิดว่า ขนาดแผ่นก็ใหญ่กว่าสำลีปกติ(เราเอามาตัดครึ่งเวลาใช้) แถมลอกออกแยกเป็นแผ่นบางๆได้อีกสี่แผ่น คือคุ้มมาก เราชอบเอามาใช้กับน้ำตบ SK-II เพราะมันไม่เปลืองเหมือนใช้สำลีแผ่นปกติที่ดูดน้ำตบแห้งหายไปหมด(เทใส่มือตบก็ไม่ค่อยเห็นผล) คือมันซึมซับได้ดี ขณะเดียวกันพอเราใช้ตบเบาๆบนหน้า มันก็ค่อยๆปล่อยน้ำตบออกมาทีละน้อยจนหมดเกลี้ยง ไม่เหลือติดสำลีเหมือนสำลีทั่วไป แถมไม่ยุ่ยติดนิ้ว หรือจะเอามาใช้มาร์สหน้าก็ได้ เพราะสามารถดึงขยายให้กว้างขึ้นได้โดยที่ไม่ขาด ใครที่ชอบใช้น้ำตบแพงๆกับสำลี ขอแนะนำเลยค่ะ ช่วยประหยัดน้ำตบได้มาก
เป็นสำลีที่คุณภาพดีมากๆ เนื้อไม่เป็นขุย ไม่ยุ่ยง่าย และยืดหยุ่น ราคาเหมือนจะแพง แต่ถ้าคิดว่า ขนาดแผ่นก็ใหญ่กว่าสำลีปกติ(เราเอามาตัดครึ่งเวลาใช้) แถมลอกออกแยกเป็นแผ่นบางๆได้อีกสี่แผ่น คือคุ้มมาก เราชอบเอามาใช้กับน้ำตบ SK-II เพราะมันไม่เปลืองเหมือนใช้สำลีแผ่นปกติที่ดูดน้ำตบแห้งหายไปหมด(เทใส่มือตบก็ไม่ค่อยเห็นผล) คือมันซึมซับได้ดี ขณะเดียวกันพอเราใช้ตบเบาๆบนหน้า มันก็ค่อยๆปล่อยน้ำตบออกมาทีละน้อยจนหมดเกลี้ยง ไม่เหลือติดสำลีเหมือนสำลีทั่วไป แถมไม่ยุ่ยติดนิ้ว หรือจะเอามาใช้มาร์สหน้าก็ได้ เพราะสามารถดึงขยายให้กว้างขึ้นได้โดยที่ไม่ขาด ใครที่ชอบใช้น้ำตบแพงๆกับสำลี ขอแนะนำเลยค่ะ ช่วยประหยัดน้ำตบได้มาก
★
★
★
★
★
(4.29)
เหมือนสบู่ก้อนทั่วๆไป แม้ว่าจะทำจากไขนมวัวเข้มข้น ข้อดีคือให้ฟองครีมเยอะหน่อย ฟองค่อนข้างละเอียด ใช้ถูตัวรู้สึกผิวสะอาดดี แต่ก็ทำให้ผิวแห้งตึงฝืดๆ(คนที่ผิวมันหรือเหงื่อเยอะน่าจะเหมาะ) ราคาค่อนข้างสูงสำหรับสบู่ก้อน กลิ่นก็โอเค เป็นกลิ่นสบู่แบบดอกไม้อ่อนๆละมุนๆหน่อยไม่ฉุน(เค้าว่าเป็นกลิ่นกุหลาบ แต่เราดมแล้วไม่เหมือนกุหลาบเท่าไร)
เหมือนสบู่ก้อนทั่วๆไป แม้ว่าจะทำจากไขนมวัวเข้มข้น ข้อดีคือให้ฟองครีมเยอะหน่อย ฟองค่อนข้างละเอียด ใช้ถูตัวรู้สึกผิวสะอาดดี แต่ก็ทำให้ผิวแห้งตึงฝืดๆ(คนที่ผิวมันหรือเหงื่อเยอะน่าจะเหมาะ) ราคาค่อนข้างสูงสำหรับสบู่ก้อน กลิ่นก็โอเค เป็นกลิ่นสบู่แบบดอกไม้อ่อนๆละมุนๆหน่อยไม่ฉุน(เค้าว่าเป็นกลิ่นกุหลาบ แต่เราดมแล้วไม่เหมือนกุหลาบเท่าไร)
★
★
★
★
★
(4.14)
ใช้มาหลอดที่สองแล้วค่ะ เพราะราคาไม่แพง ทำความสะอาดได้ดีเยี่ยม จุดขายคือเป็นโฟมที่ทำจากน้ำนมวัวเข้มข้น ไม่มีน้ำหอม ดูเผินๆเหมือนเหมาะกับผิวแพ้ง่าย แต่ไม่แนะนำสำหรับผิวแพ้ง่ายหรือผิวแห้ง เพราะว่า ตัวนี้ล้างความมันได้ค่อนข้างดีเกิน อาจทำให้ผิวแห้งตึงเกินไป ส่วนเราผิวผสม ค่อนข้างชอบโฟมตัวนี้ โดยใช้เฉพาะกลางคืน เพราะปกติก่อนนอนเราจะใช้ Cleansing oil ของMuji นวดหน้าเพื่อลบเครื่องสำอางและครีมกันแดดก่อน แล้วพอไปล้างหน้า โฟมบางตัวจะเอาคราบน้ำมันจากเคลนซิ่งออยล์ที่เหลือบนหน้าไม่ค่อยออก แต่โฟมตัวนี้ล้างได้สะอาดเกลี้ยงแบบไม่แห้งตึงเกินไป แต่ถ้าใช้ตอนเช้าเราว่ามันแห้งเกินไปหน่อย ก็จะใช้โฟมตัวอื่นที่อ่อนโยนและไม่ทำให้ผิวแห้งแทน
ใช้มาหลอดที่สองแล้วค่ะ เพราะราคาไม่แพง ทำความสะอาดได้ดีเยี่ยม จุดขายคือเป็นโฟมที่ทำจากน้ำนมวัวเข้มข้น ไม่มีน้ำหอม ดูเผินๆเหมือนเหมาะกับผิวแพ้ง่าย แต่ไม่แนะนำสำหรับผิวแพ้ง่ายหรือผิวแห้ง เพราะว่า ตัวนี้ล้างความมันได้ค่อนข้างดีเกิน อาจทำให้ผิวแห้งตึงเกินไป ส่วนเราผิวผสม ค่อนข้างชอบโฟมตัวนี้ โดยใช้เฉพาะกลางคืน เพราะปกติก่อนนอนเราจะใช้ Cleansing oil ของMuji นวดหน้าเพื่อลบเครื่องสำอางและครีมกันแดดก่อน แล้วพอไปล้างหน้า โฟมบางตัวจะเอาคราบน้ำมันจากเคลนซิ่งออยล์ที่เหลือบนหน้าไม่ค่อยออก แต่โฟมตัวนี้ล้างได้สะอาดเกลี้ยงแบบไม่แห้งตึงเกินไป แต่ถ้าใช้ตอนเช้าเราว่ามันแห้งเกินไปหน่อย ก็จะใช้โฟมตัวอื่นที่อ่อนโยนและไม่ทำให้ผิวแห้งแทน
★
★
★
★
★
(4.43)
ข้อดีของตัวนี้คือ ราคาไม่แพง ขวดใหญ่ใช้ได้นาน ไม่มีน้ำหอม แต่งสีแต่งกลิ่น ส่วนข้อเสียคือมีแอลกอฮอล์ ไม่เหมาะกับคนที่แพ้แอลกอฮอล์ หรือผิวแห้งมากๆ ตัวนี้เราว่ามันไม่หมาะกับการเป็นน้ำตบ เพราะว่ามันเหลวเหมือนน้ำธรรมดามาก ไม่มีความหนืด ตบแล้วมันแห้งหายไวไปจนไม่รู้สึกว่ามีอะไรบนผิว แต่พอเปลี่ยนเอามาใส่ขวดสเปรย์(ที่แถมมา) แล้วเอามาฉีดหน้าหลังล้างหน้า(ไม่ต้องตบ) กลับรู้สึกดีมาก เพราะไม่ช่วยให้หน้าแห้งเร็วเกินไป เวลาลงน้ำตบตัวอื่นหรือทาครีมต่อ ก็ทำให้ครีมซึมไวดีขึ้น
ข้อดีของตัวนี้คือ ราคาไม่แพง ขวดใหญ่ใช้ได้นาน ไม่มีน้ำหอม แต่งสีแต่งกลิ่น ส่วนข้อเสียคือมีแอลกอฮอล์ ไม่เหมาะกับคนที่แพ้แอลกอฮอล์ หรือผิวแห้งมากๆ ตัวนี้เราว่ามันไม่หมาะกับการเป็นน้ำตบ เพราะว่ามันเหลวเหมือนน้ำธรรมดามาก ไม่มีความหนืด ตบแล้วมันแห้งหายไวไปจนไม่รู้สึกว่ามีอะไรบนผิว แต่พอเปลี่ยนเอามาใส่ขวดสเปรย์(ที่แถมมา) แล้วเอามาฉีดหน้าหลังล้างหน้า(ไม่ต้องตบ) กลับรู้สึกดีมาก เพราะไม่ช่วยให้หน้าแห้งเร็วเกินไป เวลาลงน้ำตบตัวอื่นหรือทาครีมต่อ ก็ทำให้ครีมซึมไวดีขึ้น
★
★
★
★
★
(5.00)
บาล์มตัวนี้ เป็นบาล์มเอนกประสงค์ นอกใช้ทาปาก ยังทาข้อศอก เล็บ หรือผิวที่แห้งกร้านได้ เนื้อบาล์มค่อนข้างแห้ง ไม่เหนียวไม่เยิ้ม มีกลิ่นหอมมาก เป็นกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ ซึ่งไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม แต่เป็นกลิ่นจากน้ำมันกุหลาบ ที่ผสมอยู่ในเนื้อบาล์ม ข้อดีของบาล์มตัวนี้คือส่วนผสมมาจากธรรมชาติทั้งหมด เช่นใช้น้ำมันมะกอกกับขี้ผึ้งเป็นหลัก และยังใส่น้ำมันสกัดจากพืชพรรณดอกไม้ต่างๆ ไม่มีส่วนผสมของ Mineral oil หรือน้ำมันปิโตรเลียม เหมือนลิปบาล์มตามท้องตลาดทั่วๆไป แพคเกจก็ดูดีน่าใช้ เป็นกระปุกอะลูมิเนียมเรียบๆ ราคาอาจจะสูง แต่กระปุกใหญ่ ปริมาณเยอะใช้ได้นานอยู่ เรื่องความชุ่มชื้นยังไม่ค่อยเห็นผลเท่าไร เหมือนทาแล้วมันเคลือบริมฝีปากไว้เฉยๆไม่ให้มันแห้งไปมากกว่าเดิม ถ้าปากแห้งลอกมากๆก็เอาไม่อยู่ค่ะ
บาล์มตัวนี้ เป็นบาล์มเอนกประสงค์ นอกใช้ทาปาก ยังทาข้อศอก เล็บ หรือผิวที่แห้งกร้านได้ เนื้อบาล์มค่อนข้างแห้ง ไม่เหนียวไม่เยิ้ม มีกลิ่นหอมมาก เป็นกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ ซึ่งไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม แต่เป็นกลิ่นจากน้ำมันกุหลาบ ที่ผสมอยู่ในเนื้อบาล์ม ข้อดีของบาล์มตัวนี้คือส่วนผสมมาจากธรรมชาติทั้งหมด เช่นใช้น้ำมันมะกอกกับขี้ผึ้งเป็นหลัก และยังใส่น้ำมันสกัดจากพืชพรรณดอกไม้ต่างๆ ไม่มีส่วนผสมของ Mineral oil หรือน้ำมันปิโตรเลียม เหมือนลิปบาล์มตามท้องตลาดทั่วๆไป แพคเกจก็ดูดีน่าใช้ เป็นกระปุกอะลูมิเนียมเรียบๆ ราคาอาจจะสูง แต่กระปุกใหญ่ ปริมาณเยอะใช้ได้นานอยู่ เรื่องความชุ่มชื้นยังไม่ค่อยเห็นผลเท่าไร เหมือนทาแล้วมันเคลือบริมฝีปากไว้เฉยๆไม่ให้มันแห้งไปมากกว่าเดิม ถ้าปากแห้งลอกมากๆก็เอาไม่อยู่ค่ะ
★
★
★
★
★
(4.00)
เป็นซีรั่มเคาน์เตอร์แบรนด์ตัวแรกที่ซื้อซ้ำ คือถามว่ามันดีเว่อเห็นผลทันตาไม่ ก็ไม่ขนาดนั้น แต่ปกติเราเป็นคนที่ไม่ใช้น้ำมันทาหน้าเพราะผิวเราก็มันง่าย แต่ตัวนี้คือโอเคเลย ทาใหม่ๆจะดูมันๆพอทิ้งไว้ซักพักนึงหน้าจะดูโกลว์ๆขึ้น ใช้ไปซักพักรู้สึกผิวแข็งแรง(เราเป็นเซบเดิร์ม แต่พอใช้แล้วรู้สึกว่าผิวแข็งแรงและไม่ค่อยแดงลอกเหมือนเมื่อก่อน)และก็กระชับขึ้น ตื่นมาผิวดูไม่โทรมทั้งๆที่นอนดึก เราใช้คู่กับ SK-II facial essence ด้วย เลยไม่แน่ใจว่าตัวไหนช่วยมากกว่า555 แต่ยังไงมีติดบ้านไว้ ก็อุ่นใย
เป็นซีรั่มเคาน์เตอร์แบรนด์ตัวแรกที่ซื้อซ้ำ คือถามว่ามันดีเว่อเห็นผลทันตาไม่ ก็ไม่ขนาดนั้น แต่ปกติเราเป็นคนที่ไม่ใช้น้ำมันทาหน้าเพราะผิวเราก็มันง่าย แต่ตัวนี้คือโอเคเลย ทาใหม่ๆจะดูมันๆพอทิ้งไว้ซักพักนึงหน้าจะดูโกลว์ๆขึ้น ใช้ไปซักพักรู้สึกผิวแข็งแรง(เราเป็นเซบเดิร์ม แต่พอใช้แล้วรู้สึกว่าผิวแข็งแรงและไม่ค่อยแดงลอกเหมือนเมื่อก่อน)และก็กระชับขึ้น ตื่นมาผิวดูไม่โทรมทั้งๆที่นอนดึก เราใช้คู่กับ SK-II facial essence ด้วย เลยไม่แน่ใจว่าตัวไหนช่วยมากกว่า555 แต่ยังไงมีติดบ้านไว้ ก็อุ่นใย
★
★
★
★
★
(4.29)
เป็นอีกหนึ่งกลิ่นของ Dior ที่ใช้ง่าย กลิ่นมีความสดใสและเห็นด้วยกับความเห็นก่อนหน้าว่าคล้ายกับ Versace Bright Chrystal แต่ของ Dior จะเฟรชกว่าและหวานน้อยกว่า กลิ่นเปิดเป็น Bergamot จะออกเขียวๆแหลมๆหน่อย ส่วนตัวว่ามันฉุนนิดๆ แต่พอซักพักเริ่มจางกลายเป็นกลิ่นกลางอย่างดอก Freesia และ Lily of Valley ที่มีความหอมสดใส ซึ่งเราว่าดีกว่าVersaceที่ออกแนวเอียนๆ ส่วนกลิ่นสุดท้ายคือกลิ่นWhite musk ที่จะอยู่ติดผิวไปอีกซักพัก กลิ่นเดียวกับ Blooming bouquet แต่ก็ติดไม่นาน จางไวพอสมควร โดยรวมเป็นน้ำหอมที่ใช้ง่าย สบายจมูกแต่ไม่สบายกระเป๋า555 กลิ่นเขเาถุงง่ายและไม่รบกวนคนรอบข้าง แต่สำหรับเราคงไม่ซื้อซ้ำเพราะกลิ่นมันค่อนข้างคล้ายกับน้ำหอม Fruity-floralทั่วๆไป ไม่ได้มีเอกลักษณ์เหมือน Miss Dior Blooming Bouquetที่ชอบมากๆ เพราะได้กลิ่นก็จำได้เลยว่าเป็นตัวไหน ส่วนขวดก็ดีไซน์ได้เรียบหรูมีความทันสมัยดีไม่หวานหรือดูเด็กเกินไป
เป็นอีกหนึ่งกลิ่นของ Dior ที่ใช้ง่าย กลิ่นมีความสดใสและเห็นด้วยกับความเห็นก่อนหน้าว่าคล้ายกับ Versace Bright Chrystal แต่ของ Dior จะเฟรชกว่าและหวานน้อยกว่า กลิ่นเปิดเป็น Bergamot จะออกเขียวๆแหลมๆหน่อย ส่วนตัวว่ามันฉุนนิดๆ แต่พอซักพักเริ่มจางกลายเป็นกลิ่นกลางอย่างดอก Freesia และ Lily of Valley ที่มีความหอมสดใส ซึ่งเราว่าดีกว่าVersaceที่ออกแนวเอียนๆ ส่วนกลิ่นสุดท้ายคือกลิ่นWhite musk ที่จะอยู่ติดผิวไปอีกซักพัก กลิ่นเดียวกับ Blooming bouquet แต่ก็ติดไม่นาน จางไวพอสมควร โดยรวมเป็นน้ำหอมที่ใช้ง่าย สบายจมูกแต่ไม่สบายกระเป๋า555 กลิ่นเขเาถุงง่ายและไม่รบกวนคนรอบข้าง แต่สำหรับเราคงไม่ซื้อซ้ำเพราะกลิ่นมันค่อนข้างคล้ายกับน้ำหอม Fruity-floralทั่วๆไป ไม่ได้มีเอกลักษณ์เหมือน Miss Dior Blooming Bouquetที่ชอบมากๆ เพราะได้กลิ่นก็จำได้เลยว่าเป็นตัวไหน ส่วนขวดก็ดีไซน์ได้เรียบหรูมีความทันสมัยดีไม่หวานหรือดูเด็กเกินไป
★
★
★
★
★
(4.43)
ที่รีวิวคือรุ่นที่ออกใหม่ พัฒนาจากตัวนี้(ตัวนี้น่าจะ discontinued เร็วไปนี้) คือ Diorskin mineral nude matte powder หน้าตาตลับเหมือนกันเปี๊ยบ ดูหรูหราฝาสีเงิน มีซองผ้ากำมะหยี่ไว้ใส่ตลับแป้งให้(ไม่มีพับให้ เพราะออกแบบมาให้ใช้แปรงปัด) แป้งตัวนี้เป็นแป้งอัดแข็งไม่ผสมรองพื้น ซึ่งจุดประสงค์คือใช้เพื่อเซทรองพื้น ควบคุมความมัน หรือใช้เติมระหว่างวัน ดังนั้นจึงบางเบาไม่ปกปิด เห็นรีวิวอื่นคอมเพลนว่าผิดหวังเพราะไม่ปกปิด คือพูดจริงๆว่า ถ้าอยากได้ปกปิดก็ควรซื้อรุ่นตลับเหลี่ยมที่เป็นแป้งผสมรองพื้นแทนจะเหมาะกว่า ส่วนตัวค่อนข้างชอบแป้งตัวนี้ เพราะไม่ได้แต่งหน้าจัดเต็มอะไร ใช้แค่ครีมกันแดด /BB/CC cream แล้วก็ใช้แป้งเซท พอไม่ให้มันวาว แล้วแป้งตัวนี้มันบางเบามาก ขนาดใช้นิ้วลูบเนื้อแป้งขึ้นมา ยังมองแทบไม่เห็น แต่พอลงบนหน้าคือ มันทำให้หน้านวล เหมือนมีฟิลม์บางๆเคลือบ แล้วก็ไม่แมทเกินเหมือนแป้งเนื้อแมทท์ตัวอื่น คือผิวที่ได้ดูนวลเนียนเหมือนผิวเปลือกไข่ แต่ไม่ได้แบนราบขาดมิติ แล้วก็ค่อนข้างเบลอรูขุมขนได้ดี กับปรับสีผิวให้สม่ำเสมอได้พอสมควร แป้งที่เราใช้คือเบอร์ 02 Light ตอนแรกที่เห็นสีแป้งก็ตกใจมากเพราะมันขาวมากและติดชมพู(เราผิวขาวเหลือง เฉดรองพื้นจะอยู่ประมาณ light-medium) แต่เอาจริงๆมันไม่ออกสีเลยเหมือนทาแป้งโปร่งแสง Translucent ที่ทำให้หน้าสว่างกระจ่างใสแต่ไม่วอกไม่ลอยจากผิวคอ ด้านคุมมันทำได้ดี (ผิวผสมมันช่วงมีโซน ซึ่งปกติไม่เกินชั่วโมงทีโซนเราก็มันแล้ว) สำหรับเราอยู่ได้ ต่ำๆ 4-5 ชั่วโมง ก็ยังดูดีไม่เยิ้ม พอซับมันก็ไม่ค่อยมีน้ำมันติดกระดาษมากเท่าไร ข้อเสียอย่างเดียวที่นึกออกคือแพง แต่ก็คุ้มเพราะไม่เปลืองมากเพราะเนื้อแป้งไม่ร่วน เวลาใช้แปรงปัดก็รู้สึกว่าแป้งติดขึ้นมาไม่มาก ไม่ฟุ้งกระจายเลอะเทอะเหมือนแป้งแบรนด์อื่น ตัวนี้แนะนำสำหรับคนที่ผิวดีไม่มีจุดด่างดำอะไรมาก ไม่เน้นปกปิดและต้องการความเป็นธรรมชาติ
ที่รีวิวคือรุ่นที่ออกใหม่ พัฒนาจากตัวนี้(ตัวนี้น่าจะ discontinued เร็วไปนี้) คือ Diorskin mineral nude matte powder หน้าตาตลับเหมือนกันเปี๊ยบ ดูหรูหราฝาสีเงิน มีซองผ้ากำมะหยี่ไว้ใส่ตลับแป้งให้(ไม่มีพับให้ เพราะออกแบบมาให้ใช้แปรงปัด) แป้งตัวนี้เป็นแป้งอัดแข็งไม่ผสมรองพื้น ซึ่งจุดประสงค์คือใช้เพื่อเซทรองพื้น ควบคุมความมัน หรือใช้เติมระหว่างวัน ดังนั้นจึงบางเบาไม่ปกปิด เห็นรีวิวอื่นคอมเพลนว่าผิดหวังเพราะไม่ปกปิด คือพูดจริงๆว่า ถ้าอยากได้ปกปิดก็ควรซื้อรุ่นตลับเหลี่ยมที่เป็นแป้งผสมรองพื้นแทนจะเหมาะกว่า ส่วนตัวค่อนข้างชอบแป้งตัวนี้ เพราะไม่ได้แต่งหน้าจัดเต็มอะไร ใช้แค่ครีมกันแดด /BB/CC cream แล้วก็ใช้แป้งเซท พอไม่ให้มันวาว แล้วแป้งตัวนี้มันบางเบามาก ขนาดใช้นิ้วลูบเนื้อแป้งขึ้นมา ยังมองแทบไม่เห็น แต่พอลงบนหน้าคือ มันทำให้หน้านวล เหมือนมีฟิลม์บางๆเคลือบ แล้วก็ไม่แมทเกินเหมือนแป้งเนื้อแมทท์ตัวอื่น คือผิวที่ได้ดูนวลเนียนเหมือนผิวเปลือกไข่ แต่ไม่ได้แบนราบขาดมิติ แล้วก็ค่อนข้างเบลอรูขุมขนได้ดี กับปรับสีผิวให้สม่ำเสมอได้พอสมควร แป้งที่เราใช้คือเบอร์ 02 Light ตอนแรกที่เห็นสีแป้งก็ตกใจมากเพราะมันขาวมากและติดชมพู(เราผิวขาวเหลือง เฉดรองพื้นจะอยู่ประมาณ light-medium) แต่เอาจริงๆมันไม่ออกสีเลยเหมือนทาแป้งโปร่งแสง Translucent ที่ทำให้หน้าสว่างกระจ่างใสแต่ไม่วอกไม่ลอยจากผิวคอ ด้านคุมมันทำได้ดี (ผิวผสมมันช่วงมีโซน ซึ่งปกติไม่เกินชั่วโมงทีโซนเราก็มันแล้ว) สำหรับเราอยู่ได้ ต่ำๆ 4-5 ชั่วโมง ก็ยังดูดีไม่เยิ้ม พอซับมันก็ไม่ค่อยมีน้ำมันติดกระดาษมากเท่าไร ข้อเสียอย่างเดียวที่นึกออกคือแพง แต่ก็คุ้มเพราะไม่เปลืองมากเพราะเนื้อแป้งไม่ร่วน เวลาใช้แปรงปัดก็รู้สึกว่าแป้งติดขึ้นมาไม่มาก ไม่ฟุ้งกระจายเลอะเทอะเหมือนแป้งแบรนด์อื่น ตัวนี้แนะนำสำหรับคนที่ผิวดีไม่มีจุดด่างดำอะไรมาก ไม่เน้นปกปิดและต้องการความเป็นธรรมชาติ
★
★
★
★
★
(3.00)
เราซื้อแบบ blind buy คือไม่ได้ลองก่อนลองฉีดครั้งแรกคือโมโหมาก เพราะแทบไม่ได้กลิ่นอะไร นอกจากกลิ่นแอลกอฮอล์แรงสุดๆตีขึ้นจนแสบคอ แม้ว่าผ่านไปซักพักแล้วกลับมาดมก็ยังไม่ได้กลิ่นอะไร ซึ่งตอนหลังมานึกได้ว่า น่าจะเป็นเพราะวันที่เราลองอากาศมันร้อนแห้งมาก กลิ่นคงระเหยไปหมด แต่พอผ่านมาสองสามวัน อากาศเริ่มเย็นๆ เราเอามาฉีดใหม่ ปรากฏว่ากลิ่นออกชัดมากขึ้น เป็นกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ หวานสดใส บางเบา ไม่เปรี้ยว ไม่ขม สบายจมูก(โน้ตมีแค่ดอกไม้สามกลิ่น ฟรีเชีย มะลิ และกุหลาบ ไม่มีซิตรัส มัสก์ หรือไม้หอมอะไรเลย) กลิ่นมีความกระจายตัวได้พอประมาณ(เราฉีดมากกว่า 7 สเปรย์ เพราะน้อยกว่านั้นจะไม่ได้กลิ่น เลยพร่องไวมาก
เราซื้อแบบ blind buy คือไม่ได้ลองก่อนลองฉีดครั้งแรกคือโมโหมาก เพราะแทบไม่ได้กลิ่นอะไร นอกจากกลิ่นแอลกอฮอล์แรงสุดๆตีขึ้นจนแสบคอ แม้ว่าผ่านไปซักพักแล้วกลับมาดมก็ยังไม่ได้กลิ่นอะไร ซึ่งตอนหลังมานึกได้ว่า น่าจะเป็นเพราะวันที่เราลองอากาศมันร้อนแห้งมาก กลิ่นคงระเหยไปหมด แต่พอผ่านมาสองสามวัน อากาศเริ่มเย็นๆ เราเอามาฉีดใหม่ ปรากฏว่ากลิ่นออกชัดมากขึ้น เป็นกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ หวานสดใส บางเบา ไม่เปรี้ยว ไม่ขม สบายจมูก(โน้ตมีแค่ดอกไม้สามกลิ่น ฟรีเชีย มะลิ และกุหลาบ ไม่มีซิตรัส มัสก์ หรือไม้หอมอะไรเลย) กลิ่นมีความกระจายตัวได้พอประมาณ(เราฉีดมากกว่า 7 สเปรย์ เพราะน้อยกว่านั้นจะไม่ได้กลิ่น เลยพร่องไวมาก
★
★
★
★
★
(3.00)
เป็นน้ำหอมที่กลิ่นค่อนข้างมีเอกลักษณ์ แตกต่างน้ำหอมดีไซน์เนอร์แบรนด์ทั่วๆไปที่เคยลอง กลิ่นโทนนี้เราว่าคล้ายๆGuerlain ที่แบบประมาณฉีดครั้งเดียว คือรู้เรื่อง กลิ่นชัดเจน ส่วนตัวว่ากลิ่นออกไปทางน้ำหอมผู้ชายนิดๆ เป็นกลิ่นที่มีความ unisex พื้นกลิ่นเป็นโทน chypre floral ที่มีความเขียว+ขมนิดๆ ทำให้ไม่หวานหรือดูผู้หญิงเกินไป ซึ่งกลิ่นแนวนี้ค่อนข้างโปร่งเบาสบายจมูก ไม่ฉุนไม่หนักเกิน แต่ยังคงความหรูหรา(ซึ่งปกติถ้ามาแนวหรูหรา กลิ่นมักจะหนักจนมึน) และมีความวินเทจนิดๆ(ขวดก็แนววินเทจมากๆ) เหมาะกับใช้ในงานทางการมากกว่าวันสบายๆ ส่วนตัวคือชอบแต่คงใช้ไม่บ่อยนัก
เป็นน้ำหอมที่กลิ่นค่อนข้างมีเอกลักษณ์ แตกต่างน้ำหอมดีไซน์เนอร์แบรนด์ทั่วๆไปที่เคยลอง กลิ่นโทนนี้เราว่าคล้ายๆGuerlain ที่แบบประมาณฉีดครั้งเดียว คือรู้เรื่อง กลิ่นชัดเจน ส่วนตัวว่ากลิ่นออกไปทางน้ำหอมผู้ชายนิดๆ เป็นกลิ่นที่มีความ unisex พื้นกลิ่นเป็นโทน chypre floral ที่มีความเขียว+ขมนิดๆ ทำให้ไม่หวานหรือดูผู้หญิงเกินไป ซึ่งกลิ่นแนวนี้ค่อนข้างโปร่งเบาสบายจมูก ไม่ฉุนไม่หนักเกิน แต่ยังคงความหรูหรา(ซึ่งปกติถ้ามาแนวหรูหรา กลิ่นมักจะหนักจนมึน) และมีความวินเทจนิดๆ(ขวดก็แนววินเทจมากๆ) เหมาะกับใช้ในงานทางการมากกว่าวันสบายๆ ส่วนตัวคือชอบแต่คงใช้ไม่บ่อยนัก
★
★
★
★
★
(4.57)
กลิ่นเปิดค่อนข้างฉุนตามสไตล์chloe แต่พอซักพัก เข้าช่วง middle notes คือหอมมาก กลิ่นแบบดอกไม้หอมนวลๆมีความ powdery หน่อยๆ บอกก่อนว่าเราเป็นคนที่ไม่ชอบ Chloe รุ่นโบว์ต่างๆที่ฮิตๆ แต่ตัวนี้คือแนะนำ เพราะกลิ่นไม่แรงสบายจมูกมากกว่า แถมไม่หวานเลี่ยนเกินไป กลิ่นแบบดอกไม้ขาว ดูสะอาดๆ เรียบร้อย กลิ่นดอกไม้ค่อนข้างชัดเจน โทนกลิ่นมีความคล้ายโบว์ครีมนิดหน่อย แต่ตัวนี้กลิ่นจะโปร่งเบา ใสกว่า มีความติดทนพอประมาณ แต่กลิ่นเปิดไปไวมาก ผ่านไปซักพักเหลือแต่กลิ่นติดผิวจางๆฟุ้งมาเป็นระยะ นอกจากรุ่น EDP ตัวนี้ เรายังมี EDT ซึ่งคนไม่ค่อยรีวิว กลิ่นเปิดสองรุ่นนี้แทบจะเหมือนกัน แต่EDT กลิ่นจะโปร่งและมีความเขียวมากกว่า ไม่หวานหรือนวลเท่าEDP ถ้าให้คะแนนความชอบ เราเทใจให้ EDP มากกว่า
กลิ่นเปิดค่อนข้างฉุนตามสไตล์chloe แต่พอซักพัก เข้าช่วง middle notes คือหอมมาก กลิ่นแบบดอกไม้หอมนวลๆมีความ powdery หน่อยๆ บอกก่อนว่าเราเป็นคนที่ไม่ชอบ Chloe รุ่นโบว์ต่างๆที่ฮิตๆ แต่ตัวนี้คือแนะนำ เพราะกลิ่นไม่แรงสบายจมูกมากกว่า แถมไม่หวานเลี่ยนเกินไป กลิ่นแบบดอกไม้ขาว ดูสะอาดๆ เรียบร้อย กลิ่นดอกไม้ค่อนข้างชัดเจน โทนกลิ่นมีความคล้ายโบว์ครีมนิดหน่อย แต่ตัวนี้กลิ่นจะโปร่งเบา ใสกว่า มีความติดทนพอประมาณ แต่กลิ่นเปิดไปไวมาก ผ่านไปซักพักเหลือแต่กลิ่นติดผิวจางๆฟุ้งมาเป็นระยะ นอกจากรุ่น EDP ตัวนี้ เรายังมี EDT ซึ่งคนไม่ค่อยรีวิว กลิ่นเปิดสองรุ่นนี้แทบจะเหมือนกัน แต่EDT กลิ่นจะโปร่งและมีความเขียวมากกว่า ไม่หวานหรือนวลเท่าEDP ถ้าให้คะแนนความชอบ เราเทใจให้ EDP มากกว่า
★
★
★
★
★
(5.00)
กลิ่นออกฟรุ๊ตตี้มากกว่าฟลอรัล กลิ่นแบบหวานมาก กลิ่นแอปเปิ้ลชัด แต่ไม่ฉุน หอมแบบเอื่อยๆเบาๆ กลิ่นไม่ได้ดูเด็กเหมือนน้ำหอมฟรู้ตตี้ทั่วไป แต่งงว่าเป็น EDP ได้ยังไงเพราะกลิ่นบางเบามาก ฉีดจนแทบจะอาบถึงจะได้กลิ่น แล้วกลิ่นไม่ฟุ้งเลย ต้องดมใกล้ถึงได้กลิ่น แล้วก็จางไวมากๆ แต่คนรอบข้างค่อนข้างชอบ ถือว่าเป็นกลิ่นที่เข้าถึงได้ง่ายกลิ่นนึง และขวดก็สวยมีเอกลักษณ์มากๆ
กลิ่นออกฟรุ๊ตตี้มากกว่าฟลอรัล กลิ่นแบบหวานมาก กลิ่นแอปเปิ้ลชัด แต่ไม่ฉุน หอมแบบเอื่อยๆเบาๆ กลิ่นไม่ได้ดูเด็กเหมือนน้ำหอมฟรู้ตตี้ทั่วไป แต่งงว่าเป็น EDP ได้ยังไงเพราะกลิ่นบางเบามาก ฉีดจนแทบจะอาบถึงจะได้กลิ่น แล้วกลิ่นไม่ฟุ้งเลย ต้องดมใกล้ถึงได้กลิ่น แล้วก็จางไวมากๆ แต่คนรอบข้างค่อนข้างชอบ ถือว่าเป็นกลิ่นที่เข้าถึงได้ง่ายกลิ่นนึง และขวดก็สวยมีเอกลักษณ์มากๆ
★
★
★
★
★
(4.14)
ได้ยินเสียงเล่าลือ จนต้องไปตามหาทั้งที่เค้าเลิกผลิตไปแล้ว ได้มาก็ผิดหวังนิดหน่อย เพราะกลิ่นก็ยังเป็นสไตล์โคลเอ้ที่แบบหนักๆทึบๆแบบโบว์ครีมที่ฮิตๆ(ซึ่งเราไม่ชอบ) กลิ่นไม่ได้สดใสเหมือนลุคที่ควรจะเป็น แต่กลิ่นก็ยังดีกว่าโบว์ครีม ตรงที่ไม่หวานเลี่ยน มีความเขียวๆจากดอกแอ๊ปเปิ้ล ตอนแรกเรียกได้ว่าไม่ชอบ เพราะกลิ่นไม่ค่อยฟุ้ง แต่พอใช้ไปเริ่มคุ้นกลิ่นก็รู้สึกดีขึ้น แล้วกลิ่นก็ค่อนข้างมีเอกลักษณ์พอสมควร
ได้ยินเสียงเล่าลือ จนต้องไปตามหาทั้งที่เค้าเลิกผลิตไปแล้ว ได้มาก็ผิดหวังนิดหน่อย เพราะกลิ่นก็ยังเป็นสไตล์โคลเอ้ที่แบบหนักๆทึบๆแบบโบว์ครีมที่ฮิตๆ(ซึ่งเราไม่ชอบ) กลิ่นไม่ได้สดใสเหมือนลุคที่ควรจะเป็น แต่กลิ่นก็ยังดีกว่าโบว์ครีม ตรงที่ไม่หวานเลี่ยน มีความเขียวๆจากดอกแอ๊ปเปิ้ล ตอนแรกเรียกได้ว่าไม่ชอบ เพราะกลิ่นไม่ค่อยฟุ้ง แต่พอใช้ไปเริ่มคุ้นกลิ่นก็รู้สึกดีขึ้น แล้วกลิ่นก็ค่อนข้างมีเอกลักษณ์พอสมควร
★
★
★
★
★
(4.71)
กลิ่นหอมสดชื่นมากไม่หวานเลี่ยนเกินไป มีความฟรุตตี้มาตัดกำลังดี ทำให้รู้สึกสดใส กลิ่นแบบไม่เด็กและไม่ผู้ใหญ่เกินไป เป็นกลิ่นที่ดูเรียบๆใช้งานง่าย ส่วนตัวคิดว่าาหอมกว่าขวดม่วงกลม แต่แพคเกจค่อนข้างจะเรียบๆธรรมดา
กลิ่นหอมสดชื่นมากไม่หวานเลี่ยนเกินไป มีความฟรุตตี้มาตัดกำลังดี ทำให้รู้สึกสดใส กลิ่นแบบไม่เด็กและไม่ผู้ใหญ่เกินไป เป็นกลิ่นที่ดูเรียบๆใช้งานง่าย ส่วนตัวคิดว่าาหอมกว่าขวดม่วงกลม แต่แพคเกจค่อนข้างจะเรียบๆธรรมดา
★
★
★
★
★
(5.00)
เป็นน้ำหอม CK ที่ชอบมากที่สุด กลิ่นแบบเรียบง่าย มีโน้ตแค่ไม่กี่ตัว แต่รวมๆกันมันละมุนมาก กลิ่นหอมดอกมะลิชัดเจน แต่ไม่ฉุน ออกแนวเหมือนกลิ่นแป้งๆอ่อนๆ(ถ้าฉีดเบาๆ) อาจจะแรงในช่วงแรก แต่ซักพักจะกลายเป็นกลิ่นติดผิวจางๆ ชอบที่กลิ่นดูอ่อนโยน อบอุ่น สุภาพ
เป็นน้ำหอม CK ที่ชอบมากที่สุด กลิ่นแบบเรียบง่าย มีโน้ตแค่ไม่กี่ตัว แต่รวมๆกันมันละมุนมาก กลิ่นหอมดอกมะลิชัดเจน แต่ไม่ฉุน ออกแนวเหมือนกลิ่นแป้งๆอ่อนๆ(ถ้าฉีดเบาๆ) อาจจะแรงในช่วงแรก แต่ซักพักจะกลายเป็นกลิ่นติดผิวจางๆ ชอบที่กลิ่นดูอ่อนโยน อบอุ่น สุภาพ
★
★
★
★
★
(5.00)
กลิ่นนี้ค่อนข้างชอบ กลิ่นฟุ้งกระจายดี กลิ่นที่เด่นชัดคือส้มTangerine มีความหวานอมเปรี้ยวสดใสตามสไตล์ Anna Sui ข้อเสียคือขวดที่เราได้มาเป็นขวด 30ml. ฝามันล็อคไม่ค่อยอยู่ ถ้าจับแค่ตรงฝาคือมีตกแตก แล้วอีกข้อคือกลิ่นไม่ค่อยทน
กลิ่นนี้ค่อนข้างชอบ กลิ่นฟุ้งกระจายดี กลิ่นที่เด่นชัดคือส้มTangerine มีความหวานอมเปรี้ยวสดใสตามสไตล์ Anna Sui ข้อเสียคือขวดที่เราได้มาเป็นขวด 30ml. ฝามันล็อคไม่ค่อยอยู่ ถ้าจับแค่ตรงฝาคือมีตกแตก แล้วอีกข้อคือกลิ่นไม่ค่อยทน
★
★
★
★
★
(5.00)
ตัวนี้ออกแนวหวานๆ แบบหวานดอกไม้ มากกว่าผลไม้ หอมกลิ่นดอกพีโอนี กับ กุหลาบ ดมไปนานๆรู้สึกเอียนนิดๆ แต่ก็ถือว่า เป็นน้ำหอมที่ใช้ง่าย ขวดสวย(แต่หนัก) แล้วกลิ่นก็ไม่ค่อยทนตามสไตล์Anna Sui แถมกลิ่นดันบังเอิญไปคล้ายรุ่นที่พึ่งออกใหม่ปี 2019 อย่าง Serenity Wish ทั้งๆที่โน้ตในชาร์ตไม่เหมือนกันเลย จริงๆ มีอีกรุ่นในไลน์เดียวกัน Romantica Exotica ขวดสีเขียว กลิ่นออกสดใสหวานอมเปรี้ยวเหมือนผลไม้ เราชอบกลิ่นนั้นมากกว่า
ตัวนี้ออกแนวหวานๆ แบบหวานดอกไม้ มากกว่าผลไม้ หอมกลิ่นดอกพีโอนี กับ กุหลาบ ดมไปนานๆรู้สึกเอียนนิดๆ แต่ก็ถือว่า เป็นน้ำหอมที่ใช้ง่าย ขวดสวย(แต่หนัก) แล้วกลิ่นก็ไม่ค่อยทนตามสไตล์Anna Sui แถมกลิ่นดันบังเอิญไปคล้ายรุ่นที่พึ่งออกใหม่ปี 2019 อย่าง Serenity Wish ทั้งๆที่โน้ตในชาร์ตไม่เหมือนกันเลย จริงๆ มีอีกรุ่นในไลน์เดียวกัน Romantica Exotica ขวดสีเขียว กลิ่นออกสดใสหวานอมเปรี้ยวเหมือนผลไม้ เราชอบกลิ่นนั้นมากกว่า
★
★
★
★
★
(4.00)
เรามีทั้ง Romantica สีชมพู และ Exotica สีเขียวตัวนี้ ซึ่งกลิ่นสองตัวนี้เป็นคนละแนวเลย เราชอบสีเขียวมากกว่าชมพู เพราะกลิ่นออกแนว Summer แบบสดใสสไตล์ Fruity หวานๆเปรี้ยวๆกลิ่นชวนให้นึกถึงน้ำผลไม้ คอกเทล อะไรแบบนั้น
เรามีทั้ง Romantica สีชมพู และ Exotica สีเขียวตัวนี้ ซึ่งกลิ่นสองตัวนี้เป็นคนละแนวเลย เราชอบสีเขียวมากกว่าชมพู เพราะกลิ่นออกแนว Summer แบบสดใสสไตล์ Fruity หวานๆเปรี้ยวๆกลิ่นชวนให้นึกถึงน้ำผลไม้ คอกเทล อะไรแบบนั้น
★
★
★
★
★
(4.14)
น้ำหอมของ Anna Sui ทุกตัวกลิ่นจะคล้ายๆกันหมด เป็นสไตล์Fruity-Floralทั่วๆไป ใช้ง่าย กลิ่นแต่ละรุ่นจะต่างกันนิดหน่อย ตัวนี้กลิ่นหอมชัดเจน แม้ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนัก แต่จุดเด่นของน้ำหอม Anna Sui ที่ทำให้ตัดสินใจซื้อคือขวดสวยมาก ดูหรูหราน่าสะสม
น้ำหอมของ Anna Sui ทุกตัวกลิ่นจะคล้ายๆกันหมด เป็นสไตล์Fruity-Floralทั่วๆไป ใช้ง่าย กลิ่นแต่ละรุ่นจะต่างกันนิดหน่อย ตัวนี้กลิ่นหอมชัดเจน แม้ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนัก แต่จุดเด่นของน้ำหอม Anna Sui ที่ทำให้ตัดสินใจซื้อคือขวดสวยมาก ดูหรูหราน่าสะสม
★
★
★
★
★
(5.00)
ซื้อมาเป็นเซทคู่กับ English Pear & Freesia เป็นหนึ่งในกลิ่นที่ชอบมากสุดของ Jo Malone มันหอมเย็นๆนิ่งๆแต่อบอุ่น บอกไม่ถูก บางคนบอกว่ากลิ่นเหมือนดอกมะลิ แต่สำหรับเราว่าไม่เหมือนดอกอะไรเลย ถ้าฉีดเดี่ยวๆก็หอม แต่บางคนอาจจะว่าจืดไปหน่อย(แต่เราชอบอยู่ ชอบเอามาฉีดเบาๆก่อนนอน พอให้ตัวเองได้กลิ่น เพราะฉีดเยอะคือเปลือง555) ถ้าคอมไบน์กับอีกตัวก็คือทำให้ดูมีอะไรมานิดนึง เราว่า Jo Malone มันเป็นน้ำหอมสไตล์โคโลญ คือมันสบายจมูกทุกคน มันเป็นน้ำหอมที่ทำให้คนใช้แฮปปี้ และไม่รบกวนคนรอบข้าง(เพราะได้กลิ่นอยู่คนเดียว555)
ซื้อมาเป็นเซทคู่กับ English Pear & Freesia เป็นหนึ่งในกลิ่นที่ชอบมากสุดของ Jo Malone มันหอมเย็นๆนิ่งๆแต่อบอุ่น บอกไม่ถูก บางคนบอกว่ากลิ่นเหมือนดอกมะลิ แต่สำหรับเราว่าไม่เหมือนดอกอะไรเลย ถ้าฉีดเดี่ยวๆก็หอม แต่บางคนอาจจะว่าจืดไปหน่อย(แต่เราชอบอยู่ ชอบเอามาฉีดเบาๆก่อนนอน พอให้ตัวเองได้กลิ่น เพราะฉีดเยอะคือเปลือง555) ถ้าคอมไบน์กับอีกตัวก็คือทำให้ดูมีอะไรมานิดนึง เราว่า Jo Malone มันเป็นน้ำหอมสไตล์โคโลญ คือมันสบายจมูกทุกคน มันเป็นน้ำหอมที่ทำให้คนใช้แฮปปี้ และไม่รบกวนคนรอบข้าง(เพราะได้กลิ่นอยู่คนเดียว555)
★
★
★
★
★
(5.00)
ซื้อเป็นเซทคู่กับ Wild Bluebell ซึ่งพอเอามาคอมไบน์กันคือดี แต่ถ้าใช้เดี่ยวก็ได้เช่นกัน กลิ่นนี้ถือเป็นกลิ่นที่ใช้ง่ายสุด เป็นกลิ่นกลางๆ ไม่สาวเกินไม่แมนเกิน แต่ยังมีเอกลักษณ์(คือได้กลิ่น ก็รู้เลยว่าตัวไหน) มีความเรียบๆ สบายๆสไตล์โคโลญ ฉีดใหม่ๆกลิ่นอาจแหลมๆฉุนๆหน่อย ซักพักนึงกลิ่นจะออกมากำลังดี สำหรับคนที่เริ่มใช้ Jo Malone แนะนำกลิ่นนี้เลย
ซื้อเป็นเซทคู่กับ Wild Bluebell ซึ่งพอเอามาคอมไบน์กันคือดี แต่ถ้าใช้เดี่ยวก็ได้เช่นกัน กลิ่นนี้ถือเป็นกลิ่นที่ใช้ง่ายสุด เป็นกลิ่นกลางๆ ไม่สาวเกินไม่แมนเกิน แต่ยังมีเอกลักษณ์(คือได้กลิ่น ก็รู้เลยว่าตัวไหน) มีความเรียบๆ สบายๆสไตล์โคโลญ ฉีดใหม่ๆกลิ่นอาจแหลมๆฉุนๆหน่อย ซักพักนึงกลิ่นจะออกมากำลังดี สำหรับคนที่เริ่มใช้ Jo Malone แนะนำกลิ่นนี้เลย
★
★
★
★
★
(5.00)
กลิ่นออกแนวหอมหวานฉ่ำๆแบบผลไม้จาก Blackberry กับ Pear ผสมกับดอกไม้เบาๆ คือกลิ่นเบลนด์มาดีมาก ปกติถ้ามีผลไม้ตระกูลBerry มา กลิ่นมักจะแรง(เหมือนเยลลี่) แต่ตัวนี้ออกนวลๆไม่ฉุนเกินไป แม้ว่าจะติดไม่ทนแต่ก็ชอบมากๆ ล่าสุดได้ลองตัวlimited ของปี2019 Daisy Dream Sunshine ขวดสีเหลือง กลิ่นมีความคล้ายรุ่นดั้งเดิม แต่หวานกว่าชัดกว่า ชอบเหมือนกัน
กลิ่นออกแนวหอมหวานฉ่ำๆแบบผลไม้จาก Blackberry กับ Pear ผสมกับดอกไม้เบาๆ คือกลิ่นเบลนด์มาดีมาก ปกติถ้ามีผลไม้ตระกูลBerry มา กลิ่นมักจะแรง(เหมือนเยลลี่) แต่ตัวนี้ออกนวลๆไม่ฉุนเกินไป แม้ว่าจะติดไม่ทนแต่ก็ชอบมากๆ ล่าสุดได้ลองตัวlimited ของปี2019 Daisy Dream Sunshine ขวดสีเหลือง กลิ่นมีความคล้ายรุ่นดั้งเดิม แต่หวานกว่าชัดกว่า ชอบเหมือนกัน
★
★
★
★
★
(4.00)
เป็นหนึ่งในน้ำหอมที่ใช้บ่อย เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกเย็นๆเบาๆเหมือนโคโลญ กลิ่นที่โดเด่นคือ ดอกHoney suckle ที่ให้กลิ่นแนวหวานเย็น ไม่ได้หวานใสเหมือนดอกไม้ชนิดอื่น ตอนเทสต์กลิ่นบนกระดาษสารภาพว่าไม่ชอบเลย คิดว่ากลิ่นมันหนักๆฉุนๆ(กลิ่นแอลกอฮอล์ชัดมาก) แต่พอฉีดห่างๆลงบนผิวแล้วกลิ่นดันกลายเป็นหอมเย็นสดชื่น เราชอบฉีดในวันที่อากาศร้อนๆ เพราะกลิ่นมันจะค่อยๆตีขึ้นมาเบาๆ หรือฉีดบนผิวบางๆก่อนนอน เพราะมันให้ความรู้สึกเย็นๆผ่อนคลาย หลับสบาย ราคาก็ไม่แพงด้วย
เป็นหนึ่งในน้ำหอมที่ใช้บ่อย เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกเย็นๆเบาๆเหมือนโคโลญ กลิ่นที่โดเด่นคือ ดอกHoney suckle ที่ให้กลิ่นแนวหวานเย็น ไม่ได้หวานใสเหมือนดอกไม้ชนิดอื่น ตอนเทสต์กลิ่นบนกระดาษสารภาพว่าไม่ชอบเลย คิดว่ากลิ่นมันหนักๆฉุนๆ(กลิ่นแอลกอฮอล์ชัดมาก) แต่พอฉีดห่างๆลงบนผิวแล้วกลิ่นดันกลายเป็นหอมเย็นสดชื่น เราชอบฉีดในวันที่อากาศร้อนๆ เพราะกลิ่นมันจะค่อยๆตีขึ้นมาเบาๆ หรือฉีดบนผิวบางๆก่อนนอน เพราะมันให้ความรู้สึกเย็นๆผ่อนคลาย หลับสบาย ราคาก็ไม่แพงด้วย
★
★
★
★
★
(5.00)
ตอนฉีดบนกระดาษคิดว่าหอมมาก แต่พออยู่บนผิวตัวเองรู้สึกว่า มันแอบหวานเกินไป ตอนแรกดูเผินๆ คิดว่ากลิ่นน่าจะไปทาง Miss Dior Blooming Bouquet แต่ปรากฏว่าคิดผิด เพราะตัวนั้นกลิ่นหวานแต่มีความไบรท์สดใสมากกว่า แต่ตัวนี้คือหวานไปเลย ไม่มีติดเปรี้ยวซักนิด ทั้งๆที่มี Yuzu ใน Top notes และกลิ่นก็ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นจนจบ จนกลายเป็นว่ามันธรรมดาเกินไป ไม่มีอะไรหวือหวาน่าจดจำ หอมมากหวานมากแต่น่าเบื่อ แนวกลิ่นแบบ Britney Spear Curious นี้ก็เลยงง ว่าทำไมมันได้รับความนิยมมาก แต่คิดว่าน่าจะเป็นเพราะกลิ่นมันเข้าถึงคนง่ายแบบดมครั้งแรกก็ว่าหอมเลย
ตอนฉีดบนกระดาษคิดว่าหอมมาก แต่พออยู่บนผิวตัวเองรู้สึกว่า มันแอบหวานเกินไป ตอนแรกดูเผินๆ คิดว่ากลิ่นน่าจะไปทาง Miss Dior Blooming Bouquet แต่ปรากฏว่าคิดผิด เพราะตัวนั้นกลิ่นหวานแต่มีความไบรท์สดใสมากกว่า แต่ตัวนี้คือหวานไปเลย ไม่มีติดเปรี้ยวซักนิด ทั้งๆที่มี Yuzu ใน Top notes และกลิ่นก็ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ต้นจนจบ จนกลายเป็นว่ามันธรรมดาเกินไป ไม่มีอะไรหวือหวาน่าจดจำ หอมมากหวานมากแต่น่าเบื่อ แนวกลิ่นแบบ Britney Spear Curious นี้ก็เลยงง ว่าทำไมมันได้รับความนิยมมาก แต่คิดว่าน่าจะเป็นเพราะกลิ่นมันเข้าถึงคนง่ายแบบดมครั้งแรกก็ว่าหอมเลย
★
★
★
★
★
(5.00)
ตอนเทสต์ ลองทั้ง Miss Dior EDP และ EDT แต่ดันมาชอบรุ่น Blooming Bouquet มากกว่าสองตัวนั้น เพราะกลิ่นหอมแบบเข้าถึงได้ทุกคน กลิ่นดอกไม้หวานแบบพอดีๆ ไม่เลี่ยน ไม่ฉุน มีความน่ารักแบบกำลังดี ด้วยความที่เป็นกลิ่นที่ใช้ค่อนข้างง่าย ใช้ได้ทุกฤดู และทุกสภาพอากาศ นึกอะไรไม่ออกก็หยิบตัวนี้ก่อน ดีไซน์ขวดก็น่ารักมาก ข้อเสียคือ เป็น EDT เลยติดไม่ทนเท่าไร ยังดีว่ายังพอเหลือกลิ่นเบสติดผิวจางๆเหมือนครีมอาบน้ำบ้าง และคนใช้กันเยอะเกิน
ตอนเทสต์ ลองทั้ง Miss Dior EDP และ EDT แต่ดันมาชอบรุ่น Blooming Bouquet มากกว่าสองตัวนั้น เพราะกลิ่นหอมแบบเข้าถึงได้ทุกคน กลิ่นดอกไม้หวานแบบพอดีๆ ไม่เลี่ยน ไม่ฉุน มีความน่ารักแบบกำลังดี ด้วยความที่เป็นกลิ่นที่ใช้ค่อนข้างง่าย ใช้ได้ทุกฤดู และทุกสภาพอากาศ นึกอะไรไม่ออกก็หยิบตัวนี้ก่อน ดีไซน์ขวดก็น่ารักมาก ข้อเสียคือ เป็น EDT เลยติดไม่ทนเท่าไร ยังดีว่ายังพอเหลือกลิ่นเบสติดผิวจางๆเหมือนครีมอาบน้ำบ้าง และคนใช้กันเยอะเกิน
★
★
★
★
★
(3.71)
กลิ่นต่างจากเจ้าขวดม่วงกลมที่ฮิตๆกัน ตัวนี้กลิ่นออกไปทางแป้งหอมๆมากกว่า ไม่ได้หวานใสเท่าขวดม่วง ส่วนตัวไม่ชอบตอนกลิ่นเปิด เพราะกลิ่นมันจะแหลมๆจากพีช แต่พอเข้าช่วงกลางที่เป็นกลิ่นดอกไม้กับท้ายคือดี ฟุ้งหอมเหมือนอยู่ท่ามสวนกลางดอกไม้ ซึ่งกลิ่นแบบนี้คิดว่าเหมาะกับผู้หญิงที่โตหน่อย ใส่ชุดเดรสยาวลูกไม้สวยๆ ดูบอบบาง อ่อนหวาน สะอาดสะอ้าน แต่ไม่ใช่แบบหวานแหววน่ารักแบบเด็กวัยรุ่น กลิ่นนี้จะติดทนมากกว่าขวดม่วงหน่อยนึง ขวดก็สวยน่ารักดีแต่ค่อนข้างหนัก
กลิ่นต่างจากเจ้าขวดม่วงกลมที่ฮิตๆกัน ตัวนี้กลิ่นออกไปทางแป้งหอมๆมากกว่า ไม่ได้หวานใสเท่าขวดม่วง ส่วนตัวไม่ชอบตอนกลิ่นเปิด เพราะกลิ่นมันจะแหลมๆจากพีช แต่พอเข้าช่วงกลางที่เป็นกลิ่นดอกไม้กับท้ายคือดี ฟุ้งหอมเหมือนอยู่ท่ามสวนกลางดอกไม้ ซึ่งกลิ่นแบบนี้คิดว่าเหมาะกับผู้หญิงที่โตหน่อย ใส่ชุดเดรสยาวลูกไม้สวยๆ ดูบอบบาง อ่อนหวาน สะอาดสะอ้าน แต่ไม่ใช่แบบหวานแหววน่ารักแบบเด็กวัยรุ่น กลิ่นนี้จะติดทนมากกว่าขวดม่วงหน่อยนึง ขวดก็สวยน่ารักดีแต่ค่อนข้างหนัก
★
★
★
★
★
(5.00)
เป็นกลิ่นดอกไม้ที่ไม่หวานแต่ออกแนวสดใสๆ โปร่งๆ เบาๆ แนวดอก Peony และติดเปรี้ยวๆจากส้มแมนดารินหน่อย เป็นกลิ่นที่ออกเบาๆ เหมาะกับวันสบายๆ แต่ตัวง่ายๆใช้ได้เรื่อยๆทุกวัน ไม่หวานเกินไป แต่เนื่องจากเป็น EDT กลิ่นเลยไม่แรง และไม่ติดไม่ทน
เป็นกลิ่นดอกไม้ที่ไม่หวานแต่ออกแนวสดใสๆ โปร่งๆ เบาๆ แนวดอก Peony และติดเปรี้ยวๆจากส้มแมนดารินหน่อย เป็นกลิ่นที่ออกเบาๆ เหมาะกับวันสบายๆ แต่ตัวง่ายๆใช้ได้เรื่อยๆทุกวัน ไม่หวานเกินไป แต่เนื่องจากเป็น EDT กลิ่นเลยไม่แรง และไม่ติดไม่ทน
★
★
★
★
★
(4.14)
กลิ่นหอมดอกไม้หวานๆฉ่ำๆ แต่มีติดกลิ่นเขียวๆจากใบชาหน่อยๆ ส่วนตัวว่าเวลาฉีดใหม่ๆกลิ่นคล้าย Chanel chance eau tendre แต่ก็ไม่เหมือนซักทีเดียว กลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่ใช้ง่าย ใช้ได้เรื่อยๆ แต่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากมาย สบายจมูกไม่รบกวนคนรอบข้าง แต่ถ้าฉีดมากก็ฉุนอยู่ ความทนไม่ค่อยทนเท่าไร อากาศร้อนๆก็จางไวนิดนึง
กลิ่นหอมดอกไม้หวานๆฉ่ำๆ แต่มีติดกลิ่นเขียวๆจากใบชาหน่อยๆ ส่วนตัวว่าเวลาฉีดใหม่ๆกลิ่นคล้าย Chanel chance eau tendre แต่ก็ไม่เหมือนซักทีเดียว กลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่ใช้ง่าย ใช้ได้เรื่อยๆ แต่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากมาย สบายจมูกไม่รบกวนคนรอบข้าง แต่ถ้าฉีดมากก็ฉุนอยู่ ความทนไม่ค่อยทนเท่าไร อากาศร้อนๆก็จางไวนิดนึง
★
★
★
★
★
(3.00)
ตัวนี้ซื้อมาผิด เพราะตั้งใจจะซื้อ Burberry Brit Rhythm Florale ซึ่งสองกลิ่นนี้แม้จะอยู่ไลน์เดียวกันแต่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะ ตัว Florale จะออกหวานใสๆ แต่ตัวนี้เหมือนจะใสๆ แต่จริงๆคือเขียวๆแหลมๆ แถมกลิ่นดอก Neroli กับ Lavender ก็ชัดเจนมาก ซึ่งเราไม่ชอบกลิ่นNeroli กับ Lavender เอามากๆ ได้กลิ่นคือเวียนหัว ส่วนตัวว่ากลิ่นมันออกไปทางโคโลญ4711
ตัวนี้ซื้อมาผิด เพราะตั้งใจจะซื้อ Burberry Brit Rhythm Florale ซึ่งสองกลิ่นนี้แม้จะอยู่ไลน์เดียวกันแต่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะ ตัว Florale จะออกหวานใสๆ แต่ตัวนี้เหมือนจะใสๆ แต่จริงๆคือเขียวๆแหลมๆ แถมกลิ่นดอก Neroli กับ Lavender ก็ชัดเจนมาก ซึ่งเราไม่ชอบกลิ่นNeroli กับ Lavender เอามากๆ ได้กลิ่นคือเวียนหัว ส่วนตัวว่ากลิ่นมันออกไปทางโคโลญ4711
★
★
★
★
★
(3.29)
เป็นกลิ่นที่ค่อนข้างคลาสสิก หอมแบบผู้ดีสไตล์อังกฤษ กลิ่นแนวดอกไม้เมืองหนาวแบบโทนเย็น ไม่หวานหรือสดใส กลิ่นค่อนข้างฟุ้ง ใช้แค่นิดเดียวคือกลิ่นออกชัดเจนมาก และติดทนมากด้วย แต่ส่วนตัวไม่ค่อยชอบใช้เท่าไร เพราะรู้สึกว่าเป็นกลิ่นใช้ยาก ไม่ได้เหมาะกับวันสบายๆ กลิ่นค่อนข้างทางการ และเหมาะกับเมืองหนาวมากกว่า ถ้าฉีดตอนอากาศร้อนคือเวียนหัว ถ้าฉีดคือต้องฉีดห่างๆและเบามือ ไม่งั้นจะแรงจนรบกวนคนรอบข้างได้
เป็นกลิ่นที่ค่อนข้างคลาสสิก หอมแบบผู้ดีสไตล์อังกฤษ กลิ่นแนวดอกไม้เมืองหนาวแบบโทนเย็น ไม่หวานหรือสดใส กลิ่นค่อนข้างฟุ้ง ใช้แค่นิดเดียวคือกลิ่นออกชัดเจนมาก และติดทนมากด้วย แต่ส่วนตัวไม่ค่อยชอบใช้เท่าไร เพราะรู้สึกว่าเป็นกลิ่นใช้ยาก ไม่ได้เหมาะกับวันสบายๆ กลิ่นค่อนข้างทางการ และเหมาะกับเมืองหนาวมากกว่า ถ้าฉีดตอนอากาศร้อนคือเวียนหัว ถ้าฉีดคือต้องฉีดห่างๆและเบามือ ไม่งั้นจะแรงจนรบกวนคนรอบข้างได้
★
★
★
★
★
(4.57)
กลิ่นวนิลา+อัลมอนด์ชัดเจนมาก ส่วนตัวเราว่ามันหอมเอียนๆ(เราว่ากลิ่นคล้านพวกสเปรย์ปรับอากาศกลิ่น Lavender/vanilla)ไม่ได้หอมสดชื่นสดใส กลิ่นออกหวานเย็นๆ มีความเป็นผู้ใหญ่หน่อยๆ แต่ไม่ได้แก่ ด้วยความที่ไม่ค่อยชอบแนวๆนี้ เลยยกให้แม่ ปรากฏว่าแม่ค่อนข้างชอบ
กลิ่นวนิลา+อัลมอนด์ชัดเจนมาก ส่วนตัวเราว่ามันหอมเอียนๆ(เราว่ากลิ่นคล้านพวกสเปรย์ปรับอากาศกลิ่น Lavender/vanilla)ไม่ได้หอมสดชื่นสดใส กลิ่นออกหวานเย็นๆ มีความเป็นผู้ใหญ่หน่อยๆ แต่ไม่ได้แก่ ด้วยความที่ไม่ค่อยชอบแนวๆนี้ เลยยกให้แม่ ปรากฏว่าแม่ค่อนข้างชอบ
★
★
★
★
★
(4.57)
กลิ่นค่อนข้างต่างจากBurberry ตัวอื่นๆ เพราะออกไปทาง Fruity มากกว่า Floral และก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับ Burberry Brit ตัว original ส่วนตัวไม่ชอบsheerเอามากๆ(แม้ว่าจะชอบขวดสีชมพูใสๆ) เพราะกลิ่นไม่ได้ออกแนวสดใสตามชื่อและรูปลักษณ์ แม้ว่า Note จะมีผลไม้ฉ่ำๆหลายๆตัวอย่าง ส้มแมนดาริน ส้มยูซุ ลิ้นจี่ ลูกแพร แต่กลิ่นมันออกไปทางขมๆเขียวๆ ซึ่งคาดว่า น่าจะมาจากกลิ่นเปลือกส้มูซุ เพราะเรามี Elizabeth Arden Green tea Yuzu ซึ่งกลิ่นออกเขียวและขมแบบนี้เหมือนกัน แต่ Burberry กลิ่นจะโปร่งกว่านิดนึง เพราะมีดอก Peony มาช่วย ถ้ากำลังมองหาตัวที่หวานฉ่ำจริงจังในไลน์ Brit เราขอแนะนำ Burberry Brit Rhythm Florale ตัวนี้หอมมาก หวานมาก
กลิ่นค่อนข้างต่างจากBurberry ตัวอื่นๆ เพราะออกไปทาง Fruity มากกว่า Floral และก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับ Burberry Brit ตัว original ส่วนตัวไม่ชอบsheerเอามากๆ(แม้ว่าจะชอบขวดสีชมพูใสๆ) เพราะกลิ่นไม่ได้ออกแนวสดใสตามชื่อและรูปลักษณ์ แม้ว่า Note จะมีผลไม้ฉ่ำๆหลายๆตัวอย่าง ส้มแมนดาริน ส้มยูซุ ลิ้นจี่ ลูกแพร แต่กลิ่นมันออกไปทางขมๆเขียวๆ ซึ่งคาดว่า น่าจะมาจากกลิ่นเปลือกส้มูซุ เพราะเรามี Elizabeth Arden Green tea Yuzu ซึ่งกลิ่นออกเขียวและขมแบบนี้เหมือนกัน แต่ Burberry กลิ่นจะโปร่งกว่านิดนึง เพราะมีดอก Peony มาช่วย ถ้ากำลังมองหาตัวที่หวานฉ่ำจริงจังในไลน์ Brit เราขอแนะนำ Burberry Brit Rhythm Florale ตัวนี้หอมมาก หวานมาก
★
★
★
★
★
(4.14)
เราใช้เป็นลิปมัน คือดีมาก ปกติไม่ค่อยถูกกับลิปมันที่เป็นเบสขี้ผึ้งล้วนๆ เพราะรู้สึกว่ามันแค่เคลือบๆปากไว้ แต่ไม่ได้ช่วยความชุ่มชื้นอะไร ทาแล้วก็ยังแห้ง ตัวนี้ทาแล้วมันเงาแบบวาสลีนแต่ดนื้อเบากว่า ไม่หนึบๆเหนียวๆเหมือนปิโตรเลี่ยมเจลลี่ ไม่มีน้ำหอมเลยชอบมาก แถมไม่กลิ่นหืนๆเหมือนน้ำมันพืช คือด้วยความที่ปากเราค่อนข้างเซนซิทีฟ พวกลิปมันทั่วๆไป เช่นนีเวีย เมนโทลาทัม คาร์เมกซ์ อะไรพวกนี้ใช้ไม่ค่อยได้ ปากจะขึ้นผื่นสากๆไม่แน่ใจว่าแพ้สารกันแดด หรือสารเคมีบางอย่างในลิปมันรึเปล่า แต่ตัวนี้เบสเป็นน้ำมันมะกอก+น้ำผึ้ง ทากลางคืนตื่นเช้ามาคือดี ปากอิ่มสวย เสียอย่างเดียวคือมันเป็นแบบกระปุก อาจต้องระวังเรื่องความสะอาดหน่อยเวลาใช้
เราใช้เป็นลิปมัน คือดีมาก ปกติไม่ค่อยถูกกับลิปมันที่เป็นเบสขี้ผึ้งล้วนๆ เพราะรู้สึกว่ามันแค่เคลือบๆปากไว้ แต่ไม่ได้ช่วยความชุ่มชื้นอะไร ทาแล้วก็ยังแห้ง ตัวนี้ทาแล้วมันเงาแบบวาสลีนแต่ดนื้อเบากว่า ไม่หนึบๆเหนียวๆเหมือนปิโตรเลี่ยมเจลลี่ ไม่มีน้ำหอมเลยชอบมาก แถมไม่กลิ่นหืนๆเหมือนน้ำมันพืช คือด้วยความที่ปากเราค่อนข้างเซนซิทีฟ พวกลิปมันทั่วๆไป เช่นนีเวีย เมนโทลาทัม คาร์เมกซ์ อะไรพวกนี้ใช้ไม่ค่อยได้ ปากจะขึ้นผื่นสากๆไม่แน่ใจว่าแพ้สารกันแดด หรือสารเคมีบางอย่างในลิปมันรึเปล่า แต่ตัวนี้เบสเป็นน้ำมันมะกอก+น้ำผึ้ง ทากลางคืนตื่นเช้ามาคือดี ปากอิ่มสวย เสียอย่างเดียวคือมันเป็นแบบกระปุก อาจต้องระวังเรื่องความสะอาดหน่อยเวลาใช้
★
★
★
★
★
(4.14)
ชอบตัวDouble serum ของClarins มากๆ แต่ตัวนี้ค่อนข้างเฉยๆ แถมไม่ชอบกลิ่นเอามาก มันเหม็นเขียวๆบอกไม่ถูก ข้อดีของโทนเนอร์ตัวนี้คือไม่มีแอลกอฮอล์ เช็ดหน้าสะอาดตามที่ควรจะเป็น แต่ก็ไม่ได้ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นอะไรมากมาย รู้สึกว่าแพงเกินราคาไปด้วยซ้ำ
ชอบตัวDouble serum ของClarins มากๆ แต่ตัวนี้ค่อนข้างเฉยๆ แถมไม่ชอบกลิ่นเอามาก มันเหม็นเขียวๆบอกไม่ถูก ข้อดีของโทนเนอร์ตัวนี้คือไม่มีแอลกอฮอล์ เช็ดหน้าสะอาดตามที่ควรจะเป็น แต่ก็ไม่ได้ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นอะไรมากมาย รู้สึกว่าแพงเกินราคาไปด้วยซ้ำ
★
★
★
★
★
(3.29)
เป็นสกินแคร์ที่มีติดบ้านไว้ตลอด ถึงแม้ไม่ได้ใช้ทุกวัน แต่เราไว้ใช้เวลาที่เซบเดิร์มกำเริบ ผิวจะเซนซิทีฟมาก มีอาการแสบหน้า หน้าลอก หน้าเป็นขุย ทำให้ไม่สามารถใช้ครีมทั่วๆไปได้เพราะจะแสบ ตัวนี้ช่วยได้ ทาแล้วไม่แสบเพราะอ่อนโยนและไม่มีน้ำหอม(สามารถทารอบดวงตาได้) มีสารที่ช่วยลดการระคายเคืองใช้ไปพักนึงผิวจะแข็งแรงขึ้นและกลับมาเป็นปกติ จริงๆตัวนี้จะมีสามแบบ คือแบบlight แบบปกติ และแบบNight ตัวนี้คือเนื้อเบาสุด จะเหมาะกับผิวมันหน่อย(แบบNight ก็กลางๆ ส่วนแบบปกติเนื้อหนักสุด) เนื้อจะไม่หนักเกินไป มีความลื่นเกลื่ยง่าย แต่ครีมพวกนี้ทาแล้วจะไม่ได้ซึมผิวหายไปเลย จะรู้สึกเหมือนมีอะไรเคลือบๆผิวตลอดเวลา
เป็นสกินแคร์ที่มีติดบ้านไว้ตลอด ถึงแม้ไม่ได้ใช้ทุกวัน แต่เราไว้ใช้เวลาที่เซบเดิร์มกำเริบ ผิวจะเซนซิทีฟมาก มีอาการแสบหน้า หน้าลอก หน้าเป็นขุย ทำให้ไม่สามารถใช้ครีมทั่วๆไปได้เพราะจะแสบ ตัวนี้ช่วยได้ ทาแล้วไม่แสบเพราะอ่อนโยนและไม่มีน้ำหอม(สามารถทารอบดวงตาได้) มีสารที่ช่วยลดการระคายเคืองใช้ไปพักนึงผิวจะแข็งแรงขึ้นและกลับมาเป็นปกติ จริงๆตัวนี้จะมีสามแบบ คือแบบlight แบบปกติ และแบบNight ตัวนี้คือเนื้อเบาสุด จะเหมาะกับผิวมันหน่อย(แบบNight ก็กลางๆ ส่วนแบบปกติเนื้อหนักสุด) เนื้อจะไม่หนักเกินไป มีความลื่นเกลื่ยง่าย แต่ครีมพวกนี้ทาแล้วจะไม่ได้ซึมผิวหายไปเลย จะรู้สึกเหมือนมีอะไรเคลือบๆผิวตลอดเวลา
★
★
★
★
★
(3.29)
ชอบตัวนี้มากกว่ารุ่นบีบีที่มีสี ตรงที่เนื้อลื่นเกลี่ยง่ายกว่า คนผิวมันอาจจะไม่ชอบเพราะทาแล้วหน้าจะเงาๆหน่อยไม่ได้แมทท์ไปเลยข้อดีคือ ไม่อุดตัน ไม่วอก ทารองพื้นทับได้ ทาแล้วติดผิวดีไม่เป็นขุย ไม่มีน้ำหอมเหมาะกับผิวแพ้ง่าย กันแดดได้ดี แต่ข้อเสียก็คือ มันดูมันๆหน่อยๆ ไม่ได้ช่วยปรับสีผิว และไม่กันน้ำ
ชอบตัวนี้มากกว่ารุ่นบีบีที่มีสี ตรงที่เนื้อลื่นเกลี่ยง่ายกว่า คนผิวมันอาจจะไม่ชอบเพราะทาแล้วหน้าจะเงาๆหน่อยไม่ได้แมทท์ไปเลย
ข้อดีคือ ไม่อุดตัน ไม่วอก ทารองพื้นทับได้ ทาแล้วติดผิวดีไม่เป็นขุย ไม่มีน้ำหอมเหมาะกับผิวแพ้ง่าย กันแดดได้ดี แต่ข้อเสียก็คือ มันดูมันๆหน่อยๆ ไม่ได้ช่วยปรับสีผิว และไม่กันน้ำ
ข้อดีคือ ไม่อุดตัน ไม่วอก ทารองพื้นทับได้ ทาแล้วติดผิวดีไม่เป็นขุย ไม่มีน้ำหอมเหมาะกับผิวแพ้ง่าย กันแดดได้ดี แต่ข้อเสียก็คือ มันดูมันๆหน่อยๆ ไม่ได้ช่วยปรับสีผิว และไม่กันน้ำ
★
★
★
★
★
(5.00)
ชอบของแบรนด์นี้มากกว่าอีกแบรนด์ที่ดังๆ ตรงที่หัวสเปรย์กระจายน้ำแร่ได้ค่อนข้างดี (ของแบรนด์นั้นเวลาฉีดจะชอบกระจุกอยู่ที่จุดเดียว ไม่ค่อยกระจาย) เป็นสเปรย์น้ำแร่เบสิกที่ต้องมีติดบ้านไว้ เรามีทั้งขวดใหญ่ไว้ที่บ้าน และขวดเล็กไว้พกเวลาเดินทาง หรือขึ้นเครื่องบิน เวลาเช็ดหน้าเสร็จก่อนลงครีมบำรุงก็จะชอบฉีดทับ บางทีก็เอามาฉีดฟองน้ำเกลี่ยรองพื้นแทนน้ำก๊อก(ที่มีคลอรีน) หรือบางทีรู้สึกผอวคันๆมีผื่นขึ้นก็จะใช้ช่วยปลอบผิว ข้อเสียคือราคาค่อนข้างแพง แต่เนื่องจากที่ประเทศที่เราอยู่มีเซลบ่อยๆก็เลยแอบซื้อตุนไว้เรื่อยๆ
ชอบของแบรนด์นี้มากกว่าอีกแบรนด์ที่ดังๆ ตรงที่หัวสเปรย์กระจายน้ำแร่ได้ค่อนข้างดี (ของแบรนด์นั้นเวลาฉีดจะชอบกระจุกอยู่ที่จุดเดียว ไม่ค่อยกระจาย) เป็นสเปรย์น้ำแร่เบสิกที่ต้องมีติดบ้านไว้ เรามีทั้งขวดใหญ่ไว้ที่บ้าน และขวดเล็กไว้พกเวลาเดินทาง หรือขึ้นเครื่องบิน เวลาเช็ดหน้าเสร็จก่อนลงครีมบำรุงก็จะชอบฉีดทับ บางทีก็เอามาฉีดฟองน้ำเกลี่ยรองพื้นแทนน้ำก๊อก(ที่มีคลอรีน) หรือบางทีรู้สึกผอวคันๆมีผื่นขึ้นก็จะใช้ช่วยปลอบผิว ข้อเสียคือราคาค่อนข้างแพง แต่เนื่องจากที่ประเทศที่เราอยู่มีเซลบ่อยๆก็เลยแอบซื้อตุนไว้เรื่อยๆ
★
★
★
★
★
(4.57)
เรามีทั้งแบบบีบีตัวนี้กับแบบไม่มีสี จะชอบเนื้อตัวไม่มีสีมากกว่าเพราะลื่นเกลี่ยง่าย แต่ตัวนี้เนื้อจะเหนืดกว่าหน่อย เวลาเกลี่ยจะฝืดๆนิดๆ แต่ก็ไม่ยากเกินไป เราใช้เบอร์2จะออกโทนเหลืองกว่าเบอร์ 1 กับ 3 คิดว่าสีนี้เหมาะกับผิวคนไทยที่ไม่คล้ำเกินไป ออกขาวเหลือง หรือผิวสองสี เนื้อกันแดดปกปิดได้นิดหน่อย เมื่อเซทตัวแล้วไม่ได้แมทท์ ยังคงมีความมันวาว(สำหรับผิวผสมอย่างเรารู้สึกหนึบๆผิว ต้องเซทแป้งทับ แต่ผิวแห้งแบบแม่เราคือชอบมาก เพราะรู้สึกผิวไม่แห้งตึงเกิน) ข้อดีของครีมกันแดดตัวนี้คือติดทนพอประมาณแต่ไม่อุดตัน ไม่มีน้ำหอม เหมาะกับผิวแพ้ง่าย แต่ข้อเสียคือไม่คุมมันและสีมีดรอปนิดๆระหว่างวัน ส่วนประสิทธิภาพการกันแดดไม่ต้องห่วง กันได้ครอบคลุมและเสถียร
เรามีทั้งแบบบีบีตัวนี้กับแบบไม่มีสี จะชอบเนื้อตัวไม่มีสีมากกว่าเพราะลื่นเกลี่ยง่าย แต่ตัวนี้เนื้อจะเหนืดกว่าหน่อย เวลาเกลี่ยจะฝืดๆนิดๆ แต่ก็ไม่ยากเกินไป เราใช้เบอร์2จะออกโทนเหลืองกว่าเบอร์ 1 กับ 3 คิดว่าสีนี้เหมาะกับผิวคนไทยที่ไม่คล้ำเกินไป ออกขาวเหลือง หรือผิวสองสี เนื้อกันแดดปกปิดได้นิดหน่อย เมื่อเซทตัวแล้วไม่ได้แมทท์ ยังคงมีความมันวาว(สำหรับผิวผสมอย่างเรารู้สึกหนึบๆผิว ต้องเซทแป้งทับ แต่ผิวแห้งแบบแม่เราคือชอบมาก เพราะรู้สึกผิวไม่แห้งตึงเกิน) ข้อดีของครีมกันแดดตัวนี้คือติดทนพอประมาณแต่ไม่อุดตัน ไม่มีน้ำหอม เหมาะกับผิวแพ้ง่าย แต่ข้อเสียคือไม่คุมมันและสีมีดรอปนิดๆระหว่างวัน ส่วนประสิทธิภาพการกันแดดไม่ต้องห่วง กันได้ครอบคลุมและเสถียร
★
★
★
★
★
(3.86)
เป็นโฟมล้างหน้าที่ดีตัวนึง เนื้อเป็นเจลลื่นๆ พอผสมน้ำแล้วจะได้โฟมที่ไม่ฟูหนาเกินไปที่ล้างหน้าได้สะอาดและไม่ล้างออกยากเกินไป มีส่วนผสมของsalicylic acid ที่ช่วยในเรื่องลดการอุดตัน(แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ได้ช่วยมาก เพราะแค่ล้างหน้าแค่แป๊บเดียวไม่น่าจะออกฤทธิได้มากมาย) ข้อเสียคือตัวนี้ไม่ได้เหมาะกับคนผิวแพ้ง่ายเพราะยังมีน้ำหอมอยู่ และราคาค่อนข้างสูง
เป็นโฟมล้างหน้าที่ดีตัวนึง เนื้อเป็นเจลลื่นๆ พอผสมน้ำแล้วจะได้โฟมที่ไม่ฟูหนาเกินไปที่ล้างหน้าได้สะอาดและไม่ล้างออกยากเกินไป มีส่วนผสมของsalicylic acid ที่ช่วยในเรื่องลดการอุดตัน(แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ได้ช่วยมาก เพราะแค่ล้างหน้าแค่แป๊บเดียวไม่น่าจะออกฤทธิได้มากมาย) ข้อเสียคือตัวนี้ไม่ได้เหมาะกับคนผิวแพ้ง่ายเพราะยังมีน้ำหอมอยู่ และราคาค่อนข้างสูง
★
★
★
★
★
(3.86)
ตัวนี้ต่างกับรุ่นสีชมพูกับรุ่นอื่นๆตรงที่ไม่ใช่สูตรน้ำ แต่เป็นออยล์ ซึ่งเนื้อจะแยกเป็นสองชั้น ต้องเขย่าก่อนให้ผสมกันก่อน ตัวนี้จะเช็ดได้สะอาดกว่าตัวสีชมพู สามารถเช็ดเครื่องสำออกทุกอย่างแม้แต่มาสคาร่ากันน้ำที่ติดทนมากๆ(ส่วนตัวคิดว่าเนื้อเหมือนเมคอัพรีมูฟเวอร์ที่เป็นตระกูลBi-phaseมากๆ) เนื้อออยล์มีกลิ่นน้ำหอมค่อนข้างแรง ส่วนตัวไม่ค่อยชอบ และคิดว่าไม่เหมาะกับคนที่ผิวแพ้ง่ายซักเท่าไรพอเช็ดแล้ว แม้ว่าจะเป็นเนื้อออยล์แต่ก็ไม่ได้ทิ้งความมันไว้บนผิวมาก หลังใช้ผิวก็นุ่มลื่นดี แต่คนที่เป็นสิวง่ายหรือผิวมันก็ยังแนะนำให้ให้ล้างหน้าหลังจากเช็ดเสร็จค่ะ
ตัวนี้ต่างกับรุ่นสีชมพูกับรุ่นอื่นๆตรงที่ไม่ใช่สูตรน้ำ แต่เป็นออยล์ ซึ่งเนื้อจะแยกเป็นสองชั้น ต้องเขย่าก่อนให้ผสมกันก่อน ตัวนี้จะเช็ดได้สะอาดกว่าตัวสีชมพู สามารถเช็ดเครื่องสำออกทุกอย่างแม้แต่มาสคาร่ากันน้ำที่ติดทนมากๆ(ส่วนตัวคิดว่าเนื้อเหมือนเมคอัพรีมูฟเวอร์ที่เป็นตระกูลBi-phaseมากๆ) เนื้อออยล์มีกลิ่นน้ำหอมค่อนข้างแรง ส่วนตัวไม่ค่อยชอบ และคิดว่าไม่เหมาะกับคนที่ผิวแพ้ง่ายซักเท่าไร
พอเช็ดแล้ว แม้ว่าจะเป็นเนื้อออยล์แต่ก็ไม่ได้ทิ้งความมันไว้บนผิวมาก หลังใช้ผิวก็นุ่มลื่นดี แต่คนที่เป็นสิวง่ายหรือผิวมันก็ยังแนะนำให้ให้ล้างหน้าหลังจากเช็ดเสร็จค่ะ
พอเช็ดแล้ว แม้ว่าจะเป็นเนื้อออยล์แต่ก็ไม่ได้ทิ้งความมันไว้บนผิวมาก หลังใช้ผิวก็นุ่มลื่นดี แต่คนที่เป็นสิวง่ายหรือผิวมันก็ยังแนะนำให้ให้ล้างหน้าหลังจากเช็ดเสร็จค่ะ
★
★
★
★
★
(4.00)
ใช้หมดไปหลายขวด ส่วนตัวคิดว่าเป็น cleansing water ที่ดีที่สุดในระดับราคาประมาณนี้ เพราะไม่มีแอลกอฮอล์เหมือนการ์นิเยร์รุ่นสีอื่นจึงเหมาะกับผิวแพ้ง่าย แต่ก็ยังเช็ดผิวได้สะอาดเกลี้ยง(พวกเบสเมคอัพ รองพื้น ครีมกันแดด คือเช็ดออกหมด แต่ลิปกับมาสาคาร่าบางตัวยังเอาไม่ออก) ถึงเข้าตาก็ไม่ค่อยแสบ ราคาก็ไม่แพง สามารถเทใส่สำลีแผ่นใหญ่เช็ดได้ทั่วหน้า พอเช็ดแล้วหน้าก็ไม่แห้งตึงยังรู้สึกว่ามีความชุ่มชื่นเหลืออยู่ ไม่ต้องล้างหน้าก็ยังได้
ใช้หมดไปหลายขวด ส่วนตัวคิดว่าเป็น cleansing water ที่ดีที่สุดในระดับราคาประมาณนี้ เพราะไม่มีแอลกอฮอล์เหมือนการ์นิเยร์รุ่นสีอื่นจึงเหมาะกับผิวแพ้ง่าย แต่ก็ยังเช็ดผิวได้สะอาดเกลี้ยง(พวกเบสเมคอัพ รองพื้น ครีมกันแดด คือเช็ดออกหมด แต่ลิปกับมาสาคาร่าบางตัวยังเอาไม่ออก) ถึงเข้าตาก็ไม่ค่อยแสบ ราคาก็ไม่แพง สามารถเทใส่สำลีแผ่นใหญ่เช็ดได้ทั่วหน้า พอเช็ดแล้วหน้าก็ไม่แห้งตึงยังรู้สึกว่ามีความชุ่มชื่นเหลืออยู่ ไม่ต้องล้างหน้าก็ยังได้
★
★
★
★
★
(4.29)
ตอนแรกก็เหมือนจะดี คือเป็นโฟมล้างหน้าที่ไม่มีน้ำหอมและโฟมไม่ฟูเยอะเกิน เนื้อโฟมจะออกเบาๆ ล้างออกง่าย และล้างได้สะอาดพอดีๆ แต่หลังใช้ไปพักนึงติดต่อกัน(จนเกือบหมดขวด)รู้สึกว่าหน้าแห้งขึ้นเรื่อยๆ อาจจะว่าเพราะมันไม่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ ก็เลยเลิกใช้
ตอนแรกก็เหมือนจะดี คือเป็นโฟมล้างหน้าที่ไม่มีน้ำหอมและโฟมไม่ฟูเยอะเกิน เนื้อโฟมจะออกเบาๆ ล้างออกง่าย และล้างได้สะอาดพอดีๆ แต่หลังใช้ไปพักนึงติดต่อกัน(จนเกือบหมดขวด)รู้สึกว่าหน้าแห้งขึ้นเรื่อยๆ อาจจะว่าเพราะมันไม่มีส่วนผสมของมอยเจอร์ไรเซอร์ ก็เลยเลิกใช้
★
★
★
★
★
(3.29)
เป็น micellar water ที่ค่อนข้างอ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และน้ำหอมเหมาะกับผิวแพ้ง่าย กลิ่นเคมีก็ไม่รุนแรงเหมือนบางแบรนด์ แต่เรื่องประสิทธิภาพการเช็ดเครื่องสำอางออกก็ไม่ได้ดีมาก เหมาะกับคนที่ไม่แต่งหน้าเยอะ ใช้แค่แป้งผสมรองพื้น หรือครีมกันแดดที่ไม่กันน้ำมากอะไรแบบนี้
เป็น micellar water ที่ค่อนข้างอ่อนโยน ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และน้ำหอมเหมาะกับผิวแพ้ง่าย กลิ่นเคมีก็ไม่รุนแรงเหมือนบางแบรนด์ แต่เรื่องประสิทธิภาพการเช็ดเครื่องสำอางออกก็ไม่ได้ดีมาก เหมาะกับคนที่ไม่แต่งหน้าเยอะ ใช้แค่แป้งผสมรองพื้น หรือครีมกันแดดที่ไม่กันน้ำมากอะไรแบบนี้
★
★
★
★
★
(3.00)
เป็นเคลนซิ่งออยล์ที่ไม่เหมือนตัวอื่นทั่วๆไปที่มักจะทำให้เครื่องสำอางหลุดออกได้เกลี้ยงทันทีที่สัมผัสผิว แต่ตัวนี้ต้องนวดๆวนๆอยู่นานกว่าจะหลุดออก แม้ว่าเนื้ออยล์จะค่อนข้างเหลวนวดง่ายแต่ไม่เกาะผิวหน้า ทำให้ต้องพยามกะปริมาณให้พอดี ไม่งั้นจะไหลลงจากหน้าหมด แถมมีกลิ่นน้ำมันค่อนข้างแรง(ไม่มีน้ำหอม) ถ้าเข้าตาก็มีแสบอีก พอโดนน้ำแล้วก็ทำอิมัลซิไฟเออร์(กลายเป็นน้ำนม)ได้ไม่ดี ทำให้ทิ้งความมันลื่นไว้ที่ผิวหน้า โดยรวมยังนึกข้อดีไม่ออก นอกจากว่าส่วนผสมที่เป็นน้ำมันจากธรรมชาติ(ไม่ใช่ Mineral oil)
เป็นเคลนซิ่งออยล์ที่ไม่เหมือนตัวอื่นทั่วๆไปที่มักจะทำให้เครื่องสำอางหลุดออกได้เกลี้ยงทันทีที่สัมผัสผิว แต่ตัวนี้ต้องนวดๆวนๆอยู่นานกว่าจะหลุดออก แม้ว่าเนื้ออยล์จะค่อนข้างเหลวนวดง่ายแต่ไม่เกาะผิวหน้า ทำให้ต้องพยามกะปริมาณให้พอดี ไม่งั้นจะไหลลงจากหน้าหมด แถมมีกลิ่นน้ำมันค่อนข้างแรง(ไม่มีน้ำหอม) ถ้าเข้าตาก็มีแสบอีก พอโดนน้ำแล้วก็ทำอิมัลซิไฟเออร์(กลายเป็นน้ำนม)ได้ไม่ดี ทำให้ทิ้งความมันลื่นไว้ที่ผิวหน้า โดยรวมยังนึกข้อดีไม่ออก นอกจากว่าส่วนผสมที่เป็นน้ำมันจากธรรมชาติ(ไม่ใช่ Mineral oil)
★
★
★
★
★
(3.57)
ไม่ชอบอย่างแรง ใช้แล้วรู้สึกทำความสะอาดไม่ค่อยเกลี้ยง ดีอย่างเดียวที่ไม่มีน้ำหอม
ไม่ชอบอย่างแรง ใช้แล้วรู้สึกทำความสะอาดไม่ค่อยเกลี้ยง ดีอย่างเดียวที่ไม่มีน้ำหอม
★
★
★
★
★
(5.00)
ใช้หมดไปหลายขวดแล้วสำหรับตัวนี้ เหมือนเป็นยาสามัญประจำบ้านที่ต้องมีติดบ้านไว้เนื่องจากเป็นโทนเนอร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์และน้ำหอม และอยากแนะนำมากเพราะราคาไม่แพงและเช็ดหน้าได้สะอาดดี สามารถใช้ได้โดยไม่กลัวเปลือง ส่วนผสมก็ไม่ได้กลวงๆ แต่มีวิตามินบำรุงใส่มาด้วย เสียอย่างเดียวว่าไปค่อยชุ่มชื่นเท่าไร เหมาะกับคนผิวผสม-มันเพราะมีส่วนผสมช่วยดูดซับความมัน และกระชับรูขุมขน
ใช้หมดไปหลายขวดแล้วสำหรับตัวนี้ เหมือนเป็นยาสามัญประจำบ้านที่ต้องมีติดบ้านไว้เนื่องจากเป็นโทนเนอร์ที่ไม่มีแอลกอฮอล์และน้ำหอม และอยากแนะนำมากเพราะราคาไม่แพงและเช็ดหน้าได้สะอาดดี สามารถใช้ได้โดยไม่กลัวเปลือง ส่วนผสมก็ไม่ได้กลวงๆ แต่มีวิตามินบำรุงใส่มาด้วย เสียอย่างเดียวว่าไปค่อยชุ่มชื่นเท่าไร เหมาะกับคนผิวผสม-มันเพราะมีส่วนผสมช่วยดูดซับความมัน และกระชับรูขุมขน
★
★
★
★
★
(5.00)
กลิ่นคล้าย Pure grace แต่ติดโทนหวานมีความเป็นผู้หญิงมากกว่า ชอบมากสุดในline grace ข้อดีของน้ำหอมPhilosophy คือกลิ่นเรียบง่ายไม่ซับซ้อน ไม่ฉุนเกินไป เหมาะกับคนที่เซนซิทีฟกับกลิ่นอย่างเรา แต่ข้อเสียคือไม่ทนเลยฉีดแป๊บๆไปไวมาก
กลิ่นคล้าย Pure grace แต่ติดโทนหวานมีความเป็นผู้หญิงมากกว่า ชอบมากสุดในline grace ข้อดีของน้ำหอมPhilosophy คือกลิ่นเรียบง่ายไม่ซับซ้อน ไม่ฉุนเกินไป เหมาะกับคนที่เซนซิทีฟกับกลิ่นอย่างเรา แต่ข้อเสียคือไม่ทนเลยฉีดแป๊บๆไปไวมาก
★
★
★
★
★
(5.00)
เราได้ขวดเล็ก จากเซท Heart of grace ซึ่งเป็นเซท4 ขวดในไลน์ Grace ขอบอกเลยว่า หอมทุกกลิ่น แต่กลิ่นนี้จะต่างกว่าตัวอื่นหน่อย กลิ่นออกนุ่มหอมเย็นคลีนๆแนวผู้ใหญ่ ขณะที่ตัวอื่น เช่น Amazing grace/ Amazing grace ballet/ Pure Nude rose จะออกไปทางหวานๆผู้หญิงๆใสๆ ส่วนตัวคิดว่าPure grace จะมีกลิ่นคล้าย Amazing grace นิดๆ แต่จะออกโทนเย็นกว่า แต่เรื่องติดทนต้องทำใจว่าไม่ได้ติดทนมากแต่กลิ่นค่อนชัดและแรงกว่าตัวอื่น ขนาดเราอยู่ในที่ที่อากาศค่อนข้างเย็น มันยังจางไวมาก แต่ชอบที่มันไม่ฉุนทำร้ายคนรอบข้างเกินไป
เราได้ขวดเล็ก จากเซท Heart of grace ซึ่งเป็นเซท4 ขวดในไลน์ Grace ขอบอกเลยว่า หอมทุกกลิ่น แต่กลิ่นนี้จะต่างกว่าตัวอื่นหน่อย กลิ่นออกนุ่มหอมเย็นคลีนๆแนวผู้ใหญ่ ขณะที่ตัวอื่น เช่น Amazing grace/ Amazing grace ballet/ Pure Nude rose จะออกไปทางหวานๆผู้หญิงๆใสๆ ส่วนตัวคิดว่าPure grace จะมีกลิ่นคล้าย Amazing grace นิดๆ แต่จะออกโทนเย็นกว่า แต่เรื่องติดทนต้องทำใจว่าไม่ได้ติดทนมากแต่กลิ่นค่อนชัดและแรงกว่าตัวอื่น ขนาดเราอยู่ในที่ที่อากาศค่อนข้างเย็น มันยังจางไวมาก แต่ชอบที่มันไม่ฉุนทำร้ายคนรอบข้างเกินไป
★
★
★
★
★
(5.00)
ในกรุมีอยู่ 3 สี คือ 12 Beau brun แดงอมส้มอมน้ำตาลนิดๆ/ 29 Nude York น้ำตาลนู้ด/ 33 Brun Croyable แดงอมน้ำตาล สีสวยทั้งสามเบอร์ แต่ชอบเบอร์ 33 มากสุดเพราะเข้มกว่าสีปากจริงนิดหน่อย เลยเบลนด์เข้ากับสีปากได้ค่อนข้างดี(ถ้าอ่อนกว่าสีปาก ทาแล้วมันจะลอย) เนื้อลิปค่อนข้างลื่นบางเบา เหมือนไพร์เมอร์ซิลิโคน อาจต้องปาดทับหลายชั้นถ้าอยากให้กลบสีปากมิด ถ้าปาดชั้นเดียวจะได้ลุคเหมือนทาทินต์ เมื่อเนื้อลิปเซทตัวเนื้อจะไม่ได้แมทมากแต่ออกไปทางvelvetมากกว่า ซึ่งข้อดีคือทำให้ปากไม่แห้งหรือตกร่องมากมายเหมือนบางตัว ตัวลิปมีน้ำหอมซึ่งกลิ่นแรงและไม่หอมเลย แต่พอทิ้งไว้ซักพักกลิ่นจะหายไป และติดไม่ทนเท่าไรต้องเติมซ้ำ โดยรวมต่อนข้างชอบ เหมาะกับวันสบายๆที่ไม่ต้องเนี้ยบมาก
ในกรุมีอยู่ 3 สี คือ 12 Beau brun แดงอมส้มอมน้ำตาลนิดๆ/ 29 Nude York น้ำตาลนู้ด/ 33 Brun Croyable แดงอมน้ำตาล สีสวยทั้งสามเบอร์ แต่ชอบเบอร์ 33 มากสุดเพราะเข้มกว่าสีปากจริงนิดหน่อย เลยเบลนด์เข้ากับสีปากได้ค่อนข้างดี(ถ้าอ่อนกว่าสีปาก ทาแล้วมันจะลอย) เนื้อลิปค่อนข้างลื่นบางเบา เหมือนไพร์เมอร์ซิลิโคน อาจต้องปาดทับหลายชั้นถ้าอยากให้กลบสีปากมิด ถ้าปาดชั้นเดียวจะได้ลุคเหมือนทาทินต์ เมื่อเนื้อลิปเซทตัวเนื้อจะไม่ได้แมทมากแต่ออกไปทางvelvetมากกว่า ซึ่งข้อดีคือทำให้ปากไม่แห้งหรือตกร่องมากมายเหมือนบางตัว ตัวลิปมีน้ำหอมซึ่งกลิ่นแรงและไม่หอมเลย แต่พอทิ้งไว้ซักพักกลิ่นจะหายไป และติดไม่ทนเท่าไรต้องเติมซ้ำ โดยรวมต่อนข้างชอบ เหมาะกับวันสบายๆที่ไม่ต้องเนี้ยบมาก
★
★
★
★
★
(3.00)
กลิ่นออกแนวโบราณ ไม่ได้น่ารักสดใสเหมือนชื่อ ตอนแรกกลิ่นเหมือนจะหอมเย็นๆ แต่ก็ฉุนๆแปลกๆ คือด้วยความที่มันไม่ออกกลิ่นซิตรัส เลยดูจืดๆไม่สดชื่น อาจเหมาะกับงานทางการมากกว่า แต่ถ้าใช้ในวันพักผ่อนคิดว่าไม่เหมาะเท่าไร ส่วนตัวไม่ชอบกับกลิ่นแนวนี้ ดีอย่างเดียวที่ราคาไม่ได้แพงมาก แถมฉีดนิดเดียวกลิ่นติดกลิ่นทน
กลิ่นออกแนวโบราณ ไม่ได้น่ารักสดใสเหมือนชื่อ ตอนแรกกลิ่นเหมือนจะหอมเย็นๆ แต่ก็ฉุนๆแปลกๆ คือด้วยความที่มันไม่ออกกลิ่นซิตรัส เลยดูจืดๆไม่สดชื่น อาจเหมาะกับงานทางการมากกว่า แต่ถ้าใช้ในวันพักผ่อนคิดว่าไม่เหมาะเท่าไร ส่วนตัวไม่ชอบกับกลิ่นแนวนี้ ดีอย่างเดียวที่ราคาไม่ได้แพงมาก แถมฉีดนิดเดียวกลิ่นติดกลิ่นทน
★
★
★
★
★
(3.00)
เป็นคนไม่ชอบน้ำหอมที่กลิ่นแรงๆ ตัวนี้ถือว่าโอเค กลิ่นไม่ฉุนมาก ออกแนวสดใสวัยรุ่น ฉีดไปตอนแรกจะได้กลิ่นออกเปรี้ยวๆแบบซิตรัส ทิ้งไว้ซักพักจะได้กลิ่นฟอรัล พอเริ่มจางจะเหลือแต่กลิ่นแอปเปิ้ลที่เป็น base note เป็นกลิ่นที่ฉีดได้เรื่อยๆในวันสบายๆไม่เป็นทางการ
เป็นคนไม่ชอบน้ำหอมที่กลิ่นแรงๆ ตัวนี้ถือว่าโอเค กลิ่นไม่ฉุนมาก ออกแนวสดใสวัยรุ่น ฉีดไปตอนแรกจะได้กลิ่นออกเปรี้ยวๆแบบซิตรัส ทิ้งไว้ซักพักจะได้กลิ่นฟอรัล พอเริ่มจางจะเหลือแต่กลิ่นแอปเปิ้ลที่เป็น base note เป็นกลิ่นที่ฉีดได้เรื่อยๆในวันสบายๆไม่เป็นทางการ
กำลังติดตาม
ยังไม่ได้ติดตามใคร
ผู้ติดตาม
No followers
รายการโปรด
ยังไม่มีสินค้าโปรด
Personal Information
Nickname
Ratta
เพศ
Female
ข้อมูลพื้นฐาน
Skin Type
Combination
Activity Information
Activity Information
No activity information