ข้อมูลผู้ใช้
ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้
โพสต์
★
★
★
★
★
(4.57)
-ผิวใต้วงแขน ขาวกระจ่างใสเรียบเนียนน่าสัมผัส ช่วยเร่งกระบวนการผลัดผิวตามธรรมชาติ ให้ผิวกระจ่างใส สีผิวสม่ำเสมอ เรียบเนียนขึ้น-เนื้อครีมเข้มข้น เกลี่ยง่าย จะไม่ซึมทันที ค่อยๆนวด ค่อยๆซึม ไม่เหนอะหนะ-บีบใช้อย่างเบาๆ ถ้าบีบหลอดแรงจะออกมาปริมาณเยอะมากกก ใช้ขนาดเท่าถั่วลิสง-ทาครีมบริเวณผิวใต้วงแขนทุกวัน วันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น หลังใช้เอสเซนต์-ขนาด 50 กรัม ราคา 175 บาท-เมื่อใช้เป็นประจำทั้ง1.Gentle Wash Enriched Formula2.Toning Essence3.Cream Enriched Formulaต่อเนื่องกัน สามารถลดกลิ่นเหม็นเปรี้ยวจากรักแร้ได้ชัดเจน แม้จะอยู่ในที่อากาศร้อน เหงื่ออกมากก็ไม่เป็นกังวลกับกลิ่นตัว คอนเฟริมกล้าที่จะโชว์วงแขนขาวกระจ่างใส ได้อย่างมั่นใจ
★
★
★
★
★
(5.00)
ใครอยากมีผิวเด้ง หน้าใส แต่ใช้เงินไม่กี่บาทบ้างยกมือขึ้นมินอยากให้ทุกคนได้รู้จักสกินแคร์เนื้อเจลของ De Leaf ที่ช่วยให้ผิวเราเด็กลง นั่นก็คือDe Leaf Pomegranate Ageless Glow Moisturizing Gel ซึ่งเจ้าเนื้อเจลตัวนี้ใช้นวัตกรรม Bounce Back คืนตัวภายใน 2 นาทีหลังการใช้ ให้ผิวเด้งดูเด็กลง ผิวมีชีวิตชีวา นุ่นนิ่มน่าสัมผัสด้วยพลังจาก Anti oxidant ยกทีมกันมา 3 ตัวเลยจ้า1.น้ำมันเมล็ดทับทิม ปกป้องผิวจากการเกิดริ้วรอยก่อนวัย2.น้ำมันเมล็ดองุ่น อุดมไปด้วยสาร omega 6 โมเลกุลที่สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดี ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นเรียบเนียน3.สารสกัดจากเมล็ดข้าวโอ๊ตจากประเทศฝรั่งเศส ช่วยฟื้นบำรุงผิวมีริ้วรอยให้แลดูจางลง และฟื้นบำรุงผิวที่แห้งกร้านให้ชุ่มชื้น ให้เนียนนุ่มน่าสัมผัสสภาพผิว ตอนนี้มินใกล้ 29 ปีแล้วจ้า"ผิวผสม มันทีโซน แก้มค่อนข้างแห้งค่ะ ช่วงนี้สิวขึ้นเยอะ เพราะอยู่ในช่วงมีประจำเดือน รอยจุดด่างดำก็มาประปราย นอนดึกเป็นประจำ มีริ้วรอยตื้นๆ ตีนกา ร่องแก้ม ใต้ตานี่เห็นชัดสุดเป็นตาข่ายเลยจ้า"แพคเกจจิ้ง เห็นครั้งแรกชอบมาก กระปุกสีแดงๆ ดูมินิมอล เรียบ หรูหราหมาเห่ามาก ใครๆเห็นก็นึกว่าสกินแคร์ราคาแพง ขนาดเหมาะมือ เปิดใช้งานแค่หมุนฝาเกลียวเปิด ปิดฝา ไม่หกเลอะเทอะ พกพาสะดวก ไม่หนักTexture เนื้อเจลเด้ง ขนาดลืมแช่ไว้ในช่องฟริดส์ ตอนแรกคิดว่าครีมต้องแยกชั้น พังแน่เลย ปรากฏว่ายังเป็นเนื้อเจลเหมือนเดิม เนื้อ texture ดีมาก ปรบมือออ เจลสีขาวขุ่น นุ่ม บางเบา เกลี่ยง่าย ซึมเก่ง ไม่ทิ้งความมัน ไม่เหนอะผิว แต่สามารถคงความชุ่มชื้นไว้ได้ตลอดทั้งคืน ทุกสภาพผิวใช้ได้ ไม่เยิ้มระหว่างวันด้วย ดีงามเนอะหลังใช้ไป 2 สัปดาห์เป็นไงบ้างไปดูกันคะFeeling พอเกลี่ยลงผิวไปแล้วจะสัมผัสได้เลยว่าผิวนุ่มนิ่มขึ้น เด้ง ๆ ฉ่ำ ๆ ชุ่มชื้นขึ้นทันทีที่ซึมลงผิว ให้เพื่อนลองทามือเพื่อถ่ายรูป เพื่อนยังบอกเลยว่ามือชุ่มชื่น แถมมีกลิ่นหอมด้วย7 วันแรก มินใช้ทั้งเช้าและเย็น นางซึมเร็ว ใช้แล้วลงกันแดด หรือแต่งหน้าไม่ลอกเป็นขุย และทำให้เครื่งสำองค์ติดทนมากขึ้น รู้สึกผิวดูชุ่มชื่น อิ่มน้ำมากขึ้นหน้ากระจ่างใสมากขึ้นจุดด่างดำจากผิวดูจางลง ผิวแข็งแรงขึ้น ช่วงที่มินมีประจำเดือนมักแพ้ง่าย ชอบมีผื่นขึ้น ใช้ตัวนี้ไม่มีอาการแพ้เลยค่ะ แถมผื่นลดลงอีกต่างหากหลังใช้วันที่ 8 - 14 วัน มินคงใช้ตอนเช้าเหมือนเดิม แต่ตอนกลางคืนมินใช้เป็นสลีฟปิ้งมาร์ค รู้สึกได้เลยว่าผิวดีขึ้นมากๆ หน้ากระจ่างใสขึ้น อิ่มน้ำมากขึ้น ผิวดูเต่งกระชับมากขึ้น ริ้วรอยแรกเริ่มตรงหางตาจางลงเล็กน้อย ส่วนริ้วรอยแห่งวัยต้องใช้เวลา และใช้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องถึงจะเห็นผลชัดเจนนะคะทริค สำหรับใครอยากผิวหน้าดีไวไว มินแนะนำเลย นำ De Leaf Pomegranate Ageless Glow Moisturizing Gel ทำหน้าที่แทน สลีฟปิ้งมาร์คโดยทาหนากว่าปกติเล็กน้อย สามารถใช้ได้ทุกคืนด้วยนะคะทริค หลังทาเจลเสร็จมินแนะนำให้นวดกระชับหน้าด้วยน๊า ซึ่งให้ผลดีกว่าทาเจลแล้วไม่นวดX ห้าม X ทาหนาไปนะคะ เพราะถ้าทาหนาไปตื่นเช้ามาจะรู้สึกเหมือนครีมไม่ซึมและลอกเป็นขุย สิ้นเปลืองครีมป่าวๆเนอะX ห้าม X เข้าตา แต่ทารอบดวงตาได้ ต้องระวังเข้าตา เพราะแสบมากกกก โดนแล้วเลยนำมาบอกเพื่อนๆสรุป มินให้ 5/5 แบบไม่ได้อวยมินชอบทุกอย่างของ "เดอ ลีฟ พอมิกราเนท เอจเลสโกลว์ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง เจล" ทั้งแพคเกจ เนื้อสัมผัส ผลลัพธ์ช่วยให้ผิวดีดูสุขภาพดี หน้ากระจ่างใสขึ้น อิ่มน้ำและผิวหน้าดูเต่งกระชับมากขึ้น แถมทำหน้าที่แทน สลีฟปิ้งมาร์ค ได้ด้วยในราคาเพียง 320 บาท ปริมาณ 40 ml.ใครยังไม่กล้า ลองแบบซองก็มีนะคะ ราคาเพียง 39 บาทสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่Inbox page: de leaf thanakaLine@: @deleafthanakaถูกและดี ฟันธง ถ้าได้ลองแล้วจะติดใจนะคะ ขอบคุณเพื่อนๆที่เข้ามาอ่านน๊า
ใครอยากมีผิวเด้ง หน้าใส แต่ใช้เงินไม่กี่บาทบ้างยกมือขึ้น
มินอยากให้ทุกคนได้รู้จักสกินแคร์เนื้อเจลของ De Leaf ที่ช่วยให้ผิวเราเด็กลง นั่นก็คือ
De Leaf Pomegranate Ageless Glow Moisturizing Gel ซึ่งเจ้าเนื้อเจลตัวนี้ใช้นวัตกรรม Bounce Back คืนตัวภายใน 2 นาทีหลังการใช้ ให้ผิวเด้งดูเด็กลง ผิวมีชีวิตชีวา นุ่นนิ่มน่าสัมผัสด้วยพลังจาก Anti oxidant ยกทีมกันมา 3 ตัวเลยจ้า
1.น้ำมันเมล็ดทับทิม ปกป้องผิวจากการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
2.น้ำมันเมล็ดองุ่น อุดมไปด้วยสาร omega 6 โมเลกุลที่สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดี ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นเรียบเนียน
3.สารสกัดจากเมล็ดข้าวโอ๊ตจากประเทศฝรั่งเศส ช่วยฟื้นบำรุงผิวมีริ้วรอยให้แลดูจางลง และฟื้นบำรุงผิวที่แห้งกร้านให้ชุ่มชื้น ให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส
สภาพผิว ตอนนี้มินใกล้ 29 ปีแล้วจ้า
"ผิวผสม มันทีโซน แก้มค่อนข้างแห้งค่ะ ช่วงนี้สิวขึ้นเยอะ เพราะอยู่ในช่วงมีประจำเดือน รอยจุดด่างดำก็มาประปราย นอนดึกเป็นประจำ มีริ้วรอยตื้นๆ ตีนกา ร่องแก้ม ใต้ตานี่เห็นชัดสุดเป็นตาข่ายเลยจ้า"
แพคเกจจิ้ง เห็นครั้งแรกชอบมาก กระปุกสีแดงๆ ดูมินิมอล เรียบ หรูหราหมาเห่ามาก ใครๆเห็นก็นึกว่าสกินแคร์ราคาแพง ขนาดเหมาะมือ เปิดใช้งานแค่หมุนฝาเกลียวเปิด ปิดฝา ไม่หกเลอะเทอะ พกพาสะดวก ไม่หนัก
Texture เนื้อเจลเด้ง ขนาดลืมแช่ไว้ในช่องฟริดส์ ตอนแรกคิดว่าครีมต้องแยกชั้น พังแน่เลย ปรากฏว่ายังเป็นเนื้อเจลเหมือนเดิม เนื้อ texture ดีมาก ปรบมือออ เจลสีขาวขุ่น นุ่ม บางเบา เกลี่ยง่าย ซึมเก่ง ไม่ทิ้งความมัน ไม่เหนอะผิว แต่สามารถคงความชุ่มชื้นไว้ได้ตลอดทั้งคืน ทุกสภาพผิวใช้ได้ ไม่เยิ้มระหว่างวันด้วย ดีงามเนอะ
หลังใช้ไป 2 สัปดาห์เป็นไงบ้างไปดูกันคะ
Feeling พอเกลี่ยลงผิวไปแล้วจะสัมผัสได้เลยว่าผิวนุ่มนิ่มขึ้น เด้ง ๆ ฉ่ำ ๆ ชุ่มชื้นขึ้นทันทีที่ซึมลงผิว ให้เพื่อนลองทามือเพื่อถ่ายรูป เพื่อนยังบอกเลยว่ามือชุ่มชื่น แถมมีกลิ่นหอมด้วย
7 วันแรก มินใช้ทั้งเช้าและเย็น นางซึมเร็ว ใช้แล้วลงกันแดด หรือแต่งหน้าไม่ลอกเป็นขุย และทำให้เครื่งสำองค์ติดทนมากขึ้น รู้สึกผิวดูชุ่มชื่น อิ่มน้ำมากขึ้นหน้ากระจ่างใสมากขึ้นจุดด่างดำจากผิวดูจางลง ผิวแข็งแรงขึ้น ช่วงที่มินมีประจำเดือนมักแพ้ง่าย ชอบมีผื่นขึ้น ใช้ตัวนี้ไม่มีอาการแพ้เลยค่ะ แถมผื่นลดลงอีกต่างหาก
หลังใช้วันที่ 8 - 14 วัน มินคงใช้ตอนเช้าเหมือนเดิม แต่ตอนกลางคืนมินใช้เป็นสลีฟปิ้งมาร์ค รู้สึกได้เลยว่าผิวดีขึ้นมากๆ หน้ากระจ่างใสขึ้น อิ่มน้ำมากขึ้น ผิวดูเต่งกระชับมากขึ้น ริ้วรอยแรกเริ่มตรงหางตาจางลงเล็กน้อย ส่วนริ้วรอยแห่งวัยต้องใช้เวลา และใช้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องถึงจะเห็นผลชัดเจนนะคะ
ทริค สำหรับใครอยากผิวหน้าดีไวไว มินแนะนำเลย นำ De Leaf Pomegranate Ageless Glow Moisturizing Gel ทำหน้าที่แทน สลีฟปิ้งมาร์คโดยทาหนากว่าปกติเล็กน้อย สามารถใช้ได้ทุกคืนด้วยนะคะ
ทริค หลังทาเจลเสร็จมินแนะนำให้นวดกระชับหน้าด้วยน๊า ซึ่งให้ผลดีกว่าทาเจลแล้วไม่นวด
X ห้าม X ทาหนาไปนะคะ เพราะถ้าทาหนาไปตื่นเช้ามาจะรู้สึกเหมือนครีมไม่ซึมและลอกเป็นขุย สิ้นเปลืองครีมป่าวๆเนอะ
X ห้าม X เข้าตา แต่ทารอบดวงตาได้ ต้องระวังเข้าตา เพราะแสบมากกกก โดนแล้วเลยนำมาบอกเพื่อนๆ
สรุป มินให้ 5/5 แบบไม่ได้อวย
มินชอบทุกอย่างของ "เดอ ลีฟ พอมิกราเนท เอจเลสโกลว์ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง เจล" ทั้งแพคเกจ เนื้อสัมผัส ผลลัพธ์ช่วยให้ผิวดีดูสุขภาพดี หน้ากระจ่างใสขึ้น อิ่มน้ำและผิวหน้าดูเต่งกระชับมากขึ้น แถมทำหน้าที่แทน สลีฟปิ้งมาร์ค ได้ด้วย
ในราคาเพียง 320 บาท ปริมาณ 40 ml.
ใครยังไม่กล้า ลองแบบซองก็มีนะคะ ราคาเพียง 39 บาท
สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่
Inbox page: de leaf thanaka
Line@: @deleafthanaka
ถูกและดี ฟันธง ถ้าได้ลองแล้วจะติดใจนะคะ ขอบคุณเพื่อนๆที่เข้ามาอ่านน๊า
มินอยากให้ทุกคนได้รู้จักสกินแคร์เนื้อเจลของ De Leaf ที่ช่วยให้ผิวเราเด็กลง นั่นก็คือ
De Leaf Pomegranate Ageless Glow Moisturizing Gel ซึ่งเจ้าเนื้อเจลตัวนี้ใช้นวัตกรรม Bounce Back คืนตัวภายใน 2 นาทีหลังการใช้ ให้ผิวเด้งดูเด็กลง ผิวมีชีวิตชีวา นุ่นนิ่มน่าสัมผัสด้วยพลังจาก Anti oxidant ยกทีมกันมา 3 ตัวเลยจ้า
1.น้ำมันเมล็ดทับทิม ปกป้องผิวจากการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
2.น้ำมันเมล็ดองุ่น อุดมไปด้วยสาร omega 6 โมเลกุลที่สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดี ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นเรียบเนียน
3.สารสกัดจากเมล็ดข้าวโอ๊ตจากประเทศฝรั่งเศส ช่วยฟื้นบำรุงผิวมีริ้วรอยให้แลดูจางลง และฟื้นบำรุงผิวที่แห้งกร้านให้ชุ่มชื้น ให้เนียนนุ่มน่าสัมผัส
สภาพผิว ตอนนี้มินใกล้ 29 ปีแล้วจ้า
"ผิวผสม มันทีโซน แก้มค่อนข้างแห้งค่ะ ช่วงนี้สิวขึ้นเยอะ เพราะอยู่ในช่วงมีประจำเดือน รอยจุดด่างดำก็มาประปราย นอนดึกเป็นประจำ มีริ้วรอยตื้นๆ ตีนกา ร่องแก้ม ใต้ตานี่เห็นชัดสุดเป็นตาข่ายเลยจ้า"
แพคเกจจิ้ง เห็นครั้งแรกชอบมาก กระปุกสีแดงๆ ดูมินิมอล เรียบ หรูหราหมาเห่ามาก ใครๆเห็นก็นึกว่าสกินแคร์ราคาแพง ขนาดเหมาะมือ เปิดใช้งานแค่หมุนฝาเกลียวเปิด ปิดฝา ไม่หกเลอะเทอะ พกพาสะดวก ไม่หนัก
Texture เนื้อเจลเด้ง ขนาดลืมแช่ไว้ในช่องฟริดส์ ตอนแรกคิดว่าครีมต้องแยกชั้น พังแน่เลย ปรากฏว่ายังเป็นเนื้อเจลเหมือนเดิม เนื้อ texture ดีมาก ปรบมือออ เจลสีขาวขุ่น นุ่ม บางเบา เกลี่ยง่าย ซึมเก่ง ไม่ทิ้งความมัน ไม่เหนอะผิว แต่สามารถคงความชุ่มชื้นไว้ได้ตลอดทั้งคืน ทุกสภาพผิวใช้ได้ ไม่เยิ้มระหว่างวันด้วย ดีงามเนอะ
หลังใช้ไป 2 สัปดาห์เป็นไงบ้างไปดูกันคะ
Feeling พอเกลี่ยลงผิวไปแล้วจะสัมผัสได้เลยว่าผิวนุ่มนิ่มขึ้น เด้ง ๆ ฉ่ำ ๆ ชุ่มชื้นขึ้นทันทีที่ซึมลงผิว ให้เพื่อนลองทามือเพื่อถ่ายรูป เพื่อนยังบอกเลยว่ามือชุ่มชื่น แถมมีกลิ่นหอมด้วย
7 วันแรก มินใช้ทั้งเช้าและเย็น นางซึมเร็ว ใช้แล้วลงกันแดด หรือแต่งหน้าไม่ลอกเป็นขุย และทำให้เครื่งสำองค์ติดทนมากขึ้น รู้สึกผิวดูชุ่มชื่น อิ่มน้ำมากขึ้นหน้ากระจ่างใสมากขึ้นจุดด่างดำจากผิวดูจางลง ผิวแข็งแรงขึ้น ช่วงที่มินมีประจำเดือนมักแพ้ง่าย ชอบมีผื่นขึ้น ใช้ตัวนี้ไม่มีอาการแพ้เลยค่ะ แถมผื่นลดลงอีกต่างหาก
หลังใช้วันที่ 8 - 14 วัน มินคงใช้ตอนเช้าเหมือนเดิม แต่ตอนกลางคืนมินใช้เป็นสลีฟปิ้งมาร์ค รู้สึกได้เลยว่าผิวดีขึ้นมากๆ หน้ากระจ่างใสขึ้น อิ่มน้ำมากขึ้น ผิวดูเต่งกระชับมากขึ้น ริ้วรอยแรกเริ่มตรงหางตาจางลงเล็กน้อย ส่วนริ้วรอยแห่งวัยต้องใช้เวลา และใช้ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องถึงจะเห็นผลชัดเจนนะคะ
ทริค สำหรับใครอยากผิวหน้าดีไวไว มินแนะนำเลย นำ De Leaf Pomegranate Ageless Glow Moisturizing Gel ทำหน้าที่แทน สลีฟปิ้งมาร์คโดยทาหนากว่าปกติเล็กน้อย สามารถใช้ได้ทุกคืนด้วยนะคะ
ทริค หลังทาเจลเสร็จมินแนะนำให้นวดกระชับหน้าด้วยน๊า ซึ่งให้ผลดีกว่าทาเจลแล้วไม่นวด
X ห้าม X ทาหนาไปนะคะ เพราะถ้าทาหนาไปตื่นเช้ามาจะรู้สึกเหมือนครีมไม่ซึมและลอกเป็นขุย สิ้นเปลืองครีมป่าวๆเนอะ
X ห้าม X เข้าตา แต่ทารอบดวงตาได้ ต้องระวังเข้าตา เพราะแสบมากกกก โดนแล้วเลยนำมาบอกเพื่อนๆ
สรุป มินให้ 5/5 แบบไม่ได้อวย
มินชอบทุกอย่างของ "เดอ ลีฟ พอมิกราเนท เอจเลสโกลว์ มอยส์เจอร์ไรซิ่ง เจล" ทั้งแพคเกจ เนื้อสัมผัส ผลลัพธ์ช่วยให้ผิวดีดูสุขภาพดี หน้ากระจ่างใสขึ้น อิ่มน้ำและผิวหน้าดูเต่งกระชับมากขึ้น แถมทำหน้าที่แทน สลีฟปิ้งมาร์ค ได้ด้วย
ในราคาเพียง 320 บาท ปริมาณ 40 ml.
ใครยังไม่กล้า ลองแบบซองก็มีนะคะ ราคาเพียง 39 บาท
สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่
Inbox page: de leaf thanaka
Line@: @deleafthanaka
ถูกและดี ฟันธง ถ้าได้ลองแล้วจะติดใจนะคะ ขอบคุณเพื่อนๆที่เข้ามาอ่านน๊า
★
★
★
★
★
(4.43)
สวัสดีเพื่อนๆ Vanilla วันนี้มินจะมารีวิว Vichy Mineral 89 ตัวดังในกลุ่มบล็อกเกอร์ และคนชมเยอะมากกกก เป็นพรีเซรั่มน้ำแร่จากแบรนด์เวชสำอางชื่อดัง ส่งตรงมาจากน้ำแร่เข้มข้นถึง 89% ที่มาจากแหล่งภูเขาไฟฝรั่งเศส ที่เหมาะกับการแก้ไขสภาพผิวและอากาศตอนนี้มากๆเรามารู้จักกันก่อนนะว่าพรีเซรั่ม คืออะไร จำเป็นอย่างไร ทำไมต้องใช้พรีเซรั่ม เป็นการเตรียมผิวเพื่อปรับสภาพผิวให้พร้อมสำหรับการลงสกินแคร์ตัวต่อไปให้มีประสิทธิภาพเยี่ยมยอด มินว่าจำเป็นนะ เพราะพรีเซรั่มเป็นการสร้างสมดุลให้ผิวพร้อมรับการบำรุงอย่างเต็มที่ และยังช่วยให้เครื่องสำอางติดทนอีกด้วยมินว่าทุกคนต้องใช้เพราะต้องเจอมลพิษต่างๆ ฝุ่น ควัน สารเคมี ความเครียดในรูปแบบต่างๆ นอนน้อยและปาร์ตี้ ก็ไม่เว้นนะคะเพื่อนๆ ล้วนเป็นสิ่งที่ทำร้ายผิวให้อ่อนแอลง ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้งขาดน้ำ ผิวหมองคล้ำ หยาบกร้าน ริ้วรอยก่อนวัย ยิ่งตอนนี้อากาศแห้ง เย็นจึงจำเป็นต้องมีตัวช่วยดีๆอย่าง Vichy Mineral 89 เพื่อเป็นใบเบิกทางให้สกินแคร์ตัวต่อไปซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างล้ำลึกจุดเด่น Vichy Mineral 89 มีความอ่อนโยน เหมาะกับผิวแพ้ง่าย เพราะไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน และซิลิโคน ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ถึง 15 ชนิด ที่ใส่มาถึง 89% คุณสมบัติของน้ำแร่จะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมความแข็งแรงของผิว และช่วยปรับสมดุลของผิวที่เสียไปเพราะสารเคมีหรือมลภาวะต่างๆ และยังมีไฮยาลูรอนที่ให้ความชุ่มชื่น เรียกได้ว่าเป็นพรีเซรั่มที่อ่อนโยน เน้นเติมความชุ่มชื่น และเสริมความแข็งแรงให้กับผิว ของเราอีกด้วยมาถึงผลการใช้กันบ้างค่ะสภาพผิว : ผิวมันทีโซน แก้มจะดูแห้งๆ และข้างจมูกชอบลอกเป็นขุย และมินพึ่งกลับจากญี่ปุ่น ที่นั่นอากาศเย็นและแห้งและนอนน้อย ทำให้ผิวไม่ค่อยชุ่มชื่น ส่งผลให้ผิวไม่ยืดหยุ่นและริ้วรอยเห็นชัดขึ้น สิวขึ้นจ้า รอยแดงจากสิวก็มี ผิวไม่ละเอียด ขาดน้ำ และเริ่มมีริ้วรอยที่หน้าผาก ร่องแก้ม และหางตาเหมาะกับ : ทุกสภาพผิว ผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ ขนาดผิวรอบดวงตายังทาได้เลยวิธีใช้ : หลังทำความสะอาดในหน้า เป็นขั้นตอนแรกของการใช้สกินแคร์ ใช้ได้ทั้งเช้าและก่อนนอน กดหัวปั๊ม 2 หยด พร้อมนวดเบาๆทั่วใบหน้าและลำคอ เนื้อเซรั่มจะหายไปเลยในผิวรู้สึกได้ว่าผิวชุ่มชื้นดี จะทำให้ผลลัพธ์การใช้ skincare ของเพื่อนๆดีขึ้นนะคะTexture : เนื้อเซรั่มใสแจ๋วเลย บางเบามาก เกลี่ยแล้วเย็นๆที่ผิวหน้าพร้อมจะดึงสกินแคร์ตัวอื่นลงผิว ใช้แล้วเซรั่มกระจายตัวได้ดี ซึมหายไปเลย ลองจับผิวหลังซึมดูก็ไม่หนึบแล้วเหมือนไม่ได้ทาเลย แต่ยังรู้สึกได้ถึงความชุ่มชื้นใต้ผิว ใช้แล้วสบายผิวมากและไม่ทำให้การลงสกินแคร์ขั้นตอนถัดมานั้นจับตัวเป็นขุยแต่อย่างใด สามารถทาครีมบำรุงตัวอื่นต่อได้เลยโดยไม่ต้องรอ และไม่ทำให้ผิวมันจ้ากลิ่น : ไม่มีกลิ่นโดยปกติมินใช้เป็นประจำอยู่แล้ว แต่มินหยุดใช้ตอนไปญี่ปุ่น รู้เรื่องเลยจ้า ผิวแห้ง ขาดน้ำมาก ข้างจมูก และหน้าผากลอก มินเลยกลับมาทำ mission ว่า 1 สัปดาห์ใช้ Vichy Mineral 89 ว่าหน้าดีขึ้นขนาดไหนผลลัพธ์ :ผิวมินมีความชุ่มชื้นใน 1 สัปดาห์ mission complete จ้า มินนวด Vichy Mineral 89 ให้ทั่วใบหน้าและลำคอ แล้วลงสกินแคร์ตัวต่อไปทันที รู้สึกได้ว่าสกินแคร์ตัวต่อไปมันซึมได้ดีขึ้นเหมือนมีประสิทธิภาพมากขึ้นทำให้ผิวของมินกลับมามีความชุ่มชื้นได้เร็ว ผิวหน้าฟื้นตัวเร็วมาก ผิวมินดูอิ่มน้ำมากขึ้น ฟู เปล่งปลั่ง ข้างจมูกและหน้าผากไม่ลอกแล้ว ผิวเรียบเนียนขึ้นรูขุมขนกระชับมากขึ้น แต่งหน้าแล้วหน้าไม่เป็นขุย และแต่งหน้าติดเหมือนเดิมแล้ว ที่สำคัญหน้าแข็งแรงขึ้น สิวหยุดขึ้นจ้า มินยังไม่เห็นผลเรื่องริ้วรอยน๊าสิ่งที่แนะนำสำหรับคนที่กำลังจะถอดใจจาก Vichy Mineral 89มีพี่คนนึงมาถามว่ามินว่าใช้ไปแล้ว 3 ขวดไม่เห็นหน้าดีขึ้นเลยมินเลยตอบพี่เขาไปว่า Vichy Mineral 89 เป็นตัวช่วยดึงสกินแคร์ตัวอื่นลงผิว ซึ่งสกินแคร์ตัวต่อไปจะทำงานได้ดีขึ้นมาก ดังนั้นเราต้องเลือกสกินแคร์ตัวต่อไปให้เหมาะกับปัญหาผิวของตัวเราด้วย เราจะใช้ Vichy Mineral 89 เดี่ยวๆไม่ได้ เพราะยังมีสารอาหารที่ไม่เพียงพอต่อผิวหน้า เพื่อนๆลองใช้ Vichy Mineral 89 กับสกินแคร์ที่เหมาะกับผิวของเพื่อนๆ มินรับรองได้ว่าเพื่อนๆจะชอบ Vichy Mineral 89 อย่างที่มินชอบ
สวัสดีเพื่อนๆ Vanilla วันนี้มินจะมารีวิว Vichy Mineral 89 ตัวดังในกลุ่มบล็อกเกอร์ และคนชมเยอะมากกกก เป็นพรีเซรั่มน้ำแร่จากแบรนด์เวชสำอางชื่อดัง ส่งตรงมาจากน้ำแร่เข้มข้นถึง 89% ที่มาจากแหล่งภูเขาไฟฝรั่งเศส ที่เหมาะกับการแก้ไขสภาพผิวและอากาศตอนนี้มากๆ
เรามารู้จักกันก่อนนะว่าพรีเซรั่ม คืออะไร จำเป็นอย่างไร ทำไมต้องใช้
พรีเซรั่ม เป็นการเตรียมผิวเพื่อปรับสภาพผิวให้พร้อมสำหรับการลงสกินแคร์ตัวต่อไปให้มีประสิทธิภาพเยี่ยมยอด มินว่าจำเป็นนะ เพราะพรีเซรั่มเป็นการสร้างสมดุลให้ผิวพร้อมรับการบำรุงอย่างเต็มที่ และยังช่วยให้เครื่องสำอางติดทนอีกด้วย
มินว่าทุกคนต้องใช้เพราะต้องเจอมลพิษต่างๆ ฝุ่น ควัน สารเคมี ความเครียดในรูปแบบต่างๆ นอนน้อยและปาร์ตี้ ก็ไม่เว้นนะคะเพื่อนๆ ล้วนเป็นสิ่งที่ทำร้ายผิวให้อ่อนแอลง ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้งขาดน้ำ ผิวหมองคล้ำ หยาบกร้าน ริ้วรอยก่อนวัย ยิ่งตอนนี้อากาศแห้ง เย็นจึงจำเป็นต้องมีตัวช่วยดีๆอย่าง Vichy Mineral 89 เพื่อเป็นใบเบิกทางให้สกินแคร์ตัวต่อไปซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก
จุดเด่น Vichy Mineral 89 มีความอ่อนโยน เหมาะกับผิวแพ้ง่าย เพราะไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน และซิลิโคน ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ถึง 15 ชนิด ที่ใส่มาถึง 89% คุณสมบัติของน้ำแร่จะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมความแข็งแรงของผิว และช่วยปรับสมดุลของผิวที่เสียไปเพราะสารเคมีหรือมลภาวะต่างๆ และยังมีไฮยาลูรอนที่ให้ความชุ่มชื่น เรียกได้ว่าเป็นพรีเซรั่มที่อ่อนโยน เน้นเติมความชุ่มชื่น และเสริมความแข็งแรงให้กับผิว ของเราอีกด้วย
มาถึงผลการใช้กันบ้างค่ะ
สภาพผิว : ผิวมันทีโซน แก้มจะดูแห้งๆ และข้างจมูกชอบลอกเป็นขุย และมินพึ่งกลับจากญี่ปุ่น ที่นั่นอากาศเย็นและแห้งและนอนน้อย ทำให้ผิวไม่ค่อยชุ่มชื่น ส่งผลให้ผิวไม่ยืดหยุ่นและริ้วรอยเห็นชัดขึ้น สิวขึ้นจ้า รอยแดงจากสิวก็มี ผิวไม่ละเอียด ขาดน้ำ และเริ่มมีริ้วรอยที่หน้าผาก ร่องแก้ม และหางตา
เหมาะกับ : ทุกสภาพผิว ผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ ขนาดผิวรอบดวงตายังทาได้เลย
วิธีใช้ : หลังทำความสะอาดในหน้า เป็นขั้นตอนแรกของการใช้สกินแคร์ ใช้ได้ทั้งเช้าและก่อนนอน กดหัวปั๊ม 2 หยด พร้อมนวดเบาๆทั่วใบหน้าและลำคอ เนื้อเซรั่มจะหายไปเลยในผิวรู้สึกได้ว่าผิวชุ่มชื้นดี จะทำให้ผลลัพธ์การใช้ skincare ของเพื่อนๆดีขึ้นนะคะ
Texture : เนื้อเซรั่มใสแจ๋วเลย บางเบามาก เกลี่ยแล้วเย็นๆที่ผิวหน้าพร้อมจะดึงสกินแคร์ตัวอื่นลงผิว ใช้แล้วเซรั่มกระจายตัวได้ดี ซึมหายไปเลย ลองจับผิวหลังซึมดูก็ไม่หนึบแล้วเหมือนไม่ได้ทาเลย แต่ยังรู้สึกได้ถึงความชุ่มชื้นใต้ผิว ใช้แล้วสบายผิวมากและไม่ทำให้การลงสกินแคร์ขั้นตอนถัดมานั้นจับตัวเป็นขุยแต่อย่างใด สามารถทาครีมบำรุงตัวอื่นต่อได้เลยโดยไม่ต้องรอ และไม่ทำให้ผิวมันจ้า
กลิ่น : ไม่มีกลิ่น
โดยปกติมินใช้เป็นประจำอยู่แล้ว แต่มินหยุดใช้ตอนไปญี่ปุ่น รู้เรื่องเลยจ้า ผิวแห้ง ขาดน้ำมาก ข้างจมูก และหน้าผากลอก มินเลยกลับมาทำ mission ว่า 1 สัปดาห์ใช้ Vichy Mineral 89 ว่าหน้าดีขึ้นขนาดไหน
ผลลัพธ์ :
ผิวมินมีความชุ่มชื้นใน 1 สัปดาห์ mission complete จ้า มินนวด Vichy Mineral 89 ให้ทั่วใบหน้าและลำคอ แล้วลงสกินแคร์ตัวต่อไปทันที รู้สึกได้ว่าสกินแคร์ตัวต่อไปมันซึมได้ดีขึ้นเหมือนมีประสิทธิภาพมากขึ้นทำให้ผิวของมินกลับมามีความชุ่มชื้นได้เร็ว ผิวหน้าฟื้นตัวเร็วมาก ผิวมินดูอิ่มน้ำมากขึ้น ฟู เปล่งปลั่ง ข้างจมูกและหน้าผากไม่ลอกแล้ว ผิวเรียบเนียนขึ้นรูขุมขนกระชับมากขึ้น แต่งหน้าแล้วหน้าไม่เป็นขุย และแต่งหน้าติดเหมือนเดิมแล้ว ที่สำคัญหน้าแข็งแรงขึ้น สิวหยุดขึ้นจ้า มินยังไม่เห็นผลเรื่องริ้วรอยน๊า
สิ่งที่แนะนำสำหรับคนที่กำลังจะถอดใจจาก Vichy Mineral 89
มีพี่คนนึงมาถามว่ามินว่าใช้ไปแล้ว 3 ขวดไม่เห็นหน้าดีขึ้นเลย
มินเลยตอบพี่เขาไปว่า Vichy Mineral 89 เป็นตัวช่วยดึงสกินแคร์ตัวอื่นลงผิว ซึ่งสกินแคร์ตัวต่อไปจะทำงานได้ดีขึ้นมาก ดังนั้นเราต้องเลือกสกินแคร์ตัวต่อไปให้เหมาะกับปัญหาผิวของตัวเราด้วย เราจะใช้ Vichy Mineral 89 เดี่ยวๆไม่ได้ เพราะยังมีสารอาหารที่ไม่เพียงพอต่อผิวหน้า เพื่อนๆลองใช้ Vichy Mineral 89 กับสกินแคร์ที่เหมาะกับผิวของเพื่อนๆ มินรับรองได้ว่าเพื่อนๆจะชอบ Vichy Mineral 89 อย่างที่มินชอบ
เรามารู้จักกันก่อนนะว่าพรีเซรั่ม คืออะไร จำเป็นอย่างไร ทำไมต้องใช้
พรีเซรั่ม เป็นการเตรียมผิวเพื่อปรับสภาพผิวให้พร้อมสำหรับการลงสกินแคร์ตัวต่อไปให้มีประสิทธิภาพเยี่ยมยอด มินว่าจำเป็นนะ เพราะพรีเซรั่มเป็นการสร้างสมดุลให้ผิวพร้อมรับการบำรุงอย่างเต็มที่ และยังช่วยให้เครื่องสำอางติดทนอีกด้วย
มินว่าทุกคนต้องใช้เพราะต้องเจอมลพิษต่างๆ ฝุ่น ควัน สารเคมี ความเครียดในรูปแบบต่างๆ นอนน้อยและปาร์ตี้ ก็ไม่เว้นนะคะเพื่อนๆ ล้วนเป็นสิ่งที่ทำร้ายผิวให้อ่อนแอลง ไม่ว่าจะเป็นผิวแห้งขาดน้ำ ผิวหมองคล้ำ หยาบกร้าน ริ้วรอยก่อนวัย ยิ่งตอนนี้อากาศแห้ง เย็นจึงจำเป็นต้องมีตัวช่วยดีๆอย่าง Vichy Mineral 89 เพื่อเป็นใบเบิกทางให้สกินแคร์ตัวต่อไปซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก
จุดเด่น Vichy Mineral 89 มีความอ่อนโยน เหมาะกับผิวแพ้ง่าย เพราะไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน และซิลิโคน ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ถึง 15 ชนิด ที่ใส่มาถึง 89% คุณสมบัติของน้ำแร่จะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เสริมความแข็งแรงของผิว และช่วยปรับสมดุลของผิวที่เสียไปเพราะสารเคมีหรือมลภาวะต่างๆ และยังมีไฮยาลูรอนที่ให้ความชุ่มชื่น เรียกได้ว่าเป็นพรีเซรั่มที่อ่อนโยน เน้นเติมความชุ่มชื่น และเสริมความแข็งแรงให้กับผิว ของเราอีกด้วย
มาถึงผลการใช้กันบ้างค่ะ
สภาพผิว : ผิวมันทีโซน แก้มจะดูแห้งๆ และข้างจมูกชอบลอกเป็นขุย และมินพึ่งกลับจากญี่ปุ่น ที่นั่นอากาศเย็นและแห้งและนอนน้อย ทำให้ผิวไม่ค่อยชุ่มชื่น ส่งผลให้ผิวไม่ยืดหยุ่นและริ้วรอยเห็นชัดขึ้น สิวขึ้นจ้า รอยแดงจากสิวก็มี ผิวไม่ละเอียด ขาดน้ำ และเริ่มมีริ้วรอยที่หน้าผาก ร่องแก้ม และหางตา
เหมาะกับ : ทุกสภาพผิว ผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ ขนาดผิวรอบดวงตายังทาได้เลย
วิธีใช้ : หลังทำความสะอาดในหน้า เป็นขั้นตอนแรกของการใช้สกินแคร์ ใช้ได้ทั้งเช้าและก่อนนอน กดหัวปั๊ม 2 หยด พร้อมนวดเบาๆทั่วใบหน้าและลำคอ เนื้อเซรั่มจะหายไปเลยในผิวรู้สึกได้ว่าผิวชุ่มชื้นดี จะทำให้ผลลัพธ์การใช้ skincare ของเพื่อนๆดีขึ้นนะคะ
Texture : เนื้อเซรั่มใสแจ๋วเลย บางเบามาก เกลี่ยแล้วเย็นๆที่ผิวหน้าพร้อมจะดึงสกินแคร์ตัวอื่นลงผิว ใช้แล้วเซรั่มกระจายตัวได้ดี ซึมหายไปเลย ลองจับผิวหลังซึมดูก็ไม่หนึบแล้วเหมือนไม่ได้ทาเลย แต่ยังรู้สึกได้ถึงความชุ่มชื้นใต้ผิว ใช้แล้วสบายผิวมากและไม่ทำให้การลงสกินแคร์ขั้นตอนถัดมานั้นจับตัวเป็นขุยแต่อย่างใด สามารถทาครีมบำรุงตัวอื่นต่อได้เลยโดยไม่ต้องรอ และไม่ทำให้ผิวมันจ้า
กลิ่น : ไม่มีกลิ่น
โดยปกติมินใช้เป็นประจำอยู่แล้ว แต่มินหยุดใช้ตอนไปญี่ปุ่น รู้เรื่องเลยจ้า ผิวแห้ง ขาดน้ำมาก ข้างจมูก และหน้าผากลอก มินเลยกลับมาทำ mission ว่า 1 สัปดาห์ใช้ Vichy Mineral 89 ว่าหน้าดีขึ้นขนาดไหน
ผลลัพธ์ :
ผิวมินมีความชุ่มชื้นใน 1 สัปดาห์ mission complete จ้า มินนวด Vichy Mineral 89 ให้ทั่วใบหน้าและลำคอ แล้วลงสกินแคร์ตัวต่อไปทันที รู้สึกได้ว่าสกินแคร์ตัวต่อไปมันซึมได้ดีขึ้นเหมือนมีประสิทธิภาพมากขึ้นทำให้ผิวของมินกลับมามีความชุ่มชื้นได้เร็ว ผิวหน้าฟื้นตัวเร็วมาก ผิวมินดูอิ่มน้ำมากขึ้น ฟู เปล่งปลั่ง ข้างจมูกและหน้าผากไม่ลอกแล้ว ผิวเรียบเนียนขึ้นรูขุมขนกระชับมากขึ้น แต่งหน้าแล้วหน้าไม่เป็นขุย และแต่งหน้าติดเหมือนเดิมแล้ว ที่สำคัญหน้าแข็งแรงขึ้น สิวหยุดขึ้นจ้า มินยังไม่เห็นผลเรื่องริ้วรอยน๊า
สิ่งที่แนะนำสำหรับคนที่กำลังจะถอดใจจาก Vichy Mineral 89
มีพี่คนนึงมาถามว่ามินว่าใช้ไปแล้ว 3 ขวดไม่เห็นหน้าดีขึ้นเลย
มินเลยตอบพี่เขาไปว่า Vichy Mineral 89 เป็นตัวช่วยดึงสกินแคร์ตัวอื่นลงผิว ซึ่งสกินแคร์ตัวต่อไปจะทำงานได้ดีขึ้นมาก ดังนั้นเราต้องเลือกสกินแคร์ตัวต่อไปให้เหมาะกับปัญหาผิวของตัวเราด้วย เราจะใช้ Vichy Mineral 89 เดี่ยวๆไม่ได้ เพราะยังมีสารอาหารที่ไม่เพียงพอต่อผิวหน้า เพื่อนๆลองใช้ Vichy Mineral 89 กับสกินแคร์ที่เหมาะกับผิวของเพื่อนๆ มินรับรองได้ว่าเพื่อนๆจะชอบ Vichy Mineral 89 อย่างที่มินชอบ
★
★
★
★
★
(5.00)
สวัสดีคะเพื่อนๆ Vanilla ใครเป็นแฟนคลับของ SENKA ยกมือขึ้น มินเป็นคนนึงที่เป็นแฟนคลับ ไม่ว่า SENKA จะออกผลิตภัณฑ์ตัวใดมาก็ต้องซื้ออยู่ในคลังตลอด วันนี้มินจะมารีวิวหน้าใสเพราะ SENKA และที่สำคัญ SENKA ออกโฟมล้างหน้ามาโฉมใหม่ นั่นก็คือ " SENKA Perfect Whip Acne Care"Senka เป็นโฟมล้างหน้าที่สามารถตีโฟมฟองในหนานุ่นเหมือนวิปครีมได้ เป็นเจ้าแรกๆที่ทำให้ตลาดโฟมล้างหน้าต้องออกมาทำตามกันเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่ฟองโฟมหนาและมีความละเอียดกว่าโฟมทั่วๆไป จึงสามารถทำความสะอาดได้ดีกว่าโฟมล้างหน้าทั่วไปนะยูSenka เป็นแบรนด์ภายใต้ บริษัท Shiseido นะยู เชื่อว่าหลายๆคนคงรู้จักโฟมล้างหน้า Shiseido Perfect Whip กันแน่ๆ มีหลายสูตรมาก เพื่อนๆสามารถเลือกซื้อสูตรที่เหมาะกับสภาพหน้าของตัวเองได้เลยแล้วและตอนนี้ราคาก็ถูกลงกว่าเมื่อก่อนและมีโปรโมชั่นมาบ่อยมากๆ (คือดีย์มากเลย)SENKA Perfect Whip Acne Care โฉมใหม่นี้เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่เป็นสิว โดยลดโอกาสการเกิดสิวใน 4 สัปดาห์* แต่คนที่ไม่เป็นสิวก็ใช้ได้น๊า ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้ไข ซึ่งค่ารักษาสิวแพงมาก และใช้ระยะเวลานานกว่าจะหายส่วนผสมหลัก1. ซาลิไซลิก แอซิด ช่วยเรื่องการเกิดสิวซ้ำซาก ทำความสะอาดอย่างหมดจด และขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตัน ความมันส่วนเกิน, ลดแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว เลยทำให้ลดโอกาสการเกิดสิวด้วย จึงมอบผิวสะอาดใส2. มอยส์เจอร์ไรเซอร์จากไวท์ โคคูน และดับเบิ้ล ไฮยาลูรอนิค ผสานด้วย เกียวโต คาโมมายล์ เอ็กซ์แทร็กซ์ ช่วยลดโอกาสการเกิดสิว แอนตี้ออกซิแดนท์ อ่อนโยนต่อผิว มอบผิวสวยดูสุขภาพดี เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น*จากผลทดสอบทางคลินิก ในกลุ่มตัวอย่าง 30 คน โดย CIDP PTE LTD ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 22 มิ.ย. 2561 - 3 ก.ย. 2561ปริมาณสุทธิ : ขนาด 100g ราคา 179 บาท แต่มินซื้อจากวัตสันช่วงโปร แค่ ราคา 159 บาท 5/5ขนาด 50g ราคา 89 บาทหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป และตาม ดรักสโตร์นะยูแพคเกจ : เป็นหลอดสีเขียว เป็นสีที่สบายตา ตัวหนังสือสีน้ำขาว ตัวหลอดจะนิ่มๆไม่แข็ง ทำให้บีบใช้งานสะดวก 5/5สภาพผิวมิน : เป็นผิวผสม มักจะมีเมือกๆตรงทีโซนระหว่างวัน มักเป็นสิวอุดตันง่ายโดยเฉพาะที่คาง สิวขึ้นซ้ำซากที่แก้มขวา และมีปัญหาสิวในช่วงวันนั้นของเดือนอยู่ทุกเดือน และรอยแผลเป็นหายยากวันนี้มินจะเผยเคล็ดลับหน้าใส เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น น่าสัมผัสด้วยผลิตภัณฑ์ของ SENKA กัน มี 3 Steps ง่ายๆดังนี้Step 1 : SENKA A.L.L. Clear Water Micellar ทำความสะอาดหมดจด 3 ประการ ทั้งเมคอัพ มลภาวะ ความมันส่วนเกิน สูตร FRESH ช่วยควบคุมความมัน พร้อม Antioxidant ด้วยส่วนผสมของ อูจิกรีนที จากญี่ปุ่นStep 2: ทำความสะอาดผิวอย่างหมดจด ด้วย SENKA Perfect Whip Acne Care วิปโฟมล้างหน้าฟองนุ่ม ลดโอกาสการเกิดสิวใน 4 สัปดาห์* ใช้ได้ทั้งเช้า - เย็นความรู้สึกหลังใช้เนื้อผลิตภัณฑ์ : เนื้อโฟมมีสีเขียวอ่อนๆ เนื้อโฟมจะมีความละเอียดแน่น ข้น เนียนนุ่มตามแบบฉบับเของเซนกะ เนื้อโฟมนุ่มนิ่มมากเลย และยังช่วยกักเก็บน้ำและความชุ่มชื่นเหมือนเกราะป้องกันผิวระหว่างล้างหน้า ไม่รู้สึกเสียดสีกับผิวหน้าซึ่งจะทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยด้วยค่ะ ทำให้ล้างหน้าสะอาดหมดจดเลยนะยู มีความฟินในการล้างหน้ามาก แม่ปลื้มคร่าาา 5/5กลิ่น : มีกลิ่นหอมอ่อนๆ 5/5เรื่องการตีฟอง ใช้ตาข่ายตีฟองช่วย ตีไม่ยากนะยู แปปเดียวกก็ขึ้นแล้ว ที่สำคัญบีบแค่นิดเดียวประมาณ 1-2 ซ.ม. สำหรับใครที่ไม่มีตาข่ายก็ใช้นิ้วมือตีก็ได้นะคะ ได้โฟมที่ละเอียดเนียนนุ่มเหมือนกันซึ่งประหยัดมากๆเลย ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับปริมาณ หลอดนึงใช้ได้นานมากเลยนะยู 5/5ผลลัพธ์หลังการใช้ SENKA Perfect Whip Acne Care : จากที่เราได้ลองใช้สักระยะนึงนะ ฟองหนานุ่มมากค่ะ รู้สึกได้คือความหน้าสะอาด ล้างออกง่าย ขจัดความมันบนใบหน้าหมดจด รู้สึกว่าผิวสะอาด และยังคงให้ความชุ่มชื่นกับผิว ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึงเลย เหมือนโฟมล้างหน้าที่มีฟองเยอะๆทั่วไป สิวอุดตันที่คางลดลง ไม่ค่อยมีสิวเกิดที่เดิมของแก้มข้างขวา พร้อมส่วนผสมที่ช่วยลดโอกาสการเกิดสิวของเราอีก พูดเลยว่าปลื้ม 4/5Step 3: ฟื้นบำรุงผิวเปล่งประกาย ดูกระจ่างใส ชุ่มชื่น ลดเลือนจุดด่างดำด้วย SENKA White Beauty Lotionเป็นไงบ้างคะเพื่อนๆ 3 steps พิชิตหน้าใส ง่ายใช่ม๊า มินปลื้มมาก ง่าย ดี และถูก"สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าลองใช้" ลองซิแล้วจะติดใจ
สวัสดีคะเพื่อนๆ Vanilla ใครเป็นแฟนคลับของ SENKA ยกมือขึ้น มินเป็นคนนึงที่เป็นแฟนคลับ ไม่ว่า SENKA จะออกผลิตภัณฑ์ตัวใดมาก็ต้องซื้ออยู่ในคลังตลอด วันนี้มินจะมารีวิวหน้าใสเพราะ SENKA และที่สำคัญ SENKA ออกโฟมล้างหน้ามาโฉมใหม่ นั่นก็คือ " SENKA Perfect Whip Acne Care"
Senka เป็นโฟมล้างหน้าที่สามารถตีโฟมฟองในหนานุ่นเหมือนวิปครีมได้ เป็นเจ้าแรกๆที่ทำให้ตลาดโฟมล้างหน้าต้องออกมาทำตามกันเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่ฟองโฟมหนาและมีความละเอียดกว่าโฟมทั่วๆไป จึงสามารถทำความสะอาดได้ดีกว่าโฟมล้างหน้าทั่วไปนะยู
Senka เป็นแบรนด์ภายใต้ บริษัท Shiseido นะยู เชื่อว่าหลายๆคนคงรู้จักโฟมล้างหน้า Shiseido Perfect Whip กันแน่ๆ มีหลายสูตรมาก เพื่อนๆสามารถเลือกซื้อสูตรที่เหมาะกับสภาพหน้าของตัวเองได้เลยแล้วและตอนนี้ราคาก็ถูกลงกว่าเมื่อก่อนและมีโปรโมชั่นมาบ่อยมากๆ (คือดีย์มากเลย)
SENKA Perfect Whip Acne Care โฉมใหม่นี้เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่เป็นสิว โดยลดโอกาสการเกิดสิวใน 4 สัปดาห์* แต่คนที่ไม่เป็นสิวก็ใช้ได้น๊า ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้ไข ซึ่งค่ารักษาสิวแพงมาก และใช้ระยะเวลานานกว่าจะหาย
ส่วนผสมหลัก
1. ซาลิไซลิก แอซิด ช่วยเรื่องการเกิดสิวซ้ำซาก ทำความสะอาดอย่างหมดจด และขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตัน ความมันส่วนเกิน, ลดแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว เลยทำให้ลดโอกาสการเกิดสิวด้วย จึงมอบผิวสะอาดใส
2. มอยส์เจอร์ไรเซอร์จากไวท์ โคคูน และดับเบิ้ล ไฮยาลูรอนิค ผสานด้วย เกียวโต คาโมมายล์ เอ็กซ์แทร็กซ์ ช่วยลดโอกาสการเกิดสิว แอนตี้ออกซิแดนท์ อ่อนโยนต่อผิว มอบผิวสวยดูสุขภาพดี เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น
*จากผลทดสอบทางคลินิก ในกลุ่มตัวอย่าง 30 คน โดย CIDP PTE LTD ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 22 มิ.ย. 2561 - 3 ก.ย. 2561
ปริมาณสุทธิ : ขนาด 100g ราคา 179 บาท แต่มินซื้อจากวัตสันช่วงโปร แค่ ราคา 159 บาท 5/5
ขนาด 50g ราคา 89 บาท
หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป และตาม ดรักสโตร์นะยู
แพคเกจ : เป็นหลอดสีเขียว เป็นสีที่สบายตา ตัวหนังสือสีน้ำขาว ตัวหลอดจะนิ่มๆไม่แข็ง ทำให้บีบใช้งานสะดวก 5/5
สภาพผิวมิน : เป็นผิวผสม มักจะมีเมือกๆตรงทีโซนระหว่างวัน มักเป็นสิวอุดตันง่ายโดยเฉพาะที่คาง สิวขึ้นซ้ำซากที่แก้มขวา และมีปัญหาสิวในช่วงวันนั้นของเดือนอยู่ทุกเดือน และรอยแผลเป็นหายยาก
วันนี้มินจะเผยเคล็ดลับหน้าใส เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น น่าสัมผัสด้วยผลิตภัณฑ์ของ SENKA กัน มี 3 Steps ง่ายๆดังนี้
Step 1 : SENKA A.L.L. Clear Water Micellar ทำความสะอาดหมดจด 3 ประการ ทั้งเมคอัพ มลภาวะ ความมันส่วนเกิน สูตร FRESH ช่วยควบคุมความมัน พร้อม Antioxidant ด้วยส่วนผสมของ อูจิกรีนที จากญี่ปุ่น
Step 2: ทำความสะอาดผิวอย่างหมดจด ด้วย SENKA Perfect Whip Acne Care วิปโฟมล้างหน้าฟองนุ่ม ลดโอกาสการเกิดสิวใน 4 สัปดาห์* ใช้ได้ทั้งเช้า - เย็น
ความรู้สึกหลังใช้
เนื้อผลิตภัณฑ์ : เนื้อโฟมมีสีเขียวอ่อนๆ เนื้อโฟมจะมีความละเอียดแน่น ข้น เนียนนุ่มตามแบบฉบับเของเซนกะ เนื้อโฟมนุ่มนิ่มมากเลย และยังช่วยกักเก็บน้ำและความชุ่มชื่นเหมือนเกราะป้องกันผิวระหว่างล้างหน้า ไม่รู้สึกเสียดสีกับผิวหน้าซึ่งจะทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยด้วยค่ะ ทำให้ล้างหน้าสะอาดหมดจดเลยนะยู มีความฟินในการล้างหน้ามาก แม่ปลื้มคร่าาา 5/5
กลิ่น : มีกลิ่นหอมอ่อนๆ 5/5
เรื่องการตีฟอง ใช้ตาข่ายตีฟองช่วย ตีไม่ยากนะยู แปปเดียวกก็ขึ้นแล้ว ที่สำคัญบีบแค่นิดเดียวประมาณ 1-2 ซ.ม. สำหรับใครที่ไม่มีตาข่ายก็ใช้นิ้วมือตีก็ได้นะคะ ได้โฟมที่ละเอียดเนียนนุ่มเหมือนกันซึ่งประหยัดมากๆเลย ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับปริมาณ หลอดนึงใช้ได้นานมากเลยนะยู 5/5
ผลลัพธ์หลังการใช้ SENKA Perfect Whip Acne Care : จากที่เราได้ลองใช้สักระยะนึงนะ ฟองหนานุ่มมากค่ะ รู้สึกได้คือความหน้าสะอาด ล้างออกง่าย ขจัดความมันบนใบหน้าหมดจด รู้สึกว่าผิวสะอาด และยังคงให้ความชุ่มชื่นกับผิว ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึงเลย เหมือนโฟมล้างหน้าที่มีฟองเยอะๆทั่วไป สิวอุดตันที่คางลดลง ไม่ค่อยมีสิวเกิดที่เดิมของแก้มข้างขวา พร้อมส่วนผสมที่ช่วยลดโอกาสการเกิดสิวของเราอีก พูดเลยว่าปลื้ม 4/5
Step 3: ฟื้นบำรุงผิวเปล่งประกาย ดูกระจ่างใส ชุ่มชื่น ลดเลือนจุดด่างดำด้วย SENKA White Beauty Lotion
เป็นไงบ้างคะเพื่อนๆ 3 steps พิชิตหน้าใส ง่ายใช่ม๊า มินปลื้มมาก ง่าย ดี และถูก
"สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าลองใช้" ลองซิแล้วจะติดใจ
Senka เป็นโฟมล้างหน้าที่สามารถตีโฟมฟองในหนานุ่นเหมือนวิปครีมได้ เป็นเจ้าแรกๆที่ทำให้ตลาดโฟมล้างหน้าต้องออกมาทำตามกันเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่ฟองโฟมหนาและมีความละเอียดกว่าโฟมทั่วๆไป จึงสามารถทำความสะอาดได้ดีกว่าโฟมล้างหน้าทั่วไปนะยู
Senka เป็นแบรนด์ภายใต้ บริษัท Shiseido นะยู เชื่อว่าหลายๆคนคงรู้จักโฟมล้างหน้า Shiseido Perfect Whip กันแน่ๆ มีหลายสูตรมาก เพื่อนๆสามารถเลือกซื้อสูตรที่เหมาะกับสภาพหน้าของตัวเองได้เลยแล้วและตอนนี้ราคาก็ถูกลงกว่าเมื่อก่อนและมีโปรโมชั่นมาบ่อยมากๆ (คือดีย์มากเลย)
SENKA Perfect Whip Acne Care โฉมใหม่นี้เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่เป็นสิว โดยลดโอกาสการเกิดสิวใน 4 สัปดาห์* แต่คนที่ไม่เป็นสิวก็ใช้ได้น๊า ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้ไข ซึ่งค่ารักษาสิวแพงมาก และใช้ระยะเวลานานกว่าจะหาย
ส่วนผสมหลัก
1. ซาลิไซลิก แอซิด ช่วยเรื่องการเกิดสิวซ้ำซาก ทำความสะอาดอย่างหมดจด และขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตัน ความมันส่วนเกิน, ลดแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว เลยทำให้ลดโอกาสการเกิดสิวด้วย จึงมอบผิวสะอาดใส
2. มอยส์เจอร์ไรเซอร์จากไวท์ โคคูน และดับเบิ้ล ไฮยาลูรอนิค ผสานด้วย เกียวโต คาโมมายล์ เอ็กซ์แทร็กซ์ ช่วยลดโอกาสการเกิดสิว แอนตี้ออกซิแดนท์ อ่อนโยนต่อผิว มอบผิวสวยดูสุขภาพดี เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น
*จากผลทดสอบทางคลินิก ในกลุ่มตัวอย่าง 30 คน โดย CIDP PTE LTD ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 22 มิ.ย. 2561 - 3 ก.ย. 2561
ปริมาณสุทธิ : ขนาด 100g ราคา 179 บาท แต่มินซื้อจากวัตสันช่วงโปร แค่ ราคา 159 บาท 5/5
ขนาด 50g ราคา 89 บาท
หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป และตาม ดรักสโตร์นะยู
แพคเกจ : เป็นหลอดสีเขียว เป็นสีที่สบายตา ตัวหนังสือสีน้ำขาว ตัวหลอดจะนิ่มๆไม่แข็ง ทำให้บีบใช้งานสะดวก 5/5
สภาพผิวมิน : เป็นผิวผสม มักจะมีเมือกๆตรงทีโซนระหว่างวัน มักเป็นสิวอุดตันง่ายโดยเฉพาะที่คาง สิวขึ้นซ้ำซากที่แก้มขวา และมีปัญหาสิวในช่วงวันนั้นของเดือนอยู่ทุกเดือน และรอยแผลเป็นหายยาก
วันนี้มินจะเผยเคล็ดลับหน้าใส เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น น่าสัมผัสด้วยผลิตภัณฑ์ของ SENKA กัน มี 3 Steps ง่ายๆดังนี้
Step 1 : SENKA A.L.L. Clear Water Micellar ทำความสะอาดหมดจด 3 ประการ ทั้งเมคอัพ มลภาวะ ความมันส่วนเกิน สูตร FRESH ช่วยควบคุมความมัน พร้อม Antioxidant ด้วยส่วนผสมของ อูจิกรีนที จากญี่ปุ่น
Step 2: ทำความสะอาดผิวอย่างหมดจด ด้วย SENKA Perfect Whip Acne Care วิปโฟมล้างหน้าฟองนุ่ม ลดโอกาสการเกิดสิวใน 4 สัปดาห์* ใช้ได้ทั้งเช้า - เย็น
ความรู้สึกหลังใช้
เนื้อผลิตภัณฑ์ : เนื้อโฟมมีสีเขียวอ่อนๆ เนื้อโฟมจะมีความละเอียดแน่น ข้น เนียนนุ่มตามแบบฉบับเของเซนกะ เนื้อโฟมนุ่มนิ่มมากเลย และยังช่วยกักเก็บน้ำและความชุ่มชื่นเหมือนเกราะป้องกันผิวระหว่างล้างหน้า ไม่รู้สึกเสียดสีกับผิวหน้าซึ่งจะทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยด้วยค่ะ ทำให้ล้างหน้าสะอาดหมดจดเลยนะยู มีความฟินในการล้างหน้ามาก แม่ปลื้มคร่าาา 5/5
กลิ่น : มีกลิ่นหอมอ่อนๆ 5/5
เรื่องการตีฟอง ใช้ตาข่ายตีฟองช่วย ตีไม่ยากนะยู แปปเดียวกก็ขึ้นแล้ว ที่สำคัญบีบแค่นิดเดียวประมาณ 1-2 ซ.ม. สำหรับใครที่ไม่มีตาข่ายก็ใช้นิ้วมือตีก็ได้นะคะ ได้โฟมที่ละเอียดเนียนนุ่มเหมือนกันซึ่งประหยัดมากๆเลย ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับปริมาณ หลอดนึงใช้ได้นานมากเลยนะยู 5/5
ผลลัพธ์หลังการใช้ SENKA Perfect Whip Acne Care : จากที่เราได้ลองใช้สักระยะนึงนะ ฟองหนานุ่มมากค่ะ รู้สึกได้คือความหน้าสะอาด ล้างออกง่าย ขจัดความมันบนใบหน้าหมดจด รู้สึกว่าผิวสะอาด และยังคงให้ความชุ่มชื่นกับผิว ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึงเลย เหมือนโฟมล้างหน้าที่มีฟองเยอะๆทั่วไป สิวอุดตันที่คางลดลง ไม่ค่อยมีสิวเกิดที่เดิมของแก้มข้างขวา พร้อมส่วนผสมที่ช่วยลดโอกาสการเกิดสิวของเราอีก พูดเลยว่าปลื้ม 4/5
Step 3: ฟื้นบำรุงผิวเปล่งประกาย ดูกระจ่างใส ชุ่มชื่น ลดเลือนจุดด่างดำด้วย SENKA White Beauty Lotion
เป็นไงบ้างคะเพื่อนๆ 3 steps พิชิตหน้าใส ง่ายใช่ม๊า มินปลื้มมาก ง่าย ดี และถูก
"สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าลองใช้" ลองซิแล้วจะติดใจ
★
★
★
★
★
(3.86)
สวัสดีคร่าเพื่อนๆทุกคนน ถึงจะหน้าฝนแต่อากาศก็ร้อนมากกเช่นกัน แดดแรงจัดส่งผลให้ผิวหน้าของเราหมองคล้ำ ไม่มีชีวิตชีวา ร่วมกับช่วงนี้มินชอบไปเที่ยว อยากมีรูปสวยๆ ก็ต้องตากแดด ยิ่งทำให้หน้ามินหมองคล้ำลงไปเยอะมากๆวันนี้มินจะมีรีวิวผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังในเรื่องการสครับของอเมริกา แต่!!!!!!! ไม่ได้มารีวิวตัวสครับนะคะเพื่อนๆ มาเมาส์มอย ครีมบำรุงผิวที่ St.Ives ออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่มาช่วยให้หน้าไบร์ทด้วยเพราะมีวิตามินซีสูง และมีแอนติออกซิแดนท์ร่วมด้วย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก มีสารสกัดจากธรรมชาติ 100%*** Alcohol Free, Paraben Free, Silicone Free ไม่ว่าจะเป็นผิวแบบไหน ผิวบอบบาง แพ้ง่าย ผิวมัน ทีโซน หรือผิวแห้ง ก็ใช้ได้หมดเลย ดีงามไหมล่ะเพื่อนๆๆซึ่ง St.Ives ได้ออกไลน์มาใหม่มี 3 สูตร คือSt. Ives Smooth & Glowing Facial Cleanser & Pudding CreamSt. Ives Bright & Radiant Facial Cleanser & Hydrating GelSt. Ives Renewing Facial Cleanser & Soft Creamวันนี้มินมารีวิว สูตร St. Ives Bright & Radiant Hydrating Gel เพราะว่ามินอยากขาวขึ้น นางผสานสารสกัดจากพิงค์เลม่อนและพีชจากธรรมชาติ 100% บอกลาความหมองคล้ำ ผิวฉ่ำเด้ง ไบร์ทสุดๆ มี antioxidants และ วิตามินซีช่วยให้ผิวที่หมองคล้ำกระจ่างใสขึ้นมินลองใช้ชนิดซอง พกพาสะดวกประหยัดเนื้อที่และน้ำหนักในกระเป๋าเดินทาง 7-11 ก็มีขาย ปริมาณ 10 กรัม อยู่ที่ 49 บาทจ้า คุ้มค่าในส่วนผสมและความเป็น Organic 100%Texture : เป็นเนื้อเจลใส บางเบาเกลี่ยง่ายมาก เมื่อทาลงไปแล้ว จะแตกตัวซึมลงสู่ผิวเลย ใช้แล้วไม่เป็นคราบเลย เหมาะกับผิวสาวไทยและสภาพอากาศเมืองไทยมากกกกกกกก ไม่มันไม่เยิ้ม ไม่เหนอะหนะ ทาแล้วเย็นๆที่ผิวหน้า รู้สึกผิวสดชื่น ฟินจ้าฟินนนนนน 4/5กลิ่น : หอมมากกก กอไก่ล้านตัว หอมติดมือ ติดแก้มเลย ถ้าหอมแก้มตัวเองได้คงหอมไปแล้ว แต่หอมไม่ได้เลยต้องดมมือตัวเองแทน กลิ่นตามชื่อสูตรเลยน้องมะนาว & พีช คือ กลิ่นออกพีชมากกว่า เปรี้ยวๆผสมหวาน ออกแนวฟรุ๊ตตี้ หอม สดชื่น เฟรชมากๆ 5/5ผลลัพธ์ : ใช้แล้วไม่รู้สึกถึงการกัดของผิวนะคะเพื่อน ไม่ต้องกังวลไป นางมีวิตามินซีจากธรรมชาติสูงมากช่วยผลัดเซลล์เก่า ผิวหน้ากระจ่างใส บำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ไม่ทำให้หน้ามินมันเพิ่มน๊า แต่ทำให้ผิวดูฉ่ำ โกลว์มาก รู้สึกได้ว่าผิวหน้าไม่หมองคล้ำแล้ว มีความสม่ำเสมอของสีผิวเพราะมีสารสกัดจาก Pink Lemon และ Peach ดีที่สุดคือไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว WOWWW มินจึงมีผิวที่แข็งแรง สดใส ไงล่ะเพื่อนๆ***เรื่องความใสมินว่าใช้คู่กับ Bright & Radiant Pink Lemon & Peach ลองใช้ประมาณ 2 สัปดาห์ ผิวใสขึ้น 5/5ความชุ่มชื้น : ช่วยให้ผิวหน้ามินชุ่มชื้นกลางๆ 4/5Trick1.เพื่อนๆสามารถนำไปแช่เย็นก่อนแล้วทาหนาๆเป็น Sleeping Mask ได้จะรู้สึกความฟินก่อนนอนมาก หลับสบายยยยยย2.ถ้าใช้สูตรนี้แล้วเพื่อนๆปลื้มปริ่ม เพื่อนๆสามารถใช้ทั้ง 3 ตัวพร้อมกันได้เลย โดยทาเป็นเลเยอร์Hydrating Gel >>> Pudding Cream >>> Soft Cream สุดยอดมาก!!ตอนนี้ St. Ives Bright & Radiant Hydrating Gel อยู่ในคลังสกินแคร์ที่มินใช้ประจำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของมินในเรื่อง หน้านุ่ม กระจ่างใส หมดกังวลกับรอยหมองคล้ำ ใครกำลังมองหา Skincare ที่มีคุณภาพ และมีส่วนผสมจากธรรมชาติ ราคาไม่แพง ที่สำคัญมีโปรบ่อยมาก ชอบตรงนี้ ลองได้น๊า แล้วเพื่อนๆจะติดใจเหมือนมิน
สวัสดีคร่าเพื่อนๆทุกคนน ถึงจะหน้าฝนแต่อากาศก็ร้อนมากกเช่นกัน แดดแรงจัดส่งผลให้ผิวหน้าของเราหมองคล้ำ ไม่มีชีวิตชีวา ร่วมกับช่วงนี้มินชอบไปเที่ยว อยากมีรูปสวยๆ ก็ต้องตากแดด ยิ่งทำให้หน้ามินหมองคล้ำลงไปเยอะมากๆ
วันนี้มินจะมีรีวิวผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังในเรื่องการสครับของอเมริกา แต่!!!!!!! ไม่ได้มารีวิวตัวสครับนะคะเพื่อนๆ มาเมาส์มอย ครีมบำรุงผิวที่ St.Ives ออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่มาช่วยให้หน้าไบร์ทด้วยเพราะมีวิตามินซีสูง และมีแอนติออกซิแดนท์ร่วมด้วย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก มีสารสกัดจากธรรมชาติ 100%
*** Alcohol Free, Paraben Free, Silicone Free ไม่ว่าจะเป็นผิวแบบไหน ผิวบอบบาง แพ้ง่าย ผิวมัน ทีโซน หรือผิวแห้ง ก็ใช้ได้หมดเลย ดีงามไหมล่ะเพื่อนๆๆ
ซึ่ง St.Ives ได้ออกไลน์มาใหม่มี 3 สูตร คือ
St. Ives Smooth & Glowing Facial Cleanser & Pudding Cream
St. Ives Bright & Radiant Facial Cleanser & Hydrating Gel
St. Ives Renewing Facial Cleanser & Soft Cream
วันนี้มินมารีวิว สูตร St. Ives Bright & Radiant Hydrating Gel เพราะว่ามินอยากขาวขึ้น นางผสานสารสกัดจากพิงค์เลม่อนและพีชจากธรรมชาติ 100% บอกลาความหมองคล้ำ ผิวฉ่ำเด้ง ไบร์ทสุดๆ มี antioxidants และ วิตามินซีช่วยให้ผิวที่หมองคล้ำกระจ่างใสขึ้น
มินลองใช้ชนิดซอง พกพาสะดวกประหยัดเนื้อที่และน้ำหนักในกระเป๋าเดินทาง 7-11 ก็มีขาย ปริมาณ 10 กรัม อยู่ที่ 49 บาทจ้า คุ้มค่าในส่วนผสมและความเป็น Organic 100%
Texture : เป็นเนื้อเจลใส บางเบาเกลี่ยง่ายมาก เมื่อทาลงไปแล้ว จะแตกตัวซึมลงสู่ผิวเลย ใช้แล้วไม่เป็นคราบเลย เหมาะกับผิวสาวไทยและสภาพอากาศเมืองไทยมากกกกกกกก ไม่มันไม่เยิ้ม ไม่เหนอะหนะ ทาแล้วเย็นๆที่ผิวหน้า รู้สึกผิวสดชื่น ฟินจ้าฟินนนนนน 4/5
กลิ่น : หอมมากกก กอไก่ล้านตัว หอมติดมือ ติดแก้มเลย ถ้าหอมแก้มตัวเองได้คงหอมไปแล้ว แต่หอมไม่ได้เลยต้องดมมือตัวเองแทน กลิ่นตามชื่อสูตรเลยน้องมะนาว & พีช คือ กลิ่นออกพีชมากกว่า เปรี้ยวๆผสมหวาน ออกแนวฟรุ๊ตตี้ หอม สดชื่น เฟรชมากๆ 5/5
ผลลัพธ์ : ใช้แล้วไม่รู้สึกถึงการกัดของผิวนะคะเพื่อน ไม่ต้องกังวลไป นางมีวิตามินซีจากธรรมชาติสูงมากช่วยผลัดเซลล์เก่า ผิวหน้ากระจ่างใส บำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ไม่ทำให้หน้ามินมันเพิ่มน๊า แต่ทำให้ผิวดูฉ่ำ โกลว์มาก รู้สึกได้ว่าผิวหน้าไม่หมองคล้ำแล้ว มีความสม่ำเสมอของสีผิวเพราะมีสารสกัดจาก Pink Lemon และ Peach ดีที่สุดคือไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว WOWWW มินจึงมีผิวที่แข็งแรง สดใส ไงล่ะเพื่อนๆ
***เรื่องความใสมินว่าใช้คู่กับ Bright & Radiant Pink Lemon & Peach ลองใช้ประมาณ 2 สัปดาห์ ผิวใสขึ้น 5/5
ความชุ่มชื้น : ช่วยให้ผิวหน้ามินชุ่มชื้นกลางๆ 4/5
Trick
1.เพื่อนๆสามารถนำไปแช่เย็นก่อนแล้วทาหนาๆเป็น Sleeping Mask ได้จะรู้สึกความฟินก่อนนอนมาก หลับสบายยยยยย
2.ถ้าใช้สูตรนี้แล้วเพื่อนๆปลื้มปริ่ม เพื่อนๆสามารถใช้ทั้ง 3 ตัวพร้อมกันได้เลย โดยทาเป็นเลเยอร์
Hydrating Gel >>> Pudding Cream >>> Soft Cream สุดยอดมาก!!
ตอนนี้ St. Ives Bright & Radiant Hydrating Gel อยู่ในคลังสกินแคร์ที่มินใช้ประจำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของมินในเรื่อง หน้านุ่ม กระจ่างใส หมดกังวลกับรอยหมองคล้ำ ใครกำลังมองหา Skincare ที่มีคุณภาพ และมีส่วนผสมจากธรรมชาติ ราคาไม่แพง ที่สำคัญมีโปรบ่อยมาก ชอบตรงนี้ ลองได้น๊า แล้วเพื่อนๆจะติดใจเหมือนมิน
วันนี้มินจะมีรีวิวผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังในเรื่องการสครับของอเมริกา แต่!!!!!!! ไม่ได้มารีวิวตัวสครับนะคะเพื่อนๆ มาเมาส์มอย ครีมบำรุงผิวที่ St.Ives ออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่มาช่วยให้หน้าไบร์ทด้วยเพราะมีวิตามินซีสูง และมีแอนติออกซิแดนท์ร่วมด้วย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก มีสารสกัดจากธรรมชาติ 100%
*** Alcohol Free, Paraben Free, Silicone Free ไม่ว่าจะเป็นผิวแบบไหน ผิวบอบบาง แพ้ง่าย ผิวมัน ทีโซน หรือผิวแห้ง ก็ใช้ได้หมดเลย ดีงามไหมล่ะเพื่อนๆๆ
ซึ่ง St.Ives ได้ออกไลน์มาใหม่มี 3 สูตร คือ
St. Ives Smooth & Glowing Facial Cleanser & Pudding Cream
St. Ives Bright & Radiant Facial Cleanser & Hydrating Gel
St. Ives Renewing Facial Cleanser & Soft Cream
วันนี้มินมารีวิว สูตร St. Ives Bright & Radiant Hydrating Gel เพราะว่ามินอยากขาวขึ้น นางผสานสารสกัดจากพิงค์เลม่อนและพีชจากธรรมชาติ 100% บอกลาความหมองคล้ำ ผิวฉ่ำเด้ง ไบร์ทสุดๆ มี antioxidants และ วิตามินซีช่วยให้ผิวที่หมองคล้ำกระจ่างใสขึ้น
มินลองใช้ชนิดซอง พกพาสะดวกประหยัดเนื้อที่และน้ำหนักในกระเป๋าเดินทาง 7-11 ก็มีขาย ปริมาณ 10 กรัม อยู่ที่ 49 บาทจ้า คุ้มค่าในส่วนผสมและความเป็น Organic 100%
Texture : เป็นเนื้อเจลใส บางเบาเกลี่ยง่ายมาก เมื่อทาลงไปแล้ว จะแตกตัวซึมลงสู่ผิวเลย ใช้แล้วไม่เป็นคราบเลย เหมาะกับผิวสาวไทยและสภาพอากาศเมืองไทยมากกกกกกกก ไม่มันไม่เยิ้ม ไม่เหนอะหนะ ทาแล้วเย็นๆที่ผิวหน้า รู้สึกผิวสดชื่น ฟินจ้าฟินนนนนน 4/5
กลิ่น : หอมมากกก กอไก่ล้านตัว หอมติดมือ ติดแก้มเลย ถ้าหอมแก้มตัวเองได้คงหอมไปแล้ว แต่หอมไม่ได้เลยต้องดมมือตัวเองแทน กลิ่นตามชื่อสูตรเลยน้องมะนาว & พีช คือ กลิ่นออกพีชมากกว่า เปรี้ยวๆผสมหวาน ออกแนวฟรุ๊ตตี้ หอม สดชื่น เฟรชมากๆ 5/5
ผลลัพธ์ : ใช้แล้วไม่รู้สึกถึงการกัดของผิวนะคะเพื่อน ไม่ต้องกังวลไป นางมีวิตามินซีจากธรรมชาติสูงมากช่วยผลัดเซลล์เก่า ผิวหน้ากระจ่างใส บำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ไม่ทำให้หน้ามินมันเพิ่มน๊า แต่ทำให้ผิวดูฉ่ำ โกลว์มาก รู้สึกได้ว่าผิวหน้าไม่หมองคล้ำแล้ว มีความสม่ำเสมอของสีผิวเพราะมีสารสกัดจาก Pink Lemon และ Peach ดีที่สุดคือไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว WOWWW มินจึงมีผิวที่แข็งแรง สดใส ไงล่ะเพื่อนๆ
***เรื่องความใสมินว่าใช้คู่กับ Bright & Radiant Pink Lemon & Peach ลองใช้ประมาณ 2 สัปดาห์ ผิวใสขึ้น 5/5
ความชุ่มชื้น : ช่วยให้ผิวหน้ามินชุ่มชื้นกลางๆ 4/5
Trick
1.เพื่อนๆสามารถนำไปแช่เย็นก่อนแล้วทาหนาๆเป็น Sleeping Mask ได้จะรู้สึกความฟินก่อนนอนมาก หลับสบายยยยยย
2.ถ้าใช้สูตรนี้แล้วเพื่อนๆปลื้มปริ่ม เพื่อนๆสามารถใช้ทั้ง 3 ตัวพร้อมกันได้เลย โดยทาเป็นเลเยอร์
Hydrating Gel >>> Pudding Cream >>> Soft Cream สุดยอดมาก!!
ตอนนี้ St. Ives Bright & Radiant Hydrating Gel อยู่ในคลังสกินแคร์ที่มินใช้ประจำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของมินในเรื่อง หน้านุ่ม กระจ่างใส หมดกังวลกับรอยหมองคล้ำ ใครกำลังมองหา Skincare ที่มีคุณภาพ และมีส่วนผสมจากธรรมชาติ ราคาไม่แพง ที่สำคัญมีโปรบ่อยมาก ชอบตรงนี้ ลองได้น๊า แล้วเพื่อนๆจะติดใจเหมือนมิน
★
★
★
★
★
(5.00)
สวัสดีคร่าเพื่อนๆทุกคนน ถึงจะหน้าฝนแต่อากาศก็ร้อนมากก แดดแรงจัดส่งผลให้ผิวหน้าของเราหมองคล้ำ ไม่มีชีวิตชีวาแถมมลพิษก็เยอะ พวกฝุ่นควันต่างๆ ก่อให้เกิดพวกสิวอีก พอมีสิวก็กดจ้าทำให้มีจุดด่างดำที่เกิดจากพวกสิวอีก ร่วมกับช่วงนี้มินชอบไปเที่ยว อยากมีรูปสวยๆ ก็ต้องตากแดด ยิ่งทำให้หน้ามินหมองคล้ำลงไปเยอะมากๆวันนี้มินจะมีรีวิวผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังในเรื่องการสครับของอเมริกา แต่!!!!!!! ไม่ได้มารีวิวตัวสครับนะคะเพื่อนๆ มาเมาส์มอย แค่โฟมล้างหน้าที่ช่วยให้หน้าไบร์ท นั่นก็คือผลิตภัณฑ์จาก ST.IVES ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก มีสารสกัดจากธรรมชาติ 100%*** ALCOHOL FREE PARABEN FREE SILICONE FREEไม่มีสบู่ ผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังมาแล้ว แถมยังปรับ PH ให้เข้ากับผิวเราอีก (มีค่าเป็นกลางอยู่ที่ 7 ไม่เป็นอันตรายกับผิว มีความสมดุลที่พอดีค่ะ ไม่มีกรด ไม่มีด่าง มั่นใจ ปลอดภัยได้เลย) อู้หู้ พึ่งรู้นะเนี่ยว่าโฟมล้างหน้าที่ดีต้องมีฤทธิ์เป็นกลาง ของเขาดีจริง ปรบมืออ ดังนั้น ผิวแบบไหนก็ใช้ได้นะคะเพื่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นผิวแพ้ง่าย หรือบอบบาง ใช้ได้หมด ไม่ต้องกังวลใจซึ่ง St.Ives ได้ออกไลน์มาใหม่มี 3 สูตร คือSmooth & Glowing ApricotBright & Radiant Pink Lemon & PeachRenewing Avocado & Coconutวันนี้มินมารีวิว สูตร Bright & Radiant Pink Lemon & Peach นางผสานสารสกัดจากพิงค์เลม่อนและพีชจากธรรมชาติ 100% บอกลาความหมองคล้ำ ผิวฉ่ำเด้ง ไบร์ทได้สุด ๆ มี antioxidants และ วิตามินช่วยให้ผิวที่หมองคล้ำ กระจ่างใสขึ้น และขจัดฝุ่น ควัน สิ่งสกปรก และไขมันส่วนเกิน เดี๋ยวนี้แค่สกินแคร์ไม่พอแล้ว ต้องมีโฟมล้างหน้ามาช่วยให้ผิวไบร์ทขึ้นปริมาณ 105 กรัม อยู่ที่ 199 บาทจ้า คุ้มค่าในส่วนผสมและความเป็น Organic 100% 5/5แพคเกจจิ้ง : น่าร๊ากมากกก มินชอบสีหลอด ที่เป็นสีชมพูพาสเทล ดูสดใสTexture : เป็นแบบเนื้อครีม สีขาว เนียนนุ่ม แต่เหลวไปนิสนึง ใช้เพียงนิสเดียวพอน๊า (เวลาเทให้ระวัง จะไหลออกมาเยอะเกิ๊น ) ถึงจะเป็นเนื้อครีมแต่ตีฟองง่ายมาก สาวๆคนไหนชอบฟองเยอะแนะนำใช้ตาข่ายตีฟองเป็นตัวช่วย เมื่อสัมผัสกับหน้าฟองเนียนนุ่มมาก ไม่บาดหน้า ไม่แสบตาเลย และล้างน้ำออกง่ายมาก ฟินจ้าฟินนนนนน 4/5วิธีใช้ : ล้างหน้าให้สะอาด บีบโฟมเล็กน้อย เท่าเหรียญ 10 พอ เวลาเทเพื่อนๆต้องระวังนะคะ เด๋วจะพรวดพราดออกกันมาเยอะแยะ ผสมน้ำให้เกิดฟองนุ่ม ถ้าเพื่อนๆมีเวลาน้อยก็ใช้มือตี แต่ถ้าเพื่อนๆคนไหนชอบฟองเยอะๆ ใช้ตาข่ายตีฟองนะคะ แป๊บเดียวฟองฟูฟ่อง สมใจแน่นอนคะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดการเสียดสีของฝ่ามือเมื่อสัมผัสลงบนผิวหน้า นวดเบาๆด้วยปลายนิ้วมือให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ล้างออกด้วยน้ำสะอาดTrick ห้ามล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเด็ดขาด เพราะยิ่งทำให้รูขุมขนเราขยายตัวกว้างขึ้นกลิ่น : หอมมากกก กอไก่ล้านตัว หอมติดมือ ติดแก้มเลย ถ้าหอมแก้มตัวเองได้คงหอมไปแล้ว แต่หอมไม่ได้เลยต้องดมมือตัวเองแทน กลิ่นออกเปรี้ยวๆผสมหวาน ออกแนวฟรุ๊ตตี้ หอม สดชื่น เฟรชมากๆ ล้างหน้าแล้วฟินดีจ้า 5/5ผลลัพธ์ : ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึก ล้างหน้าแล้วรู้สึกผิวสะอาด สดชื่น ไม่ทิ้งความมันและสิ่งสกปรกไม่ใบหน้าเลย ช่วยลดการอุดตัน และที่สำคัญไม่เอี๊ยดและไม่แห้งตึงนะจ๊ะ พร้อมให้ความชุ่มชื่น นุ่มสบายผิว แถมช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นด้วย Pink Lemon ที่เป็นตัวช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่าและ Peach ที่อัดแน่นไปด้วยวิตามินซี ที่ทำให้หน้าไม่หมอง เหมือนล้างหน้าไปพร้อมกับฟื้นฟูผิวให้สว่างใสไปด้วย ดีต่อใจมากกก 5/5***เรื่องความใสมินว่าใช้คู่กับ St. Ives Bright & Radiant Hydrating Gel ลองใช้ประมาณ 2 สัปดาห์ ผิวใสไบรท์ขึ้นความชุ่มชื้น : ล้างหน้าแล้วยังมีความชุ่มชื้นของผิวอยู่ และไม่แห้งตึง 5/5St. Ives Bright & Radiant Facial Cleanser ตอบโจทย์ความต้องการของมินในเรื่องของความกระจ่างใส หมดกังวลกับรอยหมองคล้ำ ใครกำลังมองหา โฟมล้างหน้าคุณภาพที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ราคาไม่แพง ที่สำคัญมีโปรบ่อยมาก ชอบตรงนี้ ซึ่ง St. Ives Facial Cleanser มีทั้งหมด 3 สูตร เพื่อนๆสามารถเลือกให้ตรงกับตามต้องการของผิวหน้าได้เลย ลองใช้แล้วจะติดใจแบบมินน๊าาาา
สวัสดีคร่าเพื่อนๆทุกคนน ถึงจะหน้าฝนแต่อากาศก็ร้อนมากก แดดแรงจัดส่งผลให้ผิวหน้าของเราหมองคล้ำ ไม่มีชีวิตชีวาแถมมลพิษก็เยอะ พวกฝุ่นควันต่างๆ ก่อให้เกิดพวกสิวอีก พอมีสิวก็กดจ้าทำให้มีจุดด่างดำที่เกิดจากพวกสิวอีก ร่วมกับช่วงนี้มินชอบไปเที่ยว อยากมีรูปสวยๆ ก็ต้องตากแดด ยิ่งทำให้หน้ามินหมองคล้ำลงไปเยอะมากๆ
วันนี้มินจะมีรีวิวผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังในเรื่องการสครับของอเมริกา แต่!!!!!!! ไม่ได้มารีวิวตัวสครับนะคะเพื่อนๆ มาเมาส์มอย แค่โฟมล้างหน้าที่ช่วยให้หน้าไบร์ท นั่นก็คือผลิตภัณฑ์จาก ST.IVES ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก มีสารสกัดจากธรรมชาติ 100%
*** ALCOHOL FREE PARABEN FREE SILICONE FREE
ไม่มีสบู่ ผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังมาแล้ว แถมยังปรับ PH ให้เข้ากับผิวเราอีก (มีค่าเป็นกลางอยู่ที่ 7 ไม่เป็นอันตรายกับผิว มีความสมดุลที่พอดีค่ะ ไม่มีกรด ไม่มีด่าง มั่นใจ ปลอดภัยได้เลย) อู้หู้ พึ่งรู้นะเนี่ยว่าโฟมล้างหน้าที่ดีต้องมีฤทธิ์เป็นกลาง ของเขาดีจริง ปรบมืออ ดังนั้น ผิวแบบไหนก็ใช้ได้นะคะเพื่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นผิวแพ้ง่าย หรือบอบบาง ใช้ได้หมด ไม่ต้องกังวลใจ
ซึ่ง St.Ives ได้ออกไลน์มาใหม่มี 3 สูตร คือ
Smooth & Glowing Apricot
Bright & Radiant Pink Lemon & Peach
Renewing Avocado & Coconut
วันนี้มินมารีวิว สูตร Bright & Radiant Pink Lemon & Peach นางผสานสารสกัดจากพิงค์เลม่อนและพีชจากธรรมชาติ 100% บอกลาความหมองคล้ำ ผิวฉ่ำเด้ง ไบร์ทได้สุด ๆ มี antioxidants และ วิตามินช่วยให้ผิวที่หมองคล้ำ กระจ่างใสขึ้น และขจัดฝุ่น ควัน สิ่งสกปรก และไขมันส่วนเกิน เดี๋ยวนี้แค่สกินแคร์ไม่พอแล้ว ต้องมีโฟมล้างหน้ามาช่วยให้ผิวไบร์ทขึ้น
ปริมาณ 105 กรัม อยู่ที่ 199 บาทจ้า คุ้มค่าในส่วนผสมและความเป็น Organic 100% 5/5
แพคเกจจิ้ง : น่าร๊ากมากกก มินชอบสีหลอด ที่เป็นสีชมพูพาสเทล ดูสดใส
Texture : เป็นแบบเนื้อครีม สีขาว เนียนนุ่ม แต่เหลวไปนิสนึง ใช้เพียงนิสเดียวพอน๊า (เวลาเทให้ระวัง จะไหลออกมาเยอะเกิ๊น ) ถึงจะเป็นเนื้อครีมแต่ตีฟองง่ายมาก สาวๆคนไหนชอบฟองเยอะแนะนำใช้ตาข่ายตีฟองเป็นตัวช่วย เมื่อสัมผัสกับหน้าฟองเนียนนุ่มมาก ไม่บาดหน้า ไม่แสบตาเลย และล้างน้ำออกง่ายมาก ฟินจ้าฟินนนนนน 4/5
วิธีใช้ : ล้างหน้าให้สะอาด บีบโฟมเล็กน้อย เท่าเหรียญ 10 พอ เวลาเทเพื่อนๆต้องระวังนะคะ เด๋วจะพรวดพราดออกกันมาเยอะแยะ ผสมน้ำให้เกิดฟองนุ่ม ถ้าเพื่อนๆมีเวลาน้อยก็ใช้มือตี แต่ถ้าเพื่อนๆคนไหนชอบฟองเยอะๆ ใช้ตาข่ายตีฟองนะคะ แป๊บเดียวฟองฟูฟ่อง สมใจแน่นอนคะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดการเสียดสีของฝ่ามือเมื่อสัมผัสลงบนผิวหน้า นวดเบาๆด้วยปลายนิ้วมือให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
Trick ห้ามล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเด็ดขาด เพราะยิ่งทำให้รูขุมขนเราขยายตัวกว้างขึ้น
กลิ่น : หอมมากกก กอไก่ล้านตัว หอมติดมือ ติดแก้มเลย ถ้าหอมแก้มตัวเองได้คงหอมไปแล้ว แต่หอมไม่ได้เลยต้องดมมือตัวเองแทน กลิ่นออกเปรี้ยวๆผสมหวาน ออกแนวฟรุ๊ตตี้ หอม สดชื่น เฟรชมากๆ ล้างหน้าแล้วฟินดีจ้า 5/5
ผลลัพธ์ : ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึก ล้างหน้าแล้วรู้สึกผิวสะอาด สดชื่น ไม่ทิ้งความมันและสิ่งสกปรกไม่ใบหน้าเลย ช่วยลดการอุดตัน และที่สำคัญไม่เอี๊ยดและไม่แห้งตึงนะจ๊ะ พร้อมให้ความชุ่มชื่น นุ่มสบายผิว แถมช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นด้วย Pink Lemon ที่เป็นตัวช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่าและ Peach ที่อัดแน่นไปด้วยวิตามินซี ที่ทำให้หน้าไม่หมอง เหมือนล้างหน้าไปพร้อมกับฟื้นฟูผิวให้สว่างใสไปด้วย ดีต่อใจมากกก 5/5
***เรื่องความใสมินว่าใช้คู่กับ St. Ives Bright & Radiant Hydrating Gel ลองใช้ประมาณ 2 สัปดาห์ ผิวใสไบรท์ขึ้น
ความชุ่มชื้น : ล้างหน้าแล้วยังมีความชุ่มชื้นของผิวอยู่ และไม่แห้งตึง 5/5
St. Ives Bright & Radiant Facial Cleanser ตอบโจทย์ความต้องการของมินในเรื่องของความกระจ่างใส หมดกังวลกับรอยหมองคล้ำ ใครกำลังมองหา โฟมล้างหน้าคุณภาพที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ราคาไม่แพง ที่สำคัญมีโปรบ่อยมาก ชอบตรงนี้ ซึ่ง St. Ives Facial Cleanser มีทั้งหมด 3 สูตร เพื่อนๆสามารถเลือกให้ตรงกับตามต้องการของผิวหน้าได้เลย ลองใช้แล้วจะติดใจแบบมินน๊าาาา
วันนี้มินจะมีรีวิวผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังในเรื่องการสครับของอเมริกา แต่!!!!!!! ไม่ได้มารีวิวตัวสครับนะคะเพื่อนๆ มาเมาส์มอย แค่โฟมล้างหน้าที่ช่วยให้หน้าไบร์ท นั่นก็คือผลิตภัณฑ์จาก ST.IVES ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก มีสารสกัดจากธรรมชาติ 100%
*** ALCOHOL FREE PARABEN FREE SILICONE FREE
ไม่มีสบู่ ผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนังมาแล้ว แถมยังปรับ PH ให้เข้ากับผิวเราอีก (มีค่าเป็นกลางอยู่ที่ 7 ไม่เป็นอันตรายกับผิว มีความสมดุลที่พอดีค่ะ ไม่มีกรด ไม่มีด่าง มั่นใจ ปลอดภัยได้เลย) อู้หู้ พึ่งรู้นะเนี่ยว่าโฟมล้างหน้าที่ดีต้องมีฤทธิ์เป็นกลาง ของเขาดีจริง ปรบมืออ ดังนั้น ผิวแบบไหนก็ใช้ได้นะคะเพื่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นผิวแพ้ง่าย หรือบอบบาง ใช้ได้หมด ไม่ต้องกังวลใจ
ซึ่ง St.Ives ได้ออกไลน์มาใหม่มี 3 สูตร คือ
Smooth & Glowing Apricot
Bright & Radiant Pink Lemon & Peach
Renewing Avocado & Coconut
วันนี้มินมารีวิว สูตร Bright & Radiant Pink Lemon & Peach นางผสานสารสกัดจากพิงค์เลม่อนและพีชจากธรรมชาติ 100% บอกลาความหมองคล้ำ ผิวฉ่ำเด้ง ไบร์ทได้สุด ๆ มี antioxidants และ วิตามินช่วยให้ผิวที่หมองคล้ำ กระจ่างใสขึ้น และขจัดฝุ่น ควัน สิ่งสกปรก และไขมันส่วนเกิน เดี๋ยวนี้แค่สกินแคร์ไม่พอแล้ว ต้องมีโฟมล้างหน้ามาช่วยให้ผิวไบร์ทขึ้น
ปริมาณ 105 กรัม อยู่ที่ 199 บาทจ้า คุ้มค่าในส่วนผสมและความเป็น Organic 100% 5/5
แพคเกจจิ้ง : น่าร๊ากมากกก มินชอบสีหลอด ที่เป็นสีชมพูพาสเทล ดูสดใส
Texture : เป็นแบบเนื้อครีม สีขาว เนียนนุ่ม แต่เหลวไปนิสนึง ใช้เพียงนิสเดียวพอน๊า (เวลาเทให้ระวัง จะไหลออกมาเยอะเกิ๊น ) ถึงจะเป็นเนื้อครีมแต่ตีฟองง่ายมาก สาวๆคนไหนชอบฟองเยอะแนะนำใช้ตาข่ายตีฟองเป็นตัวช่วย เมื่อสัมผัสกับหน้าฟองเนียนนุ่มมาก ไม่บาดหน้า ไม่แสบตาเลย และล้างน้ำออกง่ายมาก ฟินจ้าฟินนนนนน 4/5
วิธีใช้ : ล้างหน้าให้สะอาด บีบโฟมเล็กน้อย เท่าเหรียญ 10 พอ เวลาเทเพื่อนๆต้องระวังนะคะ เด๋วจะพรวดพราดออกกันมาเยอะแยะ ผสมน้ำให้เกิดฟองนุ่ม ถ้าเพื่อนๆมีเวลาน้อยก็ใช้มือตี แต่ถ้าเพื่อนๆคนไหนชอบฟองเยอะๆ ใช้ตาข่ายตีฟองนะคะ แป๊บเดียวฟองฟูฟ่อง สมใจแน่นอนคะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดการเสียดสีของฝ่ามือเมื่อสัมผัสลงบนผิวหน้า นวดเบาๆด้วยปลายนิ้วมือให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
Trick ห้ามล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นเด็ดขาด เพราะยิ่งทำให้รูขุมขนเราขยายตัวกว้างขึ้น
กลิ่น : หอมมากกก กอไก่ล้านตัว หอมติดมือ ติดแก้มเลย ถ้าหอมแก้มตัวเองได้คงหอมไปแล้ว แต่หอมไม่ได้เลยต้องดมมือตัวเองแทน กลิ่นออกเปรี้ยวๆผสมหวาน ออกแนวฟรุ๊ตตี้ หอม สดชื่น เฟรชมากๆ ล้างหน้าแล้วฟินดีจ้า 5/5
ผลลัพธ์ : ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึก ล้างหน้าแล้วรู้สึกผิวสะอาด สดชื่น ไม่ทิ้งความมันและสิ่งสกปรกไม่ใบหน้าเลย ช่วยลดการอุดตัน และที่สำคัญไม่เอี๊ยดและไม่แห้งตึงนะจ๊ะ พร้อมให้ความชุ่มชื่น นุ่มสบายผิว แถมช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นด้วย Pink Lemon ที่เป็นตัวช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่าและ Peach ที่อัดแน่นไปด้วยวิตามินซี ที่ทำให้หน้าไม่หมอง เหมือนล้างหน้าไปพร้อมกับฟื้นฟูผิวให้สว่างใสไปด้วย ดีต่อใจมากกก 5/5
***เรื่องความใสมินว่าใช้คู่กับ St. Ives Bright & Radiant Hydrating Gel ลองใช้ประมาณ 2 สัปดาห์ ผิวใสไบรท์ขึ้น
ความชุ่มชื้น : ล้างหน้าแล้วยังมีความชุ่มชื้นของผิวอยู่ และไม่แห้งตึง 5/5
St. Ives Bright & Radiant Facial Cleanser ตอบโจทย์ความต้องการของมินในเรื่องของความกระจ่างใส หมดกังวลกับรอยหมองคล้ำ ใครกำลังมองหา โฟมล้างหน้าคุณภาพที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ราคาไม่แพง ที่สำคัญมีโปรบ่อยมาก ชอบตรงนี้ ซึ่ง St. Ives Facial Cleanser มีทั้งหมด 3 สูตร เพื่อนๆสามารถเลือกให้ตรงกับตามต้องการของผิวหน้าได้เลย ลองใช้แล้วจะติดใจแบบมินน๊าาาา
★
★
★
★
★
(4.29)
พออายุเข้าเลข 3 สิ่งที่กลัวมากที่สุดก็คือ ริ้วรอย ผิวแห้งกร้าน ความหย่อนคล้อย ผิวเริ่มไม่ฟู ไม่เฟิร์มเหมือนเดิม เพราะเมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนก็เริ่มลดลงเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นเราเป็นสาวยุคใหม่จึงต้องหาสกินแคร์ที่ถูกและดีไว้แก้ปัญหาได้ตรงจุด วันนี้มินขอมาอัพเดตน้ำตบ Essence ตัวใหม่นั่นก็คือPOND'S Age Miracle Ultimate Youth Essence เป็นเอสเซนต์ที่แก้ความกังวลให้มิน ณ บัดนี้ คำเคลมของนาง คือ เผยผิวเปล่งประกายความอ่อนเยาว์ ด้วยพลังจากส่วนผสมอันทรงคุณค่า ช่วยฟื้นบำรุง และเร่งการผลัดเซลล์ผิว¹ พร้อมเผยผิวใหม่เร็วขึ้น ริ้วรอยดูลดเลือน เพื่อผิวใส เนียนนุ่ม ดูอ่อนเยาว์ สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงภายใน 7 วัน*ส่วนผสมหลักๆ จะช่วยแก้ปัญหาผิวที่ทางพอนด์สได้เคลมไว้- ไฮยาลูรอนิค x3 เน้น เติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึก ผิวจึงเด้ง อิ่มน้ำ เมื่ออายุมากขึ้นผิวหน้าจะยิ่งแห้ง ตัวนี้จึงช่วยเรื่องความชุ่มชื้น- สาหร่ายสีแดงจากฝรั่งเศส มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดเลือนริ้วรอยและร่องลึกได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ผิวดูกระชับ เรียบเนียนขึ้นนั่นเองค่า- ไบฟิด้า เฟอร์เมนต์ ฟื้นบำรุงและเสริมเกราะป้องกันให้ชั้นผิว เพื่อผิวดูเปล่งปลั่ง สุขภาพดี- คอลลาเจน ฟื้นบำรุงชั้นผิวให้ผิวนุ่ม เรียบเนียน อิ่มฟู- เปปไทด์บูสเตอร์ ช่วยกระชับผิว ให้ผิวเด้ง เสริมความเต่งตึง ดูอ่อนเยาว์- วิตามินบี3 ปรับผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมลดเลือน ฝ้า กระ และจุดด่างดำและมีเรตินอล ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว อย่างไม่ระคายเคือง***ไม่มีส่วนประกอบของ Alcohol ดังนั้น คนผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้นะคะขนาด 30 ml. เพียง 599 บาท หาซื้อง่ายได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปสภาพผิว : ผิวมันทีโซน ไม่มีปัญหาสิว แก้มจะดูแห้งๆ รู้สึกผิวตัวเองไม่ค่อยมีความชุ่มชื่น ส่งผลให้ผิวไม่ยืดหยุ่นและริ้วรอยเห็นชัดขึ้น เริ่มมีร่องเล็กๆบริเวณร่องแก้มหน้าผาก จะชัดมากคือริ้วรอยเป็นเส้นๆใต้ตา 3 เส้น และตีนกาบางๆที่หางตา ผิวไม่ค่อยละเอียด และผิวดำคล้ำไม่สม่ำเสมอแพคเกจจิ้ง : ขวดสีแดงดูสวย หรู ไฮโซ แต่หนัก มีหัวเป็นดรอปเปอร์สีเงินแบบกดซึ่งมันดูดเนื้อเอสเซนส์ได้น้อยมาก ต้องดูดขึ้นมาหลายครั้ง ใช้งานง่ายไม่เลอะขอบฝา (4/5 หักตรงดรอปเปร์ดูดยาก)กลิ่น :กลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ได้หอมแบบน้ำหอมจ๋า (5/5)วิธีการใช้ :ใช้เป็นขั้นตอนแรกของการบำรุงผิว โดยหยด Essence บนฝ่ามือ 5 หยด แอบหน้าใหญ่ มินเลยชอบใช้เยอะ จากนั้นวอร์มฝ่ามือเบาๆแล้วประคบฝ่ามือลงบนผิวหน้า อย่างเบามือ นวดเบาๆบนใบหน้า ให้เนื้อเอสเซนส์ซึมลงผิวจนหมดจากนั้นตามด้วยสกินแคร์ตัวต่อไปค่ะเนื้อเอสเซนส์ : สีใสขาวขุ่น เนื้อบางเบา ไม่รู้สึกเหนอะหนะ เหลวเกลี่ยง่าย และซึมเข้าผิวได้เร็วโดยการวอร์มที่ฝ่ามือ และนวดเบาๆ แต่ถ้าหยดบนผิวโดยตรงต้องรอสักพัก ใช้แล้วสบายผิว ไม่หนักหน้า ไม่มีการทิ้งคราบเหนียวๆไว้บนผิว ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนไม่ต้องกลัวหน้ามันเพิ่ม นางทำให้สกินแคร์ที่ลงต่อไป ซึมดี และทำงานได้ดีขึ้น แต่ไม่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวเท่าไรนัก(4/5 หักตรงไม่ค่อยชุ่มชื่นผิวเท่าไรถ้าใช้เดี่ยวๆ)ผลลัพธ์หลังใช้ : ตื่นมาวันแรกผิวดูอิ่มฟูและหน้านุ่มขึ้นค่ะ เหมือนผิวได้พักผ่อนมินรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงภายใน 7 วัน โดยผิวหน้ามินกระจ่างใสขึ้น ความหมองคล้ำลดลง ผิวลื่นขึ้น ชอบจับแก้มตัวเองไปเลยละคะ ใช้ตอนกลางวันควบคุมความมันระหว่างวันได้ดีมากๆ ไม่เหนอะหนะ ใช้แล้วสบายผิวหน้า แต่งหน้าติดง่ายขึ้นหลังใช้ไป 14 วัน ผิวหน้า ตึง แน่นกระชับ เรื่องริ้วรอยอาจจะยังไม่เห็นผลชัดเท่าไหร่นะคะอาจจะใช้เวลามากกว่า 1 เดือน ใช้แล้วไม่แพ้ ไม่อุดตันรู้สึกเลิฟเลยยยคร่า (4/5)ทริค สำหรับใครที่อยากให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น ต้องการความชุ่มชื้นมากขึ้น ให้ใช้ควบคู่กับ POND Age Miracle Ultimate Youth Essence Mask จะมีผิวหน้าสุขภาพดีไวยิ่งขึ้นค่ะมินว่าเพื่อนๆไม่จำเป็นต้องต้องหาสกินแคร์มาใช้เพื่อแก้ปัญหา สิ่งสำคัญคือ”การป้องกัน”ก่อนที่มันจะแก้ยาก การเตรียมพร้อมของผิวเป็นสิ่งสำคัญมาก มินว่า POND'S Age Miracle Ultimate Youth Essence ตอบโจทย์คะ เป็นสกินแคร์ถูกและดีในราคาหลักร้อย เลิฟเลยเป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
พออายุเข้าเลข 3 สิ่งที่กลัวมากที่สุดก็คือ ริ้วรอย ผิวแห้งกร้าน ความหย่อนคล้อย ผิวเริ่มไม่ฟู ไม่เฟิร์มเหมือนเดิม เพราะเมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนก็เริ่มลดลงเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นเราเป็นสาวยุคใหม่จึงต้องหาสกินแคร์ที่ถูกและดีไว้แก้ปัญหาได้ตรงจุด วันนี้มินขอมาอัพเดตน้ำตบ Essence ตัวใหม่นั่นก็คือ
POND'S Age Miracle Ultimate Youth Essence เป็นเอสเซนต์ที่แก้ความกังวลให้มิน ณ บัดนี้ คำเคลมของนาง คือ เผยผิวเปล่งประกายความอ่อนเยาว์ ด้วยพลังจากส่วนผสมอันทรงคุณค่า ช่วยฟื้นบำรุง และเร่งการผลัดเซลล์ผิว¹ พร้อมเผยผิวใหม่เร็วขึ้น ริ้วรอยดูลดเลือน เพื่อผิวใส เนียนนุ่ม ดูอ่อนเยาว์ สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงภายใน 7 วัน*
ส่วนผสมหลักๆ จะช่วยแก้ปัญหาผิวที่ทางพอนด์สได้เคลมไว้
- ไฮยาลูรอนิค x3 เน้น เติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึก ผิวจึงเด้ง อิ่มน้ำ เมื่ออายุมากขึ้นผิวหน้าจะยิ่งแห้ง ตัวนี้จึงช่วยเรื่องความชุ่มชื้น
- สาหร่ายสีแดงจากฝรั่งเศส มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดเลือนริ้วรอยและร่องลึกได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ผิวดูกระชับ เรียบเนียนขึ้นนั่นเองค่า
- ไบฟิด้า เฟอร์เมนต์ ฟื้นบำรุงและเสริมเกราะป้องกันให้ชั้นผิว เพื่อผิวดูเปล่งปลั่ง สุขภาพดี
- คอลลาเจน ฟื้นบำรุงชั้นผิวให้ผิวนุ่ม เรียบเนียน อิ่มฟู
- เปปไทด์บูสเตอร์ ช่วยกระชับผิว ให้ผิวเด้ง เสริมความเต่งตึง ดูอ่อนเยาว์
- วิตามินบี3 ปรับผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมลดเลือน ฝ้า กระ และจุดด่างดำ
และมีเรตินอล ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว อย่างไม่ระคายเคือง
***ไม่มีส่วนประกอบของ Alcohol ดังนั้น คนผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้นะคะ
ขนาด 30 ml. เพียง 599 บาท หาซื้อง่ายได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป
สภาพผิว : ผิวมันทีโซน ไม่มีปัญหาสิว แก้มจะดูแห้งๆ รู้สึกผิวตัวเองไม่ค่อยมีความชุ่มชื่น ส่งผลให้ผิวไม่ยืดหยุ่นและริ้วรอยเห็นชัดขึ้น เริ่มมีร่องเล็กๆบริเวณร่องแก้มหน้าผาก จะชัดมากคือริ้วรอยเป็นเส้นๆใต้ตา 3 เส้น และตีนกาบางๆที่หางตา ผิวไม่ค่อยละเอียด และผิวดำคล้ำไม่สม่ำเสมอ
แพคเกจจิ้ง : ขวดสีแดงดูสวย หรู ไฮโซ แต่หนัก มีหัวเป็นดรอปเปอร์สีเงินแบบกดซึ่งมันดูดเนื้อเอสเซนส์ได้น้อยมาก ต้องดูดขึ้นมาหลายครั้ง ใช้งานง่ายไม่เลอะขอบฝา (4/5 หักตรงดรอปเปร์ดูดยาก)
กลิ่น :กลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ได้หอมแบบน้ำหอมจ๋า (5/5)
วิธีการใช้ :ใช้เป็นขั้นตอนแรกของการบำรุงผิว โดยหยด Essence บนฝ่ามือ 5 หยด แอบหน้าใหญ่ มินเลยชอบใช้เยอะ จากนั้นวอร์มฝ่ามือเบาๆแล้วประคบฝ่ามือลงบนผิวหน้า อย่างเบามือ นวดเบาๆบนใบหน้า ให้เนื้อเอสเซนส์ซึมลงผิวจนหมดจากนั้นตามด้วยสกินแคร์ตัวต่อไปค่ะ
เนื้อเอสเซนส์ : สีใสขาวขุ่น เนื้อบางเบา ไม่รู้สึกเหนอะหนะ เหลวเกลี่ยง่าย และซึมเข้าผิวได้เร็วโดยการวอร์มที่ฝ่ามือ และนวดเบาๆ แต่ถ้าหยดบนผิวโดยตรงต้องรอสักพัก ใช้แล้วสบายผิว ไม่หนักหน้า ไม่มีการทิ้งคราบเหนียวๆไว้บนผิว ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนไม่ต้องกลัวหน้ามันเพิ่ม นางทำให้สกินแคร์ที่ลงต่อไป ซึมดี และทำงานได้ดีขึ้น แต่ไม่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวเท่าไรนัก(4/5 หักตรงไม่ค่อยชุ่มชื่นผิวเท่าไรถ้าใช้เดี่ยวๆ)
ผลลัพธ์หลังใช้ : ตื่นมาวันแรกผิวดูอิ่มฟูและหน้านุ่มขึ้นค่ะ เหมือนผิวได้พักผ่อน
มินรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงภายใน 7 วัน โดยผิวหน้ามินกระจ่างใสขึ้น ความหมองคล้ำลดลง ผิวลื่นขึ้น ชอบจับแก้มตัวเองไปเลยละคะ ใช้ตอนกลางวันควบคุมความมันระหว่างวันได้ดีมากๆ ไม่เหนอะหนะ ใช้แล้วสบายผิวหน้า แต่งหน้าติดง่ายขึ้น
หลังใช้ไป 14 วัน ผิวหน้า ตึง แน่นกระชับ เรื่องริ้วรอยอาจจะยังไม่เห็นผลชัดเท่าไหร่นะคะอาจจะใช้เวลามากกว่า 1 เดือน ใช้แล้วไม่แพ้ ไม่อุดตันรู้สึกเลิฟเลยยยคร่า (4/5)
ทริค สำหรับใครที่อยากให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น ต้องการความชุ่มชื้นมากขึ้น ให้ใช้ควบคู่กับ POND Age Miracle Ultimate Youth Essence Mask จะมีผิวหน้าสุขภาพดีไวยิ่งขึ้นค่ะ
มินว่าเพื่อนๆไม่จำเป็นต้องต้องหาสกินแคร์มาใช้เพื่อแก้ปัญหา สิ่งสำคัญคือ”การป้องกัน”ก่อนที่มันจะแก้ยาก การเตรียมพร้อมของผิวเป็นสิ่งสำคัญมาก มินว่า POND'S Age Miracle Ultimate Youth Essence ตอบโจทย์คะ เป็นสกินแคร์ถูกและดีในราคาหลักร้อย เลิฟเลย
เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
POND'S Age Miracle Ultimate Youth Essence เป็นเอสเซนต์ที่แก้ความกังวลให้มิน ณ บัดนี้ คำเคลมของนาง คือ เผยผิวเปล่งประกายความอ่อนเยาว์ ด้วยพลังจากส่วนผสมอันทรงคุณค่า ช่วยฟื้นบำรุง และเร่งการผลัดเซลล์ผิว¹ พร้อมเผยผิวใหม่เร็วขึ้น ริ้วรอยดูลดเลือน เพื่อผิวใส เนียนนุ่ม ดูอ่อนเยาว์ สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงภายใน 7 วัน*
ส่วนผสมหลักๆ จะช่วยแก้ปัญหาผิวที่ทางพอนด์สได้เคลมไว้
- ไฮยาลูรอนิค x3 เน้น เติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างล้ำลึก ผิวจึงเด้ง อิ่มน้ำ เมื่ออายุมากขึ้นผิวหน้าจะยิ่งแห้ง ตัวนี้จึงช่วยเรื่องความชุ่มชื้น
- สาหร่ายสีแดงจากฝรั่งเศส มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดเลือนริ้วรอยและร่องลึกได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ผิวดูกระชับ เรียบเนียนขึ้นนั่นเองค่า
- ไบฟิด้า เฟอร์เมนต์ ฟื้นบำรุงและเสริมเกราะป้องกันให้ชั้นผิว เพื่อผิวดูเปล่งปลั่ง สุขภาพดี
- คอลลาเจน ฟื้นบำรุงชั้นผิวให้ผิวนุ่ม เรียบเนียน อิ่มฟู
- เปปไทด์บูสเตอร์ ช่วยกระชับผิว ให้ผิวเด้ง เสริมความเต่งตึง ดูอ่อนเยาว์
- วิตามินบี3 ปรับผิวให้กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมลดเลือน ฝ้า กระ และจุดด่างดำ
และมีเรตินอล ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว อย่างไม่ระคายเคือง
***ไม่มีส่วนประกอบของ Alcohol ดังนั้น คนผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้นะคะ
ขนาด 30 ml. เพียง 599 บาท หาซื้อง่ายได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป
สภาพผิว : ผิวมันทีโซน ไม่มีปัญหาสิว แก้มจะดูแห้งๆ รู้สึกผิวตัวเองไม่ค่อยมีความชุ่มชื่น ส่งผลให้ผิวไม่ยืดหยุ่นและริ้วรอยเห็นชัดขึ้น เริ่มมีร่องเล็กๆบริเวณร่องแก้มหน้าผาก จะชัดมากคือริ้วรอยเป็นเส้นๆใต้ตา 3 เส้น และตีนกาบางๆที่หางตา ผิวไม่ค่อยละเอียด และผิวดำคล้ำไม่สม่ำเสมอ
แพคเกจจิ้ง : ขวดสีแดงดูสวย หรู ไฮโซ แต่หนัก มีหัวเป็นดรอปเปอร์สีเงินแบบกดซึ่งมันดูดเนื้อเอสเซนส์ได้น้อยมาก ต้องดูดขึ้นมาหลายครั้ง ใช้งานง่ายไม่เลอะขอบฝา (4/5 หักตรงดรอปเปร์ดูดยาก)
กลิ่น :กลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ได้หอมแบบน้ำหอมจ๋า (5/5)
วิธีการใช้ :ใช้เป็นขั้นตอนแรกของการบำรุงผิว โดยหยด Essence บนฝ่ามือ 5 หยด แอบหน้าใหญ่ มินเลยชอบใช้เยอะ จากนั้นวอร์มฝ่ามือเบาๆแล้วประคบฝ่ามือลงบนผิวหน้า อย่างเบามือ นวดเบาๆบนใบหน้า ให้เนื้อเอสเซนส์ซึมลงผิวจนหมดจากนั้นตามด้วยสกินแคร์ตัวต่อไปค่ะ
เนื้อเอสเซนส์ : สีใสขาวขุ่น เนื้อบางเบา ไม่รู้สึกเหนอะหนะ เหลวเกลี่ยง่าย และซึมเข้าผิวได้เร็วโดยการวอร์มที่ฝ่ามือ และนวดเบาๆ แต่ถ้าหยดบนผิวโดยตรงต้องรอสักพัก ใช้แล้วสบายผิว ไม่หนักหน้า ไม่มีการทิ้งคราบเหนียวๆไว้บนผิว ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนไม่ต้องกลัวหน้ามันเพิ่ม นางทำให้สกินแคร์ที่ลงต่อไป ซึมดี และทำงานได้ดีขึ้น แต่ไม่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวเท่าไรนัก(4/5 หักตรงไม่ค่อยชุ่มชื่นผิวเท่าไรถ้าใช้เดี่ยวๆ)
ผลลัพธ์หลังใช้ : ตื่นมาวันแรกผิวดูอิ่มฟูและหน้านุ่มขึ้นค่ะ เหมือนผิวได้พักผ่อน
มินรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงภายใน 7 วัน โดยผิวหน้ามินกระจ่างใสขึ้น ความหมองคล้ำลดลง ผิวลื่นขึ้น ชอบจับแก้มตัวเองไปเลยละคะ ใช้ตอนกลางวันควบคุมความมันระหว่างวันได้ดีมากๆ ไม่เหนอะหนะ ใช้แล้วสบายผิวหน้า แต่งหน้าติดง่ายขึ้น
หลังใช้ไป 14 วัน ผิวหน้า ตึง แน่นกระชับ เรื่องริ้วรอยอาจจะยังไม่เห็นผลชัดเท่าไหร่นะคะอาจจะใช้เวลามากกว่า 1 เดือน ใช้แล้วไม่แพ้ ไม่อุดตันรู้สึกเลิฟเลยยยคร่า (4/5)
ทริค สำหรับใครที่อยากให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น ต้องการความชุ่มชื้นมากขึ้น ให้ใช้ควบคู่กับ POND Age Miracle Ultimate Youth Essence Mask จะมีผิวหน้าสุขภาพดีไวยิ่งขึ้นค่ะ
มินว่าเพื่อนๆไม่จำเป็นต้องต้องหาสกินแคร์มาใช้เพื่อแก้ปัญหา สิ่งสำคัญคือ”การป้องกัน”ก่อนที่มันจะแก้ยาก การเตรียมพร้อมของผิวเป็นสิ่งสำคัญมาก มินว่า POND'S Age Miracle Ultimate Youth Essence ตอบโจทย์คะ เป็นสกินแคร์ถูกและดีในราคาหลักร้อย เลิฟเลย
เป็นเครื่องสำอางที่ใช้อยู่เป็นประจำใช่หรือไม่ : ใช่
★
★
★
★
★
(4.71)
ความรู้สึกหลังใช้เนื้อผลิตภัณฑ์ : โฟมสีขาวน้ำนมเนื้อวิป สามารถตีตัวโฟมให้กลายเป็นเนื้อวิปได้ เจ้าตัววิปโฟมมีความละเอียดและนุ่มนิ่มเด้งดึ้งมากเลย ไม่มีความรู้สึกเสียดสีกับผิวหน้า ฟินในการล้างหน้ามากกกกกเรื่องการตีฟอง อาจจะใช้ตาข่ายตีฟองช่วยก็ได้ ตีแปปเดียวก็ขึ้นแล้ว แต่เราใช้แบบออริจินอลจ้า ใช้มือซิคะรออะไร ตีง่ายเหมือนใช้ตาข่าย โดยบีบแค่นิดเดียวประมาณ 1-2 ซ.ม. ซึ่งประหยัดมากๆเลย แล้วหยดน้ำตามลงไป ใช้มือตีฟอง ตีวนไป จนกลายเป็น โฟมน้ำนมเนื้อวิปที่แสนนุ่ม และราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับปริมาณ หลอดนึง แต่ถ้าใครขี้เกียจตีฟองใช้ธรรมดาก็ได้นะจ๊ะสาวๆกลิ่น : มีกลิ่นนมหอมละมุนๆชอบอะไรในตัว Pond’s Tone Up Milk Foam : ล้างตัวโฟมออกง่าย ได้ฟีลลิ่งในการล้างหน้าโดยการถูตัวโฟมกับการล้างหน้า โดยไม่มีการเสียดสีของใบหน้า รู้สึกใช้แล้วหน้าสะอาด และที่สำคัญ ผิวไม่แห้งตึง และยังคงความชุ่มชื่นอยู่ผลลัพธ์หลังการใช้ Pond’s Tone Up Milk Foamจากที่เราได้ลองใช้สักระยะนึงนะ ฟองหนานุ่มมากค่ะ รู้สึกได้คือความหน้าสะอาด ล้างออกง่าย ขจัดความมันบนใบหน้าหมดจด รู้สึกว่าผิวสะอาด และยังคงให้ความชุ่มชื่นกับผิว ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึงเลย เหมือนโฟมล้างหน้าที่มีฟองเยอะๆทั่วไป ส่วนเรื่องผิวกระจ่างใสและลดรอยสิวยังไม่เห็นผล อาจจะต้องใช้เวลานานกว่านี้คร่าโดยภาพรวมแล้วชอบจ้า ถ้าดูแลขั้นตอนแรกดี ขั้นตอนต่อไปก็จะดีไปด้วย
ความรู้สึกหลังใช้
เนื้อผลิตภัณฑ์ : โฟมสีขาวน้ำนมเนื้อวิป สามารถตีตัวโฟมให้กลายเป็นเนื้อวิปได้ เจ้าตัววิปโฟมมีความละเอียดและนุ่มนิ่มเด้งดึ้งมากเลย ไม่มีความรู้สึกเสียดสีกับผิวหน้า ฟินในการล้างหน้ามากกกกก
เรื่องการตีฟอง อาจจะใช้ตาข่ายตีฟองช่วยก็ได้ ตีแปปเดียวก็ขึ้นแล้ว แต่เราใช้แบบออริจินอลจ้า ใช้มือซิคะรออะไร ตีง่ายเหมือนใช้ตาข่าย โดยบีบแค่นิดเดียวประมาณ 1-2 ซ.ม. ซึ่งประหยัดมากๆเลย แล้วหยดน้ำตามลงไป ใช้มือตีฟอง ตีวนไป จนกลายเป็น โฟมน้ำนมเนื้อวิปที่แสนนุ่ม และราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับปริมาณ หลอดนึง แต่ถ้าใครขี้เกียจตีฟองใช้ธรรมดาก็ได้นะจ๊ะสาวๆ
กลิ่น : มีกลิ่นนมหอมละมุนๆ
ชอบอะไรในตัว Pond’s Tone Up Milk Foam : ล้างตัวโฟมออกง่าย ได้ฟีลลิ่งในการล้างหน้าโดยการถูตัวโฟมกับการล้างหน้า โดยไม่มีการเสียดสีของใบหน้า รู้สึกใช้แล้วหน้าสะอาด และที่สำคัญ ผิวไม่แห้งตึง และยังคงความชุ่มชื่นอยู่
ผลลัพธ์หลังการใช้ Pond’s Tone Up Milk Foam
จากที่เราได้ลองใช้สักระยะนึงนะ ฟองหนานุ่มมากค่ะ รู้สึกได้คือความหน้าสะอาด ล้างออกง่าย ขจัดความมันบนใบหน้าหมดจด รู้สึกว่าผิวสะอาด และยังคงให้ความชุ่มชื่นกับผิว ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึงเลย เหมือนโฟมล้างหน้าที่มีฟองเยอะๆทั่วไป ส่วนเรื่องผิวกระจ่างใสและลดรอยสิวยังไม่เห็นผล อาจจะต้องใช้เวลานานกว่านี้คร่า
โดยภาพรวมแล้วชอบจ้า ถ้าดูแลขั้นตอนแรกดี ขั้นตอนต่อไปก็จะดีไปด้วย
เนื้อผลิตภัณฑ์ : โฟมสีขาวน้ำนมเนื้อวิป สามารถตีตัวโฟมให้กลายเป็นเนื้อวิปได้ เจ้าตัววิปโฟมมีความละเอียดและนุ่มนิ่มเด้งดึ้งมากเลย ไม่มีความรู้สึกเสียดสีกับผิวหน้า ฟินในการล้างหน้ามากกกกก
เรื่องการตีฟอง อาจจะใช้ตาข่ายตีฟองช่วยก็ได้ ตีแปปเดียวก็ขึ้นแล้ว แต่เราใช้แบบออริจินอลจ้า ใช้มือซิคะรออะไร ตีง่ายเหมือนใช้ตาข่าย โดยบีบแค่นิดเดียวประมาณ 1-2 ซ.ม. ซึ่งประหยัดมากๆเลย แล้วหยดน้ำตามลงไป ใช้มือตีฟอง ตีวนไป จนกลายเป็น โฟมน้ำนมเนื้อวิปที่แสนนุ่ม และราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับปริมาณ หลอดนึง แต่ถ้าใครขี้เกียจตีฟองใช้ธรรมดาก็ได้นะจ๊ะสาวๆ
กลิ่น : มีกลิ่นนมหอมละมุนๆ
ชอบอะไรในตัว Pond’s Tone Up Milk Foam : ล้างตัวโฟมออกง่าย ได้ฟีลลิ่งในการล้างหน้าโดยการถูตัวโฟมกับการล้างหน้า โดยไม่มีการเสียดสีของใบหน้า รู้สึกใช้แล้วหน้าสะอาด และที่สำคัญ ผิวไม่แห้งตึง และยังคงความชุ่มชื่นอยู่
ผลลัพธ์หลังการใช้ Pond’s Tone Up Milk Foam
จากที่เราได้ลองใช้สักระยะนึงนะ ฟองหนานุ่มมากค่ะ รู้สึกได้คือความหน้าสะอาด ล้างออกง่าย ขจัดความมันบนใบหน้าหมดจด รู้สึกว่าผิวสะอาด และยังคงให้ความชุ่มชื่นกับผิว ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งตึงเลย เหมือนโฟมล้างหน้าที่มีฟองเยอะๆทั่วไป ส่วนเรื่องผิวกระจ่างใสและลดรอยสิวยังไม่เห็นผล อาจจะต้องใช้เวลานานกว่านี้คร่า
โดยภาพรวมแล้วชอบจ้า ถ้าดูแลขั้นตอนแรกดี ขั้นตอนต่อไปก็จะดีไปด้วย
★
★
★
★
★
(4.43)
สวัสดีเพื่อนๆ Vanilla วันนี้มินจะมารีวิวสกินแคร์ตัวเด่นตัวดังตัวใหม่ของ La Roche Posay ซึ่งนางออกสกินแคร์ตัวใหม่เป็นเนื้อเซรั่ม นางเหมาะกับสภาพผิวและสภาพอากาศตอนนี้มากๆ โดยเฉพาะคนผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น แห้งกร้าน แพ้ง่าย และเริ่มมีริ้วรอยให้เริ่มกังวลใจ ชื่อของนางเต็มๆคือ La Roche Posay Hyalu B5 SerumLa Roche Posay HYALU B5 Serum มีส่วนผสมหลักคือ กักเก็บ-เติมเต็ม-ฟื้นบำรุง ซึ่งผสาน 2 อนุภาคไฮยาลูรอน + วิตามินบี 5 ดังนี้1.กรดไฮยาลูรอนิค ที่พิเศษกว่าเซรั่มทั่วไปคือลาโรซเค้ามีทั้ง 2 โมเลกุล โดยโมเลกุลใหญ่จะช่วยกักเก็บน้ำ เติมเต็มผิวให้เปล่งปลั่ง เอิบอิ่ม และโมเลกุลเล็กจะซึมซาบสู่ผิวอย่างล้ำลึก เติมเต็มให้ผิวรู้สึกแน่นกระชับ แต่!!! เซรั่มทั่วไปมีแค่โมเลกุลใหญ่อย่างเดียว2.วิตามินบี 5 ตัวนี้จะช่วยเสริมสร้างปราการปกป้องผิว ลดปัญหาผิวร่วงโรย ให้กลับมามีชีวิตชีวา และมาเดคาสโซไซด์ (ตัวช่วยสร้างผิวใหม่) ให้ทำงานดีขึ้นนั่นเองนอกจากนั้นเซรั่มตัวนี้ ยังผสานน้ำแร่ ลา โรช-โพเซย์ ที่ช่วยปลอบประโลมผิว ลดอาการระคายเคืองผิว94%*รู้สึกผิวเด้งกระชับขึ้น90%*รู้สึกอาการระคายเคืองผิวลดลง** จากผลทดสอบในกลุ่มตัวอย่าง 30 คน หลังทดลองใช้เป็นเวลา 28 วัน โดย L’Oreal Recherche et Innovation ประเทศฝรั่งเศส ปี 2560***มั่นใจได้ว่าผ่านการทดสอบเรียบร้อย ผิวบอบบางแพ้ง่ายสามารถใช้ได้อย่างสบายใจ ไร้กังวลจ้าปริมาณและราคา : 30 ml. ราคา 1,500 บาท ไม่แพงและไม่ถูกจนเกินไป มินว่าคุ้มกับผลลัพธ์ที่ออกมาน๊า 5/5แพคเกจจิ้ง: ขวดแก้วสีฟ้าไม่ใหญ่มาก ในกล่องมีหลอดดรอปเปอร์แยกมาให้ด้วย แต่ดรอปเปอร์ ดูดเนื้อเซรั่มยากมากกกก มินคิดว่าอาจเป็นเพราะความเข้มของเนื้อเซรั่ม มินว่านางเหมาะกับการตั้งไว้ เนื่องจากถ้าวางนางนอน นางจะเลอะข้างๆตัวฝา 3/5วิธีใช้ : เมื่อเปิดใช้ครั้งแรกให้เปลี่ยนฝาเป็นฝาแบบดรอปเปอร์ที่แถมมาในกล่อง ดูดเซรั่มขึ้นมาแล้วหยดลงบนผิว หรือลงฝ่ามือแล้ววอร์มเนื้อเซรั่มสักนิด พร้อมนวดเบาๆ เนื้อเซรั่มจะซึมลงสู่ผิวและบำรุงอย่างมีประสิทธิภาพ แรกๆอาจจะรู้สึกหนึบๆผิวเล็กน้อยนะคะ แต่ก็ทำให้รู้สึกผิวชุ่มชื้นดี ทำแบบนี้ทั้งเช้าและก่อนนอนนะจ๊ะช่วงระยะเวลาที่ได้ทดลองใช้ 11 มิถุนายน 2562 - 25 มิถุนายน 2562สภาพผิว : ผิวมันทีโซน แก้มจะดูแห้งๆ ด้านข้างจมูกลอกเป็นขุยบ้าง ยิ่งถ้าอากาศเย็นจะลอกทั้งแก้มและข้างจมูกเลย รู้สึกผิวตัวเองไม่ค่อยมีความชุ่มชื่น ส่งผลให้ผิวไม่ยืดหยุ่นและริ้วรอยเห็นชัดขึ้น รอยแดงจากสิวก็มีบ้าง รูขุมขนกว้างนิดหน่อย ผิวไม่ค่อยละเอียดLa Roche Posay Hyalu B5 Serum เหมาะกับ : ทุกสภาพผิว ผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ ขนาดผิวรอบดวงตายังทาได้เลย แต่!!! คนที่ผิวมันมินแนะนำให้ใช้เฉพาะตอนกลางคืน หรือถ้าใช้ตอนเช้าควรใช้ปริมาณที่น้อยTexture : เนื้อเซรั่มใส หยดแค่ 2-3 หยด ก็ทั่วหน้าและลำคอแล้ว มีความข้นหนืดนิดๆ เนื้อลื่นๆ แต่พอทาหน้าแล้วรู้สึกนางซึมเข้าไปในผิวเลย แต่ถ้าแต่งหน้าควรทิ้งไว้สักพักนึง นางไม่ทำให้ผิวมัน มีความรู้สึกเบาสบายผิวมาก ใช้แค่เล็กน้อยสามารถนวดคลึงเกลี่ยได้ทั่วใบหน้าและลำคอ หลังใช้สัมผัสได้ถึงความชุ่มชื้น และผิวดูอิ่มน้ำขึ้นเลยจ้า 4/5กลิ่น : มีกลิ่นหอมอ่อนๆ 5/5ผลลัพธ์ : มินรู้สึกได้ว่าผิวดูฟูขึ้นจริงๆ กักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น ทำให้ผิวไม่แห้งเหมือนที่เคย ข้างจมูกไม่แห้งแล้วจ้า หน้าดูนุ่มขึ้น และไม่ทิ้งความมันใดๆบนผิวเลย ผิวดูสุขภาพดีมาก ริ้วรอยต่างๆดูตื้นขึ้น แต่ยังไม่หายไปเลยน๊า อาจจะต้องใช้ระยะเวลามากกว่านี้ นางทำให้เครื่องสำอางติดทนมากขึ้น แต่งหน้าง่ายขึ้น ถึงจะแต่งหน้าเบาๆ รู้สึกได้ว่าผิวดีขึ้น กล้าโชว์ผิวได้มากขึ้น แนะนำเลยตัวนี้สำหรับคนที่มีปัญหาผิวแห้งไม่กระชับ ราคาปานกลาง ใช้ได้นานมากๆอยู่นะ เทียบกับปริมาณแล้วคุ้มค่าฝุดๆจ้า 5/5
สวัสดีเพื่อนๆ Vanilla วันนี้มินจะมารีวิวสกินแคร์ตัวเด่นตัวดังตัวใหม่ของ La Roche Posay ซึ่งนางออกสกินแคร์ตัวใหม่เป็นเนื้อเซรั่ม นางเหมาะกับสภาพผิวและสภาพอากาศตอนนี้มากๆ โดยเฉพาะคนผิวแห้งขาดความชุ่มชื้น แห้งกร้าน แพ้ง่าย และเริ่มมีริ้วรอยให้เริ่มกังวลใจ ชื่อของนางเต็มๆคือ La Roche Posay Hyalu B5 Serum
La Roche Posay HYALU B5 Serum มีส่วนผสมหลักคือ กักเก็บ-เติมเต็ม-ฟื้นบำรุง ซึ่งผสาน 2 อนุภาคไฮยาลูรอน + วิตามินบี 5 ดังนี้
1.กรดไฮยาลูรอนิค ที่พิเศษกว่าเซรั่มทั่วไปคือลาโรซเค้ามีทั้ง 2 โมเลกุล โดยโมเลกุลใหญ่จะช่วยกักเก็บน้ำ เติมเต็มผิวให้เปล่งปลั่ง เอิบอิ่ม และโมเลกุลเล็กจะซึมซาบสู่ผิวอย่างล้ำลึก เติมเต็มให้ผิวรู้สึกแน่นกระชับ แต่!!! เซรั่มทั่วไปมีแค่โมเลกุลใหญ่อย่างเดียว
2.วิตามินบี 5 ตัวนี้จะช่วยเสริมสร้างปราการปกป้องผิว ลดปัญหาผิวร่วงโรย ให้กลับมามีชีวิตชีวา และมาเดคาสโซไซด์ (ตัวช่วยสร้างผิวใหม่) ให้ทำงานดีขึ้นนั่นเอง
นอกจากนั้นเซรั่มตัวนี้ ยังผสานน้ำแร่ ลา โรช-โพเซย์ ที่ช่วยปลอบประโลมผิว ลดอาการระคายเคืองผิว
94%*รู้สึกผิวเด้งกระชับขึ้น
90%*รู้สึกอาการระคายเคืองผิวลดลง
** จากผลทดสอบในกลุ่มตัวอย่าง 30 คน หลังทดลองใช้เป็นเวลา 28 วัน โดย L’Oreal Recherche et Innovation ประเทศฝรั่งเศส ปี 2560
***มั่นใจได้ว่าผ่านการทดสอบเรียบร้อย ผิวบอบบางแพ้ง่ายสามารถใช้ได้อย่างสบายใจ ไร้กังวลจ้า
ปริมาณและราคา : 30 ml. ราคา 1,500 บาท ไม่แพงและไม่ถูกจนเกินไป มินว่าคุ้มกับผลลัพธ์ที่ออกมาน๊า 5/5
แพคเกจจิ้ง: ขวดแก้วสีฟ้าไม่ใหญ่มาก ในกล่องมีหลอดดรอปเปอร์แยกมาให้ด้วย แต่ดรอปเปอร์ ดูดเนื้อเซรั่มยากมากกกก มินคิดว่าอาจเป็นเพราะความเข้มของเนื้อเซรั่ม มินว่านางเหมาะกับการตั้งไว้ เนื่องจากถ้าวางนางนอน นางจะเลอะข้างๆตัวฝา 3/5
วิธีใช้ : เมื่อเปิดใช้ครั้งแรกให้เปลี่ยนฝาเป็นฝาแบบดรอปเปอร์ที่แถมมาในกล่อง ดูดเซรั่มขึ้นมาแล้วหยดลงบนผิว หรือลงฝ่ามือแล้ววอร์มเนื้อเซรั่มสักนิด พร้อมนวดเบาๆ เนื้อเซรั่มจะซึมลงสู่ผิวและบำรุงอย่างมีประสิทธิภาพ แรกๆอาจจะรู้สึกหนึบๆผิวเล็กน้อยนะคะ แต่ก็ทำให้รู้สึกผิวชุ่มชื้นดี ทำแบบนี้ทั้งเช้าและก่อนนอนนะจ๊ะ
ช่วงระยะเวลาที่ได้ทดลองใช้ 11 มิถุนายน 2562 - 25 มิถุนายน 2562
สภาพผิว : ผิวมันทีโซน แก้มจะดูแห้งๆ ด้านข้างจมูกลอกเป็นขุยบ้าง ยิ่งถ้าอากาศเย็นจะลอกทั้งแก้มและข้างจมูกเลย รู้สึกผิวตัวเองไม่ค่อยมีความชุ่มชื่น ส่งผลให้ผิวไม่ยืดหยุ่นและริ้วรอยเห็นชัดขึ้น รอยแดงจากสิวก็มีบ้าง รูขุมขนกว้างนิดหน่อย ผิวไม่ค่อยละเอียด
La Roche Posay Hyalu B5 Serum เหมาะกับ : ทุกสภาพผิว ผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ ขนาดผิวรอบดวงตายังทาได้เลย แต่!!! คนที่ผิวมันมินแนะนำให้ใช้เฉพาะตอนกลางคืน หรือถ้าใช้ตอนเช้าควรใช้ปริมาณที่น้อย
Texture : เนื้อเซรั่มใส หยดแค่ 2-3 หยด ก็ทั่วหน้าและลำคอแล้ว มีความข้นหนืดนิดๆ เนื้อลื่นๆ แต่พอทาหน้าแล้วรู้สึกนางซึมเข้าไปในผิวเลย แต่ถ้าแต่งหน้าควรทิ้งไว้สักพักนึง นางไม่ทำให้ผิวมัน มีความรู้สึกเบาสบายผิวมาก ใช้แค่เล็กน้อยสามารถนวดคลึงเกลี่ยได้ทั่วใบหน้าและลำคอ หลังใช้สัมผัสได้ถึงความชุ่มชื้น และผิวดูอิ่มน้ำขึ้นเลยจ้า 4/5
กลิ่น : มีกลิ่นหอมอ่อนๆ 5/5
ผลลัพธ์ : มินรู้สึกได้ว่าผิวดูฟูขึ้นจริงๆ กักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น ทำให้ผิวไม่แห้งเหมือนที่เคย ข้างจมูกไม่แห้งแล้วจ้า หน้าดูนุ่มขึ้น และไม่ทิ้งความมันใดๆบนผิวเลย ผิวดูสุขภาพดีมาก ริ้วรอยต่างๆดูตื้นขึ้น แต่ยังไม่หายไปเลยน๊า อาจจะต้องใช้ระยะเวลามากกว่านี้ นางทำให้เครื่องสำอางติดทนมากขึ้น แต่งหน้าง่ายขึ้น ถึงจะแต่งหน้าเบาๆ รู้สึกได้ว่าผิวดีขึ้น กล้าโชว์ผิวได้มากขึ้น แนะนำเลยตัวนี้สำหรับคนที่มีปัญหาผิวแห้งไม่กระชับ ราคาปานกลาง ใช้ได้นานมากๆอยู่นะ เทียบกับปริมาณแล้วคุ้มค่าฝุดๆจ้า 5/5
La Roche Posay HYALU B5 Serum มีส่วนผสมหลักคือ กักเก็บ-เติมเต็ม-ฟื้นบำรุง ซึ่งผสาน 2 อนุภาคไฮยาลูรอน + วิตามินบี 5 ดังนี้
1.กรดไฮยาลูรอนิค ที่พิเศษกว่าเซรั่มทั่วไปคือลาโรซเค้ามีทั้ง 2 โมเลกุล โดยโมเลกุลใหญ่จะช่วยกักเก็บน้ำ เติมเต็มผิวให้เปล่งปลั่ง เอิบอิ่ม และโมเลกุลเล็กจะซึมซาบสู่ผิวอย่างล้ำลึก เติมเต็มให้ผิวรู้สึกแน่นกระชับ แต่!!! เซรั่มทั่วไปมีแค่โมเลกุลใหญ่อย่างเดียว
2.วิตามินบี 5 ตัวนี้จะช่วยเสริมสร้างปราการปกป้องผิว ลดปัญหาผิวร่วงโรย ให้กลับมามีชีวิตชีวา และมาเดคาสโซไซด์ (ตัวช่วยสร้างผิวใหม่) ให้ทำงานดีขึ้นนั่นเอง
นอกจากนั้นเซรั่มตัวนี้ ยังผสานน้ำแร่ ลา โรช-โพเซย์ ที่ช่วยปลอบประโลมผิว ลดอาการระคายเคืองผิว
94%*รู้สึกผิวเด้งกระชับขึ้น
90%*รู้สึกอาการระคายเคืองผิวลดลง
** จากผลทดสอบในกลุ่มตัวอย่าง 30 คน หลังทดลองใช้เป็นเวลา 28 วัน โดย L’Oreal Recherche et Innovation ประเทศฝรั่งเศส ปี 2560
***มั่นใจได้ว่าผ่านการทดสอบเรียบร้อย ผิวบอบบางแพ้ง่ายสามารถใช้ได้อย่างสบายใจ ไร้กังวลจ้า
ปริมาณและราคา : 30 ml. ราคา 1,500 บาท ไม่แพงและไม่ถูกจนเกินไป มินว่าคุ้มกับผลลัพธ์ที่ออกมาน๊า 5/5
แพคเกจจิ้ง: ขวดแก้วสีฟ้าไม่ใหญ่มาก ในกล่องมีหลอดดรอปเปอร์แยกมาให้ด้วย แต่ดรอปเปอร์ ดูดเนื้อเซรั่มยากมากกกก มินคิดว่าอาจเป็นเพราะความเข้มของเนื้อเซรั่ม มินว่านางเหมาะกับการตั้งไว้ เนื่องจากถ้าวางนางนอน นางจะเลอะข้างๆตัวฝา 3/5
วิธีใช้ : เมื่อเปิดใช้ครั้งแรกให้เปลี่ยนฝาเป็นฝาแบบดรอปเปอร์ที่แถมมาในกล่อง ดูดเซรั่มขึ้นมาแล้วหยดลงบนผิว หรือลงฝ่ามือแล้ววอร์มเนื้อเซรั่มสักนิด พร้อมนวดเบาๆ เนื้อเซรั่มจะซึมลงสู่ผิวและบำรุงอย่างมีประสิทธิภาพ แรกๆอาจจะรู้สึกหนึบๆผิวเล็กน้อยนะคะ แต่ก็ทำให้รู้สึกผิวชุ่มชื้นดี ทำแบบนี้ทั้งเช้าและก่อนนอนนะจ๊ะ
ช่วงระยะเวลาที่ได้ทดลองใช้ 11 มิถุนายน 2562 - 25 มิถุนายน 2562
สภาพผิว : ผิวมันทีโซน แก้มจะดูแห้งๆ ด้านข้างจมูกลอกเป็นขุยบ้าง ยิ่งถ้าอากาศเย็นจะลอกทั้งแก้มและข้างจมูกเลย รู้สึกผิวตัวเองไม่ค่อยมีความชุ่มชื่น ส่งผลให้ผิวไม่ยืดหยุ่นและริ้วรอยเห็นชัดขึ้น รอยแดงจากสิวก็มีบ้าง รูขุมขนกว้างนิดหน่อย ผิวไม่ค่อยละเอียด
La Roche Posay Hyalu B5 Serum เหมาะกับ : ทุกสภาพผิว ผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ ขนาดผิวรอบดวงตายังทาได้เลย แต่!!! คนที่ผิวมันมินแนะนำให้ใช้เฉพาะตอนกลางคืน หรือถ้าใช้ตอนเช้าควรใช้ปริมาณที่น้อย
Texture : เนื้อเซรั่มใส หยดแค่ 2-3 หยด ก็ทั่วหน้าและลำคอแล้ว มีความข้นหนืดนิดๆ เนื้อลื่นๆ แต่พอทาหน้าแล้วรู้สึกนางซึมเข้าไปในผิวเลย แต่ถ้าแต่งหน้าควรทิ้งไว้สักพักนึง นางไม่ทำให้ผิวมัน มีความรู้สึกเบาสบายผิวมาก ใช้แค่เล็กน้อยสามารถนวดคลึงเกลี่ยได้ทั่วใบหน้าและลำคอ หลังใช้สัมผัสได้ถึงความชุ่มชื้น และผิวดูอิ่มน้ำขึ้นเลยจ้า 4/5
กลิ่น : มีกลิ่นหอมอ่อนๆ 5/5
ผลลัพธ์ : มินรู้สึกได้ว่าผิวดูฟูขึ้นจริงๆ กักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น ทำให้ผิวไม่แห้งเหมือนที่เคย ข้างจมูกไม่แห้งแล้วจ้า หน้าดูนุ่มขึ้น และไม่ทิ้งความมันใดๆบนผิวเลย ผิวดูสุขภาพดีมาก ริ้วรอยต่างๆดูตื้นขึ้น แต่ยังไม่หายไปเลยน๊า อาจจะต้องใช้ระยะเวลามากกว่านี้ นางทำให้เครื่องสำอางติดทนมากขึ้น แต่งหน้าง่ายขึ้น ถึงจะแต่งหน้าเบาๆ รู้สึกได้ว่าผิวดีขึ้น กล้าโชว์ผิวได้มากขึ้น แนะนำเลยตัวนี้สำหรับคนที่มีปัญหาผิวแห้งไม่กระชับ ราคาปานกลาง ใช้ได้นานมากๆอยู่นะ เทียบกับปริมาณแล้วคุ้มค่าฝุดๆจ้า 5/5
★
★
★
★
★
(3.71)
แดดเมืองไทย ใครๆได้ยินก็กลัว มินเป็นคนหนึ่งที่กลัวแดดเมืองไทย เชื่อว่าเวลาพักกลางวันไม่มีใครอยากออกไปนอกที่ทำงาน ยอมกินข้าวโรงอาหารที่จำเจ ดีกว่าถูกแสงแดดและรังสียูวีทำร้ายผิวของเรา แต่เพื่อนๆก็รู้ว่าหลบแสงแดดได้ แต่รังสียูวีมักอยู่รอบๆตัวเราซึ่งหลบยากมากกก กอไก่มาเป็นล้าน แสงยูวีนั้นก่อให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย แห้งกร้าน และทำให้ผิวสวยๆของเราแลดูหมองคล้ำ โดยเฉพาะปีนี้ที่ยิ่งมีเรื่องฝุ่น PM 2.5 ออกมาด้วย ยิ่งทำให้พรากความงามไปจากใบหน้าเพิ่มด้วยวันนี้มินอยากแนะนำการแดดดีดีให้เพื่อนๆได้รู้จักกัน ซึ่งมินได้รับสินค้าทดลองมาจากเว็บ VANILLA (กราบขอบพระคุณคร่า) นั่นคือ LANCÔME UV EXPERT TONE UP MILK ROSY BLOOM SPF50+ PA++++ เป็นมากกว่ากันแดด และยังกัน PM 2.5 บอกลาผื่นผิวแพ้มลภาวะอีกด้วยราคา : ปริมาณสุทธิ 30 มล. ราคา 2,100 บาทส่วนผสม: นางได้มีการปรับปรุงสูตรผสมของ Tone Up Milk จนกลายเป็น UV Expert Tone Up Milk Rosy Bloom ซึ่งช่วยในการปกป้อง ปรับปรุง และช่วยเพิ่มความสว่างให้ผิวในทันที ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ และยังมีสารสกัดจากใบมินท์และดอกเอเดลไวส์ที่มีคุณสมบัติแอนติออกซิแดนท์และช่วยฟื้นบำรุงผิว เพื่อปกป้องผิวจากมลภาวะและริ้วรอยก่อนวันอันควร ซึ่งนางเป็นมากกว่าสารกันแดดแต่เป็นครีมบำรุงด้วยซึ่งดีต่อใจอ่ะกลิ่น: หอมอ่อน น่าหยิบใช้Texture : กันแดดสีชมพู ลองใช้ครีมครั้งแรกรู้ว่าครีมหนักเล็กน้อย คิดว่านางจะเกลี่ยยาก แต่ที่ไหนได้นางเกลี่ยง่ายมากและซึมลงผิวอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญไม่ทำให้หน้าเยิ้มไม่ทิ้งคราบขาว และหน้าไม่วอกนะจ๊ะ ปกติมินเป็นคนผิวผสม หน้ามักจะเยิ้มตอนใกล้เที่ยง แต่ใช้นางแล้ว ตอนเย็นๆแค่เอากระดาษซับๆก็หาย แต่งหน้าแล้วเครื่องสำอางไม่เปลี่ยนสี ไม่ต้องรองพื้นหนา และรู้สึกได้ถึงผิวฉ่ำโกลว ดีเลิศ!!! เพราะนางช่วยปรับสีผิว ทำให้ผิวหน้าที่ดูกระจ่างสุขภาพดี 1 step ซึ่งทำให้สาวๆ อย่างเราได้โชว์ผิวหน้าได้อย่างเต็มที่ และประหยัดเวลาการแต่งหน้าอีกด้วย ดีต่อใจมากกกเหมาะกับ : คนที่ชอบงานผิวฉ่ำโกลววาวๆ ต้องการความกระจ่างใสผิวสว่างกระจ่างใส ดูผิวดี และเนียนสม่ำเสมอขึ้น คนหน้าแห้ง ผิวธรรมดา ผิวผสม ผิวมันอาจจะไม่ค่อยชอบ ไม่ได้ควบคุมความมันความรู้สึกหลังใช้ : เรื่องกันแดดตรงนี้ชนะเลิศค่ะ เพราะค่า SPF และ PA สูงมาก (SPF50+ PA++++)เวลาเจอแดดตอนเที่ยงผิวไม่แสบ ไม่แดง และมีสารบำรุงในกันแดดด้วย เพราะแดดเมืองไทยร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ กันแดดอย่างเดียวไม่พอแล้ว ต้องมีสารบำรุงควบคู่ไปกับการปกป้องผิวด้วยถึงจะดีงาม ซึ่งนางเป็นกันแดดที่ตอบโจทย์ แดดและมลพิษสมัยนี้ นางใช้แล้วหน้าไม่มันเงา ไม่วอก หน้าไม่หมองเลย อันนี้สำคัญมาก ใช้นางไปนานๆ รู้สึกได้ว่าหน้ากระจ่างใสขึ้น ซึ่งเหมาะกับวันสบายๆ ล้างออกไม่ยาก ไม่ทำให้สิวขึ้น ผิวดูกระจ่างใสขึ้นน ทาได้ทุกวัน ชอบตอนนี้มินคิดว่าเพื่อนๆ คงอยากกินข้าวกลางวันนอกที่ทำงานกันแล้วใช่ม๊า พร้อมที่จะโชว์ผิวหน้าที่ดูกระจ่างสุขภาพดี มินว่า แดดแรงๆอย่างนี้ LANCÔME UV EXPERT TONE UP MILK ROSY BLOOM SPF50+ PA++++รับมือไหวแน่นอน
แดดเมืองไทย ใครๆได้ยินก็กลัว มินเป็นคนหนึ่งที่กลัวแดดเมืองไทย เชื่อว่าเวลาพักกลางวันไม่มีใครอยากออกไปนอกที่ทำงาน ยอมกินข้าวโรงอาหารที่จำเจ ดีกว่าถูกแสงแดดและรังสียูวีทำร้ายผิวของเรา แต่เพื่อนๆก็รู้ว่าหลบแสงแดดได้ แต่รังสียูวีมักอยู่รอบๆตัวเราซึ่งหลบยากมากกก กอไก่มาเป็นล้าน แสงยูวีนั้นก่อให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย แห้งกร้าน และทำให้ผิวสวยๆของเราแลดูหมองคล้ำ โดยเฉพาะปีนี้ที่ยิ่งมีเรื่องฝุ่น PM 2.5 ออกมาด้วย ยิ่งทำให้พรากความงามไปจากใบหน้าเพิ่มด้วย
วันนี้มินอยากแนะนำการแดดดีดีให้เพื่อนๆได้รู้จักกัน ซึ่งมินได้รับสินค้าทดลองมาจากเว็บ VANILLA (กราบขอบพระคุณคร่า) นั่นคือ LANCÔME UV EXPERT TONE UP MILK ROSY BLOOM SPF50+ PA++++ เป็นมากกว่ากันแดด และยังกัน PM 2.5 บอกลาผื่นผิวแพ้มลภาวะอีกด้วย
ราคา : ปริมาณสุทธิ 30 มล. ราคา 2,100 บาท
ส่วนผสม: นางได้มีการปรับปรุงสูตรผสมของ Tone Up Milk จนกลายเป็น UV Expert Tone Up Milk Rosy Bloom ซึ่งช่วยในการปกป้อง ปรับปรุง และช่วยเพิ่มความสว่างให้ผิวในทันที ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ และยังมีสารสกัดจากใบมินท์และดอกเอเดลไวส์ที่มีคุณสมบัติแอนติออกซิแดนท์และช่วยฟื้นบำรุงผิว เพื่อปกป้องผิวจากมลภาวะและริ้วรอยก่อนวันอันควร ซึ่งนางเป็นมากกว่าสารกันแดดแต่เป็นครีมบำรุงด้วยซึ่งดีต่อใจอ่ะ
กลิ่น: หอมอ่อน น่าหยิบใช้
Texture : กันแดดสีชมพู ลองใช้ครีมครั้งแรกรู้ว่าครีมหนักเล็กน้อย คิดว่านางจะเกลี่ยยาก แต่ที่ไหนได้นางเกลี่ยง่ายมากและซึมลงผิวอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญไม่ทำให้หน้าเยิ้มไม่ทิ้งคราบขาว และหน้าไม่วอกนะจ๊ะ ปกติมินเป็นคนผิวผสม หน้ามักจะเยิ้มตอนใกล้เที่ยง แต่ใช้นางแล้ว ตอนเย็นๆแค่เอากระดาษซับๆก็หาย แต่งหน้าแล้วเครื่องสำอางไม่เปลี่ยนสี ไม่ต้องรองพื้นหนา และรู้สึกได้ถึงผิวฉ่ำโกลว ดีเลิศ!!! เพราะนางช่วยปรับสีผิว ทำให้ผิวหน้าที่ดูกระจ่างสุขภาพดี 1 step ซึ่งทำให้สาวๆ อย่างเราได้โชว์ผิวหน้าได้อย่างเต็มที่ และประหยัดเวลาการแต่งหน้าอีกด้วย ดีต่อใจมากกก
เหมาะกับ : คนที่ชอบงานผิวฉ่ำโกลววาวๆ ต้องการความกระจ่างใสผิวสว่างกระจ่างใส ดูผิวดี และเนียนสม่ำเสมอขึ้น คนหน้าแห้ง ผิวธรรมดา ผิวผสม ผิวมันอาจจะไม่ค่อยชอบ ไม่ได้ควบคุมความมัน
ความรู้สึกหลังใช้ : เรื่องกันแดดตรงนี้ชนะเลิศค่ะ เพราะค่า SPF และ PA สูงมาก (SPF50+ PA++++)เวลาเจอแดดตอนเที่ยงผิวไม่แสบ ไม่แดง และมีสารบำรุงในกันแดดด้วย เพราะแดดเมืองไทยร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ กันแดดอย่างเดียวไม่พอแล้ว ต้องมีสารบำรุงควบคู่ไปกับการปกป้องผิวด้วยถึงจะดีงาม ซึ่งนางเป็นกันแดดที่ตอบโจทย์ แดดและมลพิษสมัยนี้ นางใช้แล้วหน้าไม่มันเงา ไม่วอก หน้าไม่หมองเลย อันนี้สำคัญมาก ใช้นางไปนานๆ รู้สึกได้ว่าหน้ากระจ่างใสขึ้น ซึ่งเหมาะกับวันสบายๆ ล้างออกไม่ยาก ไม่ทำให้สิวขึ้น ผิวดูกระจ่างใสขึ้นน ทาได้ทุกวัน ชอบ
ตอนนี้มินคิดว่าเพื่อนๆ คงอยากกินข้าวกลางวันนอกที่ทำงานกันแล้วใช่ม๊า พร้อมที่จะโชว์ผิวหน้าที่ดูกระจ่างสุขภาพดี มินว่า แดดแรงๆอย่างนี้ LANCÔME UV EXPERT TONE UP MILK ROSY BLOOM SPF50+ PA++++รับมือไหวแน่นอน
วันนี้มินอยากแนะนำการแดดดีดีให้เพื่อนๆได้รู้จักกัน ซึ่งมินได้รับสินค้าทดลองมาจากเว็บ VANILLA (กราบขอบพระคุณคร่า) นั่นคือ LANCÔME UV EXPERT TONE UP MILK ROSY BLOOM SPF50+ PA++++ เป็นมากกว่ากันแดด และยังกัน PM 2.5 บอกลาผื่นผิวแพ้มลภาวะอีกด้วย
ราคา : ปริมาณสุทธิ 30 มล. ราคา 2,100 บาท
ส่วนผสม: นางได้มีการปรับปรุงสูตรผสมของ Tone Up Milk จนกลายเป็น UV Expert Tone Up Milk Rosy Bloom ซึ่งช่วยในการปกป้อง ปรับปรุง และช่วยเพิ่มความสว่างให้ผิวในทันที ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ และยังมีสารสกัดจากใบมินท์และดอกเอเดลไวส์ที่มีคุณสมบัติแอนติออกซิแดนท์และช่วยฟื้นบำรุงผิว เพื่อปกป้องผิวจากมลภาวะและริ้วรอยก่อนวันอันควร ซึ่งนางเป็นมากกว่าสารกันแดดแต่เป็นครีมบำรุงด้วยซึ่งดีต่อใจอ่ะ
กลิ่น: หอมอ่อน น่าหยิบใช้
Texture : กันแดดสีชมพู ลองใช้ครีมครั้งแรกรู้ว่าครีมหนักเล็กน้อย คิดว่านางจะเกลี่ยยาก แต่ที่ไหนได้นางเกลี่ยง่ายมากและซึมลงผิวอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญไม่ทำให้หน้าเยิ้มไม่ทิ้งคราบขาว และหน้าไม่วอกนะจ๊ะ ปกติมินเป็นคนผิวผสม หน้ามักจะเยิ้มตอนใกล้เที่ยง แต่ใช้นางแล้ว ตอนเย็นๆแค่เอากระดาษซับๆก็หาย แต่งหน้าแล้วเครื่องสำอางไม่เปลี่ยนสี ไม่ต้องรองพื้นหนา และรู้สึกได้ถึงผิวฉ่ำโกลว ดีเลิศ!!! เพราะนางช่วยปรับสีผิว ทำให้ผิวหน้าที่ดูกระจ่างสุขภาพดี 1 step ซึ่งทำให้สาวๆ อย่างเราได้โชว์ผิวหน้าได้อย่างเต็มที่ และประหยัดเวลาการแต่งหน้าอีกด้วย ดีต่อใจมากกก
เหมาะกับ : คนที่ชอบงานผิวฉ่ำโกลววาวๆ ต้องการความกระจ่างใสผิวสว่างกระจ่างใส ดูผิวดี และเนียนสม่ำเสมอขึ้น คนหน้าแห้ง ผิวธรรมดา ผิวผสม ผิวมันอาจจะไม่ค่อยชอบ ไม่ได้ควบคุมความมัน
ความรู้สึกหลังใช้ : เรื่องกันแดดตรงนี้ชนะเลิศค่ะ เพราะค่า SPF และ PA สูงมาก (SPF50+ PA++++)เวลาเจอแดดตอนเที่ยงผิวไม่แสบ ไม่แดง และมีสารบำรุงในกันแดดด้วย เพราะแดดเมืองไทยร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ กันแดดอย่างเดียวไม่พอแล้ว ต้องมีสารบำรุงควบคู่ไปกับการปกป้องผิวด้วยถึงจะดีงาม ซึ่งนางเป็นกันแดดที่ตอบโจทย์ แดดและมลพิษสมัยนี้ นางใช้แล้วหน้าไม่มันเงา ไม่วอก หน้าไม่หมองเลย อันนี้สำคัญมาก ใช้นางไปนานๆ รู้สึกได้ว่าหน้ากระจ่างใสขึ้น ซึ่งเหมาะกับวันสบายๆ ล้างออกไม่ยาก ไม่ทำให้สิวขึ้น ผิวดูกระจ่างใสขึ้นน ทาได้ทุกวัน ชอบ
ตอนนี้มินคิดว่าเพื่อนๆ คงอยากกินข้าวกลางวันนอกที่ทำงานกันแล้วใช่ม๊า พร้อมที่จะโชว์ผิวหน้าที่ดูกระจ่างสุขภาพดี มินว่า แดดแรงๆอย่างนี้ LANCÔME UV EXPERT TONE UP MILK ROSY BLOOM SPF50+ PA++++รับมือไหวแน่นอน
★
★
★
★
★
(5.00)
SENKA WHITE BEAUTY LOTIONสวัสดีคะเพื่อนๆ Vanilla วันนี้เราจะหยิบ สกินแคร์เซนกะ มาเมาส์มอยให้ฟัง งงในงงอ่ะดิ ว่า เซนกะอันโด่งดังเรื่องวิปโฟม จนเป็นกระแสฮิตกันอย่างสุดๆชนิดที่ว่าทุกคนต้องมีติดบ้าน มีสกินแคร์แล้วหรอ มีแล้วนะจ๊ะเพี่อนๆSENKA ได้ออกสกินแคร์ใหม่ที่ชื่อว่า “SENKA White Beauty Skincare” ทางเราอยากจะบอกว่า ไวท์เทนนิ่งสกินแคร์ใหม่ล่าสุดของเค้าก็ดีมากไม่แพ้กัน หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า จุนปากุ เซนกะ (JUNPAKU SENKA) ที่มีครบ step การบำรุงผิว ทั้ง Lotion 2 สูตร , Serum, และ Cream อีก 2 สูตร วันนี้เราจะมารีวิวให้เพื่อนๆ แค่ตัวโลชั่นก่อนน๊าเรามาดูคำโฆษณาของสกินแคร์กลุ่มนี้กันก่อนน๊าSENKA White Beauty Skincare หรือ จุนปากุ เซนกะ มาด้วยสูตร NATU-ENCE FORMULA ที่เป็นแนวคิดจากญี่ปุ่น เป็นการนำส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ไวท์ โคคูน, ไรซ์ บราน ออยล์, ฮันนี่, ซากุระ ลีฟ เอ็กซ์แทร็กซ์ มารวมเข้าด้วย กันกับวิทยาศาสตร์บำรุงผิว ที่คิดค้นโดยสถาบันชิเซโด้ ทำให้ได้ส่วนผสมที่ซึมเข้าผิวได้ง่าย ไม่เหนอะหนะ และมอบความชุ่มชื่นรวมไปถึงส่วนผสมไวท์เทนนิ่ง ที่ช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ความหมองคล้ำดูลดลง และดูแลผิวหยาบกร้านให้เรียบเนียนขึ้นอีกด้วยเรามารู้จักตัวโลชั่นกันเลยนะคะSENKA WHITE BEAUTY LOTION เป็นการบำรุงขั้นตอนแรกหลังจากที่เราทำความสะอาดผิวหน้าเสร็จ โลชั่นตัวนี้จะทำหน้าที่ฟื้นบำรุงให้ผิวดูสว่าง กระจ่างใส เติมความชุ่มชื่นให้กับผิวดูแลผิวที่แห้งกร้าน และชะลอการเกิดจุดด่างดำจะเป็นเนื้อ Lotion แบบใส และยังคงความเบาสบายหน้า เหมาะกับคนผิวธรรมดาหรือผิวแห้ง หรือเอาไว้ใช้ในตอนกลางคืนก็ให้ความชุ่มชื่นดี ตื่นมาผิวดูกระจ่างใสขึ้นด้วย ไม่มีน้ำหอม และ สารแต่งสี***ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เหมาะกับสาวๆ ทุกสภาพผิวเลยนะคะปริมาณสุทธิ : 200 กรัม ราคา : 399 บาทหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไปและตามดรักสโตร์นะจ๊ะความรู้สึกหลังใช้เราผิวผสม ผิวมันง่ายทีโซน เราจึงเลือกใช้ สูตร 1 กล่องสีชมพู (จะเหมาะกับคนผิวธรรมดา – ผิวมัน) เพื่อนๆคนไหนที่ผิวแห้ง ก็ลองใช้ สูตร 2 กล่องสีน้ำเงิน (จะเหมาะกับคนผิวธรรมดา – ผิวแห้ง)แพคเกจเป็นขวดสีขาวขุ่น ตัวหนังสือสีชมพู ฝาเปิดปิด เทสะดวกดีค่ะ เหยาะใส่มือไม่หกเลอะเทอะนะจ๊ะเนื้อผลิตภัณฑ์ : ไม่ผสมสี ไม่ผสมน้ำหอม เป็นเนื้อบางเบาสูตร I จะเป็นอารมณ์น้ำใสๆ คล้ายน้ำตบ ให้ความชุ่มชื่นกับผิวดีมากๆ ไม่หนักหน้าเลยนะ ใช้ปริมาณไม่เยอะก็ทั่วทั้งหน้า เอาจริงตอนแรกก็แอบกลัวนะว่าจะเหนอะหนะผิวไปหรือเปล่า หรือว่าจะมันมากๆช่วงทีโซน แต่พอลองใช้ดูคือตกใจมากเว่อร์ นางซึมเร็วจริงอะไรจริงจ้า ถ้าเพื่อนๆคนไหนกลัวหน้าจะมัน หรือเยิ้มตอนกลางวัน ก็ทาตอนก่อนนอนได้นะคะกลิ่น : เหมือนเป็นกลิ่นแอลกอฮอล์เลย อันนี้แอบหักคะแนนผลลัพธ์หลังการใช้ SENKA WHITE BEAUTY LOTIONจากที่เราได้ลองใช้สักระยะนึงนะ เรารู้สึกได้เลยว่าผิวหน้าที่นุ่มอยู่แล้วกลับนุ่มขึ้นอีก เวลาลูบไปที่ผิว รู้สึกเรียบเนียนมากขึ้น ไม่สะดุดเหมือนตอนก่อนใช้ สีผิวเริ่มสม่ำเสมอกันทั่วใบหน้า ผิวดูกระจ่างใส แต่เรารู้สึกได้ว่าเวลาแต่งหน้าสามารถโชว์ผิวได้มากขึ้น และ ผิวดูสดใสตลอดทั้งวัน และเมื่อตื่นมายังรู้สึกยังมีความชุ่มชื่นบนผิวอยู่โดยรวมๆชอบนะ และจะใช้ต่อแน่นอนค่ะ เหมือนผิวหน้าเราดูสุขภาพดีมากขึ้น เพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองหาสกินแคร์ที่คุณภาพดีแต่ราคาถูก เราว่านางเป็น Must-Have Items ที่เพื่อนๆ ต้องมีติดบ้านไว้เลย หรือสำหรับใครที่ชื่นชอบแบรนด์ SENKA อยู่แล้ว อยากให้ได้ลอง SENKA White Beauty Skincare เราเชื่อว่าเพื่อนๆจะชอบความคุ้มค่าแน่นอน
SENKA WHITE BEAUTY LOTION
สวัสดีคะเพื่อนๆ Vanilla วันนี้เราจะหยิบ สกินแคร์เซนกะ มาเมาส์มอยให้ฟัง งงในงงอ่ะดิ ว่า เซนกะอันโด่งดังเรื่องวิปโฟม จนเป็นกระแสฮิตกันอย่างสุดๆชนิดที่ว่าทุกคนต้องมีติดบ้าน มีสกินแคร์แล้วหรอ มีแล้วนะจ๊ะเพี่อนๆ
SENKA ได้ออกสกินแคร์ใหม่ที่ชื่อว่า “SENKA White Beauty Skincare” ทางเราอยากจะบอกว่า ไวท์เทนนิ่งสกินแคร์ใหม่ล่าสุดของเค้าก็ดีมากไม่แพ้กัน หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า จุนปากุ เซนกะ (JUNPAKU SENKA) ที่มีครบ step การบำรุงผิว ทั้ง Lotion 2 สูตร , Serum, และ Cream อีก 2 สูตร วันนี้เราจะมารีวิวให้เพื่อนๆ แค่ตัวโลชั่นก่อนน๊า
เรามาดูคำโฆษณาของสกินแคร์กลุ่มนี้กันก่อนน๊า
SENKA White Beauty Skincare หรือ จุนปากุ เซนกะ มาด้วยสูตร NATU-ENCE FORMULA ที่เป็นแนวคิดจากญี่ปุ่น เป็นการนำส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ไวท์ โคคูน, ไรซ์ บราน ออยล์, ฮันนี่, ซากุระ ลีฟ เอ็กซ์แทร็กซ์ มารวมเข้าด้วย กันกับวิทยาศาสตร์บำรุงผิว ที่คิดค้นโดยสถาบันชิเซโด้ ทำให้ได้ส่วนผสมที่ซึมเข้าผิวได้ง่าย ไม่เหนอะหนะ และมอบความชุ่มชื่นรวมไปถึงส่วนผสมไวท์เทนนิ่ง ที่ช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ความหมองคล้ำดูลดลง และดูแลผิวหยาบกร้านให้เรียบเนียนขึ้นอีกด้วย
เรามารู้จักตัวโลชั่นกันเลยนะคะ
SENKA WHITE BEAUTY LOTION เป็นการบำรุงขั้นตอนแรกหลังจากที่เราทำความสะอาดผิวหน้าเสร็จ โลชั่นตัวนี้จะทำหน้าที่ฟื้นบำรุงให้ผิวดูสว่าง กระจ่างใส เติมความชุ่มชื่นให้กับผิวดูแลผิวที่แห้งกร้าน และชะลอการเกิดจุดด่างดำจะเป็นเนื้อ Lotion แบบใส และยังคงความเบาสบายหน้า เหมาะกับคนผิวธรรมดาหรือผิวแห้ง หรือเอาไว้ใช้ในตอนกลางคืนก็ให้ความชุ่มชื่นดี ตื่นมาผิวดูกระจ่างใสขึ้นด้วย ไม่มีน้ำหอม และ สารแต่งสี
***ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เหมาะกับสาวๆ ทุกสภาพผิวเลยนะคะ
ปริมาณสุทธิ : 200 กรัม ราคา : 399 บาท
หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไปและตามดรักสโตร์นะจ๊ะ
ความรู้สึกหลังใช้
เราผิวผสม ผิวมันง่ายทีโซน เราจึงเลือกใช้ สูตร 1 กล่องสีชมพู (จะเหมาะกับคนผิวธรรมดา – ผิวมัน) เพื่อนๆคนไหนที่ผิวแห้ง ก็ลองใช้ สูตร 2 กล่องสีน้ำเงิน (จะเหมาะกับคนผิวธรรมดา – ผิวแห้ง)
แพคเกจเป็นขวดสีขาวขุ่น ตัวหนังสือสีชมพู ฝาเปิดปิด เทสะดวกดีค่ะ เหยาะใส่มือไม่หกเลอะเทอะนะจ๊ะ
เนื้อผลิตภัณฑ์ : ไม่ผสมสี ไม่ผสมน้ำหอม เป็นเนื้อบางเบาสูตร I จะเป็นอารมณ์น้ำใสๆ คล้ายน้ำตบ ให้ความชุ่มชื่นกับผิวดีมากๆ ไม่หนักหน้าเลยนะ ใช้ปริมาณไม่เยอะก็ทั่วทั้งหน้า เอาจริงตอนแรกก็แอบกลัวนะว่าจะเหนอะหนะผิวไปหรือเปล่า หรือว่าจะมันมากๆช่วงทีโซน แต่พอลองใช้ดูคือตกใจมากเว่อร์ นางซึมเร็วจริงอะไรจริงจ้า ถ้าเพื่อนๆคนไหนกลัวหน้าจะมัน หรือเยิ้มตอนกลางวัน ก็ทาตอนก่อนนอนได้นะคะ
กลิ่น : เหมือนเป็นกลิ่นแอลกอฮอล์เลย อันนี้แอบหักคะแนน
ผลลัพธ์หลังการใช้ SENKA WHITE BEAUTY LOTION
จากที่เราได้ลองใช้สักระยะนึงนะ เรารู้สึกได้เลยว่าผิวหน้าที่นุ่มอยู่แล้วกลับนุ่มขึ้นอีก เวลาลูบไปที่ผิว รู้สึกเรียบเนียนมากขึ้น ไม่สะดุดเหมือนตอนก่อนใช้ สีผิวเริ่มสม่ำเสมอกันทั่วใบหน้า ผิวดูกระจ่างใส แต่เรารู้สึกได้ว่าเวลาแต่งหน้าสามารถโชว์ผิวได้มากขึ้น และ ผิวดูสดใสตลอดทั้งวัน และเมื่อตื่นมายังรู้สึกยังมีความชุ่มชื่นบนผิวอยู่
โดยรวมๆชอบนะ และจะใช้ต่อแน่นอนค่ะ เหมือนผิวหน้าเราดูสุขภาพดีมากขึ้น เพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองหาสกินแคร์ที่คุณภาพดีแต่ราคาถูก เราว่านางเป็น Must-Have Items ที่เพื่อนๆ ต้องมีติดบ้านไว้เลย หรือสำหรับใครที่ชื่นชอบแบรนด์ SENKA อยู่แล้ว อยากให้ได้ลอง SENKA White Beauty Skincare เราเชื่อว่าเพื่อนๆจะชอบความคุ้มค่าแน่นอน
สวัสดีคะเพื่อนๆ Vanilla วันนี้เราจะหยิบ สกินแคร์เซนกะ มาเมาส์มอยให้ฟัง งงในงงอ่ะดิ ว่า เซนกะอันโด่งดังเรื่องวิปโฟม จนเป็นกระแสฮิตกันอย่างสุดๆชนิดที่ว่าทุกคนต้องมีติดบ้าน มีสกินแคร์แล้วหรอ มีแล้วนะจ๊ะเพี่อนๆ
SENKA ได้ออกสกินแคร์ใหม่ที่ชื่อว่า “SENKA White Beauty Skincare” ทางเราอยากจะบอกว่า ไวท์เทนนิ่งสกินแคร์ใหม่ล่าสุดของเค้าก็ดีมากไม่แพ้กัน หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า จุนปากุ เซนกะ (JUNPAKU SENKA) ที่มีครบ step การบำรุงผิว ทั้ง Lotion 2 สูตร , Serum, และ Cream อีก 2 สูตร วันนี้เราจะมารีวิวให้เพื่อนๆ แค่ตัวโลชั่นก่อนน๊า
เรามาดูคำโฆษณาของสกินแคร์กลุ่มนี้กันก่อนน๊า
SENKA White Beauty Skincare หรือ จุนปากุ เซนกะ มาด้วยสูตร NATU-ENCE FORMULA ที่เป็นแนวคิดจากญี่ปุ่น เป็นการนำส่วนผสมที่สกัดจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น ไวท์ โคคูน, ไรซ์ บราน ออยล์, ฮันนี่, ซากุระ ลีฟ เอ็กซ์แทร็กซ์ มารวมเข้าด้วย กันกับวิทยาศาสตร์บำรุงผิว ที่คิดค้นโดยสถาบันชิเซโด้ ทำให้ได้ส่วนผสมที่ซึมเข้าผิวได้ง่าย ไม่เหนอะหนะ และมอบความชุ่มชื่นรวมไปถึงส่วนผสมไวท์เทนนิ่ง ที่ช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น ความหมองคล้ำดูลดลง และดูแลผิวหยาบกร้านให้เรียบเนียนขึ้นอีกด้วย
เรามารู้จักตัวโลชั่นกันเลยนะคะ
SENKA WHITE BEAUTY LOTION เป็นการบำรุงขั้นตอนแรกหลังจากที่เราทำความสะอาดผิวหน้าเสร็จ โลชั่นตัวนี้จะทำหน้าที่ฟื้นบำรุงให้ผิวดูสว่าง กระจ่างใส เติมความชุ่มชื่นให้กับผิวดูแลผิวที่แห้งกร้าน และชะลอการเกิดจุดด่างดำจะเป็นเนื้อ Lotion แบบใส และยังคงความเบาสบายหน้า เหมาะกับคนผิวธรรมดาหรือผิวแห้ง หรือเอาไว้ใช้ในตอนกลางคืนก็ให้ความชุ่มชื่นดี ตื่นมาผิวดูกระจ่างใสขึ้นด้วย ไม่มีน้ำหอม และ สารแต่งสี
***ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง เหมาะกับสาวๆ ทุกสภาพผิวเลยนะคะ
ปริมาณสุทธิ : 200 กรัม ราคา : 399 บาท
หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไปและตามดรักสโตร์นะจ๊ะ
ความรู้สึกหลังใช้
เราผิวผสม ผิวมันง่ายทีโซน เราจึงเลือกใช้ สูตร 1 กล่องสีชมพู (จะเหมาะกับคนผิวธรรมดา – ผิวมัน) เพื่อนๆคนไหนที่ผิวแห้ง ก็ลองใช้ สูตร 2 กล่องสีน้ำเงิน (จะเหมาะกับคนผิวธรรมดา – ผิวแห้ง)
แพคเกจเป็นขวดสีขาวขุ่น ตัวหนังสือสีชมพู ฝาเปิดปิด เทสะดวกดีค่ะ เหยาะใส่มือไม่หกเลอะเทอะนะจ๊ะ
เนื้อผลิตภัณฑ์ : ไม่ผสมสี ไม่ผสมน้ำหอม เป็นเนื้อบางเบาสูตร I จะเป็นอารมณ์น้ำใสๆ คล้ายน้ำตบ ให้ความชุ่มชื่นกับผิวดีมากๆ ไม่หนักหน้าเลยนะ ใช้ปริมาณไม่เยอะก็ทั่วทั้งหน้า เอาจริงตอนแรกก็แอบกลัวนะว่าจะเหนอะหนะผิวไปหรือเปล่า หรือว่าจะมันมากๆช่วงทีโซน แต่พอลองใช้ดูคือตกใจมากเว่อร์ นางซึมเร็วจริงอะไรจริงจ้า ถ้าเพื่อนๆคนไหนกลัวหน้าจะมัน หรือเยิ้มตอนกลางวัน ก็ทาตอนก่อนนอนได้นะคะ
กลิ่น : เหมือนเป็นกลิ่นแอลกอฮอล์เลย อันนี้แอบหักคะแนน
ผลลัพธ์หลังการใช้ SENKA WHITE BEAUTY LOTION
จากที่เราได้ลองใช้สักระยะนึงนะ เรารู้สึกได้เลยว่าผิวหน้าที่นุ่มอยู่แล้วกลับนุ่มขึ้นอีก เวลาลูบไปที่ผิว รู้สึกเรียบเนียนมากขึ้น ไม่สะดุดเหมือนตอนก่อนใช้ สีผิวเริ่มสม่ำเสมอกันทั่วใบหน้า ผิวดูกระจ่างใส แต่เรารู้สึกได้ว่าเวลาแต่งหน้าสามารถโชว์ผิวได้มากขึ้น และ ผิวดูสดใสตลอดทั้งวัน และเมื่อตื่นมายังรู้สึกยังมีความชุ่มชื่นบนผิวอยู่
โดยรวมๆชอบนะ และจะใช้ต่อแน่นอนค่ะ เหมือนผิวหน้าเราดูสุขภาพดีมากขึ้น เพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองหาสกินแคร์ที่คุณภาพดีแต่ราคาถูก เราว่านางเป็น Must-Have Items ที่เพื่อนๆ ต้องมีติดบ้านไว้เลย หรือสำหรับใครที่ชื่นชอบแบรนด์ SENKA อยู่แล้ว อยากให้ได้ลอง SENKA White Beauty Skincare เราเชื่อว่าเพื่อนๆจะชอบความคุ้มค่าแน่นอน
★
★
★
★
★
(3.00)
รังสียูวีในแสงแดดเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำร้ายผิวสวย นับวันยิ่งแรงขึ้น และร้อนยาวนานตลอดวันมากขึ้น หากผิวเราโดนแดดนานๆ จะก่อให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย หรืออาจทำให้ผิวแสบร้อน แห้งกร้าน และทำให้ผิวแลดูหมองคล้ำ ซึ่งการหลีกเลี่ยงแสงแดดนั้นถือเป็นเรื่องยาก เพราะความจริงแล้วรังสียูวีในแสงแดดมีอยู่ทุกที่รอบๆตัวเรา ดังนั้นการปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นประจำทุกวันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีประสิทธิภาพดี เหมาะกับสภาพผิว เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับทุกกิจกรรมที่ต้องเผชิญวันนี้มินมารีวิว Anessa Perfect UV Sunscreen Skincare Milk SPF50+ PA++++ กันแดดอันดับ 1 จากญี่ปุ่น!!! สูตรน้ำนม เนื้อบางเบา ปกป้องแสงแดดสูงสุด สำหรับผิวหน้าและผิวกาย ปรับโฉมใหม่ ให้ดูโดดเด่นกว่าเดิมเน้นบรรจุภัณฑ์สีทอง โดยใช้เทคโนโลยี Aqua Booster EX ที่เมื่อโดนความชื้น เหงื่อ หรือน้ำ ยิ่งเพิ่มการปกป้องให้ดียิ่งขึ้น จึงมั่นใจได้ว่าปกป้องแสงแดดสูงสุดในทุกสภาวะยาวนานตลอดวัน ผสานสารบำรุงผิวมากถึง 50% สามารถใช้ได้ทุกๆ วัน ไม่จำเป็นต้องวันที่ออกแดดจัดเท่านั้น! เป็นมากกว่ากันแดด ทั้งบำรุง ทั้งปกป้อง สามารถแต่งหน้าได้ทันทีส่วนผสมหลัก :“ฟื้นบำรุงพร้อมมอบความชุ่มชื้นให้ผิว” ปกป้องผิวจากแสงแดด มอบความชุ่มชื้น พร้อมฟื้นบำรุงผิวกร้านแดด1. คอลลาเจน: ฟื้นบำรุงผิวจากการถูกแสงแดดทำร้าย2. ซุปเปอร์ ไฮยาลูรอนิก แอซิด (Super Hyaluronic Acid) มอบความชุ่มชื่นให้ผิว, กลีเซอริน (Glycerin)3.สารสกัดจากพืชพรรณธรรมชาติ : ดอกกุหลาบ และอโลเวร่า“Day Protect” สร้างปราการปกป้องผิวจากแสงแดดตลอดวัน1. มอบคุณสมบัติแอนตี้ ออกซิแดนท์ (Anti-oxidants) ด้วยคุณค่าจากชาเขียว และดอกซากุระ2. Tormentilla Extract (Rosaceae) ปกป้องการสูญเสียคอลลาเจนในผิวที่ต้องเผชิญรังสียูวีจากแสงแดดวิธีใช้ เขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง เกลี่ยผลิตภัณฑ์ให้ทั่วบริเวณใบหน้า ลำคอและผิวกายหลังการบำรุงผิว สามารถทาซ้ำได้ ระหว่างวัน ล้างออกง่ายด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าราคา : ปริมาณสุทธิ 60 มล. ราคา 859 บาท และ ปริมาณสุทธิ 20 มล. ราคา 420 บาทหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป และตาม ดรักสโตร์นะคะทู๊กคนนนความรู้สึกหลังใช้เริ่มจากผิวหน้าของมิน : ผิวผสม หน้ามันทีโซน ชอบท่องเที่ยว ดำน้ำ และผจญภัย มักจะเจอแดดแรงๆอยู่เสมอแพ็คเกจ : บรรจุภัณฑ์สีทอง เป็นฝาบิดหมุน คล้ายรุ่นเก่า ใช้งานสะดวกกลิ่น : ไม่มีกลิ่นลักษณะของกันแดด : เนื้อบางเบาเกลี่ยง่าย ซึมซาบเร็ว เนียนกลืนไปกับผิว และไม่เหนอะหนะ รอให้เซ็ตตัวแปปนึงสามารถแต่งหน้าต่อได้ทันที ไม่ต้องพึงลมให้หน้าแห้ง ชอบตรงนี้ฝุดๆผลลัพธ์ : Anessa Perfect UV Sunscreen Skincare Milk SPF50+ PA++++ กันแดดได้ดีอยู่แล้วตั้งแต่รุ่นเก่า รุ่นใหม่นี้ยิ่งดีกว่าดี เพราะมีสารบำรุงในกันแดดด้วย เพราะแดดเมืองไทยร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ กันแดดอย่างเดียวไม่พอแล้ว ต้องมีสารบำรุงควบคู่ไปกับการปกป้องผิวด้วยถึงจะดีงาม ซึ่งนางเป็นกันแดดที่ตอบโจทย์ แดดสมัยนี้ นางใช้แล้วหน้าไม่มันเงา คุมมันได้ดี และบางเบาซึมง่าย ไม่หนักผิว ไม่ทำให้สีเมคอัพเปลี่ยน ทาได้ทั้งหน้าและตัวเลย ถ้าต้องออกแดดนานๆ แดดแรงมาก จะให้ดีก็ทาซ้ำทุกๆ2ชม. ซึ่งทาซ้ำแล้วยังไม่รู้สึกหน้าอุดตันนะคะ ดีงามมาก เวลาเจอแดดแรงๆผิวไม่แสบ ไม่แดง หน้าไม่หมองเลยจ้าาาาโดยภาพรวมประทับใจผลิตภัณฑ์ค่ะ และจะใช้ต่อแน่นอนค่ะ แต่ราคาแรงกว่ารุ่นเก่านิสนึง แต่ว่าใช้ได้นาน คุ้มค่ามากๆ เหมาะกับทุกคน เพราะไม่ทำให้แพ้ Must-Have Items ที่ทุกคนต้องไว้เลยจ้า!
รังสียูวีในแสงแดดเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำร้ายผิวสวย นับวันยิ่งแรงขึ้น และร้อนยาวนานตลอดวันมากขึ้น หากผิวเราโดนแดดนานๆ จะก่อให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย หรืออาจทำให้ผิวแสบร้อน แห้งกร้าน และทำให้ผิวแลดูหมองคล้ำ ซึ่งการหลีกเลี่ยงแสงแดดนั้นถือเป็นเรื่องยาก เพราะความจริงแล้วรังสียูวีในแสงแดดมีอยู่ทุกที่รอบๆตัวเรา ดังนั้นการปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นประจำทุกวันจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีประสิทธิภาพดี เหมาะกับสภาพผิว เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับทุกกิจกรรมที่ต้องเผชิญ
วันนี้มินมารีวิว Anessa Perfect UV Sunscreen Skincare Milk SPF50+ PA++++ กันแดดอันดับ 1 จากญี่ปุ่น!!! สูตรน้ำนม เนื้อบางเบา ปกป้องแสงแดดสูงสุด สำหรับผิวหน้าและผิวกาย ปรับโฉมใหม่ ให้ดูโดดเด่นกว่าเดิมเน้นบรรจุภัณฑ์สีทอง โดยใช้เทคโนโลยี Aqua Booster EX ที่เมื่อโดนความชื้น เหงื่อ หรือน้ำ ยิ่งเพิ่มการปกป้องให้ดียิ่งขึ้น จึงมั่นใจได้ว่าปกป้องแสงแดดสูงสุดในทุกสภาวะยาวนานตลอดวัน ผสานสารบำรุงผิวมากถึง 50% สามารถใช้ได้ทุกๆ วัน ไม่จำเป็นต้องวันที่ออกแดดจัดเท่านั้น! เป็นมากกว่ากันแดด ทั้งบำรุง ทั้งปกป้อง สามารถแต่งหน้าได้ทันที
ส่วนผสมหลัก :
“ฟื้นบำรุงพร้อมมอบความชุ่มชื้นให้ผิว” ปกป้องผิวจากแสงแดด มอบความชุ่มชื้น พร้อมฟื้นบำรุงผิวกร้านแดด
1. คอลลาเจน: ฟื้นบำรุงผิวจากการถูกแสงแดดทำร้าย
2. ซุปเปอร์ ไฮยาลูรอนิก แอซิด (Super Hyaluronic Acid) มอบความชุ่มชื่นให้ผิว, กลีเซอริน (Glycerin)
3.สารสกัดจากพืชพรรณธรรมชาติ : ดอกกุหลาบ และอโลเวร่า
“Day Protect” สร้างปราการปกป้องผิวจากแสงแดดตลอดวัน
1. มอบคุณสมบัติแอนตี้ ออกซิแดนท์ (Anti-oxidants) ด้วยคุณค่าจากชาเขียว และดอกซากุระ
2. Tormentilla Extract (Rosaceae) ปกป้องการสูญเสียคอลลาเจนในผิวที่ต้องเผชิญรังสียูวีจากแสงแดด
วิธีใช้ เขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง เกลี่ยผลิตภัณฑ์ให้ทั่วบริเวณใบหน้า ลำคอและผิวกายหลังการบำรุงผิว สามารถทาซ้ำได้ ระหว่างวัน ล้างออกง่ายด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้า
ราคา : ปริมาณสุทธิ 60 มล. ราคา 859 บาท และ ปริมาณสุทธิ 20 มล. ราคา 420 บาท
หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป และตาม ดรักสโตร์นะคะทู๊กคนนน
ความรู้สึกหลังใช้
เริ่มจากผิวหน้าของมิน : ผิวผสม หน้ามันทีโซน ชอบท่องเที่ยว ดำน้ำ และผจญภัย มักจะเจอแดดแรงๆอยู่เสมอ
แพ็คเกจ : บรรจุภัณฑ์สีทอง เป็นฝาบิดหมุน คล้ายรุ่นเก่า ใช้งานสะดวก
กลิ่น : ไม่มีกลิ่น
ลักษณะของกันแดด : เนื้อบางเบาเกลี่ยง่าย ซึมซาบเร็ว เนียนกลืนไปกับผิว และไม่เหนอะหนะ รอให้เซ็ตตัวแปปนึงสามารถแต่งหน้าต่อได้ทันที ไม่ต้องพึงลมให้หน้าแห้ง ชอบตรงนี้ฝุดๆ
ผลลัพธ์ : Anessa Perfect UV Sunscreen Skincare Milk SPF50+ PA++++ กันแดดได้ดีอยู่แล้วตั้งแต่รุ่นเก่า รุ่นใหม่นี้ยิ่งดีกว่าดี เพราะมีสารบำรุงในกันแดดด้วย เพราะแดดเมืองไทยร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ กันแดดอย่างเดียวไม่พอแล้ว ต้องมีสารบำรุงควบคู่ไปกับการปกป้องผิวด้วยถึงจะดีงาม ซึ่งนางเป็นกันแดดที่ตอบโจทย์ แดดสมัยนี้ นางใช้แล้วหน้าไม่มันเงา คุมมันได้ดี และบางเบาซึมง่าย ไม่หนักผิว ไม่ทำให้สีเมคอัพเปลี่ยน ทาได้ทั้งหน้าและตัวเลย ถ้าต้องออกแดดนานๆ แดดแรงมาก จะให้ดีก็ทาซ้ำทุกๆ2ชม. ซึ่งทาซ้ำแล้วยังไม่รู้สึกหน้าอุดตันนะคะ ดีงามมาก เวลาเจอแดดแรงๆผิวไม่แสบ ไม่แดง หน้าไม่หมองเลยจ้าาาา
โดยภาพรวมประทับใจผลิตภัณฑ์ค่ะ และจะใช้ต่อแน่นอนค่ะ แต่ราคาแรงกว่ารุ่นเก่านิสนึง แต่ว่าใช้ได้นาน คุ้มค่ามากๆ เหมาะกับทุกคน เพราะไม่ทำให้แพ้ Must-Have Items ที่ทุกคนต้องไว้เลยจ้า!
วันนี้มินมารีวิว Anessa Perfect UV Sunscreen Skincare Milk SPF50+ PA++++ กันแดดอันดับ 1 จากญี่ปุ่น!!! สูตรน้ำนม เนื้อบางเบา ปกป้องแสงแดดสูงสุด สำหรับผิวหน้าและผิวกาย ปรับโฉมใหม่ ให้ดูโดดเด่นกว่าเดิมเน้นบรรจุภัณฑ์สีทอง โดยใช้เทคโนโลยี Aqua Booster EX ที่เมื่อโดนความชื้น เหงื่อ หรือน้ำ ยิ่งเพิ่มการปกป้องให้ดียิ่งขึ้น จึงมั่นใจได้ว่าปกป้องแสงแดดสูงสุดในทุกสภาวะยาวนานตลอดวัน ผสานสารบำรุงผิวมากถึง 50% สามารถใช้ได้ทุกๆ วัน ไม่จำเป็นต้องวันที่ออกแดดจัดเท่านั้น! เป็นมากกว่ากันแดด ทั้งบำรุง ทั้งปกป้อง สามารถแต่งหน้าได้ทันที
ส่วนผสมหลัก :
“ฟื้นบำรุงพร้อมมอบความชุ่มชื้นให้ผิว” ปกป้องผิวจากแสงแดด มอบความชุ่มชื้น พร้อมฟื้นบำรุงผิวกร้านแดด
1. คอลลาเจน: ฟื้นบำรุงผิวจากการถูกแสงแดดทำร้าย
2. ซุปเปอร์ ไฮยาลูรอนิก แอซิด (Super Hyaluronic Acid) มอบความชุ่มชื่นให้ผิว, กลีเซอริน (Glycerin)
3.สารสกัดจากพืชพรรณธรรมชาติ : ดอกกุหลาบ และอโลเวร่า
“Day Protect” สร้างปราการปกป้องผิวจากแสงแดดตลอดวัน
1. มอบคุณสมบัติแอนตี้ ออกซิแดนท์ (Anti-oxidants) ด้วยคุณค่าจากชาเขียว และดอกซากุระ
2. Tormentilla Extract (Rosaceae) ปกป้องการสูญเสียคอลลาเจนในผิวที่ต้องเผชิญรังสียูวีจากแสงแดด
วิธีใช้ เขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง เกลี่ยผลิตภัณฑ์ให้ทั่วบริเวณใบหน้า ลำคอและผิวกายหลังการบำรุงผิว สามารถทาซ้ำได้ ระหว่างวัน ล้างออกง่ายด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้า
ราคา : ปริมาณสุทธิ 60 มล. ราคา 859 บาท และ ปริมาณสุทธิ 20 มล. ราคา 420 บาท
หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป และตาม ดรักสโตร์นะคะทู๊กคนนน
ความรู้สึกหลังใช้
เริ่มจากผิวหน้าของมิน : ผิวผสม หน้ามันทีโซน ชอบท่องเที่ยว ดำน้ำ และผจญภัย มักจะเจอแดดแรงๆอยู่เสมอ
แพ็คเกจ : บรรจุภัณฑ์สีทอง เป็นฝาบิดหมุน คล้ายรุ่นเก่า ใช้งานสะดวก
กลิ่น : ไม่มีกลิ่น
ลักษณะของกันแดด : เนื้อบางเบาเกลี่ยง่าย ซึมซาบเร็ว เนียนกลืนไปกับผิว และไม่เหนอะหนะ รอให้เซ็ตตัวแปปนึงสามารถแต่งหน้าต่อได้ทันที ไม่ต้องพึงลมให้หน้าแห้ง ชอบตรงนี้ฝุดๆ
ผลลัพธ์ : Anessa Perfect UV Sunscreen Skincare Milk SPF50+ PA++++ กันแดดได้ดีอยู่แล้วตั้งแต่รุ่นเก่า รุ่นใหม่นี้ยิ่งดีกว่าดี เพราะมีสารบำรุงในกันแดดด้วย เพราะแดดเมืองไทยร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ กันแดดอย่างเดียวไม่พอแล้ว ต้องมีสารบำรุงควบคู่ไปกับการปกป้องผิวด้วยถึงจะดีงาม ซึ่งนางเป็นกันแดดที่ตอบโจทย์ แดดสมัยนี้ นางใช้แล้วหน้าไม่มันเงา คุมมันได้ดี และบางเบาซึมง่าย ไม่หนักผิว ไม่ทำให้สีเมคอัพเปลี่ยน ทาได้ทั้งหน้าและตัวเลย ถ้าต้องออกแดดนานๆ แดดแรงมาก จะให้ดีก็ทาซ้ำทุกๆ2ชม. ซึ่งทาซ้ำแล้วยังไม่รู้สึกหน้าอุดตันนะคะ ดีงามมาก เวลาเจอแดดแรงๆผิวไม่แสบ ไม่แดง หน้าไม่หมองเลยจ้าาาา
โดยภาพรวมประทับใจผลิตภัณฑ์ค่ะ และจะใช้ต่อแน่นอนค่ะ แต่ราคาแรงกว่ารุ่นเก่านิสนึง แต่ว่าใช้ได้นาน คุ้มค่ามากๆ เหมาะกับทุกคน เพราะไม่ทำให้แพ้ Must-Have Items ที่ทุกคนต้องไว้เลยจ้า!
★
★
★
★
★
(5.00)
สวัสดีคร่า เพื่อนๆชาว Vanilla เพื่อนๆคนไหนเคยถูกล้อว่าผมเป็นรังนก รังยุงบ้างไหม มินโดนล้อจนเป็นความเคยชิน 555 วันนี้มินจึงอยากมารีวิว ยาสระผม!!! ที่ทำให้ผมมินดูดีกว่ารังนก นั่นก็คือยาสระผมตัวใหม่ของ Dove สมัยก่อนเคยใช้ Dove พอใช้แล้วรังแคเยอะมากขึ้นจึงเลิกใช้ไป แต่ตอนนี้อยากลองใช้อีกครั้ง เพราะทนต่อการรีวิวไม่ไหว การบำรุงแบบ Micellar ก็กำลังอินเทรนด์อยู่ตอนนี้เช่นกัน ทุกผลิตภัณฑ์ต้องมี จึงอยากลองใช้ดูสิว่าจะเหมือนรีวิวไหมมมมมแท่น แท่น แท๊นนนน นั่นก็คือ DOVE VOLUME NOURISHMENT MICELLAR OXYGEN นั่นเองทำไมตอนนี้ Micellar กำลังอินเทรนด์อยู่ตอนนี้น๊าMicellar เป็นสารทำความสะอาดพิเศษ คุณสมบัติคล้ายแม่เหล็กในการขจัดน้ำมันและสิ่งสกปรกใบหน้า เพราะทำความสะอาดล้ำลึกสุดๆจึงถูกคนนำเอาไปใช้ในแชมพูบ้าง กลายเป็นหนึ่งในเทรนแชมพูที่เริ่มจะฮิตกันที่ต่างประเทศเลยล่ะ ในไทยมีแค่ไม่กี่ยี่ห้อ มินจึงเลือกลองใช้ Dove ก่อน เพราะมินเลยอยากให้โอกาสนางอีกครั้ง และอยากตามกระแส Micellar 555คำเคลมของนางครั้งแรกกับแชมพูสูตรใสของ Dove แตกต่างจากแชมพูใสทั่วไป ช่วยขจัดสิ่งสกปรก ให้ความชุ่มชื้นกว่า ร่วมกับให้ผมมีวอลลุ่มนุ่มถึงปลายเพื่อผมเบาสบาย เรียบลื่น พร้อมลดความมันให้กับบริเวณหนังศีรษะ แต่ไม่ทำร้ายปลายผมแห้ง เพื่อให้ผมแห้งกลับมานุ่มสวย เด้งราวกับมีชีวิตอีกครั้งส่วนผสมหลัก : ด้วยพลังจากไมเซล่า และ ออกซิเจน• ไมเซล่า ช่วยขจัดสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกินอย่างอ่อนโยนมอบความสดชื่นให้กับเส้นผมและช่วยบำรุงให้ชุ่มชื้นสุขภาพดี• ออกซิเจน เทคโนโลยี เติมออกซิเจนให้ผมมีวอลลุ่มนุ่มเด้งวิธีใช้ : ทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะ ชโลมลงบนเส้นผมที่เปียก นวดให้เกิดฟองแล้วล้างออก ใช้ทุกวันปริมาณ 340 ml. ราคา 129 บาทแต่มินซื้อขนาดทดลองมา 70 ml. ราคา 20 บาท ใครอยากลองซื้อแบบพกพาก่อนก็ได้น๊าความรู้สึกหลังใช้เริ่มจากลักษณะผมของมิน หยิก เส้นหนาใหญ่ ชี้ฟู และแห้งมากกก เหมือนรังนก ไม่ใช่แห้งแค่ปลายนะ แห้งทั้งโคนจรดปลายกันเลยทีเดียว ซึ่งเกิดจากการทำสี และว่ายน้ำบ่อยแพคเกจ : สีฟ้าอ่อน ดูน่าใช้มากๆเนื้อผลิตภัณฑ์ :ใสออกฟ้าๆ สระออกง่าย แต่ทำให้พื้นลื่น แอบหักคะแนนนิสนึง เพราะกลัวหัวฟาดพื้น 555กลิ่น : กลิ่นหอม แต่อยู่กับผมไม่นานมาก หรือว่าเราชินกับกลิ่นหว่าความแตกต่างของแชมพูสูตรเดิมที่เคยใช้ : แน่เลยคือไม่ทำให้เกิดรังแคเยอะเหมือนเก่า อันนี้ปลื้มมากกกก และไม่ทำให้หนังหัวมัน สระผมแล้วรู้สึกสะอาด สมัยก่อนเลิกใช้โดฟเพราะสาเหตุนี้ และที่สำคัญผมหวีง่ายมากกกกกขึ้น ชอบตรงนี้ที่สุดด ที่ทำให้แตกต่างจากยาสระผมสูตรเดิมผลลัพธ์ก่อนและหลังใช้ : ครั้งแรกที่ใช้รู้สึกได้ว่า ใช้แล้วทำให้ผมเบาสบายขึ้นไม่หนักหัว ผมก็เป็นวอลลุ่มไม่ชี้ฟูเท่าก่อนใช้และช่วยให้ผมนุ่มลื่นหวีง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย โดยปกติเวลาสระผมใหม่ๆแล้วหวีนี่เป็นสังกะตังเลยทีเดียว DOVE VOLUME NOURISHMENT MICELLAR OXYGEN ช่วยลดเวลาหวีผมได้ดีทีเดียว ชอบที่สุดคือสระแล้วรู้สึกเส้นผมไม่แห้งเท่าก่อนใช้นี่แหละ ตามที่เค้าเคลมจริงๆเลย“โคนไม่มันปลายไม่แห้ง”โดยรวมชอบนะ ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าว่ายน้ำ แล้วผมจะแห้งมากแล้ว มินมีตัวช่วยที่ดีในการดูแลผม อนาคตผมของมินจะไม่เป็นรังนกแล้ว มินว่านางเป็น MUST-HAVE ITEMS ที่ต้องมี ครั้งหน้ามินจะใช้แชมพูคู่กับครีมนวด มินคิดว่าผมมินต้องเป็นผมที่สวย มีน้ำหนัก นุ่มลื่นถ้าใช้คู่กัน
สวัสดีคร่า เพื่อนๆชาว Vanilla เพื่อนๆคนไหนเคยถูกล้อว่าผมเป็นรังนก รังยุงบ้างไหม มินโดนล้อจนเป็นความเคยชิน 555 วันนี้มินจึงอยากมารีวิว ยาสระผม!!! ที่ทำให้ผมมินดูดีกว่ารังนก นั่นก็คือยาสระผมตัวใหม่ของ Dove สมัยก่อนเคยใช้ Dove พอใช้แล้วรังแคเยอะมากขึ้นจึงเลิกใช้ไป แต่ตอนนี้อยากลองใช้อีกครั้ง เพราะทนต่อการรีวิวไม่ไหว การบำรุงแบบ Micellar ก็กำลังอินเทรนด์อยู่ตอนนี้เช่นกัน ทุกผลิตภัณฑ์ต้องมี จึงอยากลองใช้ดูสิว่าจะเหมือนรีวิวไหมมมมม
แท่น แท่น แท๊นนนน นั่นก็คือ DOVE VOLUME NOURISHMENT MICELLAR OXYGEN นั่นเอง
ทำไมตอนนี้ Micellar กำลังอินเทรนด์อยู่ตอนนี้น๊า
Micellar เป็นสารทำความสะอาดพิเศษ คุณสมบัติคล้ายแม่เหล็กในการขจัดน้ำมันและสิ่งสกปรกใบหน้า เพราะทำความสะอาดล้ำลึกสุดๆจึงถูกคนนำเอาไปใช้ในแชมพูบ้าง กลายเป็นหนึ่งในเทรนแชมพูที่เริ่มจะฮิตกันที่ต่างประเทศเลยล่ะ ในไทยมีแค่ไม่กี่ยี่ห้อ มินจึงเลือกลองใช้ Dove ก่อน เพราะมินเลยอยากให้โอกาสนางอีกครั้ง และอยากตามกระแส Micellar 555
คำเคลมของนาง
ครั้งแรกกับแชมพูสูตรใสของ Dove แตกต่างจากแชมพูใสทั่วไป ช่วยขจัดสิ่งสกปรก ให้ความชุ่มชื้นกว่า ร่วมกับให้ผมมีวอลลุ่มนุ่มถึงปลายเพื่อผมเบาสบาย เรียบลื่น พร้อมลดความมันให้กับบริเวณหนังศีรษะ แต่ไม่ทำร้ายปลายผมแห้ง เพื่อให้ผมแห้งกลับมานุ่มสวย เด้งราวกับมีชีวิตอีกครั้ง
ส่วนผสมหลัก : ด้วยพลังจากไมเซล่า และ ออกซิเจน
• ไมเซล่า ช่วยขจัดสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกินอย่างอ่อนโยนมอบความสดชื่นให้กับเส้นผมและช่วยบำรุงให้ชุ่มชื้นสุขภาพดี
• ออกซิเจน เทคโนโลยี เติมออกซิเจนให้ผมมีวอลลุ่มนุ่มเด้ง
วิธีใช้ : ทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะ ชโลมลงบนเส้นผมที่เปียก นวดให้เกิดฟองแล้วล้างออก ใช้ทุกวัน
ปริมาณ 340 ml. ราคา 129 บาท
แต่มินซื้อขนาดทดลองมา 70 ml. ราคา 20 บาท ใครอยากลองซื้อแบบพกพาก่อนก็ได้น๊า
ความรู้สึกหลังใช้
เริ่มจากลักษณะผมของมิน หยิก เส้นหนาใหญ่ ชี้ฟู และแห้งมากกก เหมือนรังนก ไม่ใช่แห้งแค่ปลายนะ แห้งทั้งโคนจรดปลายกันเลยทีเดียว ซึ่งเกิดจากการทำสี และว่ายน้ำบ่อย
แพคเกจ : สีฟ้าอ่อน ดูน่าใช้มากๆ
เนื้อผลิตภัณฑ์ :ใสออกฟ้าๆ สระออกง่าย แต่ทำให้พื้นลื่น แอบหักคะแนนนิสนึง เพราะกลัวหัวฟาดพื้น 555
กลิ่น : กลิ่นหอม แต่อยู่กับผมไม่นานมาก หรือว่าเราชินกับกลิ่นหว่า
ความแตกต่างของแชมพูสูตรเดิมที่เคยใช้ : แน่เลยคือไม่ทำให้เกิดรังแคเยอะเหมือนเก่า อันนี้ปลื้มมากกกก และไม่ทำให้หนังหัวมัน สระผมแล้วรู้สึกสะอาด สมัยก่อนเลิกใช้โดฟเพราะสาเหตุนี้ และที่สำคัญผมหวีง่ายมากกกกกขึ้น ชอบตรงนี้ที่สุดด ที่ทำให้แตกต่างจากยาสระผมสูตรเดิม
ผลลัพธ์ก่อนและหลังใช้ : ครั้งแรกที่ใช้รู้สึกได้ว่า ใช้แล้วทำให้ผมเบาสบายขึ้นไม่หนักหัว ผมก็เป็นวอลลุ่มไม่ชี้ฟูเท่าก่อนใช้และช่วยให้ผมนุ่มลื่นหวีง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย โดยปกติเวลาสระผมใหม่ๆแล้วหวีนี่เป็นสังกะตังเลยทีเดียว DOVE VOLUME NOURISHMENT MICELLAR OXYGEN ช่วยลดเวลาหวีผมได้ดีทีเดียว ชอบที่สุดคือสระแล้วรู้สึกเส้นผมไม่แห้งเท่าก่อนใช้นี่แหละ ตามที่เค้าเคลมจริงๆเลย“โคนไม่มันปลายไม่แห้ง”
โดยรวมชอบนะ ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าว่ายน้ำ แล้วผมจะแห้งมากแล้ว มินมีตัวช่วยที่ดีในการดูแลผม อนาคตผมของมินจะไม่เป็นรังนกแล้ว มินว่านางเป็น MUST-HAVE ITEMS ที่ต้องมี ครั้งหน้ามินจะใช้แชมพูคู่กับครีมนวด มินคิดว่าผมมินต้องเป็นผมที่สวย มีน้ำหนัก นุ่มลื่นถ้าใช้คู่กัน
แท่น แท่น แท๊นนนน นั่นก็คือ DOVE VOLUME NOURISHMENT MICELLAR OXYGEN นั่นเอง
ทำไมตอนนี้ Micellar กำลังอินเทรนด์อยู่ตอนนี้น๊า
Micellar เป็นสารทำความสะอาดพิเศษ คุณสมบัติคล้ายแม่เหล็กในการขจัดน้ำมันและสิ่งสกปรกใบหน้า เพราะทำความสะอาดล้ำลึกสุดๆจึงถูกคนนำเอาไปใช้ในแชมพูบ้าง กลายเป็นหนึ่งในเทรนแชมพูที่เริ่มจะฮิตกันที่ต่างประเทศเลยล่ะ ในไทยมีแค่ไม่กี่ยี่ห้อ มินจึงเลือกลองใช้ Dove ก่อน เพราะมินเลยอยากให้โอกาสนางอีกครั้ง และอยากตามกระแส Micellar 555
คำเคลมของนาง
ครั้งแรกกับแชมพูสูตรใสของ Dove แตกต่างจากแชมพูใสทั่วไป ช่วยขจัดสิ่งสกปรก ให้ความชุ่มชื้นกว่า ร่วมกับให้ผมมีวอลลุ่มนุ่มถึงปลายเพื่อผมเบาสบาย เรียบลื่น พร้อมลดความมันให้กับบริเวณหนังศีรษะ แต่ไม่ทำร้ายปลายผมแห้ง เพื่อให้ผมแห้งกลับมานุ่มสวย เด้งราวกับมีชีวิตอีกครั้ง
ส่วนผสมหลัก : ด้วยพลังจากไมเซล่า และ ออกซิเจน
• ไมเซล่า ช่วยขจัดสิ่งสกปรกและความมันส่วนเกินอย่างอ่อนโยนมอบความสดชื่นให้กับเส้นผมและช่วยบำรุงให้ชุ่มชื้นสุขภาพดี
• ออกซิเจน เทคโนโลยี เติมออกซิเจนให้ผมมีวอลลุ่มนุ่มเด้ง
วิธีใช้ : ทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะ ชโลมลงบนเส้นผมที่เปียก นวดให้เกิดฟองแล้วล้างออก ใช้ทุกวัน
ปริมาณ 340 ml. ราคา 129 บาท
แต่มินซื้อขนาดทดลองมา 70 ml. ราคา 20 บาท ใครอยากลองซื้อแบบพกพาก่อนก็ได้น๊า
ความรู้สึกหลังใช้
เริ่มจากลักษณะผมของมิน หยิก เส้นหนาใหญ่ ชี้ฟู และแห้งมากกก เหมือนรังนก ไม่ใช่แห้งแค่ปลายนะ แห้งทั้งโคนจรดปลายกันเลยทีเดียว ซึ่งเกิดจากการทำสี และว่ายน้ำบ่อย
แพคเกจ : สีฟ้าอ่อน ดูน่าใช้มากๆ
เนื้อผลิตภัณฑ์ :ใสออกฟ้าๆ สระออกง่าย แต่ทำให้พื้นลื่น แอบหักคะแนนนิสนึง เพราะกลัวหัวฟาดพื้น 555
กลิ่น : กลิ่นหอม แต่อยู่กับผมไม่นานมาก หรือว่าเราชินกับกลิ่นหว่า
ความแตกต่างของแชมพูสูตรเดิมที่เคยใช้ : แน่เลยคือไม่ทำให้เกิดรังแคเยอะเหมือนเก่า อันนี้ปลื้มมากกกก และไม่ทำให้หนังหัวมัน สระผมแล้วรู้สึกสะอาด สมัยก่อนเลิกใช้โดฟเพราะสาเหตุนี้ และที่สำคัญผมหวีง่ายมากกกกกขึ้น ชอบตรงนี้ที่สุดด ที่ทำให้แตกต่างจากยาสระผมสูตรเดิม
ผลลัพธ์ก่อนและหลังใช้ : ครั้งแรกที่ใช้รู้สึกได้ว่า ใช้แล้วทำให้ผมเบาสบายขึ้นไม่หนักหัว ผมก็เป็นวอลลุ่มไม่ชี้ฟูเท่าก่อนใช้และช่วยให้ผมนุ่มลื่นหวีง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย โดยปกติเวลาสระผมใหม่ๆแล้วหวีนี่เป็นสังกะตังเลยทีเดียว DOVE VOLUME NOURISHMENT MICELLAR OXYGEN ช่วยลดเวลาหวีผมได้ดีทีเดียว ชอบที่สุดคือสระแล้วรู้สึกเส้นผมไม่แห้งเท่าก่อนใช้นี่แหละ ตามที่เค้าเคลมจริงๆเลย“โคนไม่มันปลายไม่แห้ง”
โดยรวมชอบนะ ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าว่ายน้ำ แล้วผมจะแห้งมากแล้ว มินมีตัวช่วยที่ดีในการดูแลผม อนาคตผมของมินจะไม่เป็นรังนกแล้ว มินว่านางเป็น MUST-HAVE ITEMS ที่ต้องมี ครั้งหน้ามินจะใช้แชมพูคู่กับครีมนวด มินคิดว่าผมมินต้องเป็นผมที่สวย มีน้ำหนัก นุ่มลื่นถ้าใช้คู่กัน
★
★
★
★
★
(4.29)
สวัสดีคร่า เพื่อนๆชาว Vanilla วันนี้มินมารีวิว CLEANSING!!! เช็ดเครื่องสำอาง สูตรสำหรับเมคอัพกันน้ำและติดทนม๊ากมากกกกก ไม่ว่าจะเป็น รองพื้น อายไลเนอร์ มาสคาร่า ลิปสติก และอื่นๆอีกมาย ซึ่งนางสามารถเอาออกได้ 100% ไม่เหลือแม้แต่สิ่งตกค้างและคราบซิลิโคนที่มองไม่เห็นค่ะทุกคนซึ่งสูตรนี้นำเข้าจากเยอรมันเลยนะคะแท่น แท่น แท๊นนนน นั่นก็คือ NIVEA MicellAIR Skin Breathe Micellar Rose Water นั่นเองคำเคลมของนาง1. สามารถเช็ดเครื่องสำอางกันน้ำออกได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องลงแรงเช็ดถูจนกังวลว่าริ้วรอยอาจมาเร็วกว่าที่เคย2. ให้ความอ่อนโยน จาก Rose Water เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว และพิเศษด้วยสูตร 0% ความมัน จึงไม่ทำให้ผิวแห้งตึง3. ไม่ทิ้งความมันและซากซิลิโคน ตกค้างที่ก่อให้เกิดสารพัดปัญหาผิว4. เพิ่มความอ่อนโยนต่อผิวในทุกหยด ให้ผิวหน้านุ่ม ชุ่มชื้น กระจ่างใส แลดูสุขภาพดี ดุจกลีบกุหลาบแรกแย้ม พร้อมเติมเต็มความสดชื่นไปกับกลิ่นหอมอันละมุนจากกุหลาบ5. ***ผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและจักษุ ไม่ระคายเคืองผิวรอบดวงตา ไม่มีสารที่อาจก่อนให้เกิดการระคายเคืองส่วนผสมหลัก :1. ไมเซลแอร์ คอมแพล็กซ์ ที่ทำหน้าที่เหมือนแม่เหล็ก คอยดูดจับเมคอัพแบบกันน้ำที่ติดทนนาน สามารถทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจด โดยไม่ทิ้งสารตกค้างบนผิวของเรา2. Camellia Sinensis Leaf Extract หรือ สารสกัดของชาเขียว มีคุณสมบัติในการช่วยขับล้างสารพิษ และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ผิวดูสดชื่น3. Vaccinium Myrtillus Fruit Extract หรือ สารสกัดจากผลบิลเบอร์รี่ ทำหน้าที่ช่วยให้ความชุ่มชื้น ต่อต้านริ้วรอย ต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยทำให้ผิวสว่างใส ช่วยบำรุงรอบดวงตาวิธีใช้1. เขย่าก่อนใช้เพื่อให้ Dry Oil ชั้นบนและ Rose Water ด้านล่างผสานเป็นเนื้อเดียวกัน เพิ่มประสิทธิภาพในการเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางได้อย่างล้ำลึก2. หยดผลิตภัณฑ์ลงบนสำลี3. เช็ดทั่วใบหน้า รอบดวงตาและริมฝีปากอย่างเบามือราคา : 400 ml. ราคา 299 บาทหาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป และตาม ดรักสโตร์นะคะทู๊กคนนนความรู้สึกหลังใช้เริ่มจากผิวหน้าของมิน : ผิวผสม หน้ามันที โซนทดสอบการเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางแบบชัดๆ ด้วยการลงผลิตภัณฑ์บนแขน และใบหน้าดังนี้1. อายแชโดว์เม็ดสีเข้มข้น2. อายไลน์เนอร์กันน้ำ3. มาสคาร่ากันน้ำ4. ลิปสติกเนื้อแมตต์ เม็ดสีชัด สูตรติดทนนาน ล้างออกยากแพ็คเกจ : เป็นขวดพลาสติกสีใสมีจุกปิดและมีรูสำหรับไว้เทน้ำลงบนสำลี ถ้าเปิดก็แค่หมุนฝาง่ายมากค่ะ มีฝาปิดอย่างดีไม่ทำให้หกเลอะเทอะได้นะคะคะแนน 4/5 ชอบแบบฝา เปิด - ปิด มากกว่ากลิ่น : มีกลิ่นอ่อนๆ ของดอกกุหลาบคะแนน 5/5 ไปเลยคร่า รู้สึกดึงดูดให้หลงใหลลักษณะของคลีนซิ่ง : Dry Oil ชั้นบนและ Rose Water ด้านล่างสีชมพู ลักษณะเบาบาง ไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนน้ำเปล่าเลยค่ะ ดังนั้นเวลาใช้ต้องเขย่าเพื่อให้เนื้อผลิตภัณฑ์รวมเป็นเนื้อเดียว มีความใส เหลว ลักษณะคือเป็นน้ำมากกว่าออยล์ เนื้อสัมผัสของคลีนซิ่งจะเป็นของเหลวคะแนน 4/5 เป็นการผสมผสานได้ดีเยี่ยม แต่บางทีก็ลืมเขย่า เป็นความผิดเขา หรือความผิดเรา 555ผลลัพธ์ : NIVEA MicellAIR Skin Breathe Micellar Rose Waterใช้สำลีแค่ 3 แผ่นโดย พอเริ่มปาดลงบนผิวหน้าปรากฏว่าเช็ดออกได้ง่าย ไม่ต้องใช้แรง เช็ดเบาๆ เค้าก็ค่อยๆ ออกเรื่อยๆ พอเริ่มแผ่นที่ 2 ก็เช็ดออกแต่เครื่องสำอางที่ติดเริ่มเหลือน้อยมากค่ะ พอแผนที่ 3 ปรากฏว่าเครื่องสำอางที่ติดอยู่ไม่มีแล้ว รู้สึกผิวสะอาด ไร้เครื่องสำอาง ใช้สำลีแค่สามรอบเองนะ คราบเครื่องสำอางกันน้ำของเราเกลี้ยงเลย คือสะอาดเวอร์ๆ แทบไม่ต้องลงแรง นอกจากลองบนแขนแล้ว มินได้ลองใช้กับผิวหน้าพบว่า สะอาดหมดจด ไม่ระคายเคืองผิว เวิร์คสุดๆ สำหรับวันหน้าแน่นโดยไม่ทิ้งความมันไว้บนผิวเลย อีกทั้งไม่ทำให้แสบผิว แสบตาด้วยนะคะ ดังนั้นสามารถเช็ดรอบดวงตาและริมฝีปากได้ด้วยค่ะ ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองแน่นอน รู้สึกผิวสะอาดและสดชื่นม๊ากมากเจ้าคะ อารมณ์เหมือนเอาน้ำเปล่ามาเช็ดยังงั้นเลย ใครเจอแบบนี้ไม่หลงให้รู้ไปจ้าาาคะแนน 5/5 ดีงามขนาดนี้เอาใจไปเลยคร่าโดยภาพรวมประทับใจผลิตภัณฑ์ค่ะ และจะใช้ต่อแน่นอนค่ะ ดีต่อใจ เอาคะแนนมินไป 5 เต็ม 5 อย่าลืมไปตำกันนะคะทุกคน เริ่ดมาก
สวัสดีคร่า เพื่อนๆชาว Vanilla วันนี้มินมารีวิว CLEANSING!!! เช็ดเครื่องสำอาง สูตรสำหรับเมคอัพกันน้ำและติดทนม๊ากมากกกกก ไม่ว่าจะเป็น รองพื้น อายไลเนอร์ มาสคาร่า ลิปสติก และอื่นๆอีกมาย ซึ่งนางสามารถเอาออกได้ 100% ไม่เหลือแม้แต่สิ่งตกค้างและคราบซิลิโคนที่มองไม่เห็นค่ะทุกคนซึ่งสูตรนี้นำเข้าจากเยอรมันเลยนะคะ
แท่น แท่น แท๊นนนน นั่นก็คือ NIVEA MicellAIR Skin Breathe Micellar Rose Water นั่นเอง
คำเคลมของนาง
1. สามารถเช็ดเครื่องสำอางกันน้ำออกได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องลงแรงเช็ดถูจนกังวลว่าริ้วรอยอาจมาเร็วกว่าที่เคย
2. ให้ความอ่อนโยน จาก Rose Water เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว และพิเศษด้วยสูตร 0% ความมัน จึงไม่ทำให้ผิวแห้งตึง
3. ไม่ทิ้งความมันและซากซิลิโคน ตกค้างที่ก่อให้เกิดสารพัดปัญหาผิว
4. เพิ่มความอ่อนโยนต่อผิวในทุกหยด ให้ผิวหน้านุ่ม ชุ่มชื้น กระจ่างใส แลดูสุขภาพดี ดุจกลีบกุหลาบแรกแย้ม พร้อมเติมเต็มความสดชื่นไปกับกลิ่นหอมอันละมุนจากกุหลาบ
5. ***ผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและจักษุ ไม่ระคายเคืองผิวรอบดวงตา ไม่มีสารที่อาจก่อนให้เกิดการระคายเคือง
ส่วนผสมหลัก :
1. ไมเซลแอร์ คอมแพล็กซ์ ที่ทำหน้าที่เหมือนแม่เหล็ก คอยดูดจับเมคอัพแบบกันน้ำที่ติดทนนาน สามารถทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจด โดยไม่ทิ้งสารตกค้างบนผิวของเรา
2. Camellia Sinensis Leaf Extract หรือ สารสกัดของชาเขียว มีคุณสมบัติในการช่วยขับล้างสารพิษ และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ผิวดูสดชื่น
3. Vaccinium Myrtillus Fruit Extract หรือ สารสกัดจากผลบิลเบอร์รี่ ทำหน้าที่ช่วยให้ความชุ่มชื้น ต่อต้านริ้วรอย ต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยทำให้ผิวสว่างใส ช่วยบำรุงรอบดวงตา
วิธีใช้
1. เขย่าก่อนใช้เพื่อให้ Dry Oil ชั้นบนและ Rose Water ด้านล่างผสานเป็นเนื้อเดียวกัน เพิ่มประสิทธิภาพในการเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางได้อย่างล้ำลึก
2. หยดผลิตภัณฑ์ลงบนสำลี
3. เช็ดทั่วใบหน้า รอบดวงตาและริมฝีปากอย่างเบามือ
ราคา : 400 ml. ราคา 299 บาท
หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป และตาม ดรักสโตร์นะคะทู๊กคนนน
ความรู้สึกหลังใช้
เริ่มจากผิวหน้าของมิน : ผิวผสม หน้ามันที โซน
ทดสอบการเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางแบบชัดๆ ด้วยการลงผลิตภัณฑ์บนแขน และใบหน้าดังนี้
1. อายแชโดว์เม็ดสีเข้มข้น
2. อายไลน์เนอร์กันน้ำ
3. มาสคาร่ากันน้ำ
4. ลิปสติกเนื้อแมตต์ เม็ดสีชัด สูตรติดทนนาน ล้างออกยาก
แพ็คเกจ : เป็นขวดพลาสติกสีใสมีจุกปิดและมีรูสำหรับไว้เทน้ำลงบนสำลี ถ้าเปิดก็แค่หมุนฝาง่ายมากค่ะ มีฝาปิดอย่างดีไม่ทำให้หกเลอะเทอะได้นะคะ
คะแนน 4/5 ชอบแบบฝา เปิด - ปิด มากกว่า
กลิ่น : มีกลิ่นอ่อนๆ ของดอกกุหลาบ
คะแนน 5/5 ไปเลยคร่า รู้สึกดึงดูดให้หลงใหล
ลักษณะของคลีนซิ่ง : Dry Oil ชั้นบนและ Rose Water ด้านล่างสีชมพู ลักษณะเบาบาง ไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนน้ำเปล่าเลยค่ะ ดังนั้นเวลาใช้ต้องเขย่าเพื่อให้เนื้อผลิตภัณฑ์รวมเป็นเนื้อเดียว มีความใส เหลว ลักษณะคือเป็นน้ำมากกว่าออยล์ เนื้อสัมผัสของคลีนซิ่งจะเป็นของเหลว
คะแนน 4/5 เป็นการผสมผสานได้ดีเยี่ยม แต่บางทีก็ลืมเขย่า เป็นความผิดเขา หรือความผิดเรา 555
ผลลัพธ์ : NIVEA MicellAIR Skin Breathe Micellar Rose Waterใช้สำลีแค่ 3 แผ่นโดย พอเริ่มปาดลงบนผิวหน้าปรากฏว่าเช็ดออกได้ง่าย ไม่ต้องใช้แรง เช็ดเบาๆ เค้าก็ค่อยๆ ออกเรื่อยๆ พอเริ่มแผ่นที่ 2 ก็เช็ดออกแต่เครื่องสำอางที่ติดเริ่มเหลือน้อยมากค่ะ พอแผนที่ 3 ปรากฏว่าเครื่องสำอางที่ติดอยู่ไม่มีแล้ว รู้สึกผิวสะอาด ไร้เครื่องสำอาง ใช้สำลีแค่สามรอบเองนะ คราบเครื่องสำอางกันน้ำของเราเกลี้ยงเลย คือสะอาดเวอร์ๆ แทบไม่ต้องลงแรง นอกจากลองบนแขนแล้ว มินได้ลองใช้กับผิวหน้าพบว่า สะอาดหมดจด ไม่ระคายเคืองผิว เวิร์คสุดๆ สำหรับวันหน้าแน่นโดยไม่ทิ้งความมันไว้บนผิวเลย อีกทั้งไม่ทำให้แสบผิว แสบตาด้วยนะคะ ดังนั้นสามารถเช็ดรอบดวงตาและริมฝีปากได้ด้วยค่ะ ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองแน่นอน รู้สึกผิวสะอาดและสดชื่นม๊ากมากเจ้าคะ อารมณ์เหมือนเอาน้ำเปล่ามาเช็ดยังงั้นเลย ใครเจอแบบนี้ไม่หลงให้รู้ไปจ้าาา
คะแนน 5/5 ดีงามขนาดนี้เอาใจไปเลยคร่า
โดยภาพรวมประทับใจผลิตภัณฑ์ค่ะ และจะใช้ต่อแน่นอนค่ะ ดีต่อใจ เอาคะแนนมินไป 5 เต็ม 5 อย่าลืมไปตำกันนะคะทุกคน เริ่ดมาก
แท่น แท่น แท๊นนนน นั่นก็คือ NIVEA MicellAIR Skin Breathe Micellar Rose Water นั่นเอง
คำเคลมของนาง
1. สามารถเช็ดเครื่องสำอางกันน้ำออกได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องลงแรงเช็ดถูจนกังวลว่าริ้วรอยอาจมาเร็วกว่าที่เคย
2. ให้ความอ่อนโยน จาก Rose Water เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว และพิเศษด้วยสูตร 0% ความมัน จึงไม่ทำให้ผิวแห้งตึง
3. ไม่ทิ้งความมันและซากซิลิโคน ตกค้างที่ก่อให้เกิดสารพัดปัญหาผิว
4. เพิ่มความอ่อนโยนต่อผิวในทุกหยด ให้ผิวหน้านุ่ม ชุ่มชื้น กระจ่างใส แลดูสุขภาพดี ดุจกลีบกุหลาบแรกแย้ม พร้อมเติมเต็มความสดชื่นไปกับกลิ่นหอมอันละมุนจากกุหลาบ
5. ***ผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและจักษุ ไม่ระคายเคืองผิวรอบดวงตา ไม่มีสารที่อาจก่อนให้เกิดการระคายเคือง
ส่วนผสมหลัก :
1. ไมเซลแอร์ คอมแพล็กซ์ ที่ทำหน้าที่เหมือนแม่เหล็ก คอยดูดจับเมคอัพแบบกันน้ำที่ติดทนนาน สามารถทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจด โดยไม่ทิ้งสารตกค้างบนผิวของเรา
2. Camellia Sinensis Leaf Extract หรือ สารสกัดของชาเขียว มีคุณสมบัติในการช่วยขับล้างสารพิษ และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ผิวดูสดชื่น
3. Vaccinium Myrtillus Fruit Extract หรือ สารสกัดจากผลบิลเบอร์รี่ ทำหน้าที่ช่วยให้ความชุ่มชื้น ต่อต้านริ้วรอย ต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยทำให้ผิวสว่างใส ช่วยบำรุงรอบดวงตา
วิธีใช้
1. เขย่าก่อนใช้เพื่อให้ Dry Oil ชั้นบนและ Rose Water ด้านล่างผสานเป็นเนื้อเดียวกัน เพิ่มประสิทธิภาพในการเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางได้อย่างล้ำลึก
2. หยดผลิตภัณฑ์ลงบนสำลี
3. เช็ดทั่วใบหน้า รอบดวงตาและริมฝีปากอย่างเบามือ
ราคา : 400 ml. ราคา 299 บาท
หาซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป และตาม ดรักสโตร์นะคะทู๊กคนนน
ความรู้สึกหลังใช้
เริ่มจากผิวหน้าของมิน : ผิวผสม หน้ามันที โซน
ทดสอบการเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางแบบชัดๆ ด้วยการลงผลิตภัณฑ์บนแขน และใบหน้าดังนี้
1. อายแชโดว์เม็ดสีเข้มข้น
2. อายไลน์เนอร์กันน้ำ
3. มาสคาร่ากันน้ำ
4. ลิปสติกเนื้อแมตต์ เม็ดสีชัด สูตรติดทนนาน ล้างออกยาก
แพ็คเกจ : เป็นขวดพลาสติกสีใสมีจุกปิดและมีรูสำหรับไว้เทน้ำลงบนสำลี ถ้าเปิดก็แค่หมุนฝาง่ายมากค่ะ มีฝาปิดอย่างดีไม่ทำให้หกเลอะเทอะได้นะคะ
คะแนน 4/5 ชอบแบบฝา เปิด - ปิด มากกว่า
กลิ่น : มีกลิ่นอ่อนๆ ของดอกกุหลาบ
คะแนน 5/5 ไปเลยคร่า รู้สึกดึงดูดให้หลงใหล
ลักษณะของคลีนซิ่ง : Dry Oil ชั้นบนและ Rose Water ด้านล่างสีชมพู ลักษณะเบาบาง ไม่เหนียวเหนอะหนะเหมือนน้ำเปล่าเลยค่ะ ดังนั้นเวลาใช้ต้องเขย่าเพื่อให้เนื้อผลิตภัณฑ์รวมเป็นเนื้อเดียว มีความใส เหลว ลักษณะคือเป็นน้ำมากกว่าออยล์ เนื้อสัมผัสของคลีนซิ่งจะเป็นของเหลว
คะแนน 4/5 เป็นการผสมผสานได้ดีเยี่ยม แต่บางทีก็ลืมเขย่า เป็นความผิดเขา หรือความผิดเรา 555
ผลลัพธ์ : NIVEA MicellAIR Skin Breathe Micellar Rose Waterใช้สำลีแค่ 3 แผ่นโดย พอเริ่มปาดลงบนผิวหน้าปรากฏว่าเช็ดออกได้ง่าย ไม่ต้องใช้แรง เช็ดเบาๆ เค้าก็ค่อยๆ ออกเรื่อยๆ พอเริ่มแผ่นที่ 2 ก็เช็ดออกแต่เครื่องสำอางที่ติดเริ่มเหลือน้อยมากค่ะ พอแผนที่ 3 ปรากฏว่าเครื่องสำอางที่ติดอยู่ไม่มีแล้ว รู้สึกผิวสะอาด ไร้เครื่องสำอาง ใช้สำลีแค่สามรอบเองนะ คราบเครื่องสำอางกันน้ำของเราเกลี้ยงเลย คือสะอาดเวอร์ๆ แทบไม่ต้องลงแรง นอกจากลองบนแขนแล้ว มินได้ลองใช้กับผิวหน้าพบว่า สะอาดหมดจด ไม่ระคายเคืองผิว เวิร์คสุดๆ สำหรับวันหน้าแน่นโดยไม่ทิ้งความมันไว้บนผิวเลย อีกทั้งไม่ทำให้แสบผิว แสบตาด้วยนะคะ ดังนั้นสามารถเช็ดรอบดวงตาและริมฝีปากได้ด้วยค่ะ ไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองแน่นอน รู้สึกผิวสะอาดและสดชื่นม๊ากมากเจ้าคะ อารมณ์เหมือนเอาน้ำเปล่ามาเช็ดยังงั้นเลย ใครเจอแบบนี้ไม่หลงให้รู้ไปจ้าาา
คะแนน 5/5 ดีงามขนาดนี้เอาใจไปเลยคร่า
โดยภาพรวมประทับใจผลิตภัณฑ์ค่ะ และจะใช้ต่อแน่นอนค่ะ ดีต่อใจ เอาคะแนนมินไป 5 เต็ม 5 อย่าลืมไปตำกันนะคะทุกคน เริ่ดมาก
กำลังติดตาม
ยังไม่ได้ติดตามใคร
ผู้ติดตาม
No followers
รายการโปรด
ยังไม่มีสินค้าโปรด
Personal Information
Nickname
Minnymin
เพศ
Female