ข้อมูลผู้ใช้
ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้
โพสต์
★
★
★
★
★
(4.14)
สำหรับเซนกะ เพอร์เฟค วิป โฟม เป็นที่โปรดปรานของหลายๆคนอยู่แล้ว ตอนนี้ออกสูตรสำหรับคนที่มีปัญหาสิวสูตรนี้มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิค (Salicylic acid) หรือ BHA ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้เร็วขึ้น ลดการอุดตันจากเซลล์ผิวเก่า ช่วยลดการเกิดสิวซ้ำซากและมีดอกคาโมมายล์เกียวโต (Kyoto chamomile) มีคุณสมบัติช่วยต้านการอักเสบ เหมาะกับผิวแพ้ง่ายและผิวเป็นสิว ซึ่งมักจะเกิดอาการผิวอักเสบอยู่ตลอด ช่วยปลอบประโลมผิวจากการระคายเคือง และหลังจากการผลัดเซลล์ผิว ช่วยลดการเกิดสิวจากแบคทีเรีย มีสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย ทั้งบำรุงผิว ป้องกันผิวจากมลภาวะ ลดการอักเสบของสิว และให้ความชุ่มชื้นคืนแก่ผิวรวมถึงมี Double hyaluronic acid มาเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บความชุ่มชื้นในผิวด้วย และไม่มีสารก่อให้เกิดสิวหรือน้ำมันค่ะจากส่วนผสม รู้สึกเลยว่าส่วนผสมหลักสองตัวนี้มาส่งเสริมกันในเรื่องช่วยแก้ปัญหาสิวในระยะยาวจริงๆ ทั้งลดการเกิดสิวและบำรุงผิวให้แข็งแรงขึ้นเนื้อโฟมบีบออกมาดูคล้ายๆกับโคลนเขียวๆเหมือนกันตอนแรก จะไม่ใช่แบบสีขาวเนื้อครีมเจลอย่างรุ่นออริจินัล ไม่มีกลิ่นน้ำหอมอะไรเป็นพิเศษปริมาณที่แนนใช้ต่อหนึ่งครั้งไม่ค่อยเยอะ บีบมาประมาณ 2 เซนติเมตรอย่างที่แนะนำข้างหลอด กลัวเปลือง 55 ปริมาณนี้ ถ้าไม่ใช้ตาข่ายตีฟอง จะได้ประมาณแบบในรูป ฟองเป็นวิปโฟมสมชื่อจริงๆ โฟมเนียนละเอียดมาก ใส่น้ำลงไปวนๆหน่อยก็เป็นเนื้อวิปครีมเลย ไม่บาดหน้า ใช้แล้วฟินดี แต่หากจะเอาแบบฟูฟ่องเหมือนโฆษณา ต้องใช้ตาข่ายตีฟองเท่านั้นค่ะ ไม่เปลืองด้วย จะได้ความฟินหนักขึ้นไปอีกระดับแนนลองใช้มาประมาณสัปดาห์กว่า ๆ สังเกตได้ว่า ผิวไม่แห้งตึงหลังใช้ ผิวชุ่มชื้นกำลังกี แต่ไม่ลื่นน่ารำคาญ สะอาดเกลี้ยงเกลาดี เพราะความันบนหน้าได้ดีมาก ช่วยให้สิวไม่เห่อ ไม่ค่อยมีรอยแดง ปลอบโยนผิวดีค่ะ คิดว่าใช้ไปเรื่อยๆ หน้าจะปรับตัวให้น้ำมันในผิวออกมากำลังดี ช่วยลดสิวลงได้อีกในเรื่องการผลัดเซลล์ผิว แนนว่าได้ผลในระดับนึง ค่อยเป็นค่อยไป แนนใช้หลังล้างเครื่องสำอางด้วยคลีนซิ่งออยล์แล้วล้างตามด้วยเซนกะสูตรนี้ แนนว่าช่วยลดการเกิดสิวอุดตันได้ดี ปกติถ้าแต่งหน้าหนัก ๆ แล้วล้างไม่หมด สิวอุดตันจะมาเยือนทันที แต่นี่ไม่เป็นเลยสรุปว่า แนนพอใจในระดับนึง ส่วนตัวคิดว่าเซนกะ วิปโฟม รุ่นนี้ มีคุณสมบัติดีกว่าวิปโฟมออริจินัลนะ เพราะว่าช่วยผลัดเซลล์ผิวด้วย ในราคาที่พอๆกัน คนแต่งหน้าทุกวัน ถึงไม่เป็นสิวบ่อยก็น่าใช้ตัวหลอดเขียวมากกว่าหลอดน้ำเงิน หากใช้กับปัญหาสิวตรงๆ น่าจเหมาะกับคนที่มีปัญหาสิวเล็กน้อยถึงปานกลาง พวกสิวอุดตัน เพราะหากเป็นสิวหนักมากๆ แค่กรดซาลิไซลิคมันจะเอาไม่ค่อยอยู่แล้วป.ล.รุ่น acne care ที่ขายในไทย ผลิตในเวียดนามค่ะ
★
★
★
★
★
(4.29)
St.Ives Facial Cleanser สูตร Renewing Avocado & Coconut มาเป็นหลอดโฟมเป็นแบบเบสิค เป็นฝาเปิดปิดด้านล่าง ออกแบบรูปได้สวยงามดี แต่ต้องปรับปรุงฝาปิด เพราะว่าใช้ไปแค่ 3 ครั้ง ฝาปิดไม่เข้าแล้วค่ะโฟมล้างหน้า St.Ives มีจุดน่าสนใจตรงที่ไม่ใส่พาราเบน ไม่ใส่แอลกอฮอล์ (แต่ยังใส่น้ำหอมอยู่นะ) สำหรับสูตร Renewing Avocado & Coconut เน้นเรื่องการคืนสมดุลและฟื้นฟูผิวให้สุขภาพดีขึ้น ด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ 100% สองตัวหลัก ได้แก่ อโวคาโด และ มะพร้าว ค่ะอโวคาโด มีวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี ฟอสฟอรัส เลซิทิน โปรตีน เบต้า แคโรทีน และสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ สูง ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ลดการระคายเคืองของผิว ช่วยป้องกันริ้วรอยจากวัยและความเสื่อมจากมลภาวะ ไม่ว่าจะทั้งรังสียูวีในแสงแดดหรือการถูกทำร้ายจากฝุ่น และประโยชน์ที่สำคัญ คือ มีกรดไขมันไลโนเลอิค (linoleic acid) และ กรดไขมันโอเลอิค (oleic acid) มีคุณสมบัติในการส่งเสริมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวหนังของมนุษย์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของผิวหนังที่ทำให้ผิวดูเต่งตึง โกลว์ อ่อนเยาว์ อีกทั้งยังช่วยเร่งการสมานผิวด้วยมะพร้าว ในโฟมล้างหน้าสูตรนี้ใส่มาทั้งน้ำมันมะพร้าว กรดไขมันมะพร้าว และ แม้แต่สารลดแรงตึงผิว (ตัวที่ทำให้เกิดฟอง) ยังใช้ Sodium Cocoyl Glycinate ที่เป็นสารสกัดมาจากมะพร้าวด้วย ซึ่งมะพร้าวมีประโยชน์ต่อผิวมากมาย อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินอี กรดไขมันที่ดีต่อผิวมัน ผิวผสม หรือผิวที่มักเป็นสิวง่ายอย่างกรดไลโนเลอิค ส่วนกรดลอริค (lauric acid) ช่วยเติมน้ำให้ผิวและต่อต้านแบคทีเรีย น้ำมันมะพร้าวช่วยสร้างเสริมและซ่อมแซมเกราะป้องกันของผิวหนัง มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านเชื้อโรคและฟังไจ (เช่น รา ยีสต์) ช่วยลดสัญญาณของผิวเสื่อมตามวัย โดยรวมแล้ว สารสกัดจากมะพร้าว จึงช่วยให้ผิวชุ่มชื่น เปล่งปลั่ง ชะลอการเกิดริ้วรอย ลดการเกิดสิว ปกป้องผิวจากเชื้อที่ทำร้ายผิวน้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน มีคุณสมบัติเป็นตัวเคลือบผิว ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำออกจากเซลล์ผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นยาวนานขึ้น มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น วิตามินอี ที่ช่วยเรื่องการป้องกันผิวจากมลภาวะ วิตามินเอ ซี และดี ช่วยในการรักษาสิว มีกรดไขมันหลายชนิดที่ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เป็นอาหารของแบคทีเรีย เป็นเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ลดการเกิดสิวอย่างได้ผล นอกจากนี้ ยังมีเบต้า แคโรทีน สูง เมื่อถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ จะช่วยให้ผิวฟื้นฟูดูอ่อนเยาว์ ลดการเกิดริ้วรอยต่าง ๆ บนผิวหน้า และมีกรดไลโนเลอิค ที่ช่วยลดการอักเสบ ลดรอยแดง ความกร้านของผิว และส่งเสริมการเติบโตของเซลล์ผิวใหม่กรดซาลิไซลิค (Salicylic acid) หรือ BHA เป็นสารที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้เร็วขึ้น เผยเซลล์ผิวใหม่ ลดการอุดตันจากเซลล์ผิวเก่า จึงช่วยลดสิวอย่างมีประสิทธิภาพวิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในด้านการปรับผิวให้กระจ่างใส โทนผิวดูสว่างขึ้น ช่วยบำรุงและปกป้องผิวจากมลภาวะ ในสูตรนี้เป็นวิตามินซีในรูปของ ascorbyl glucoside ที่เสถียรกว่าวิตามินซีในรูปแบบอื่นวิตามินอี (tocopherol) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ช่วยชะลอความเสื่อมของผิวหนัง ลดผลข้างเคียงจากการโดนรังสียูวี ซ่อมแซมเซลล์ผิว ช่วยให้ความชุ่มชื้นมาดูรีวิวหลังการใช้งานกันบ้างค่ะเนื้อโฟมล้างหน้าของ St.Ives สูตรนี้ เป็นเนื้อครีมสีขาว ค่อนข้างเหลว ใช้ประมาณไม่ถึงเหรียญ 5 บาทดี ก็สามารถตีเป็นเนื้อโฟมนุ่มได้เยอะ ถือว่าไม่เปลืองค่ะ และพอถูวนไปเรื่อย ๆ ฟองจะหนานุ่มขึ้นจนเป็นครีมโฟมละเอียดแบบวิปครีม ไม่จำเป็นต้องมีตาข่ายตีฟองก็ได้ เราใช้นวดเบา ๆ ทั่วใบหน้าได้นาน ช่วยให้ทำความสะอาดทั่วถึงและเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปในตัวกลิ่นของโฟมค่อนข้างหอมกลิ่นมะพร้าว ใช้แล้วฟิน ๆ สดชื่นดีค่ะ เหมือนอยู่ในสปาบาหลี 555 กลิ่นไม่แรงมากตอนลองใช้ครั้งแรก ไม่ได้คาดหวังอะไรว่าจะดีอะไรมากมาย ถู ๆ ฟอก ๆ ไป พอล้างออก ฮึ้ย ล้างออกง่าย ไม่ทำให้หน้าแห้งตึง แล้วหน้านุ่มมากกก ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้เลย จากหน้าสาก ๆ ประทับใจมาก แล้วผิวชุ่มชื้นยาวนานด้วย ขนาดว่าเราล้างด้วยน้ำอุ่มแล้วลืมทาครีม ผิวหน้าก็ไม่แห้งลงมากมายแนนใช้มาแล้วประมาณ 3 สัปดาห์ เรื่องความชุ่มชื้นของหน้าดีขึ้นอย่างมาก ผิวดูเนียนละเอียดขึ้น หน้าเด้งโกลว์อย่างที่โฆษณาไว้เลย ผิวผสมของแนนมีความชุ่มชื้นยาวนาน ตกเย็นตกกลางคืนแล้วก็ยังไม่แห้งผาก หน้าไม่มันเว่อร์ แล้วเนื้อสัมผัสของโฟมนุ่มละเอียดเนียนมาก รู้สึกดีทุกครั้งที่ล้างหน้าด้วยโฟม St.Ivesเรื่องประสิทธิภาพการทำความสะอาด ค่อนข้างดี ล้างสิ่งสกปรกอย่างฝุ่นมลภาวะและความมันบนใบหน้าได้หมดจด ส่วนเครื่องสำอางหรือครีมกันแดด แนนว่าตัวนี้ไม่เน้นเอามาล้างเครื่องสำอาง ต้องใช้คลีนซิ่งเครื่องสำอางต่างหากก่อน ค่อยล้างด้วยโฟมจะดีมาก ๆส่วนการลดปัญหาสิว แนนว่าทำได้ดีในระดับนึง มีกรดซาลิไซลิคช่วยผลัดเซลล์ผิว สิวผดเลยลดลงบ้างแต่ไม่ถึงขั้นว่าว้าวขนาดนั้น ใครเป็นสิวเบา ๆ พอใช้ได้ ส่วนใครเป็นสิวหนัก ๆ น่าจะใช้ครีมล้างหน้าเฉพาะสำหรับสิวไปเลยค่ะสรุปว่า St.Ives Facial Cleanser สูตร Renewing Avocado & Coconut เน้นเรื่องผิวชุ่มชื้น ล้างแล้วผิวไม่แห้งตึง ให้ผิวอิ่มน้ำ สุขภาพดีขึ้น ผิวผสม ผิวมัน ผิวแห้ง ใช้ได้หมด บอกได้เลยว่าโฟมล้างหน้าแบรนด์นี้ คุ้มสมราคา 199 บาท
St.Ives Facial Cleanser สูตร Renewing Avocado & Coconut มาเป็นหลอดโฟมเป็นแบบเบสิค เป็นฝาเปิดปิดด้านล่าง ออกแบบรูปได้สวยงามดี แต่ต้องปรับปรุงฝาปิด เพราะว่าใช้ไปแค่ 3 ครั้ง ฝาปิดไม่เข้าแล้วค่ะ
โฟมล้างหน้า St.Ives มีจุดน่าสนใจตรงที่ไม่ใส่พาราเบน ไม่ใส่แอลกอฮอล์ (แต่ยังใส่น้ำหอมอยู่นะ) สำหรับสูตร Renewing Avocado & Coconut เน้นเรื่องการคืนสมดุลและฟื้นฟูผิวให้สุขภาพดีขึ้น ด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ 100% สองตัวหลัก ได้แก่ อโวคาโด และ มะพร้าว ค่ะ
อโวคาโด มีวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี ฟอสฟอรัส เลซิทิน โปรตีน เบต้า แคโรทีน และสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ สูง ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ลดการระคายเคืองของผิว ช่วยป้องกันริ้วรอยจากวัยและความเสื่อมจากมลภาวะ ไม่ว่าจะทั้งรังสียูวีในแสงแดดหรือการถูกทำร้ายจากฝุ่น และประโยชน์ที่สำคัญ คือ มีกรดไขมันไลโนเลอิค (linoleic acid) และ กรดไขมันโอเลอิค (oleic acid) มีคุณสมบัติในการส่งเสริมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวหนังของมนุษย์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของผิวหนังที่ทำให้ผิวดูเต่งตึง โกลว์ อ่อนเยาว์ อีกทั้งยังช่วยเร่งการสมานผิวด้วย
มะพร้าว ในโฟมล้างหน้าสูตรนี้ใส่มาทั้งน้ำมันมะพร้าว กรดไขมันมะพร้าว และ แม้แต่สารลดแรงตึงผิว (ตัวที่ทำให้เกิดฟอง) ยังใช้ Sodium Cocoyl Glycinate ที่เป็นสารสกัดมาจากมะพร้าวด้วย ซึ่งมะพร้าวมีประโยชน์ต่อผิวมากมาย อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินอี กรดไขมันที่ดีต่อผิวมัน ผิวผสม หรือผิวที่มักเป็นสิวง่ายอย่างกรดไลโนเลอิค ส่วนกรดลอริค (lauric acid) ช่วยเติมน้ำให้ผิวและต่อต้านแบคทีเรีย น้ำมันมะพร้าวช่วยสร้างเสริมและซ่อมแซมเกราะป้องกันของผิวหนัง มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านเชื้อโรคและฟังไจ (เช่น รา ยีสต์) ช่วยลดสัญญาณของผิวเสื่อมตามวัย โดยรวมแล้ว สารสกัดจากมะพร้าว จึงช่วยให้ผิวชุ่มชื่น เปล่งปลั่ง ชะลอการเกิดริ้วรอย ลดการเกิดสิว ปกป้องผิวจากเชื้อที่ทำร้ายผิว
น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน มีคุณสมบัติเป็นตัวเคลือบผิว ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำออกจากเซลล์ผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นยาวนานขึ้น มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น วิตามินอี ที่ช่วยเรื่องการป้องกันผิวจากมลภาวะ วิตามินเอ ซี และดี ช่วยในการรักษาสิว มีกรดไขมันหลายชนิดที่ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เป็นอาหารของแบคทีเรีย เป็นเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ลดการเกิดสิวอย่างได้ผล นอกจากนี้ ยังมีเบต้า แคโรทีน สูง เมื่อถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ จะช่วยให้ผิวฟื้นฟูดูอ่อนเยาว์ ลดการเกิดริ้วรอยต่าง ๆ บนผิวหน้า และมีกรดไลโนเลอิค ที่ช่วยลดการอักเสบ ลดรอยแดง ความกร้านของผิว และส่งเสริมการเติบโตของเซลล์ผิวใหม่
กรดซาลิไซลิค (Salicylic acid) หรือ BHA เป็นสารที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้เร็วขึ้น เผยเซลล์ผิวใหม่ ลดการอุดตันจากเซลล์ผิวเก่า จึงช่วยลดสิวอย่างมีประสิทธิภาพ
วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในด้านการปรับผิวให้กระจ่างใส โทนผิวดูสว่างขึ้น ช่วยบำรุงและปกป้องผิวจากมลภาวะ ในสูตรนี้เป็นวิตามินซีในรูปของ ascorbyl glucoside ที่เสถียรกว่าวิตามินซีในรูปแบบอื่น
วิตามินอี (tocopherol) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ช่วยชะลอความเสื่อมของผิวหนัง ลดผลข้างเคียงจากการโดนรังสียูวี ซ่อมแซมเซลล์ผิว ช่วยให้ความชุ่มชื้น
มาดูรีวิวหลังการใช้งานกันบ้างค่ะ
เนื้อโฟมล้างหน้าของ St.Ives สูตรนี้ เป็นเนื้อครีมสีขาว ค่อนข้างเหลว ใช้ประมาณไม่ถึงเหรียญ 5 บาทดี ก็สามารถตีเป็นเนื้อโฟมนุ่มได้เยอะ ถือว่าไม่เปลืองค่ะ และพอถูวนไปเรื่อย ๆ ฟองจะหนานุ่มขึ้นจนเป็นครีมโฟมละเอียดแบบวิปครีม ไม่จำเป็นต้องมีตาข่ายตีฟองก็ได้ เราใช้นวดเบา ๆ ทั่วใบหน้าได้นาน ช่วยให้ทำความสะอาดทั่วถึงและเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปในตัว
กลิ่นของโฟมค่อนข้างหอมกลิ่นมะพร้าว ใช้แล้วฟิน ๆ สดชื่นดีค่ะ เหมือนอยู่ในสปาบาหลี 555 กลิ่นไม่แรงมาก
ตอนลองใช้ครั้งแรก ไม่ได้คาดหวังอะไรว่าจะดีอะไรมากมาย ถู ๆ ฟอก ๆ ไป พอล้างออก ฮึ้ย ล้างออกง่าย ไม่ทำให้หน้าแห้งตึง แล้วหน้านุ่มมากกก ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้เลย จากหน้าสาก ๆ ประทับใจมาก แล้วผิวชุ่มชื้นยาวนานด้วย ขนาดว่าเราล้างด้วยน้ำอุ่มแล้วลืมทาครีม ผิวหน้าก็ไม่แห้งลงมากมาย
แนนใช้มาแล้วประมาณ 3 สัปดาห์ เรื่องความชุ่มชื้นของหน้าดีขึ้นอย่างมาก ผิวดูเนียนละเอียดขึ้น หน้าเด้งโกลว์อย่างที่โฆษณาไว้เลย ผิวผสมของแนนมีความชุ่มชื้นยาวนาน ตกเย็นตกกลางคืนแล้วก็ยังไม่แห้งผาก หน้าไม่มันเว่อร์ แล้วเนื้อสัมผัสของโฟมนุ่มละเอียดเนียนมาก รู้สึกดีทุกครั้งที่ล้างหน้าด้วยโฟม St.Ives
เรื่องประสิทธิภาพการทำความสะอาด ค่อนข้างดี ล้างสิ่งสกปรกอย่างฝุ่นมลภาวะและความมันบนใบหน้าได้หมดจด ส่วนเครื่องสำอางหรือครีมกันแดด แนนว่าตัวนี้ไม่เน้นเอามาล้างเครื่องสำอาง ต้องใช้คลีนซิ่งเครื่องสำอางต่างหากก่อน ค่อยล้างด้วยโฟมจะดีมาก ๆ
ส่วนการลดปัญหาสิว แนนว่าทำได้ดีในระดับนึง มีกรดซาลิไซลิคช่วยผลัดเซลล์ผิว สิวผดเลยลดลงบ้างแต่ไม่ถึงขั้นว่าว้าวขนาดนั้น ใครเป็นสิวเบา ๆ พอใช้ได้ ส่วนใครเป็นสิวหนัก ๆ น่าจะใช้ครีมล้างหน้าเฉพาะสำหรับสิวไปเลยค่ะ
สรุปว่า St.Ives Facial Cleanser สูตร Renewing Avocado & Coconut เน้นเรื่องผิวชุ่มชื้น ล้างแล้วผิวไม่แห้งตึง ให้ผิวอิ่มน้ำ สุขภาพดีขึ้น ผิวผสม ผิวมัน ผิวแห้ง ใช้ได้หมด บอกได้เลยว่าโฟมล้างหน้าแบรนด์นี้ คุ้มสมราคา 199 บาท
โฟมล้างหน้า St.Ives มีจุดน่าสนใจตรงที่ไม่ใส่พาราเบน ไม่ใส่แอลกอฮอล์ (แต่ยังใส่น้ำหอมอยู่นะ) สำหรับสูตร Renewing Avocado & Coconut เน้นเรื่องการคืนสมดุลและฟื้นฟูผิวให้สุขภาพดีขึ้น ด้วยส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ 100% สองตัวหลัก ได้แก่ อโวคาโด และ มะพร้าว ค่ะ
อโวคาโด มีวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี ฟอสฟอรัส เลซิทิน โปรตีน เบต้า แคโรทีน และสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ สูง ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ลดการระคายเคืองของผิว ช่วยป้องกันริ้วรอยจากวัยและความเสื่อมจากมลภาวะ ไม่ว่าจะทั้งรังสียูวีในแสงแดดหรือการถูกทำร้ายจากฝุ่น และประโยชน์ที่สำคัญ คือ มีกรดไขมันไลโนเลอิค (linoleic acid) และ กรดไขมันโอเลอิค (oleic acid) มีคุณสมบัติในการส่งเสริมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวหนังของมนุษย์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบของผิวหนังที่ทำให้ผิวดูเต่งตึง โกลว์ อ่อนเยาว์ อีกทั้งยังช่วยเร่งการสมานผิวด้วย
มะพร้าว ในโฟมล้างหน้าสูตรนี้ใส่มาทั้งน้ำมันมะพร้าว กรดไขมันมะพร้าว และ แม้แต่สารลดแรงตึงผิว (ตัวที่ทำให้เกิดฟอง) ยังใช้ Sodium Cocoyl Glycinate ที่เป็นสารสกัดมาจากมะพร้าวด้วย ซึ่งมะพร้าวมีประโยชน์ต่อผิวมากมาย อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินอี กรดไขมันที่ดีต่อผิวมัน ผิวผสม หรือผิวที่มักเป็นสิวง่ายอย่างกรดไลโนเลอิค ส่วนกรดลอริค (lauric acid) ช่วยเติมน้ำให้ผิวและต่อต้านแบคทีเรีย น้ำมันมะพร้าวช่วยสร้างเสริมและซ่อมแซมเกราะป้องกันของผิวหนัง มีฤทธิ์ต้านการอักเสบและต้านเชื้อโรคและฟังไจ (เช่น รา ยีสต์) ช่วยลดสัญญาณของผิวเสื่อมตามวัย โดยรวมแล้ว สารสกัดจากมะพร้าว จึงช่วยให้ผิวชุ่มชื่น เปล่งปลั่ง ชะลอการเกิดริ้วรอย ลดการเกิดสิว ปกป้องผิวจากเชื้อที่ทำร้ายผิว
น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน มีคุณสมบัติเป็นตัวเคลือบผิว ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำออกจากเซลล์ผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นยาวนานขึ้น มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น วิตามินอี ที่ช่วยเรื่องการป้องกันผิวจากมลภาวะ วิตามินเอ ซี และดี ช่วยในการรักษาสิว มีกรดไขมันหลายชนิดที่ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เป็นอาหารของแบคทีเรีย เป็นเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ลดการเกิดสิวอย่างได้ผล นอกจากนี้ ยังมีเบต้า แคโรทีน สูง เมื่อถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ จะช่วยให้ผิวฟื้นฟูดูอ่อนเยาว์ ลดการเกิดริ้วรอยต่าง ๆ บนผิวหน้า และมีกรดไลโนเลอิค ที่ช่วยลดการอักเสบ ลดรอยแดง ความกร้านของผิว และส่งเสริมการเติบโตของเซลล์ผิวใหม่
กรดซาลิไซลิค (Salicylic acid) หรือ BHA เป็นสารที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้เร็วขึ้น เผยเซลล์ผิวใหม่ ลดการอุดตันจากเซลล์ผิวเก่า จึงช่วยลดสิวอย่างมีประสิทธิภาพ
วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในด้านการปรับผิวให้กระจ่างใส โทนผิวดูสว่างขึ้น ช่วยบำรุงและปกป้องผิวจากมลภาวะ ในสูตรนี้เป็นวิตามินซีในรูปของ ascorbyl glucoside ที่เสถียรกว่าวิตามินซีในรูปแบบอื่น
วิตามินอี (tocopherol) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ช่วยชะลอความเสื่อมของผิวหนัง ลดผลข้างเคียงจากการโดนรังสียูวี ซ่อมแซมเซลล์ผิว ช่วยให้ความชุ่มชื้น
มาดูรีวิวหลังการใช้งานกันบ้างค่ะ
เนื้อโฟมล้างหน้าของ St.Ives สูตรนี้ เป็นเนื้อครีมสีขาว ค่อนข้างเหลว ใช้ประมาณไม่ถึงเหรียญ 5 บาทดี ก็สามารถตีเป็นเนื้อโฟมนุ่มได้เยอะ ถือว่าไม่เปลืองค่ะ และพอถูวนไปเรื่อย ๆ ฟองจะหนานุ่มขึ้นจนเป็นครีมโฟมละเอียดแบบวิปครีม ไม่จำเป็นต้องมีตาข่ายตีฟองก็ได้ เราใช้นวดเบา ๆ ทั่วใบหน้าได้นาน ช่วยให้ทำความสะอาดทั่วถึงและเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปในตัว
กลิ่นของโฟมค่อนข้างหอมกลิ่นมะพร้าว ใช้แล้วฟิน ๆ สดชื่นดีค่ะ เหมือนอยู่ในสปาบาหลี 555 กลิ่นไม่แรงมาก
ตอนลองใช้ครั้งแรก ไม่ได้คาดหวังอะไรว่าจะดีอะไรมากมาย ถู ๆ ฟอก ๆ ไป พอล้างออก ฮึ้ย ล้างออกง่าย ไม่ทำให้หน้าแห้งตึง แล้วหน้านุ่มมากกก ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้เลย จากหน้าสาก ๆ ประทับใจมาก แล้วผิวชุ่มชื้นยาวนานด้วย ขนาดว่าเราล้างด้วยน้ำอุ่มแล้วลืมทาครีม ผิวหน้าก็ไม่แห้งลงมากมาย
แนนใช้มาแล้วประมาณ 3 สัปดาห์ เรื่องความชุ่มชื้นของหน้าดีขึ้นอย่างมาก ผิวดูเนียนละเอียดขึ้น หน้าเด้งโกลว์อย่างที่โฆษณาไว้เลย ผิวผสมของแนนมีความชุ่มชื้นยาวนาน ตกเย็นตกกลางคืนแล้วก็ยังไม่แห้งผาก หน้าไม่มันเว่อร์ แล้วเนื้อสัมผัสของโฟมนุ่มละเอียดเนียนมาก รู้สึกดีทุกครั้งที่ล้างหน้าด้วยโฟม St.Ives
เรื่องประสิทธิภาพการทำความสะอาด ค่อนข้างดี ล้างสิ่งสกปรกอย่างฝุ่นมลภาวะและความมันบนใบหน้าได้หมดจด ส่วนเครื่องสำอางหรือครีมกันแดด แนนว่าตัวนี้ไม่เน้นเอามาล้างเครื่องสำอาง ต้องใช้คลีนซิ่งเครื่องสำอางต่างหากก่อน ค่อยล้างด้วยโฟมจะดีมาก ๆ
ส่วนการลดปัญหาสิว แนนว่าทำได้ดีในระดับนึง มีกรดซาลิไซลิคช่วยผลัดเซลล์ผิว สิวผดเลยลดลงบ้างแต่ไม่ถึงขั้นว่าว้าวขนาดนั้น ใครเป็นสิวเบา ๆ พอใช้ได้ ส่วนใครเป็นสิวหนัก ๆ น่าจะใช้ครีมล้างหน้าเฉพาะสำหรับสิวไปเลยค่ะ
สรุปว่า St.Ives Facial Cleanser สูตร Renewing Avocado & Coconut เน้นเรื่องผิวชุ่มชื้น ล้างแล้วผิวไม่แห้งตึง ให้ผิวอิ่มน้ำ สุขภาพดีขึ้น ผิวผสม ผิวมัน ผิวแห้ง ใช้ได้หมด บอกได้เลยว่าโฟมล้างหน้าแบรนด์นี้ คุ้มสมราคา 199 บาท
★
★
★
★
★
(4.71)
หลังจากได้ลองโฟม St.Ives สูตรอะโวคาโด กับ น้ำมันมะพร้าว แล้วติดใจ อยากลองครีมบ้าง ไปส่อง ๆ ที่เซเว่น ตอนแรกคิดว่าจะเลือกสูตรเดียวกัน แต่สุดท้ายซื้อ St. Ives สูตร Smooth & Glowing Pudding Cream ที่มีส่วนผสมของแอปริคอตธรรมชาติ 100% เพราะว่าไม่เคยใช้ครีมเนื้อพุดดิ้งมาก่อน และครีม St.Ives เขาไม่ใส่พาราเบน และแอลกอฮอล์ด้วยนะสำหรับรุ่นครีมซองเซนท์ไอฟ์ (ทุกสูตร) ปริมาณ 10 กรัม สนนราคา 49 บาท เป็นซองมีฝาปิดมาด้วย ใช้งานง่าย เหมาะกับการพกพา หรือเวลาลืมเอาครีมไปเที่ยวด้วยมาดูคุณสมบัติของสูตรแอปริคอตก่อนสูตรครีมพุดดิ้งแอปริคอต เขาเน้นเรื่องความนุ่ม โกลว์ โดยสารสกัดจากผลแอปริคอต มีสารต้านการอักเสบ อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ที่ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะและสิ่งแวดล้อมภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินเอ วิตามินซี และ วิตามินอี ซึ่งมีคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิว เหมาะกับผิวแพ้ง่ายหรือระคายเคืองง่าย-วิตามินซี ยังช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใส ลดจุดด่างดำ ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ยกกระชับผิว ช่วยลดเลือนริ้วรอย-ขณะที่วิตามินเอช่วยซ่อมแซมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวระดับล่าง ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าเผยผิวใหม่ ลดเลือนริ้วรอยและป้องกันการเสื่อมของเซลล์ผิว ทำให้ผิวหน้าดูใส เปล่งปลั่ง และโทนสีผิวสม่ำเสมอกัน-ในสารสกัดแอปริคอต ยังมีประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ และกรดไขมันไลโนเลอิค (linoleic acid) หรือโอเมกา 6 ที่มีคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิว ช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง และเต่งตึง โดยที่ไม่เพิ่มความมันด้วยนะอีกทั้งสารสกัดแอปริคอต ยังมีลักษณะพิเศษ คือ เป็นสารประเภทอีมอลเลียนท์ (Emollient) ที่เป็นสารให้ความนุ่มนวล หรือความชุ่มชื่นแก่ผิว ให้ความชุ่มชื่นจากผิวด้วยการเติมช่องว่างระหว่างเซลล์ผิว ลดความเสียดทาน ทำให้ผิวเรียบเนียนอ่อนนุ่ม ปลอบโยนผิวได้ยาวนานในส่วนประกอบของครีมพุดดิ้งเซนท์ไอฟ์ ยังมีส่วนผสมที่น่าสนใจอีก เช่น-น้ำมันโจโจบา (simmondsia chinensis seed oil) เป็นแว็กซ์เหลวที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับซีบั่ม น้ำมันในผิวของมนุษย์ ให้ความชุ่มชื้นโดยที่ไม่ทำให้หน้ามัน ไม่อุดตันรูขุมขน จึงเหมาะกับทุกสภาพผิว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและเปล่งปลั่งให้ผิว-ว่านหางจระเข้ (aloe barbadensis leaf extract) ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว สร้างผิวฉ่ำน้ำ ลดอาการอักเสบ ระคายเคืองผิว ลดความเสียหายจากมลภาวะ ทำให้ผิวดูกระชับ และอ่อนเยาว์-โซเดียมไฮยาลูรอเนต (Sodium Hyaluronate) ที่ช่วยเสริมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ลดความแห้งกร้าน ล็อกความชุ่มชื่นให้อยู่ในผิวยาวนานขึ้น ให้ผิวดูเปล่งปลั่งอิ่มน้ำ และช่วยให้ริ้วรอยดูจางลง-วิตามินอี (Tocopherol acetate) ที่ใส่เสริมมาอีก ช่วยฟื้นฟูความชุ่มชื่นให้แก่ผิว ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ลดความเสียหายของเซลล์ผิวจากมลภาวะและแสงแดด-วิตามินบี 3 (Niacinamide) ช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินขึ้นสู่ชั้นผิวหนัง ช่วยปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ลดรอยด่างดำ ฝ้า กระ เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวเนื้อสัมผัสของครีมพุดดิ้งแอปริคอตเซนท์ไอฟ์ เป็นความฟินในราคาแค่ 49 บาท เนื้อมีความนุ่มเด้ง ๆ เหมือนพุดดิ้งเลย แตกต่างจากครีมทั่วไปที่ไม่นุ่มฟูเด้ง จะเป็นเนื้อเนียนแน่นกว่า แนนว่าครีมพุดดิ้งเป็นลูกครึ่งระหว่างเนื้อเจลกับเนื้อครีม เนื้อกึ่งใสบางเบา แต่ยังให้ความชุ่มชื้นเต็ม ๆ แบบครีมเนื้อเข้มเข้น พอทาลงไปกับผิวแล้ว ให้ความเนียนนุ่มในทันที ซึมซาบค่อนข้างเร็ว พอแห้งแล้ว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะเหนียวเอาไว้แต่อย่างใดกลิ่นของครีมพุดดิ้ง คือ กลิ่นแอปริคอตมาแต่ไกลเลย หอมมาก ทาแล้วหอมติดผิว ขนาดแฟนยังชอบ 555 (ป.ล. เขาใส่น้ำหอมมาด้วยนะ) ใช้แล้วเหมือนอยู่สปาแนนเอาติดตัวไปทริป กทม. เมื่อต้นเดือน ต.ค. 62 ที่ผ่านมา แล้วก็ใช้ต่อมาเรื่อย ๆ เกือบ 2 สัปดาห์แล้ว ผลปรากฏว่า เป็นครีมที่ใช้แล้วปลื้มตรงที่ เราเป็นคนผิวผสม เป็นสิวง่าย หน้ามันง่าย ก็ยังใช้ได้ โดยที่หน้าไม่มันเยิ้มตอนตื่นขึ้นมา แสดงว่าผิวเราได้รับการกักเก็บความชุ่มชื้นไว้เป็นอย่างดีระหว่างวัน ผิวหน้าเลยไม่สร้างซีบั่มส่วนเกินออกมามากจนเกินไป ขนาดนอนห้องแอร์ผิวยังโอเคอยู่ ไม่แห้งไม่คัน ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวกำลังดี รู้สึกได้เลยว่าผิวนุ่มเด้งขึ้นภายใน 2-3 วันแรกที่ใช้ และใช้ในอากาศร้อนก็ได้ ไม่เหนอะหนะน่ารำคาญเรื่องความเปล่งปลั่ง โกลว์ ของผิว บอกเลยว่าค่อนข้างเซอร์ไพรซ์กับผลลัพธ์ ขนาดเที่ยวเยอะ ตะลุยแดด นอนน้อย ผิวยังไม่ดูโทรม มีความเลือดฝาดนิด ๆ ขนาดผิวใต้ตายังโอเค ไม่แพนด้า ริ้วรอยบาง ๆ ดูจางลงด้วยนิดหน่อย แถมช่วยให้แต่งหน้าติดทนนานขึ้นด้วย สิวไม่ขึ้น ไม่อุดตัน ใช้แล้วผิวหน้าเหมือนได้รับการปลอบประโลมอย่างทะนุถนอม ไปลุยมาขนาดไหน หน้าไม่แห้งเสียแน่นอน ซึ่ง ณ ตอนนี้ผิวหน้าแนนเด้ง กระชับ เรียบเนียนขึ้นมาพอสมควรเลย หลังใช้ครีมตัวนี้ วันไหนอยากมาส์กหน้าให้ทาตัวนี้หนา ๆ เลย เป็น sleeping mask ผิวคือนุ่มขึ้นสุดสรุปว่า ครีมพุดดิ้ง St.Ives ตอบโจทย์การบำรุงที่เคลมมาว่า หน้าใสไม่ต้องรอ ได้อย่างเพอร์เฟ็ค เลย ทั้งการผลิตมาในรุ่นซองในราคาที่จับต้องได้ หาซื้อและพกพาได้ง่าย เนื้อครีมมีกิมมิกความเด้ง น่าใช้ กลิ่นหอมมาก ให้เนื้อสัมผัสเหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย และช่วยบำรุงฟื้นฟูผิวจากมลภาวะและความแห้งกร้าน ให้คืนสู่ความโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติในเวลาไม่นานค่ะ
หลังจากได้ลองโฟม St.Ives สูตรอะโวคาโด กับ น้ำมันมะพร้าว แล้วติดใจ อยากลองครีมบ้าง ไปส่อง ๆ ที่เซเว่น ตอนแรกคิดว่าจะเลือกสูตรเดียวกัน แต่สุดท้ายซื้อ St. Ives สูตร Smooth & Glowing Pudding Cream ที่มีส่วนผสมของแอปริคอตธรรมชาติ 100% เพราะว่าไม่เคยใช้ครีมเนื้อพุดดิ้งมาก่อน และครีม St.Ives เขาไม่ใส่พาราเบน และแอลกอฮอล์ด้วยนะ
สำหรับรุ่นครีมซองเซนท์ไอฟ์ (ทุกสูตร) ปริมาณ 10 กรัม สนนราคา 49 บาท เป็นซองมีฝาปิดมาด้วย ใช้งานง่าย เหมาะกับการพกพา หรือเวลาลืมเอาครีมไปเที่ยวด้วย
มาดูคุณสมบัติของสูตรแอปริคอตก่อน
สูตรครีมพุดดิ้งแอปริคอต เขาเน้นเรื่องความนุ่ม โกลว์ โดยสารสกัดจากผลแอปริคอต มีสารต้านการอักเสบ อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ที่ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะและสิ่งแวดล้อมภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินเอ วิตามินซี และ วิตามินอี ซึ่งมีคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิว เหมาะกับผิวแพ้ง่ายหรือระคายเคืองง่าย
-วิตามินซี ยังช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใส ลดจุดด่างดำ ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ยกกระชับผิว ช่วยลดเลือนริ้วรอย
-ขณะที่วิตามินเอช่วยซ่อมแซมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวระดับล่าง ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าเผยผิวใหม่ ลดเลือนริ้วรอยและป้องกันการเสื่อมของเซลล์ผิว ทำให้ผิวหน้าดูใส เปล่งปลั่ง และโทนสีผิวสม่ำเสมอกัน
-ในสารสกัดแอปริคอต ยังมีประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ และกรดไขมันไลโนเลอิค (linoleic acid) หรือโอเมกา 6 ที่มีคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิว ช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง และเต่งตึง โดยที่ไม่เพิ่มความมันด้วยนะ
อีกทั้งสารสกัดแอปริคอต ยังมีลักษณะพิเศษ คือ เป็นสารประเภทอีมอลเลียนท์ (Emollient) ที่เป็นสารให้ความนุ่มนวล หรือความชุ่มชื่นแก่ผิว ให้ความชุ่มชื่นจากผิวด้วยการเติมช่องว่างระหว่างเซลล์ผิว ลดความเสียดทาน ทำให้ผิวเรียบเนียนอ่อนนุ่ม ปลอบโยนผิวได้ยาวนาน
ในส่วนประกอบของครีมพุดดิ้งเซนท์ไอฟ์ ยังมีส่วนผสมที่น่าสนใจอีก เช่น
-น้ำมันโจโจบา (simmondsia chinensis seed oil) เป็นแว็กซ์เหลวที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับซีบั่ม น้ำมันในผิวของมนุษย์ ให้ความชุ่มชื้นโดยที่ไม่ทำให้หน้ามัน ไม่อุดตันรูขุมขน จึงเหมาะกับทุกสภาพผิว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและเปล่งปลั่งให้ผิว
-ว่านหางจระเข้ (aloe barbadensis leaf extract) ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว สร้างผิวฉ่ำน้ำ ลดอาการอักเสบ ระคายเคืองผิว ลดความเสียหายจากมลภาวะ ทำให้ผิวดูกระชับ และอ่อนเยาว์
-โซเดียมไฮยาลูรอเนต (Sodium Hyaluronate) ที่ช่วยเสริมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ลดความแห้งกร้าน ล็อกความชุ่มชื่นให้อยู่ในผิวยาวนานขึ้น ให้ผิวดูเปล่งปลั่งอิ่มน้ำ และช่วยให้ริ้วรอยดูจางลง
-วิตามินอี (Tocopherol acetate) ที่ใส่เสริมมาอีก ช่วยฟื้นฟูความชุ่มชื่นให้แก่ผิว ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ลดความเสียหายของเซลล์ผิวจากมลภาวะและแสงแดด
-วิตามินบี 3 (Niacinamide) ช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินขึ้นสู่ชั้นผิวหนัง ช่วยปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ลดรอยด่างดำ ฝ้า กระ เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว
เนื้อสัมผัสของครีมพุดดิ้งแอปริคอตเซนท์ไอฟ์ เป็นความฟินในราคาแค่ 49 บาท เนื้อมีความนุ่มเด้ง ๆ เหมือนพุดดิ้งเลย แตกต่างจากครีมทั่วไปที่ไม่นุ่มฟูเด้ง จะเป็นเนื้อเนียนแน่นกว่า แนนว่าครีมพุดดิ้งเป็นลูกครึ่งระหว่างเนื้อเจลกับเนื้อครีม เนื้อกึ่งใสบางเบา แต่ยังให้ความชุ่มชื้นเต็ม ๆ แบบครีมเนื้อเข้มเข้น พอทาลงไปกับผิวแล้ว ให้ความเนียนนุ่มในทันที ซึมซาบค่อนข้างเร็ว พอแห้งแล้ว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะเหนียวเอาไว้แต่อย่างใด
กลิ่นของครีมพุดดิ้ง คือ กลิ่นแอปริคอตมาแต่ไกลเลย หอมมาก ทาแล้วหอมติดผิว ขนาดแฟนยังชอบ 555 (ป.ล. เขาใส่น้ำหอมมาด้วยนะ) ใช้แล้วเหมือนอยู่สปา
แนนเอาติดตัวไปทริป กทม. เมื่อต้นเดือน ต.ค. 62 ที่ผ่านมา แล้วก็ใช้ต่อมาเรื่อย ๆ เกือบ 2 สัปดาห์แล้ว ผลปรากฏว่า เป็นครีมที่ใช้แล้วปลื้มตรงที่ เราเป็นคนผิวผสม เป็นสิวง่าย หน้ามันง่าย ก็ยังใช้ได้ โดยที่หน้าไม่มันเยิ้มตอนตื่นขึ้นมา แสดงว่าผิวเราได้รับการกักเก็บความชุ่มชื้นไว้เป็นอย่างดีระหว่างวัน ผิวหน้าเลยไม่สร้างซีบั่มส่วนเกินออกมามากจนเกินไป ขนาดนอนห้องแอร์ผิวยังโอเคอยู่ ไม่แห้งไม่คัน ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวกำลังดี รู้สึกได้เลยว่าผิวนุ่มเด้งขึ้นภายใน 2-3 วันแรกที่ใช้ และใช้ในอากาศร้อนก็ได้ ไม่เหนอะหนะน่ารำคาญ
เรื่องความเปล่งปลั่ง โกลว์ ของผิว บอกเลยว่าค่อนข้างเซอร์ไพรซ์กับผลลัพธ์ ขนาดเที่ยวเยอะ ตะลุยแดด นอนน้อย ผิวยังไม่ดูโทรม มีความเลือดฝาดนิด ๆ ขนาดผิวใต้ตายังโอเค ไม่แพนด้า ริ้วรอยบาง ๆ ดูจางลงด้วยนิดหน่อย แถมช่วยให้แต่งหน้าติดทนนานขึ้นด้วย สิวไม่ขึ้น ไม่อุดตัน ใช้แล้วผิวหน้าเหมือนได้รับการปลอบประโลมอย่างทะนุถนอม ไปลุยมาขนาดไหน หน้าไม่แห้งเสียแน่นอน ซึ่ง ณ ตอนนี้ผิวหน้าแนนเด้ง กระชับ เรียบเนียนขึ้นมาพอสมควรเลย หลังใช้ครีมตัวนี้ วันไหนอยากมาส์กหน้าให้ทาตัวนี้หนา ๆ เลย เป็น sleeping mask ผิวคือนุ่มขึ้นสุด
สรุปว่า ครีมพุดดิ้ง St.Ives ตอบโจทย์การบำรุงที่เคลมมาว่า หน้าใสไม่ต้องรอ ได้อย่างเพอร์เฟ็ค เลย ทั้งการผลิตมาในรุ่นซองในราคาที่จับต้องได้ หาซื้อและพกพาได้ง่าย เนื้อครีมมีกิมมิกความเด้ง น่าใช้ กลิ่นหอมมาก ให้เนื้อสัมผัสเหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย และช่วยบำรุงฟื้นฟูผิวจากมลภาวะและความแห้งกร้าน ให้คืนสู่ความโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติในเวลาไม่นานค่ะ
สำหรับรุ่นครีมซองเซนท์ไอฟ์ (ทุกสูตร) ปริมาณ 10 กรัม สนนราคา 49 บาท เป็นซองมีฝาปิดมาด้วย ใช้งานง่าย เหมาะกับการพกพา หรือเวลาลืมเอาครีมไปเที่ยวด้วย
มาดูคุณสมบัติของสูตรแอปริคอตก่อน
สูตรครีมพุดดิ้งแอปริคอต เขาเน้นเรื่องความนุ่ม โกลว์ โดยสารสกัดจากผลแอปริคอต มีสารต้านการอักเสบ อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ที่ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะและสิ่งแวดล้อมภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิตามินเอ วิตามินซี และ วิตามินอี ซึ่งมีคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิว เหมาะกับผิวแพ้ง่ายหรือระคายเคืองง่าย
-วิตามินซี ยังช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใส ลดจุดด่างดำ ปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ยกกระชับผิว ช่วยลดเลือนริ้วรอย
-ขณะที่วิตามินเอช่วยซ่อมแซมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวระดับล่าง ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าเผยผิวใหม่ ลดเลือนริ้วรอยและป้องกันการเสื่อมของเซลล์ผิว ทำให้ผิวหน้าดูใส เปล่งปลั่ง และโทนสีผิวสม่ำเสมอกัน
-ในสารสกัดแอปริคอต ยังมีประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่าง ๆ และกรดไขมันไลโนเลอิค (linoleic acid) หรือโอเมกา 6 ที่มีคุณสมบัติในการปลอบประโลมผิว ช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง และเต่งตึง โดยที่ไม่เพิ่มความมันด้วยนะ
อีกทั้งสารสกัดแอปริคอต ยังมีลักษณะพิเศษ คือ เป็นสารประเภทอีมอลเลียนท์ (Emollient) ที่เป็นสารให้ความนุ่มนวล หรือความชุ่มชื่นแก่ผิว ให้ความชุ่มชื่นจากผิวด้วยการเติมช่องว่างระหว่างเซลล์ผิว ลดความเสียดทาน ทำให้ผิวเรียบเนียนอ่อนนุ่ม ปลอบโยนผิวได้ยาวนาน
ในส่วนประกอบของครีมพุดดิ้งเซนท์ไอฟ์ ยังมีส่วนผสมที่น่าสนใจอีก เช่น
-น้ำมันโจโจบา (simmondsia chinensis seed oil) เป็นแว็กซ์เหลวที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับซีบั่ม น้ำมันในผิวของมนุษย์ ให้ความชุ่มชื้นโดยที่ไม่ทำให้หน้ามัน ไม่อุดตันรูขุมขน จึงเหมาะกับทุกสภาพผิว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและเปล่งปลั่งให้ผิว
-ว่านหางจระเข้ (aloe barbadensis leaf extract) ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว สร้างผิวฉ่ำน้ำ ลดอาการอักเสบ ระคายเคืองผิว ลดความเสียหายจากมลภาวะ ทำให้ผิวดูกระชับ และอ่อนเยาว์
-โซเดียมไฮยาลูรอเนต (Sodium Hyaluronate) ที่ช่วยเสริมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ลดความแห้งกร้าน ล็อกความชุ่มชื่นให้อยู่ในผิวยาวนานขึ้น ให้ผิวดูเปล่งปลั่งอิ่มน้ำ และช่วยให้ริ้วรอยดูจางลง
-วิตามินอี (Tocopherol acetate) ที่ใส่เสริมมาอีก ช่วยฟื้นฟูความชุ่มชื่นให้แก่ผิว ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ลดความเสียหายของเซลล์ผิวจากมลภาวะและแสงแดด
-วิตามินบี 3 (Niacinamide) ช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีเมลานินขึ้นสู่ชั้นผิวหนัง ช่วยปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ลดรอยด่างดำ ฝ้า กระ เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว
เนื้อสัมผัสของครีมพุดดิ้งแอปริคอตเซนท์ไอฟ์ เป็นความฟินในราคาแค่ 49 บาท เนื้อมีความนุ่มเด้ง ๆ เหมือนพุดดิ้งเลย แตกต่างจากครีมทั่วไปที่ไม่นุ่มฟูเด้ง จะเป็นเนื้อเนียนแน่นกว่า แนนว่าครีมพุดดิ้งเป็นลูกครึ่งระหว่างเนื้อเจลกับเนื้อครีม เนื้อกึ่งใสบางเบา แต่ยังให้ความชุ่มชื้นเต็ม ๆ แบบครีมเนื้อเข้มเข้น พอทาลงไปกับผิวแล้ว ให้ความเนียนนุ่มในทันที ซึมซาบค่อนข้างเร็ว พอแห้งแล้ว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะเหนียวเอาไว้แต่อย่างใด
กลิ่นของครีมพุดดิ้ง คือ กลิ่นแอปริคอตมาแต่ไกลเลย หอมมาก ทาแล้วหอมติดผิว ขนาดแฟนยังชอบ 555 (ป.ล. เขาใส่น้ำหอมมาด้วยนะ) ใช้แล้วเหมือนอยู่สปา
แนนเอาติดตัวไปทริป กทม. เมื่อต้นเดือน ต.ค. 62 ที่ผ่านมา แล้วก็ใช้ต่อมาเรื่อย ๆ เกือบ 2 สัปดาห์แล้ว ผลปรากฏว่า เป็นครีมที่ใช้แล้วปลื้มตรงที่ เราเป็นคนผิวผสม เป็นสิวง่าย หน้ามันง่าย ก็ยังใช้ได้ โดยที่หน้าไม่มันเยิ้มตอนตื่นขึ้นมา แสดงว่าผิวเราได้รับการกักเก็บความชุ่มชื้นไว้เป็นอย่างดีระหว่างวัน ผิวหน้าเลยไม่สร้างซีบั่มส่วนเกินออกมามากจนเกินไป ขนาดนอนห้องแอร์ผิวยังโอเคอยู่ ไม่แห้งไม่คัน ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวกำลังดี รู้สึกได้เลยว่าผิวนุ่มเด้งขึ้นภายใน 2-3 วันแรกที่ใช้ และใช้ในอากาศร้อนก็ได้ ไม่เหนอะหนะน่ารำคาญ
เรื่องความเปล่งปลั่ง โกลว์ ของผิว บอกเลยว่าค่อนข้างเซอร์ไพรซ์กับผลลัพธ์ ขนาดเที่ยวเยอะ ตะลุยแดด นอนน้อย ผิวยังไม่ดูโทรม มีความเลือดฝาดนิด ๆ ขนาดผิวใต้ตายังโอเค ไม่แพนด้า ริ้วรอยบาง ๆ ดูจางลงด้วยนิดหน่อย แถมช่วยให้แต่งหน้าติดทนนานขึ้นด้วย สิวไม่ขึ้น ไม่อุดตัน ใช้แล้วผิวหน้าเหมือนได้รับการปลอบประโลมอย่างทะนุถนอม ไปลุยมาขนาดไหน หน้าไม่แห้งเสียแน่นอน ซึ่ง ณ ตอนนี้ผิวหน้าแนนเด้ง กระชับ เรียบเนียนขึ้นมาพอสมควรเลย หลังใช้ครีมตัวนี้ วันไหนอยากมาส์กหน้าให้ทาตัวนี้หนา ๆ เลย เป็น sleeping mask ผิวคือนุ่มขึ้นสุด
สรุปว่า ครีมพุดดิ้ง St.Ives ตอบโจทย์การบำรุงที่เคลมมาว่า หน้าใสไม่ต้องรอ ได้อย่างเพอร์เฟ็ค เลย ทั้งการผลิตมาในรุ่นซองในราคาที่จับต้องได้ หาซื้อและพกพาได้ง่าย เนื้อครีมมีกิมมิกความเด้ง น่าใช้ กลิ่นหอมมาก ให้เนื้อสัมผัสเหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย และช่วยบำรุงฟื้นฟูผิวจากมลภาวะและความแห้งกร้าน ให้คืนสู่ความโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติในเวลาไม่นานค่ะ
★
★
★
★
★
(3.86)
แนนได้ทดลองใช้มาประมาณ 2 สัปดาห์ตัวเอสเซ้นส์มาในแพ็คเก็จจิ้งดูแพง เป็นขวดแก้วอย่างหนาสีแดง ตามสีไลน์ของ Pond's Age Miracle ที่เน้นเกี่ยวกับการบำรุงผิวที่เริ่มมีอายุมากขึ้น แนนชอบตรงมีดรอปเปอร์ที่ฝาขวดแบบกดปุ่มด้านบนแล้วดูดเอสเซ้นส์ขึ้นมา อย่างกับของเคาน์เตอร์แบรนด์เลยดรอปเปอร์ดูดเซรั่มขึ้นมาในปริมาณที่พอดี ๆ อย่างที่ข้างขวดเขาแนะนำว่าใช้ 2-3 หยด ทาได้ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอไม่มากไม่น้อยไปส่วนผสมของของเอสเซ้นส์รุ่นนี้ แนนรู้สึกว่าเขาใส่มาอัดแน่นเกินราคาเกินความคาดหมาย ส่วนผสมหลัก ๆ ที่ไลน์ Age Miracle มีแน่นอน อย่างเช่น กรดไฮยาลูรอนิคแบบเข้มข้น 3 เท่า กับ คอลลาเจน ที่ช่วยในเรื่องเติมน้ำให้ผิว กักเก็บความชุ่มชื่น ยกกระชับผิว ให้ผิวอิ่มน้ำ ซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดริ้วรอยจากผิวแห้งขาดน้ำขาดความยืดหยุ่นสำหรับตัวที่แนนแปลกใจนิด ๆ คือ วิตามินบี 3 ไม่ใช่ส่วนผสมใหม่อะไร แต่แนนรู้สึกว่าเฮ้ยไลน์ Age Miracle เขามีใส่มาช่วยเรื่องลดฝ้า กระ จุดด่างดำ และปรับโทนสีผิวด้วยเหรอ (ไม่เคยใช้ไลน์นี้มาก่อน) นึกว่าจะมีแต่เรื่องลดริ้วรอยอย่างเดียว และมีปริมาณค่อนข้างสูง อยู่ในลำดับต้น ๆ ของส่วนประกอบด้วย แนนเลยค่อนข้างพอใจว่า เราใช้เอสเซ้นส์ตัวนี้ตัวเดียวก็น่าจะเอาอยู่เรื่องช่วยหน้ากระจ่างใสด้วย ไม่จำเป็นต้องใช้ไวท์เทนนิ่งเพิ่มเติม เพราะว่าการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงหลายขั้นตอนเกินไปอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีต่อผิวได้ และแนนเป็นคนผิวผสม เป็นสิวง่าย ยิ่งต้องจำกัดใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็นส่วนผสมที่โปรโมตมาอีก 3 ตัว คือ สาหร่ายสีแดง บิฟิด้า (ยีสต์หมัก) และเปปไทด์ มารวมตัวกันช่วยเรื่องการเสริมสร้างความแข็งแรง ยืดหยุ่นของผิว ลดเลือนริ้วรอย โดยตัวเปปไทด์แนนว่าน่าจะหวังได้ในระดับหนึ่ง จากส่วนผสมเขาใช้ tetrapeptide-26 ที่เป็นเปปไทด์สังเคราะห์ ช่วยในการควบคุมการทำงานของนาฬิกาอายุในระดับยีนส์ของเซลล์ผิว รวมถึงฟื้นฟูเซลล์ผิวจากการถูกทำลายของมลภาวะโดยเฉพาะจากรังสียูวีที่เป็นต้นเหตุสำคัญของริ้วรอย ส่วนสาหร่ายสีแดงก็มีคุณสมบัติน่าสนใจจากการที่สาหร่ายชนิดนี้ทนความเยือกแข็งในน้ำได้โดยที่เซลล์ไม่เสียหายนอกจากนั้น แนนยังเห็นส่วนผสมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ อย่างเช่น สาร Bisabolol ที่มาจากสารต้านอนุมูลอิสระฟลาโวนอยด์ของดอกคาโมมายล์ และว่านหางจระเข้ ซึ่งทั้งสองตัวมีคุณสมบัติช่วยลดการระคายเคืองและให้ความชุ่มชื้นมาดูที่เนื้อเอสเซ้นส์ มีความบางเบา ค่อนข้างเหลว มีสีขาวกึ่งใส พอเกลี่ยแล้วมองไม่เห็นหรอกค่ะเรื่องกลิ่น แนนเห็นเขาใส่น้ำหอมมาด้วยแต่ว่าไม่เป็นที่สังเกตเท่าไหร่ ไม่ได้หอมอะไร คงจะใส่มาแค่อำพรางกลิ่นส่วนผสมอื่น ๆ มากกว่าแนนลองใช้ในหลาย ๆ โอกาส พบว่า เนื้อเอสเซ้นส์ซึมซาบลงผิวไม่ช้าไม่เร็วเกินไป เราสามารถนวดเอสเซ้นส์ให้ทั่วใบหน้าและลำคอได้จนมันซึมลงผิวไป พอหลังจากนั้นลองสัมผัสดู ผิวนุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแค่ในครั้งแรกที่ใช้ และใบหน้ารู้สึกว่าสบายผิว ลูบไปไม่มีเหนียวเหนอะหนะ สัมผัสแห้งสบาย สามารถใช้ก่อนลงเมคอัพได้ ไม่มีความมัน ให้ความชุ่มชื้นมากพอสมควรสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอสเซ้นส์เนื้อบาง ๆ แบบนี้ เหมาะกับคนผิวมัน ผิวผสม ที่อยากได้การบำรุงเข้มข้นโดยที่หน้าไม่มันเพิ่มในเรื่องตามคำเคลมว่าเผยผิวใหม่ได้ภายใน 7 วัน แนนสังเกตว่าถ้าผิวเราเคยใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตัวอื่นมาก่อนเป็นเวลานาน ๆ เหมือนกับผิวหน้าเรามันต้องปรับตัวกับเอสเซ้นส์ตัวนี้นานพอสมควร ดังนั้น ในเคสของแนน ตอนใช้แต่เอสเซ้นส์ 7 วันแรก ไม่ค่อยเห็นผลชัดเจนมาก จนกระทั่งใช้มาส์ก Age Miracle ร่วมกัน ผิวถึงแบบได้รับการบูสต์เตรียมพร้อมรับการบำรุงเต็มที่สุด ๆ บอกเลยว่า แนะนำให้ใช้คู่กับมาส์กจะได้ผลดีมาก ๆ ตอนเริ่มต้นใช้เอสเซ้นส์หลังใช้มา 2 สัปดาห์ แนนเริ่มเห็นว่าเอสเซ้นส์ช่วยเพิ่มความอิ่มฟู อิ่มน้ำของผิวในระดับหนึ่ง หากใช้แค่ตัวนี้เดี่ยว ๆ คนผิวมันผิวผสมพอจะรอดตัว ผิวชุ่มชื่นเนียนนุ่มขึ้นในระดับนึง ไม่แห้งกร้าน ช่วยเติมเต็มร่องริ้วรอยเล็ก ๆ ได้บ้าง ผิวดูละเอียดขึ้น ตึง ๆ ขึ้น กระชับขึ้นนิดหน่อย กดผิวหน้าลงไปแล้วเด้ง ๆ รูขุมขนดูเล็กลงนิดนึง ไม่มีอาการแพ้ระคายเคืองอะไร ส่วนคนผิวแห้งควรลงมอยเจอไรเซอร์ตามที่แบรนด์เขาแนะนำจะดีกว่าในเรื่องความกระจ่างใส รอยกระ รู้สึกว่าจะไม่ขยายตัวกว้างขึ้นจากเดิมเท่าไหร่ ผิวดูโทนสีสม่ำเสมอขึ้นนิด ๆเรื่องริ้วรอยแนนเซอร์ไพรซ์เหมือนกันว่า เฮ้ย พอนด์รุ่นนี้ ช่วยทำให้ร่องแก้มเราดูจาง ๆ ไม่ลึกอย่างที่เคยเป็น ไม่ค่อยเป็นที่สังเกตเห็นมากนัก ริ้วรอยบาง ๆ ใต้ตาดูดีขึ้นบ้าง น่าจะเป็นอานิสงค์จากการที่ผิวชุ่มชื้นยาวนานขึ้นค่ะโดยรวมแล้ว แนนค่อนข้างพอใจกับเอสเซ้นส์ Age Miracle ตัวใหม่นี้ อาจจะไม่ว้าวหวือหวา แต่ให้การบำรุงแบบค่อยเป็นค่อยไป เน้นความยั่งยืนจากส่วนผสมเด่น ในราคาไม่แรงมาก หาซื้อง่าย ไซส์ 7 กรัม ให้ลองใช้ราคาเบา ๆ แค่ 39 บาท ยังมีเลย เหมาะกับการเอามาใช้ร่วมกับมอยเจอไรเซอร์ตัวอื่น ๆ ที่เราใช้อยู่แล้วค่ะ อย่างน้อยช่วยให้อุ่นใจว่าเรามีเอสเซ้นส์ที่เน้นการป้องกันลดริ้วรอยอยู่ในขั้นตอนของเราบ้างก็ยังดี
แนนได้ทดลองใช้มาประมาณ 2 สัปดาห์
ตัวเอสเซ้นส์มาในแพ็คเก็จจิ้งดูแพง เป็นขวดแก้วอย่างหนาสีแดง ตามสีไลน์ของ Pond's Age Miracle ที่เน้นเกี่ยวกับการบำรุงผิวที่เริ่มมีอายุมากขึ้น แนนชอบตรงมีดรอปเปอร์ที่ฝาขวดแบบกดปุ่มด้านบนแล้วดูดเอสเซ้นส์ขึ้นมา อย่างกับของเคาน์เตอร์แบรนด์เลย
ดรอปเปอร์ดูดเซรั่มขึ้นมาในปริมาณที่พอดี ๆ อย่างที่ข้างขวดเขาแนะนำว่าใช้ 2-3 หยด ทาได้ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอไม่มากไม่น้อยไป
ส่วนผสมของของเอสเซ้นส์รุ่นนี้ แนนรู้สึกว่าเขาใส่มาอัดแน่นเกินราคาเกินความคาดหมาย ส่วนผสมหลัก ๆ ที่ไลน์ Age Miracle มีแน่นอน อย่างเช่น กรดไฮยาลูรอนิคแบบเข้มข้น 3 เท่า กับ คอลลาเจน ที่ช่วยในเรื่องเติมน้ำให้ผิว กักเก็บความชุ่มชื่น ยกกระชับผิว ให้ผิวอิ่มน้ำ ซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดริ้วรอยจากผิวแห้งขาดน้ำขาดความยืดหยุ่น
สำหรับตัวที่แนนแปลกใจนิด ๆ คือ วิตามินบี 3 ไม่ใช่ส่วนผสมใหม่อะไร แต่แนนรู้สึกว่าเฮ้ยไลน์ Age Miracle เขามีใส่มาช่วยเรื่องลดฝ้า กระ จุดด่างดำ และปรับโทนสีผิวด้วยเหรอ (ไม่เคยใช้ไลน์นี้มาก่อน) นึกว่าจะมีแต่เรื่องลดริ้วรอยอย่างเดียว และมีปริมาณค่อนข้างสูง อยู่ในลำดับต้น ๆ ของส่วนประกอบด้วย แนนเลยค่อนข้างพอใจว่า เราใช้เอสเซ้นส์ตัวนี้ตัวเดียวก็น่าจะเอาอยู่เรื่องช่วยหน้ากระจ่างใสด้วย ไม่จำเป็นต้องใช้ไวท์เทนนิ่งเพิ่มเติม เพราะว่าการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงหลายขั้นตอนเกินไปอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีต่อผิวได้ และแนนเป็นคนผิวผสม เป็นสิวง่าย ยิ่งต้องจำกัดใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็น
ส่วนผสมที่โปรโมตมาอีก 3 ตัว คือ สาหร่ายสีแดง บิฟิด้า (ยีสต์หมัก) และเปปไทด์ มารวมตัวกันช่วยเรื่องการเสริมสร้างความแข็งแรง ยืดหยุ่นของผิว ลดเลือนริ้วรอย โดยตัวเปปไทด์แนนว่าน่าจะหวังได้ในระดับหนึ่ง จากส่วนผสมเขาใช้ tetrapeptide-26 ที่เป็นเปปไทด์สังเคราะห์ ช่วยในการควบคุมการทำงานของนาฬิกาอายุในระดับยีนส์ของเซลล์ผิว รวมถึงฟื้นฟูเซลล์ผิวจากการถูกทำลายของมลภาวะโดยเฉพาะจากรังสียูวีที่เป็นต้นเหตุสำคัญของริ้วรอย ส่วนสาหร่ายสีแดงก็มีคุณสมบัติน่าสนใจจากการที่สาหร่ายชนิดนี้ทนความเยือกแข็งในน้ำได้โดยที่เซลล์ไม่เสียหาย
นอกจากนั้น แนนยังเห็นส่วนผสมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ อย่างเช่น สาร Bisabolol ที่มาจากสารต้านอนุมูลอิสระฟลาโวนอยด์ของดอกคาโมมายล์ และว่านหางจระเข้ ซึ่งทั้งสองตัวมีคุณสมบัติช่วยลดการระคายเคืองและให้ความชุ่มชื้น
มาดูที่เนื้อเอสเซ้นส์ มีความบางเบา ค่อนข้างเหลว มีสีขาวกึ่งใส พอเกลี่ยแล้วมองไม่เห็นหรอกค่ะ
เรื่องกลิ่น แนนเห็นเขาใส่น้ำหอมมาด้วยแต่ว่าไม่เป็นที่สังเกตเท่าไหร่ ไม่ได้หอมอะไร คงจะใส่มาแค่อำพรางกลิ่นส่วนผสมอื่น ๆ มากกว่า
แนนลองใช้ในหลาย ๆ โอกาส พบว่า เนื้อเอสเซ้นส์ซึมซาบลงผิวไม่ช้าไม่เร็วเกินไป เราสามารถนวดเอสเซ้นส์ให้ทั่วใบหน้าและลำคอได้จนมันซึมลงผิวไป พอหลังจากนั้นลองสัมผัสดู ผิวนุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแค่ในครั้งแรกที่ใช้ และใบหน้ารู้สึกว่าสบายผิว ลูบไปไม่มีเหนียวเหนอะหนะ สัมผัสแห้งสบาย สามารถใช้ก่อนลงเมคอัพได้ ไม่มีความมัน ให้ความชุ่มชื้นมากพอสมควรสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอสเซ้นส์เนื้อบาง ๆ แบบนี้ เหมาะกับคนผิวมัน ผิวผสม ที่อยากได้การบำรุงเข้มข้นโดยที่หน้าไม่มันเพิ่ม
ในเรื่องตามคำเคลมว่าเผยผิวใหม่ได้ภายใน 7 วัน แนนสังเกตว่าถ้าผิวเราเคยใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตัวอื่นมาก่อนเป็นเวลานาน ๆ เหมือนกับผิวหน้าเรามันต้องปรับตัวกับเอสเซ้นส์ตัวนี้นานพอสมควร ดังนั้น ในเคสของแนน ตอนใช้แต่เอสเซ้นส์ 7 วันแรก ไม่ค่อยเห็นผลชัดเจนมาก จนกระทั่งใช้มาส์ก Age Miracle ร่วมกัน ผิวถึงแบบได้รับการบูสต์เตรียมพร้อมรับการบำรุงเต็มที่สุด ๆ บอกเลยว่า แนะนำให้ใช้คู่กับมาส์กจะได้ผลดีมาก ๆ ตอนเริ่มต้นใช้เอสเซ้นส์
หลังใช้มา 2 สัปดาห์ แนนเริ่มเห็นว่าเอสเซ้นส์ช่วยเพิ่มความอิ่มฟู อิ่มน้ำของผิวในระดับหนึ่ง หากใช้แค่ตัวนี้เดี่ยว ๆ คนผิวมันผิวผสมพอจะรอดตัว ผิวชุ่มชื่นเนียนนุ่มขึ้นในระดับนึง ไม่แห้งกร้าน ช่วยเติมเต็มร่องริ้วรอยเล็ก ๆ ได้บ้าง ผิวดูละเอียดขึ้น ตึง ๆ ขึ้น กระชับขึ้นนิดหน่อย กดผิวหน้าลงไปแล้วเด้ง ๆ รูขุมขนดูเล็กลงนิดนึง ไม่มีอาการแพ้ระคายเคืองอะไร ส่วนคนผิวแห้งควรลงมอยเจอไรเซอร์ตามที่แบรนด์เขาแนะนำจะดีกว่า
ในเรื่องความกระจ่างใส รอยกระ รู้สึกว่าจะไม่ขยายตัวกว้างขึ้นจากเดิมเท่าไหร่ ผิวดูโทนสีสม่ำเสมอขึ้นนิด ๆ
เรื่องริ้วรอยแนนเซอร์ไพรซ์เหมือนกันว่า เฮ้ย พอนด์รุ่นนี้ ช่วยทำให้ร่องแก้มเราดูจาง ๆ ไม่ลึกอย่างที่เคยเป็น ไม่ค่อยเป็นที่สังเกตเห็นมากนัก ริ้วรอยบาง ๆ ใต้ตาดูดีขึ้นบ้าง น่าจะเป็นอานิสงค์จากการที่ผิวชุ่มชื้นยาวนานขึ้นค่ะ
โดยรวมแล้ว แนนค่อนข้างพอใจกับเอสเซ้นส์ Age Miracle ตัวใหม่นี้ อาจจะไม่ว้าวหวือหวา แต่ให้การบำรุงแบบค่อยเป็นค่อยไป เน้นความยั่งยืนจากส่วนผสมเด่น ในราคาไม่แรงมาก หาซื้อง่าย ไซส์ 7 กรัม ให้ลองใช้ราคาเบา ๆ แค่ 39 บาท ยังมีเลย เหมาะกับการเอามาใช้ร่วมกับมอยเจอไรเซอร์ตัวอื่น ๆ ที่เราใช้อยู่แล้วค่ะ อย่างน้อยช่วยให้อุ่นใจว่าเรามีเอสเซ้นส์ที่เน้นการป้องกันลดริ้วรอยอยู่ในขั้นตอนของเราบ้างก็ยังดี
ตัวเอสเซ้นส์มาในแพ็คเก็จจิ้งดูแพง เป็นขวดแก้วอย่างหนาสีแดง ตามสีไลน์ของ Pond's Age Miracle ที่เน้นเกี่ยวกับการบำรุงผิวที่เริ่มมีอายุมากขึ้น แนนชอบตรงมีดรอปเปอร์ที่ฝาขวดแบบกดปุ่มด้านบนแล้วดูดเอสเซ้นส์ขึ้นมา อย่างกับของเคาน์เตอร์แบรนด์เลย
ดรอปเปอร์ดูดเซรั่มขึ้นมาในปริมาณที่พอดี ๆ อย่างที่ข้างขวดเขาแนะนำว่าใช้ 2-3 หยด ทาได้ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอไม่มากไม่น้อยไป
ส่วนผสมของของเอสเซ้นส์รุ่นนี้ แนนรู้สึกว่าเขาใส่มาอัดแน่นเกินราคาเกินความคาดหมาย ส่วนผสมหลัก ๆ ที่ไลน์ Age Miracle มีแน่นอน อย่างเช่น กรดไฮยาลูรอนิคแบบเข้มข้น 3 เท่า กับ คอลลาเจน ที่ช่วยในเรื่องเติมน้ำให้ผิว กักเก็บความชุ่มชื่น ยกกระชับผิว ให้ผิวอิ่มน้ำ ซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดริ้วรอยจากผิวแห้งขาดน้ำขาดความยืดหยุ่น
สำหรับตัวที่แนนแปลกใจนิด ๆ คือ วิตามินบี 3 ไม่ใช่ส่วนผสมใหม่อะไร แต่แนนรู้สึกว่าเฮ้ยไลน์ Age Miracle เขามีใส่มาช่วยเรื่องลดฝ้า กระ จุดด่างดำ และปรับโทนสีผิวด้วยเหรอ (ไม่เคยใช้ไลน์นี้มาก่อน) นึกว่าจะมีแต่เรื่องลดริ้วรอยอย่างเดียว และมีปริมาณค่อนข้างสูง อยู่ในลำดับต้น ๆ ของส่วนประกอบด้วย แนนเลยค่อนข้างพอใจว่า เราใช้เอสเซ้นส์ตัวนี้ตัวเดียวก็น่าจะเอาอยู่เรื่องช่วยหน้ากระจ่างใสด้วย ไม่จำเป็นต้องใช้ไวท์เทนนิ่งเพิ่มเติม เพราะว่าการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงหลายขั้นตอนเกินไปอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ดีต่อผิวได้ และแนนเป็นคนผิวผสม เป็นสิวง่าย ยิ่งต้องจำกัดใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็น
ส่วนผสมที่โปรโมตมาอีก 3 ตัว คือ สาหร่ายสีแดง บิฟิด้า (ยีสต์หมัก) และเปปไทด์ มารวมตัวกันช่วยเรื่องการเสริมสร้างความแข็งแรง ยืดหยุ่นของผิว ลดเลือนริ้วรอย โดยตัวเปปไทด์แนนว่าน่าจะหวังได้ในระดับหนึ่ง จากส่วนผสมเขาใช้ tetrapeptide-26 ที่เป็นเปปไทด์สังเคราะห์ ช่วยในการควบคุมการทำงานของนาฬิกาอายุในระดับยีนส์ของเซลล์ผิว รวมถึงฟื้นฟูเซลล์ผิวจากการถูกทำลายของมลภาวะโดยเฉพาะจากรังสียูวีที่เป็นต้นเหตุสำคัญของริ้วรอย ส่วนสาหร่ายสีแดงก็มีคุณสมบัติน่าสนใจจากการที่สาหร่ายชนิดนี้ทนความเยือกแข็งในน้ำได้โดยที่เซลล์ไม่เสียหาย
นอกจากนั้น แนนยังเห็นส่วนผสมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ อย่างเช่น สาร Bisabolol ที่มาจากสารต้านอนุมูลอิสระฟลาโวนอยด์ของดอกคาโมมายล์ และว่านหางจระเข้ ซึ่งทั้งสองตัวมีคุณสมบัติช่วยลดการระคายเคืองและให้ความชุ่มชื้น
มาดูที่เนื้อเอสเซ้นส์ มีความบางเบา ค่อนข้างเหลว มีสีขาวกึ่งใส พอเกลี่ยแล้วมองไม่เห็นหรอกค่ะ
เรื่องกลิ่น แนนเห็นเขาใส่น้ำหอมมาด้วยแต่ว่าไม่เป็นที่สังเกตเท่าไหร่ ไม่ได้หอมอะไร คงจะใส่มาแค่อำพรางกลิ่นส่วนผสมอื่น ๆ มากกว่า
แนนลองใช้ในหลาย ๆ โอกาส พบว่า เนื้อเอสเซ้นส์ซึมซาบลงผิวไม่ช้าไม่เร็วเกินไป เราสามารถนวดเอสเซ้นส์ให้ทั่วใบหน้าและลำคอได้จนมันซึมลงผิวไป พอหลังจากนั้นลองสัมผัสดู ผิวนุ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแค่ในครั้งแรกที่ใช้ และใบหน้ารู้สึกว่าสบายผิว ลูบไปไม่มีเหนียวเหนอะหนะ สัมผัสแห้งสบาย สามารถใช้ก่อนลงเมคอัพได้ ไม่มีความมัน ให้ความชุ่มชื้นมากพอสมควรสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอสเซ้นส์เนื้อบาง ๆ แบบนี้ เหมาะกับคนผิวมัน ผิวผสม ที่อยากได้การบำรุงเข้มข้นโดยที่หน้าไม่มันเพิ่ม
ในเรื่องตามคำเคลมว่าเผยผิวใหม่ได้ภายใน 7 วัน แนนสังเกตว่าถ้าผิวเราเคยใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตัวอื่นมาก่อนเป็นเวลานาน ๆ เหมือนกับผิวหน้าเรามันต้องปรับตัวกับเอสเซ้นส์ตัวนี้นานพอสมควร ดังนั้น ในเคสของแนน ตอนใช้แต่เอสเซ้นส์ 7 วันแรก ไม่ค่อยเห็นผลชัดเจนมาก จนกระทั่งใช้มาส์ก Age Miracle ร่วมกัน ผิวถึงแบบได้รับการบูสต์เตรียมพร้อมรับการบำรุงเต็มที่สุด ๆ บอกเลยว่า แนะนำให้ใช้คู่กับมาส์กจะได้ผลดีมาก ๆ ตอนเริ่มต้นใช้เอสเซ้นส์
หลังใช้มา 2 สัปดาห์ แนนเริ่มเห็นว่าเอสเซ้นส์ช่วยเพิ่มความอิ่มฟู อิ่มน้ำของผิวในระดับหนึ่ง หากใช้แค่ตัวนี้เดี่ยว ๆ คนผิวมันผิวผสมพอจะรอดตัว ผิวชุ่มชื่นเนียนนุ่มขึ้นในระดับนึง ไม่แห้งกร้าน ช่วยเติมเต็มร่องริ้วรอยเล็ก ๆ ได้บ้าง ผิวดูละเอียดขึ้น ตึง ๆ ขึ้น กระชับขึ้นนิดหน่อย กดผิวหน้าลงไปแล้วเด้ง ๆ รูขุมขนดูเล็กลงนิดนึง ไม่มีอาการแพ้ระคายเคืองอะไร ส่วนคนผิวแห้งควรลงมอยเจอไรเซอร์ตามที่แบรนด์เขาแนะนำจะดีกว่า
ในเรื่องความกระจ่างใส รอยกระ รู้สึกว่าจะไม่ขยายตัวกว้างขึ้นจากเดิมเท่าไหร่ ผิวดูโทนสีสม่ำเสมอขึ้นนิด ๆ
เรื่องริ้วรอยแนนเซอร์ไพรซ์เหมือนกันว่า เฮ้ย พอนด์รุ่นนี้ ช่วยทำให้ร่องแก้มเราดูจาง ๆ ไม่ลึกอย่างที่เคยเป็น ไม่ค่อยเป็นที่สังเกตเห็นมากนัก ริ้วรอยบาง ๆ ใต้ตาดูดีขึ้นบ้าง น่าจะเป็นอานิสงค์จากการที่ผิวชุ่มชื้นยาวนานขึ้นค่ะ
โดยรวมแล้ว แนนค่อนข้างพอใจกับเอสเซ้นส์ Age Miracle ตัวใหม่นี้ อาจจะไม่ว้าวหวือหวา แต่ให้การบำรุงแบบค่อยเป็นค่อยไป เน้นความยั่งยืนจากส่วนผสมเด่น ในราคาไม่แรงมาก หาซื้อง่าย ไซส์ 7 กรัม ให้ลองใช้ราคาเบา ๆ แค่ 39 บาท ยังมีเลย เหมาะกับการเอามาใช้ร่วมกับมอยเจอไรเซอร์ตัวอื่น ๆ ที่เราใช้อยู่แล้วค่ะ อย่างน้อยช่วยให้อุ่นใจว่าเรามีเอสเซ้นส์ที่เน้นการป้องกันลดริ้วรอยอยู่ในขั้นตอนของเราบ้างก็ยังดี
★
★
★
★
★
(5.00)
บอกตรง ๆ ว่าตอนแรกรู้สึกเฉย ๆ กับมาส์กตัวนี้ ไม่คิดว่าจะมีอะไร หน้าตาธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษพอดูจากรายละเอียดส่วนประกอบ เริ่มน่าสนใจมากขึ้น เพราะว่าถึงจะเป็นไลน์เดียวกับตัวเอสเซ้นส์ แต่มีส่วนประกอบที่แตกต่างกันเล็กน้อย คือ สารสกัดแพลงตอน (Artemia Extract) ที่ช่วยเรื่องผิวอิ่มน้ำ ลดริ้วรอย ให้ผิวแข็งแรง ส่วนเปปไทด์ จะเป็นตัว Hexapeptide-9 ที่ช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวสภาพผิวตอนก่อนลอง ผิวแห้งกร้านขาดน้ำ เพราะว่าไปลองใช้โฟมล้างหน้าของน้อง รู้สึกว่าผิวหน้าแห้งไปเยอะเกิน สาก ๆ มากฉีกซองมาส์กออกมาเจอกับแผ่นมาส์กที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยเอสเซ้นส์แบบจัดเต็ม ตัวแผ่นมาส์กรู้สึกว่าจะค่อนข้างบางแต่เหนียวยืดหยุ่น ปรับให้เข้ากับรูปหน้าง่ายดีค่ะเนื้อเอสเซ้นส์เป็นแบบเข้มข้น สีกึ่งใส ไม่มีกลิ่นอะไรชัดเจน ปริมาณถือว่าเยอะมาก แต่ไม่เหลวจนไหลมาตามลำคอแต่อย่างใดมาส์กหน้าทิ้งไว้ 15 นาที (ที่ซองเขาบอกแค่ 10 นาทีนะ แต่เราหน้าแห้งมาก) พอถอดออกมาก็ตบ ๆ นวด ๆ เนื้อเอสเซ้นส์ให้ซึมซาบลงไปโดยไม่ต้องล้างออกผลลัพธ์ออกมาคือ ว้าววววว มากกกกกกก หน้าเต่งตึง เด้งฟู กลับมาชุ่มชื้นแบบมิราเคิลฝุด ๆ เกินคาดมากกกกกก คือ สภาพผิวหน้ามันถูกฟื้นฟูคืนกลับมาทันใจมาก ขนาดเส้นริ้วรอยบาง ๆ ยังช่วยพรางได้ เหมาะกับการมาส์กหน้าบำรุงก่อนนอนหรือบำรุงเข้มข้นก่อนแต่งหน้า ทำให้แต่งหน้าติดง่ายติดทนขึ้นเนื้อเอสเซ้นส์จะค่อย ๆ ซึมซาบลงไปในผิว พอหลังจากนั้นก็ไม่ทิ้งความเหนอะหนะเอาไว้เลย ซึ่งแนนถูกใจมาก แล้วให้ความชุ่มชื่นยาวนานมาก ตื่นมาหน้ายังเด้งอยู่เลย ฟินสุด ๆ แล้วมันทำให้ผิวหน้าเราซึมซับรับการบำรุงได้อย่างเต็มที่ด้วย ใช้คู่กับเอสเซ้นส์ดีสุด ๆ ค่ะ ส่วนใครยังงบไม่ถึงจะซื้อเอสเซ้นส์ กฺ็ซื้อมาส์กตัวนี้แหละมาใช้เลย ใช้สัปดาห์ละครั้ง ทำให้หน้าหายโทรมไปเยอะแนะนำเลย แค่ 79 บาท บางทีก็มีโปรด้วย ถูกลงไปอีก เป็นมาส์กที่ชอบที่สุดตอนนี้เลย ซื้อต่อแน่นอน
บอกตรง ๆ ว่าตอนแรกรู้สึกเฉย ๆ กับมาส์กตัวนี้ ไม่คิดว่าจะมีอะไร หน้าตาธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษ
พอดูจากรายละเอียดส่วนประกอบ เริ่มน่าสนใจมากขึ้น เพราะว่าถึงจะเป็นไลน์เดียวกับตัวเอสเซ้นส์ แต่มีส่วนประกอบที่แตกต่างกันเล็กน้อย คือ สารสกัดแพลงตอน (Artemia Extract) ที่ช่วยเรื่องผิวอิ่มน้ำ ลดริ้วรอย ให้ผิวแข็งแรง ส่วนเปปไทด์ จะเป็นตัว Hexapeptide-9 ที่ช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว
สภาพผิวตอนก่อนลอง ผิวแห้งกร้านขาดน้ำ เพราะว่าไปลองใช้โฟมล้างหน้าของน้อง รู้สึกว่าผิวหน้าแห้งไปเยอะเกิน สาก ๆ มาก
ฉีกซองมาส์กออกมาเจอกับแผ่นมาส์กที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยเอสเซ้นส์แบบจัดเต็ม ตัวแผ่นมาส์กรู้สึกว่าจะค่อนข้างบางแต่เหนียวยืดหยุ่น ปรับให้เข้ากับรูปหน้าง่ายดีค่ะ
เนื้อเอสเซ้นส์เป็นแบบเข้มข้น สีกึ่งใส ไม่มีกลิ่นอะไรชัดเจน ปริมาณถือว่าเยอะมาก แต่ไม่เหลวจนไหลมาตามลำคอแต่อย่างใด
มาส์กหน้าทิ้งไว้ 15 นาที (ที่ซองเขาบอกแค่ 10 นาทีนะ แต่เราหน้าแห้งมาก) พอถอดออกมาก็ตบ ๆ นวด ๆ เนื้อเอสเซ้นส์ให้ซึมซาบลงไปโดยไม่ต้องล้างออก
ผลลัพธ์ออกมาคือ ว้าววววว มากกกกกกก หน้าเต่งตึง เด้งฟู กลับมาชุ่มชื้นแบบมิราเคิลฝุด ๆ เกินคาดมากกกกกก คือ สภาพผิวหน้ามันถูกฟื้นฟูคืนกลับมาทันใจมาก ขนาดเส้นริ้วรอยบาง ๆ ยังช่วยพรางได้ เหมาะกับการมาส์กหน้าบำรุงก่อนนอนหรือบำรุงเข้มข้นก่อนแต่งหน้า ทำให้แต่งหน้าติดง่ายติดทนขึ้น
เนื้อเอสเซ้นส์จะค่อย ๆ ซึมซาบลงไปในผิว พอหลังจากนั้นก็ไม่ทิ้งความเหนอะหนะเอาไว้เลย ซึ่งแนนถูกใจมาก แล้วให้ความชุ่มชื่นยาวนานมาก ตื่นมาหน้ายังเด้งอยู่เลย ฟินสุด ๆ แล้วมันทำให้ผิวหน้าเราซึมซับรับการบำรุงได้อย่างเต็มที่ด้วย ใช้คู่กับเอสเซ้นส์ดีสุด ๆ ค่ะ ส่วนใครยังงบไม่ถึงจะซื้อเอสเซ้นส์ กฺ็ซื้อมาส์กตัวนี้แหละมาใช้เลย ใช้สัปดาห์ละครั้ง ทำให้หน้าหายโทรมไปเยอะ
แนะนำเลย แค่ 79 บาท บางทีก็มีโปรด้วย ถูกลงไปอีก เป็นมาส์กที่ชอบที่สุดตอนนี้เลย ซื้อต่อแน่นอน
พอดูจากรายละเอียดส่วนประกอบ เริ่มน่าสนใจมากขึ้น เพราะว่าถึงจะเป็นไลน์เดียวกับตัวเอสเซ้นส์ แต่มีส่วนประกอบที่แตกต่างกันเล็กน้อย คือ สารสกัดแพลงตอน (Artemia Extract) ที่ช่วยเรื่องผิวอิ่มน้ำ ลดริ้วรอย ให้ผิวแข็งแรง ส่วนเปปไทด์ จะเป็นตัว Hexapeptide-9 ที่ช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว
สภาพผิวตอนก่อนลอง ผิวแห้งกร้านขาดน้ำ เพราะว่าไปลองใช้โฟมล้างหน้าของน้อง รู้สึกว่าผิวหน้าแห้งไปเยอะเกิน สาก ๆ มาก
ฉีกซองมาส์กออกมาเจอกับแผ่นมาส์กที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยเอสเซ้นส์แบบจัดเต็ม ตัวแผ่นมาส์กรู้สึกว่าจะค่อนข้างบางแต่เหนียวยืดหยุ่น ปรับให้เข้ากับรูปหน้าง่ายดีค่ะ
เนื้อเอสเซ้นส์เป็นแบบเข้มข้น สีกึ่งใส ไม่มีกลิ่นอะไรชัดเจน ปริมาณถือว่าเยอะมาก แต่ไม่เหลวจนไหลมาตามลำคอแต่อย่างใด
มาส์กหน้าทิ้งไว้ 15 นาที (ที่ซองเขาบอกแค่ 10 นาทีนะ แต่เราหน้าแห้งมาก) พอถอดออกมาก็ตบ ๆ นวด ๆ เนื้อเอสเซ้นส์ให้ซึมซาบลงไปโดยไม่ต้องล้างออก
ผลลัพธ์ออกมาคือ ว้าววววว มากกกกกกก หน้าเต่งตึง เด้งฟู กลับมาชุ่มชื้นแบบมิราเคิลฝุด ๆ เกินคาดมากกกกกก คือ สภาพผิวหน้ามันถูกฟื้นฟูคืนกลับมาทันใจมาก ขนาดเส้นริ้วรอยบาง ๆ ยังช่วยพรางได้ เหมาะกับการมาส์กหน้าบำรุงก่อนนอนหรือบำรุงเข้มข้นก่อนแต่งหน้า ทำให้แต่งหน้าติดง่ายติดทนขึ้น
เนื้อเอสเซ้นส์จะค่อย ๆ ซึมซาบลงไปในผิว พอหลังจากนั้นก็ไม่ทิ้งความเหนอะหนะเอาไว้เลย ซึ่งแนนถูกใจมาก แล้วให้ความชุ่มชื่นยาวนานมาก ตื่นมาหน้ายังเด้งอยู่เลย ฟินสุด ๆ แล้วมันทำให้ผิวหน้าเราซึมซับรับการบำรุงได้อย่างเต็มที่ด้วย ใช้คู่กับเอสเซ้นส์ดีสุด ๆ ค่ะ ส่วนใครยังงบไม่ถึงจะซื้อเอสเซ้นส์ กฺ็ซื้อมาส์กตัวนี้แหละมาใช้เลย ใช้สัปดาห์ละครั้ง ทำให้หน้าหายโทรมไปเยอะ
แนะนำเลย แค่ 79 บาท บางทีก็มีโปรด้วย ถูกลงไปอีก เป็นมาส์กที่ชอบที่สุดตอนนี้เลย ซื้อต่อแน่นอน
★
★
★
★
★
(4.57)
ปกติเราเป็นคนใช้พอนด์มานานแล้ว พอเห็นตัวใหม่ออกมา คือ Pond’s White Beauty Instabright Tone Up Milk Foam เลยไปซื้อมาลองซะหน่อย เขาบอกว่าช่วยอัพให้หน้าใสทันทีหลังใช้ เพิ่มความชุ่มชื้นด้วยวิปฟองนุ่มหลอดโฟมเป็นสไตล์ Pond's สีชมพูมีรูปน้ำนมบนฉลาก แนนซื้อมาราคาตอนลดราคาเหลือ 111 บาท ขนาด 100 กรัม รู้สึกว่าที่เซเว่นน่าจะมีไซส์เล็กขายด้วยค่ะดูจากส่วนประกอบแล้ว เป็นวิปโฟมสูตรน้ำนมจริง ๆ ไม่ได้แค่ใส่กลิ่นนมมานะ ไม่ว่าจะเป็น-กรดแลคติค (Lactic acid) ที่เป็นกรดน้ำนม อยู่ในอันดับต้น ๆ ของส่วนผสมเลย มีคุณสมบัติช่วยในการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ให้ผิวกระจ่างใสและเพิ่มความชุ่มชื้น-วิตามินซี Sodium ascorbyl phosphate มาในอันดับรองลงมา เป็นอนุพันธ์ชนิดค่อนข้างใหม่ ที่มีความเสถียรสูงกว่าวิตามินซีแบบดั้งเดิม ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวได้ดีขึ้นและดูดซึมเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น ช่วยในการปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอ กระจ่างใสขึ้น ลดรอยดำ รอยสิว-วิตามินบี 3 Niacinamide ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เข้าไปขัดขวางการทำงานของเม็ดสีเมลานิน มีประสิทธิภาพในการปรับสีผิวให้สว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลดรอยด่างดำ รอยสิว ปรับให้ผิวดูเรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอขึ้น-โปรตีนจากน้ำนม Hydrolyzed milk protien ช่วยบำรุงผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ให้ผิวอิ่มน้ำ เนียนนุ่ม-วิตามินอี tocopheryl acetate เป็นอีกสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสียหายของผิวจากมลภาวะและแสงแดด ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว รักษาให้ผิวมีความยืดหยุ่นซึ่งแนนสังเกตว่า ส่วนผสมที่มีประโยชน์เหล่านี้ สอดคล้องกับคำเคลมของแบรนด์ที่ว่าเป็นสูตรน้ำนมที่ช่วยเรื่องความไบรท์ ความกระจ่างใส และความชุ่มชื้นของผิวจริง ๆ ค่ะพอบีบเนื้อผลิตภัณฑ์ออกมาเป็นครีมสีขาว เนื้อเข้มข้นไม่เหลว พอถูกับน้ำแล้ว เกิดฟองได้ง่าย ฟองนุ่มนิ่ม มีความละเอียด ไม่บาดหน้า ขนาดใช้นิดเดียวยังเกิดฟองเยอะมากและทำความสะอาดผิวได้ดีเพียงพอแล้วถ้าใครอยากรู้สึกหรูหรา รู้สึกดี ๆ กับการเล่นวิปฟอง ก็บีบเยอะหน่อย ตีฟองด้วยตาข่าย รับรองว่าเนื้อวิปฟองครีมนุ่มนวลอย่างเยอะแน่ ๆที่ชอบมาก ๆ ในตัว Pond’s Tone Up Milk Foam อันดับแรก คือ กลิ่นวิปโฟม เป็นกลิ่นน้ำนม หอมมากกก หอมติดผิวติดหน้าติดมือไปหมดเลย ขนาดล้างออกแล้วนะที่ชอบหลังใช้จริง ๆ อีกเรื่อง ไม่มโน คือ ทำความสะอาดผิวได้ดี ล้างความมันได้หมดจด และตอนล้างออกไม่มีอาการเอี๊ยด ๆ เลย ผิวนุ่มชุ่มชื่นขึ้นมาก หน้าเนียนนุ่มอยู่นานจริง ๆ ขนาดไม่ได้ทาครีมนะ จับแล้วฟินสุด ๆ หน้าไม่มันยาวนานขึ้นด้วยผลลัพธ์ก่อนและหลังใช้ ตอนแรกหน้าเยิน มันมาก พอล้างเสร็จ หน้าดูไบรท์มีน้ำมีนวลขึ้นมาทันทีในครั้งแรกที่ใช้ ส่วนเรื่องหน้าจะปรับโทนสีผิวสม่ำเสมอหรือขาวขึ้นขนาดไหน ตอนนี้ใช้คู่กับครีมโทนอัพของ Pond's ด้วย แนนคงต้องลองใช้ต่อไปเรื่อย ๆ แต่โดยรวมแล้วชอบมากเรื่องอัพหน้าไบรท์ในทันที ปลื้มปริ่มมาก
ปกติเราเป็นคนใช้พอนด์มานานแล้ว พอเห็นตัวใหม่ออกมา คือ Pond’s White Beauty Instabright Tone Up Milk Foam เลยไปซื้อมาลองซะหน่อย เขาบอกว่าช่วยอัพให้หน้าใสทันทีหลังใช้ เพิ่มความชุ่มชื้นด้วยวิปฟองนุ่ม
หลอดโฟมเป็นสไตล์ Pond's สีชมพูมีรูปน้ำนมบนฉลาก แนนซื้อมาราคาตอนลดราคาเหลือ 111 บาท ขนาด 100 กรัม รู้สึกว่าที่เซเว่นน่าจะมีไซส์เล็กขายด้วยค่ะ
ดูจากส่วนประกอบแล้ว เป็นวิปโฟมสูตรน้ำนมจริง ๆ ไม่ได้แค่ใส่กลิ่นนมมานะ ไม่ว่าจะเป็น
-กรดแลคติค (Lactic acid) ที่เป็นกรดน้ำนม อยู่ในอันดับต้น ๆ ของส่วนผสมเลย มีคุณสมบัติช่วยในการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ให้ผิวกระจ่างใสและเพิ่มความชุ่มชื้น
-วิตามินซี Sodium ascorbyl phosphate มาในอันดับรองลงมา เป็นอนุพันธ์ชนิดค่อนข้างใหม่ ที่มีความเสถียรสูงกว่าวิตามินซีแบบดั้งเดิม ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวได้ดีขึ้นและดูดซึมเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น ช่วยในการปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอ กระจ่างใสขึ้น ลดรอยดำ รอยสิว
-วิตามินบี 3 Niacinamide ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เข้าไปขัดขวางการทำงานของเม็ดสีเมลานิน มีประสิทธิภาพในการปรับสีผิวให้สว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลดรอยด่างดำ รอยสิว ปรับให้ผิวดูเรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอขึ้น
-โปรตีนจากน้ำนม Hydrolyzed milk protien ช่วยบำรุงผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ให้ผิวอิ่มน้ำ เนียนนุ่ม
-วิตามินอี tocopheryl acetate เป็นอีกสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสียหายของผิวจากมลภาวะและแสงแดด ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว รักษาให้ผิวมีความยืดหยุ่น
ซึ่งแนนสังเกตว่า ส่วนผสมที่มีประโยชน์เหล่านี้ สอดคล้องกับคำเคลมของแบรนด์ที่ว่าเป็นสูตรน้ำนมที่ช่วยเรื่องความไบรท์ ความกระจ่างใส และความชุ่มชื้นของผิวจริง ๆ ค่ะ
พอบีบเนื้อผลิตภัณฑ์ออกมาเป็นครีมสีขาว เนื้อเข้มข้นไม่เหลว พอถูกับน้ำแล้ว เกิดฟองได้ง่าย ฟองนุ่มนิ่ม มีความละเอียด ไม่บาดหน้า ขนาดใช้นิดเดียวยังเกิดฟองเยอะมากและทำความสะอาดผิวได้ดีเพียงพอแล้ว
ถ้าใครอยากรู้สึกหรูหรา รู้สึกดี ๆ กับการเล่นวิปฟอง ก็บีบเยอะหน่อย ตีฟองด้วยตาข่าย รับรองว่าเนื้อวิปฟองครีมนุ่มนวลอย่างเยอะแน่ ๆ
ที่ชอบมาก ๆ ในตัว Pond’s Tone Up Milk Foam อันดับแรก คือ กลิ่นวิปโฟม เป็นกลิ่นน้ำนม หอมมากกก หอมติดผิวติดหน้าติดมือไปหมดเลย ขนาดล้างออกแล้วนะ
ที่ชอบหลังใช้จริง ๆ อีกเรื่อง ไม่มโน คือ ทำความสะอาดผิวได้ดี ล้างความมันได้หมดจด และตอนล้างออกไม่มีอาการเอี๊ยด ๆ เลย ผิวนุ่มชุ่มชื่นขึ้นมาก หน้าเนียนนุ่มอยู่นานจริง ๆ ขนาดไม่ได้ทาครีมนะ จับแล้วฟินสุด ๆ หน้าไม่มันยาวนานขึ้นด้วย
ผลลัพธ์ก่อนและหลังใช้ ตอนแรกหน้าเยิน มันมาก พอล้างเสร็จ หน้าดูไบรท์มีน้ำมีนวลขึ้นมาทันทีในครั้งแรกที่ใช้ ส่วนเรื่องหน้าจะปรับโทนสีผิวสม่ำเสมอหรือขาวขึ้นขนาดไหน ตอนนี้ใช้คู่กับครีมโทนอัพของ Pond's ด้วย แนนคงต้องลองใช้ต่อไปเรื่อย ๆ แต่โดยรวมแล้วชอบมากเรื่องอัพหน้าไบรท์ในทันที ปลื้มปริ่มมาก
หลอดโฟมเป็นสไตล์ Pond's สีชมพูมีรูปน้ำนมบนฉลาก แนนซื้อมาราคาตอนลดราคาเหลือ 111 บาท ขนาด 100 กรัม รู้สึกว่าที่เซเว่นน่าจะมีไซส์เล็กขายด้วยค่ะ
ดูจากส่วนประกอบแล้ว เป็นวิปโฟมสูตรน้ำนมจริง ๆ ไม่ได้แค่ใส่กลิ่นนมมานะ ไม่ว่าจะเป็น
-กรดแลคติค (Lactic acid) ที่เป็นกรดน้ำนม อยู่ในอันดับต้น ๆ ของส่วนผสมเลย มีคุณสมบัติช่วยในการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ให้ผิวกระจ่างใสและเพิ่มความชุ่มชื้น
-วิตามินซี Sodium ascorbyl phosphate มาในอันดับรองลงมา เป็นอนุพันธ์ชนิดค่อนข้างใหม่ ที่มีความเสถียรสูงกว่าวิตามินซีแบบดั้งเดิม ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิวได้ดีขึ้นและดูดซึมเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น ช่วยในการปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอ กระจ่างใสขึ้น ลดรอยดำ รอยสิว
-วิตามินบี 3 Niacinamide ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เข้าไปขัดขวางการทำงานของเม็ดสีเมลานิน มีประสิทธิภาพในการปรับสีผิวให้สว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลดรอยด่างดำ รอยสิว ปรับให้ผิวดูเรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอขึ้น
-โปรตีนจากน้ำนม Hydrolyzed milk protien ช่วยบำรุงผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ให้ผิวอิ่มน้ำ เนียนนุ่ม
-วิตามินอี tocopheryl acetate เป็นอีกสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสียหายของผิวจากมลภาวะและแสงแดด ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว รักษาให้ผิวมีความยืดหยุ่น
ซึ่งแนนสังเกตว่า ส่วนผสมที่มีประโยชน์เหล่านี้ สอดคล้องกับคำเคลมของแบรนด์ที่ว่าเป็นสูตรน้ำนมที่ช่วยเรื่องความไบรท์ ความกระจ่างใส และความชุ่มชื้นของผิวจริง ๆ ค่ะ
พอบีบเนื้อผลิตภัณฑ์ออกมาเป็นครีมสีขาว เนื้อเข้มข้นไม่เหลว พอถูกับน้ำแล้ว เกิดฟองได้ง่าย ฟองนุ่มนิ่ม มีความละเอียด ไม่บาดหน้า ขนาดใช้นิดเดียวยังเกิดฟองเยอะมากและทำความสะอาดผิวได้ดีเพียงพอแล้ว
ถ้าใครอยากรู้สึกหรูหรา รู้สึกดี ๆ กับการเล่นวิปฟอง ก็บีบเยอะหน่อย ตีฟองด้วยตาข่าย รับรองว่าเนื้อวิปฟองครีมนุ่มนวลอย่างเยอะแน่ ๆ
ที่ชอบมาก ๆ ในตัว Pond’s Tone Up Milk Foam อันดับแรก คือ กลิ่นวิปโฟม เป็นกลิ่นน้ำนม หอมมากกก หอมติดผิวติดหน้าติดมือไปหมดเลย ขนาดล้างออกแล้วนะ
ที่ชอบหลังใช้จริง ๆ อีกเรื่อง ไม่มโน คือ ทำความสะอาดผิวได้ดี ล้างความมันได้หมดจด และตอนล้างออกไม่มีอาการเอี๊ยด ๆ เลย ผิวนุ่มชุ่มชื่นขึ้นมาก หน้าเนียนนุ่มอยู่นานจริง ๆ ขนาดไม่ได้ทาครีมนะ จับแล้วฟินสุด ๆ หน้าไม่มันยาวนานขึ้นด้วย
ผลลัพธ์ก่อนและหลังใช้ ตอนแรกหน้าเยิน มันมาก พอล้างเสร็จ หน้าดูไบรท์มีน้ำมีนวลขึ้นมาทันทีในครั้งแรกที่ใช้ ส่วนเรื่องหน้าจะปรับโทนสีผิวสม่ำเสมอหรือขาวขึ้นขนาดไหน ตอนนี้ใช้คู่กับครีมโทนอัพของ Pond's ด้วย แนนคงต้องลองใช้ต่อไปเรื่อย ๆ แต่โดยรวมแล้วชอบมากเรื่องอัพหน้าไบรท์ในทันที ปลื้มปริ่มมาก
★
★
★
★
★
(3.86)
เห็น Senka ออกสกินแคร์ไลน์ใหม่ นอกจากจะมีตัวโลชั่นที่แนนรีวิวไปแล้ว ก็ยังมีตัวไวท์เทนนิ่ง เซรั่ม นามว่า SENKA White Beauty Serum ที่ออกแบบมาใช้คู่กันด้วยเซรั่มตัวนี้ ใช้ NATU-ENCE Technology จาก Shiseido แบรนด์ดังของญี่ปุ่น ที่ช่วยผสานเอาสารสกัดธรรมชาติเข้ากับวิทยาการเพื่อผิวกระจ่างใส เปล่งปลั่ง อย่างเป็นธรรมชาติโดยส่วนประกอบที่สำคัญ ๆ ในไวท์เทนนิ่ง เซรั่ม ของเซนกะ รุ่นนี้ แนนไปหาข้อมูลมาก คือ> m-Tranexamic Acid เป็นส่วนประกอบออกฤทธิ์กึ่งยา ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสุขภาพ แรงงาน และสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่น ให้สามารถใช้ได้ในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการบำรุงผิว การทำงานของกรดเอ็ม-ทรานเนซามิค แอซิด คือ การช่วยลดการอักเสบเรื้อรังของ melanocytes ที่กระตุ้นการสร้างสารเม็ดสีเมลานินเกินขนาดแม้ว่าจะไม่ได้โดนรังสียูวีแล้วก็ตาม อันเป็นสาเหตุของจุดด่างดำและผิวคล้ำเสีย กรดตัวนี้จะช่วยลดความหมองคล้ำและจุดด่างดำ อีกทั้งช่วยปรับผิวให้เนียนเรียบ ให้ความชุ่มชื้นอีกด้วย> น้ำมันรำข้าว (rice bran oil) ถูกใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางของสาวญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณ อุดมไปด้วยวิตามินบี วิตามินอี กรดโอเมกา 9 กรดอะมิโนต่างๆ อีกทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น โคเอนไซม์คิวเท็น (CoQ10) เบต้าแคโรทีน(beta - carotene) ไลโคปีน (lycopene) จึงมีประโยชน์ต่อผิวในด้านการชะลอริ้วรอยก่อนวัย การลดเลือนจุดด่างดำ ปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอกัน เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่ายโดยไม่ทิ้งความมันเอาไว้> น้ำผึ้ง (Honey) มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยให้ความชุ่มชื้น เพิ่มความนุ่มให้แก่ผิว คืนความโกลว์เปล่งปลั่ง ลดเลือนริ้วรอย ชะลอผิวให้ดูอ่อนเยาว์ มีสรรพคุณช่วยทำความสะอาดจึงช่วยกระชับรูขุมขน อีกทั้งมีสารต่อต้านแบคทีเรีย จึงช่วยเรื่องสิวได้ด้วย> ไวท์ โคคูน หรือรังไหมสีขาว (sericin) และผงไหม (hydrolyzed silk) ในรังไหมและเส้นไหมมีโปรตีน sericin มีกรดอะมิโนกว่า 18 ชนิด ช่วยในด้านการกักเก็บความชุ่มชื้น เพิ่มความแข็งแรงของผิว ปรับผิวให้เรียบเนียน sericin ช่วยสร้างเกาะป้องกันผิว กระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนและไฟโบรบลาสต์ในชั้นผิว จึงช่วยลดการเกิดริ้วรอย ชะลอผิวให้เสื่อมช้าลง เพิ่มความยืดหยุ่นแก่ผิว> โซเดียม ไฮยาลูรอเนต (Sodium Hyaluronate) กรดไฮยาลูรอนิคขนาดเล็ก ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว ให้ผิวไม่แห้งกร้าน ทำให้ผิวอิ่มน้ำ ดูสุขภาพดี> Sodium Acetylated Hyaluronate หรือที่เรียกว่า กรดซูเปอร์ไฮยาลูรอนิก เป็นส่วนประกอบที่พัฒนาขึ้นโดยชิเซโด มีความสามารถในการลงลึกเข้าเติมเต็มความชุ่มชื่นในชั้นผิวepidermisได้ จึงช่วยให้ผิวชุ่มชื่นยาวนาน> สารสกัดจากโกฐจุฬาลัมพา (Artemisia princeps extract) มีคุณสมบัติช่วยลดความแห้งตึงของผิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง ปลอบประโลมผิว ลดการระคายเคือง> สารสกัดจากไข่มุก (hydrolyzed conchiolin protein) เป็นโปรตีนที่ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน และยังมีกรดอะมิโนมากกว่า 20 ชนิด ที่มีองค์ประกอบคล้ายกับน้ำหล่อเลี้ยงในผิว จึงช่วยทั้งลดความหมองคล้ำ เผยผิวกระจ่างใส และเปล่งปลั่ง ชุ่มชื้นขึ้น> สารสกัดจากใบต้นซากุระ (cherry blossom leaf extract solution) มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดความเสื่อมของผิว ลดการอักเสบ ปลอบประโลมผิวนอกจากนี้ เซรั่มเซนกะ ไวท์ รุ่นนี้ ยังไม่มีน้ำหอมและสารแต่งสีอีกด้วยค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนจะใช้กับใบหน้าจริง ไม่ว่าจะผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตาม ควรทำการทดสอบการแพ้ด้วยนะคะ+++รีวิวหลังการใช้+++SENKA White Beauty Serum มาในหลอดพลาสติกสีเงินนิ่ม ๆ บีบง่าย เป็นฝาหมุนเปิดปิด ปากหลอดเล็กควบคุมปริมาณเซรั่มที่จะใช้ได้ง่าย วางเป็นเซ็ตกันดูสวยแบบเรียบ ๆ ดีค่ะวิธีใช้ หากมีโลชั่นเซนกะด้วย หรือโลชั่นตัวอื่น ๆ ที่ใช้อยู่ ก็ทาเซรั่มตามหลังจากทาโลชั่นไว้แล้วค่ะเนื้อเซรั่ม ไม่มีกลิ่นใด ๆ เลย มีสีขาวขุ่น เนื่องจากเขาไม่ได้ใส่สีด้วย เนื้อสัมผัสของเซรั่มค่อนข้างเข้มข้น บีบออกมาแล้วเป็นเนื้อครีมกึ่งเจล แต่ยังคงให้ความบางเบา ไม่หนักผิวเมื่อทาลงไปบนใบหน้า เกลี่ยง่าย ซึมซาบเร็ว ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ หรือความมันเอาไว้บนผิวเซรั่มให้ความชุ่มชื้นดีมาก คนผิวผสม แต่แห้งขาดน้ำอย่างแนนนี่ใช้แล้วชอบมาก ทาแล้วหน้าฟูเด้งขึ้นมาใน 1 สัปดาห์เลย เห็นผลไวจริง ๆ ดูรูขุมขนกระชับขึ้น ผิวเนียนละเอียดขึ้นแนนใช้ไม่เยอะมาก ก็สามารถทาได้ทั่วทั้งใบหน้า เน้นตรงจุดด่างดำเยอะหน่อย ช่วงนี้หน้าคล้ำนิดหนึ่งเพราะออกกำลังกายนอกบ้านใช้มาประมาณ 2 สัปดาห์ ส่วนตัวแนนไม่มีอาการแพ้แต่อย่างใด รู้สึกได้เลยว่าผิวดูกระจ่างใสขึ้น เปล่งปลั่ง ไม่โทรมมากแล้ว หน้านุ่มมากกกกก โอ๊ย ชอบสุด ๆ (ในรูป Before/After ถ่ายภาพแสงคนละแบบกันเลยดูเหมือนว่าภาพก่อนกระจ่างใสกว่า จริง ๆ มันโอเวอร์ค่ะ)อีกทั้งการที่ผิวชุ่มชื้นขึ้น ทำให้หน้ามันน้อยลงและริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจาง ๆ ไม่เป็นที่สังเกตมากแล้ว และยังช่วยรอยแดงได้ด้วย และยังรู้สึกว่าผิวมีการปรับสมดุลดีขึ้น แข็งแรงขึ้น ไม่แพ้หรือระคายเคืองง่ายแบบแต่ก่อนคิดว่าถ้าใช้ไปอีกซักพัก น่าจะเห็นผลการลดเลือนจุดด่างดำเล็ก ๆ ได้ชัดเจนขึ้นโดยรวมแล้วแนนว่าเซรั่มเซนกะตัวนี้ทำมาตอบโจทย์ของผิวกระจ่างใสและอิ่มน้ำได้ค่อนข้างดี ราคาไม่แรงมาก ถือว่าเป็นของที่ผลิตจากญี่ปุ่นนะ ราคาไม่ถึง 500 บาท ดี ไม่ต้องบินไปญี่ปุ่นหรือฝากหิ้วจากใครอีก สะดวกสบายอยู่เมืองไทยก็ซื้อได้ แถมมีเทคโนโลยีของชิเซโดอีก สำหรับแนนคือความคุ้มค่าเลย หากใครมีงบไม่เกิน 500 บาทแนะนำซื้อเซรั่มตัวนี้ ไม่ต้องโลขั่นด้วยก็ได้ เพราะให้ความชุ่มชื้นสูงอยู่แล้ว
เห็น Senka ออกสกินแคร์ไลน์ใหม่ นอกจากจะมีตัวโลชั่นที่แนนรีวิวไปแล้ว ก็ยังมีตัวไวท์เทนนิ่ง เซรั่ม นามว่า SENKA White Beauty Serum ที่ออกแบบมาใช้คู่กันด้วย
เซรั่มตัวนี้ ใช้ NATU-ENCE Technology จาก Shiseido แบรนด์ดังของญี่ปุ่น ที่ช่วยผสานเอาสารสกัดธรรมชาติเข้ากับวิทยาการเพื่อผิวกระจ่างใส เปล่งปลั่ง อย่างเป็นธรรมชาติ
โดยส่วนประกอบที่สำคัญ ๆ ในไวท์เทนนิ่ง เซรั่ม ของเซนกะ รุ่นนี้ แนนไปหาข้อมูลมาก คือ
> m-Tranexamic Acid เป็นส่วนประกอบออกฤทธิ์กึ่งยา ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสุขภาพ แรงงาน และสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่น ให้สามารถใช้ได้ในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการบำรุงผิว การทำงานของกรดเอ็ม-ทรานเนซามิค แอซิด คือ การช่วยลดการอักเสบเรื้อรังของ melanocytes ที่กระตุ้นการสร้างสารเม็ดสีเมลานินเกินขนาดแม้ว่าจะไม่ได้โดนรังสียูวีแล้วก็ตาม อันเป็นสาเหตุของจุดด่างดำและผิวคล้ำเสีย กรดตัวนี้จะช่วยลดความหมองคล้ำและจุดด่างดำ อีกทั้งช่วยปรับผิวให้เนียนเรียบ ให้ความชุ่มชื้นอีกด้วย
> น้ำมันรำข้าว (rice bran oil) ถูกใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางของสาวญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณ อุดมไปด้วยวิตามินบี วิตามินอี กรดโอเมกา 9 กรดอะมิโนต่างๆ อีกทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น โคเอนไซม์คิวเท็น (CoQ10) เบต้าแคโรทีน(beta - carotene) ไลโคปีน (lycopene) จึงมีประโยชน์ต่อผิวในด้านการชะลอริ้วรอยก่อนวัย การลดเลือนจุดด่างดำ ปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอกัน เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่ายโดยไม่ทิ้งความมันเอาไว้
> น้ำผึ้ง (Honey) มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยให้ความชุ่มชื้น เพิ่มความนุ่มให้แก่ผิว คืนความโกลว์เปล่งปลั่ง ลดเลือนริ้วรอย ชะลอผิวให้ดูอ่อนเยาว์ มีสรรพคุณช่วยทำความสะอาดจึงช่วยกระชับรูขุมขน อีกทั้งมีสารต่อต้านแบคทีเรีย จึงช่วยเรื่องสิวได้ด้วย
> ไวท์ โคคูน หรือรังไหมสีขาว (sericin) และผงไหม (hydrolyzed silk) ในรังไหมและเส้นไหมมีโปรตีน sericin มีกรดอะมิโนกว่า 18 ชนิด ช่วยในด้านการกักเก็บความชุ่มชื้น เพิ่มความแข็งแรงของผิว ปรับผิวให้เรียบเนียน sericin ช่วยสร้างเกาะป้องกันผิว กระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนและไฟโบรบลาสต์ในชั้นผิว จึงช่วยลดการเกิดริ้วรอย ชะลอผิวให้เสื่อมช้าลง เพิ่มความยืดหยุ่นแก่ผิว
> โซเดียม ไฮยาลูรอเนต (Sodium Hyaluronate) กรดไฮยาลูรอนิคขนาดเล็ก ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว ให้ผิวไม่แห้งกร้าน ทำให้ผิวอิ่มน้ำ ดูสุขภาพดี
> Sodium Acetylated Hyaluronate หรือที่เรียกว่า กรดซูเปอร์ไฮยาลูรอนิก เป็นส่วนประกอบที่พัฒนาขึ้นโดยชิเซโด มีความสามารถในการลงลึกเข้าเติมเต็มความชุ่มชื่นในชั้นผิวepidermisได้ จึงช่วยให้ผิวชุ่มชื่นยาวนาน
> สารสกัดจากโกฐจุฬาลัมพา (Artemisia princeps extract) มีคุณสมบัติช่วยลดความแห้งตึงของผิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง ปลอบประโลมผิว ลดการระคายเคือง
> สารสกัดจากไข่มุก (hydrolyzed conchiolin protein) เป็นโปรตีนที่ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน และยังมีกรดอะมิโนมากกว่า 20 ชนิด ที่มีองค์ประกอบคล้ายกับน้ำหล่อเลี้ยงในผิว จึงช่วยทั้งลดความหมองคล้ำ เผยผิวกระจ่างใส และเปล่งปลั่ง ชุ่มชื้นขึ้น
> สารสกัดจากใบต้นซากุระ (cherry blossom leaf extract solution) มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดความเสื่อมของผิว ลดการอักเสบ ปลอบประโลมผิว
นอกจากนี้ เซรั่มเซนกะ ไวท์ รุ่นนี้ ยังไม่มีน้ำหอมและสารแต่งสีอีกด้วยค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนจะใช้กับใบหน้าจริง ไม่ว่าจะผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตาม ควรทำการทดสอบการแพ้ด้วยนะคะ
+++รีวิวหลังการใช้+++
SENKA White Beauty Serum มาในหลอดพลาสติกสีเงินนิ่ม ๆ บีบง่าย เป็นฝาหมุนเปิดปิด ปากหลอดเล็กควบคุมปริมาณเซรั่มที่จะใช้ได้ง่าย วางเป็นเซ็ตกันดูสวยแบบเรียบ ๆ ดีค่ะ
วิธีใช้ หากมีโลชั่นเซนกะด้วย หรือโลชั่นตัวอื่น ๆ ที่ใช้อยู่ ก็ทาเซรั่มตามหลังจากทาโลชั่นไว้แล้วค่ะ
เนื้อเซรั่ม ไม่มีกลิ่นใด ๆ เลย มีสีขาวขุ่น เนื่องจากเขาไม่ได้ใส่สีด้วย เนื้อสัมผัสของเซรั่มค่อนข้างเข้มข้น บีบออกมาแล้วเป็นเนื้อครีมกึ่งเจล แต่ยังคงให้ความบางเบา ไม่หนักผิวเมื่อทาลงไปบนใบหน้า เกลี่ยง่าย ซึมซาบเร็ว ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ หรือความมันเอาไว้บนผิว
เซรั่มให้ความชุ่มชื้นดีมาก คนผิวผสม แต่แห้งขาดน้ำอย่างแนนนี่ใช้แล้วชอบมาก ทาแล้วหน้าฟูเด้งขึ้นมาใน 1 สัปดาห์เลย เห็นผลไวจริง ๆ ดูรูขุมขนกระชับขึ้น ผิวเนียนละเอียดขึ้น
แนนใช้ไม่เยอะมาก ก็สามารถทาได้ทั่วทั้งใบหน้า เน้นตรงจุดด่างดำเยอะหน่อย ช่วงนี้หน้าคล้ำนิดหนึ่งเพราะออกกำลังกายนอกบ้าน
ใช้มาประมาณ 2 สัปดาห์ ส่วนตัวแนนไม่มีอาการแพ้แต่อย่างใด รู้สึกได้เลยว่าผิวดูกระจ่างใสขึ้น เปล่งปลั่ง ไม่โทรมมากแล้ว หน้านุ่มมากกกกก โอ๊ย ชอบสุด ๆ (ในรูป Before/After ถ่ายภาพแสงคนละแบบกันเลยดูเหมือนว่าภาพก่อนกระจ่างใสกว่า จริง ๆ มันโอเวอร์ค่ะ)
อีกทั้งการที่ผิวชุ่มชื้นขึ้น ทำให้หน้ามันน้อยลงและริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจาง ๆ ไม่เป็นที่สังเกตมากแล้ว และยังช่วยรอยแดงได้ด้วย และยังรู้สึกว่าผิวมีการปรับสมดุลดีขึ้น แข็งแรงขึ้น ไม่แพ้หรือระคายเคืองง่ายแบบแต่ก่อน
คิดว่าถ้าใช้ไปอีกซักพัก น่าจะเห็นผลการลดเลือนจุดด่างดำเล็ก ๆ ได้ชัดเจนขึ้น
โดยรวมแล้วแนนว่าเซรั่มเซนกะตัวนี้ทำมาตอบโจทย์ของผิวกระจ่างใสและอิ่มน้ำได้ค่อนข้างดี ราคาไม่แรงมาก ถือว่าเป็นของที่ผลิตจากญี่ปุ่นนะ ราคาไม่ถึง 500 บาท ดี ไม่ต้องบินไปญี่ปุ่นหรือฝากหิ้วจากใครอีก สะดวกสบายอยู่เมืองไทยก็ซื้อได้ แถมมีเทคโนโลยีของชิเซโดอีก สำหรับแนนคือความคุ้มค่าเลย หากใครมีงบไม่เกิน 500 บาทแนะนำซื้อเซรั่มตัวนี้ ไม่ต้องโลขั่นด้วยก็ได้ เพราะให้ความชุ่มชื้นสูงอยู่แล้ว
เซรั่มตัวนี้ ใช้ NATU-ENCE Technology จาก Shiseido แบรนด์ดังของญี่ปุ่น ที่ช่วยผสานเอาสารสกัดธรรมชาติเข้ากับวิทยาการเพื่อผิวกระจ่างใส เปล่งปลั่ง อย่างเป็นธรรมชาติ
โดยส่วนประกอบที่สำคัญ ๆ ในไวท์เทนนิ่ง เซรั่ม ของเซนกะ รุ่นนี้ แนนไปหาข้อมูลมาก คือ
> m-Tranexamic Acid เป็นส่วนประกอบออกฤทธิ์กึ่งยา ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสุขภาพ แรงงาน และสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่น ให้สามารถใช้ได้ในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการบำรุงผิว การทำงานของกรดเอ็ม-ทรานเนซามิค แอซิด คือ การช่วยลดการอักเสบเรื้อรังของ melanocytes ที่กระตุ้นการสร้างสารเม็ดสีเมลานินเกินขนาดแม้ว่าจะไม่ได้โดนรังสียูวีแล้วก็ตาม อันเป็นสาเหตุของจุดด่างดำและผิวคล้ำเสีย กรดตัวนี้จะช่วยลดความหมองคล้ำและจุดด่างดำ อีกทั้งช่วยปรับผิวให้เนียนเรียบ ให้ความชุ่มชื้นอีกด้วย
> น้ำมันรำข้าว (rice bran oil) ถูกใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางของสาวญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณ อุดมไปด้วยวิตามินบี วิตามินอี กรดโอเมกา 9 กรดอะมิโนต่างๆ อีกทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น โคเอนไซม์คิวเท็น (CoQ10) เบต้าแคโรทีน(beta - carotene) ไลโคปีน (lycopene) จึงมีประโยชน์ต่อผิวในด้านการชะลอริ้วรอยก่อนวัย การลดเลือนจุดด่างดำ ปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอกัน เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่ายโดยไม่ทิ้งความมันเอาไว้
> น้ำผึ้ง (Honey) มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยให้ความชุ่มชื้น เพิ่มความนุ่มให้แก่ผิว คืนความโกลว์เปล่งปลั่ง ลดเลือนริ้วรอย ชะลอผิวให้ดูอ่อนเยาว์ มีสรรพคุณช่วยทำความสะอาดจึงช่วยกระชับรูขุมขน อีกทั้งมีสารต่อต้านแบคทีเรีย จึงช่วยเรื่องสิวได้ด้วย
> ไวท์ โคคูน หรือรังไหมสีขาว (sericin) และผงไหม (hydrolyzed silk) ในรังไหมและเส้นไหมมีโปรตีน sericin มีกรดอะมิโนกว่า 18 ชนิด ช่วยในด้านการกักเก็บความชุ่มชื้น เพิ่มความแข็งแรงของผิว ปรับผิวให้เรียบเนียน sericin ช่วยสร้างเกาะป้องกันผิว กระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนและไฟโบรบลาสต์ในชั้นผิว จึงช่วยลดการเกิดริ้วรอย ชะลอผิวให้เสื่อมช้าลง เพิ่มความยืดหยุ่นแก่ผิว
> โซเดียม ไฮยาลูรอเนต (Sodium Hyaluronate) กรดไฮยาลูรอนิคขนาดเล็ก ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว ให้ผิวไม่แห้งกร้าน ทำให้ผิวอิ่มน้ำ ดูสุขภาพดี
> Sodium Acetylated Hyaluronate หรือที่เรียกว่า กรดซูเปอร์ไฮยาลูรอนิก เป็นส่วนประกอบที่พัฒนาขึ้นโดยชิเซโด มีความสามารถในการลงลึกเข้าเติมเต็มความชุ่มชื่นในชั้นผิวepidermisได้ จึงช่วยให้ผิวชุ่มชื่นยาวนาน
> สารสกัดจากโกฐจุฬาลัมพา (Artemisia princeps extract) มีคุณสมบัติช่วยลดความแห้งตึงของผิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง ปลอบประโลมผิว ลดการระคายเคือง
> สารสกัดจากไข่มุก (hydrolyzed conchiolin protein) เป็นโปรตีนที่ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน และยังมีกรดอะมิโนมากกว่า 20 ชนิด ที่มีองค์ประกอบคล้ายกับน้ำหล่อเลี้ยงในผิว จึงช่วยทั้งลดความหมองคล้ำ เผยผิวกระจ่างใส และเปล่งปลั่ง ชุ่มชื้นขึ้น
> สารสกัดจากใบต้นซากุระ (cherry blossom leaf extract solution) มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดความเสื่อมของผิว ลดการอักเสบ ปลอบประโลมผิว
นอกจากนี้ เซรั่มเซนกะ ไวท์ รุ่นนี้ ยังไม่มีน้ำหอมและสารแต่งสีอีกด้วยค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนจะใช้กับใบหน้าจริง ไม่ว่าจะผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตาม ควรทำการทดสอบการแพ้ด้วยนะคะ
+++รีวิวหลังการใช้+++
SENKA White Beauty Serum มาในหลอดพลาสติกสีเงินนิ่ม ๆ บีบง่าย เป็นฝาหมุนเปิดปิด ปากหลอดเล็กควบคุมปริมาณเซรั่มที่จะใช้ได้ง่าย วางเป็นเซ็ตกันดูสวยแบบเรียบ ๆ ดีค่ะ
วิธีใช้ หากมีโลชั่นเซนกะด้วย หรือโลชั่นตัวอื่น ๆ ที่ใช้อยู่ ก็ทาเซรั่มตามหลังจากทาโลชั่นไว้แล้วค่ะ
เนื้อเซรั่ม ไม่มีกลิ่นใด ๆ เลย มีสีขาวขุ่น เนื่องจากเขาไม่ได้ใส่สีด้วย เนื้อสัมผัสของเซรั่มค่อนข้างเข้มข้น บีบออกมาแล้วเป็นเนื้อครีมกึ่งเจล แต่ยังคงให้ความบางเบา ไม่หนักผิวเมื่อทาลงไปบนใบหน้า เกลี่ยง่าย ซึมซาบเร็ว ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ หรือความมันเอาไว้บนผิว
เซรั่มให้ความชุ่มชื้นดีมาก คนผิวผสม แต่แห้งขาดน้ำอย่างแนนนี่ใช้แล้วชอบมาก ทาแล้วหน้าฟูเด้งขึ้นมาใน 1 สัปดาห์เลย เห็นผลไวจริง ๆ ดูรูขุมขนกระชับขึ้น ผิวเนียนละเอียดขึ้น
แนนใช้ไม่เยอะมาก ก็สามารถทาได้ทั่วทั้งใบหน้า เน้นตรงจุดด่างดำเยอะหน่อย ช่วงนี้หน้าคล้ำนิดหนึ่งเพราะออกกำลังกายนอกบ้าน
ใช้มาประมาณ 2 สัปดาห์ ส่วนตัวแนนไม่มีอาการแพ้แต่อย่างใด รู้สึกได้เลยว่าผิวดูกระจ่างใสขึ้น เปล่งปลั่ง ไม่โทรมมากแล้ว หน้านุ่มมากกกกก โอ๊ย ชอบสุด ๆ (ในรูป Before/After ถ่ายภาพแสงคนละแบบกันเลยดูเหมือนว่าภาพก่อนกระจ่างใสกว่า จริง ๆ มันโอเวอร์ค่ะ)
อีกทั้งการที่ผิวชุ่มชื้นขึ้น ทำให้หน้ามันน้อยลงและริ้วรอยเล็ก ๆ ดูจาง ๆ ไม่เป็นที่สังเกตมากแล้ว และยังช่วยรอยแดงได้ด้วย และยังรู้สึกว่าผิวมีการปรับสมดุลดีขึ้น แข็งแรงขึ้น ไม่แพ้หรือระคายเคืองง่ายแบบแต่ก่อน
คิดว่าถ้าใช้ไปอีกซักพัก น่าจะเห็นผลการลดเลือนจุดด่างดำเล็ก ๆ ได้ชัดเจนขึ้น
โดยรวมแล้วแนนว่าเซรั่มเซนกะตัวนี้ทำมาตอบโจทย์ของผิวกระจ่างใสและอิ่มน้ำได้ค่อนข้างดี ราคาไม่แรงมาก ถือว่าเป็นของที่ผลิตจากญี่ปุ่นนะ ราคาไม่ถึง 500 บาท ดี ไม่ต้องบินไปญี่ปุ่นหรือฝากหิ้วจากใครอีก สะดวกสบายอยู่เมืองไทยก็ซื้อได้ แถมมีเทคโนโลยีของชิเซโดอีก สำหรับแนนคือความคุ้มค่าเลย หากใครมีงบไม่เกิน 500 บาทแนะนำซื้อเซรั่มตัวนี้ ไม่ต้องโลขั่นด้วยก็ได้ เพราะให้ความชุ่มชื้นสูงอยู่แล้ว
★
★
★
★
★
(4.43)
เมื่อไม่นานมานี้ แนนได้เริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ไลน์ใหม่จาก Senka คือ Senka White Beauty ซึ่งตัวที่แนนใช้จะมีตัวโลชั่นที่จะรีวิวนี้ กับอีกตัวเป็นเซรั่ม แนนใช้คู่กันค่ะ (แนนมีรีวิวเซรั่มด้วยนะคะ)สูตรที่แนนใช้ คือ Senka White Beauty Lotion II สูตร 2 ผิวธรรมดา-แห้ง เนื่องจากถึงแม้ว่าจะเป็นคนผิวผสม แต่ว่าช่วงนี้ผิวขาดน้ำมาก เลยคิดว่าน่าจะเหมาะกับสูตร 2 มากกว่าโลชั่นนี้ เป็นแนวโลชั่นน้ำตบค่ะ เขาแนะนำว่าให้ใช้ตบลงบนใบหน้าเป็นประจำทุกวันหลังจากล้างหน้าส่วนผสมหลัก ๆ ของโลชั่นน้ำตบจากเซนกะรุ่นนี้ ที่น่าสนใจ แนนได้ไปหาข้อมูลมา คือ> m-Tranexamic Acid เป็นส่วนประกอบออกฤทธิ์กึ่งยา ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสุขภาพ แรงงาน และสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่น ให้สามารถใช้ได้ในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการบำรุงผิว การทำงานของกรดเอ็ม-ทรานเนซามิค แอซิด คือ การช่วยลดการอักเสบเรื้อรังของ melanocytes ที่กระตุ้นการสร้างสารเม็ดสีเมลานินเกินขนาดแม้ว่าจะไม่ได้โดนรังสียูวีแล้วก็ตาม อันเป็นสาเหตุของจุดด่างดำและผิวคล้ำเสีย กรดตัวนี้จะช่วยลดความหมองคล้ำและจุดด่างดำ อีกทั้งช่วยปรับผิวให้เนียนเรียบ ให้ความชุ่มชื้นอีกด้วย> น้ำมันรำข้าว (oryza sativa germ oil) ถูกใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางของสาวญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณ อุดมไปด้วยวิตามินบี วิตามินอี กรดโอเมกา 9 กรดอะมิโนต่างๆ อีกทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น โคเอนไซม์คิวเท็น (CoQ10) เบต้าแคโรทีน(beta - carotene) ไลโคปีน (lycopene) จึงมีประโยชน์ต่อผิวในด้านการชะลอริ้วรอยก่อนวัย การลดเลือนจุดด่างดำ ปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอกัน เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่ายโดยไม่ทิ้งความมันเอาไว้> น้ำผึ้ง (Honey) มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยให้ความชุ่มชื้น เพิ่มความนุ่มให้แก่ผิว คืนความโกลว์เปล่งปลั่ง ลดเลือนริ้วรอย ชะลอผิวให้ดูอ่อนเยาว์ มีสรรพคุณช่วยทำความสะอาดจึงช่วยกระชับรูขุมขน อีกทั้งมีสารต่อต้านแบคทีเรีย จึงช่วยเรื่องสิวได้ด้วย> ไวท์ โคคูน หรือรังไหมสีขาว (sericin) และผงไหม (hydrolyzed silk) ในรังไหมและเส้นไหมมีโปรตีน sericin มีกรดอะมิโนกว่า 18 ชนิด ช่วยในด้านการกักเก็บความชุ่มชื้น เพิ่มความแข็งแรงของผิว ปรับผิวให้เรียบเนียน sericin ช่วยสร้างเกาะป้องกันผิว กระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนและไฟโบรบลาสต์ในชั้นผิว จึงช่วยลดการเกิดริ้วรอย ชะลอผิวให้เสื่อมช้าลง เพิ่มความยืดหยุ่นแก่ผิว> ดับเบิ้ล ไฮยาลูรอนิค แอซิด ได้แก่ โซเดียม ไฮยาลูรอเนต (Sodium Hyaluronate) กรดไฮยาลูรอนิคขนาดเล็ก ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว ให้ผิวไม่แห้งกร้าน ทำให้ผิวอิ่มน้ำ ดูสุขภาพดี และ Sodium Acetylated Hyaluronate หรือที่เรียกว่า กรดซูเปอร์ไฮยาลูรอนิก เป็นส่วนประกอบที่พัฒนาขึ้นโดยชิเซโด มีความสามารถในการลงลึกเข้าเติมเต็มความชุ่มชื่นในชั้นผิวepidermisได้ จึงช่วยให้ผิวชุ่มชื่นยาวนาน> สารสกัดจากใบต้นซากุระ (prunus spinosa leaf extract) มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดความเสื่อมของผิว ลดการอักเสบ ปลอบประโลมผิว> วิตามินอี (tocopherol) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง ช่วยป้องกันความเสื่อมของเซลล์ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ปกป้องการถูกทำร้ายจากสิ่งแวดล้อม เช่น แสงแดด มลภาวะ ฯลฯนอกจากนี้ ยังไม่มีน้ำหอมและสารแต่งสีอีกด้วยค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนจะใช้กับใบหน้าจริง ไม่ว่าจะผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตาม ควรทำการทดสอบการแพ้ด้วยนะคะ++++ รีวิวหลังการใช้ ++++แนนมีปัญหาผิวโทรมผิวหมองคล้ำ จากการออกกำลังกายกลางแดด และเพิ่งไปทะเลมา โดนฝุ่น โดนลมอีก ตอนนี้ผิวหน้าหยาบ แห้งขาดน้ำ และไม่สดใสเลยตอนเริ่มใช้เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้วสำหรับน้ำตบ Senka White Beauty Lotion II มาในช่วยสีขาว ตัวหนังสือสีชมพู น่ารักเรียบง่าย ขวดไซส์ใหญ่อยู่นะ 200 มิลลิลิตร ขวดเป็นฝาเปิดเปิด ที่ชอบมาก คือ รูปากขวดไม่ใหญ่มาก ทำให้เราควบคุมปริมาณการเทได้ง่ายดีเนื้อสัมผัส เป็นน้ำตบที่ไม่เหลวและไม่ข้นมาก ออกจะคล้าย ๆ อิมัลชั่นมากกว่า แต่เบาบางกว่า คือ เป็นโลชั่นน้ำตบแบบข้น ๆ นิดนึง ไม่เหลวเป็นน้ำเปล่า สูตร 2 จะมีสีขาวขุ่น ส่วนเท่าที่เสิร์ชดู สูตร 1 จะเป็นน้ำใสไปเลยแนนก็ใช้น้ำตบมาหลายแบรนด์มาก แต่ถูกใจกับโลชั่นน้ำตบเซนกะรุ่นนี้มาก ๆ เพราะว่า เทออกมาหน่อยเดียว ประมาณเหรียญ 50 สตางค์ หรือเหรียญ 1 บาท ก็ทาได้ทั้งหน้าทั้งลำคอ เหมาะกับความรีบเร่ง ขี้เกียจ และความงกอย่างแนนมาก 5555เรื่องกลิ่น แนนไม่ได้กลิ่นอะไรเลย เนื่องจากเขาไม่ได้ใส่น้ำหอมด้วย และกลิ่นของส่วนประกอบก็ไม่ได้เป็นที่สังเกตอะไรและโลชั่นน้ำตบตัวนี้ ไม่ได้มีดีแค่การให้ความชุ่มชื้น ดูจากส่วนผสมแล้ว ช่วยในหลายเรื่องมาก หลัก ๆ คือ เรื่องความกระจ่างใส และการปรับให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้นเมื่อทาลงไปบนผิวแล้ว รู้สึกได้เลยว่าหน้าอิ่มน้ำขึ้นมาในทันที ทาแล้วซึมซาบรวดเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่มีความมันเลย ขนาดคนทีโซนมันอย่างแนนยังใช้ได้ ให้ความชุ่มชื้นค่อนข้างสูงหลังใช้มา 2 สัปดาห์ (ใช้ร่วมกับเซรั่มเซนกะไลน์เดียวกัน) หน้านุ่มขึ้นเยอะมาก ผิวละเอียดเนียนขึ้น รูขุมขนกระชับขึ้น ดูแล้วผิวเปล่งปลั่ง มีความอ่อนเยาว์ ผิวโทรมน้อยลง ขนาดอาบน้ำอุ่นและโดนแดด หน้าจะไม่มีการแห้งลอก เป็นขุย ช่วยปรับสมดุลให้ผิวมันน้อยลงด้วย แถมยังช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูตื้นขึ้น เพราะว่าผิวมีความชุ่มชื้นนั่นเองในเรื่องความขาว แนนว่าโลชั่นรุ่นนี้ ให้ประโยชน์ในความกระจ่างใสขึ้น ดูมีออร่าขึ้นเป็นหลัก มีการปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอขึ้น มันคงไม่สามารถจะไป หืมมมม เปลี่ยนสีผิวใครให้ขาวขึ้นเป็นหลาย ๆ เฉดได้นะ 55 ส่วนเรื่องจุดด่างดำ แนนใช้คู่กับเซรั่ม คงต้องลองใช้ต่อไปอีกสักระยะถึงจะเห็นผลชัดเจนขึ้น แต่ที่ไม่ได้คาดหวัง คือ รอยแดง ดูน้อยลงไปด้วยเฉยเลยสรุปว่า โลชั่นน้ำตบ Senka White Beauty Lotion II สูตร 2 กลายเป็นลูกรักของแนนไปแล้ว เพราะว่าใช้ตัวนี้แล้วได้ทั้งความชุ่มชื้น ฟื้นฟูสภาพผิว ให้ความกระจ่างใส เปล่งปลั่ง และช่วยลดเลือนจุดด่างดำด้วย คุ้มมากกับราคา 399 บาท (ซึ่งมักจะจัดโปรโมชั่นบ่อย ๆ) ไม่ต้องไปฝากใครหิ้วหรือแบกกลับจากญี่ปุ่น มาให้ซื้อถึงไทยสบาย ๆ ใครที่ปัญหาผิวเป็นเรื่องสภาพผิวโทรมเป็นหลัก ตัวนี้แนนว่าตอบโจทย์ค่ะ
เมื่อไม่นานมานี้ แนนได้เริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ไลน์ใหม่จาก Senka คือ Senka White Beauty ซึ่งตัวที่แนนใช้จะมีตัวโลชั่นที่จะรีวิวนี้ กับอีกตัวเป็นเซรั่ม แนนใช้คู่กันค่ะ (แนนมีรีวิวเซรั่มด้วยนะคะ)
สูตรที่แนนใช้ คือ Senka White Beauty Lotion II สูตร 2 ผิวธรรมดา-แห้ง เนื่องจากถึงแม้ว่าจะเป็นคนผิวผสม แต่ว่าช่วงนี้ผิวขาดน้ำมาก เลยคิดว่าน่าจะเหมาะกับสูตร 2 มากกว่า
โลชั่นนี้ เป็นแนวโลชั่นน้ำตบค่ะ เขาแนะนำว่าให้ใช้ตบลงบนใบหน้าเป็นประจำทุกวันหลังจากล้างหน้า
ส่วนผสมหลัก ๆ ของโลชั่นน้ำตบจากเซนกะรุ่นนี้ ที่น่าสนใจ แนนได้ไปหาข้อมูลมา คือ
> m-Tranexamic Acid เป็นส่วนประกอบออกฤทธิ์กึ่งยา ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสุขภาพ แรงงาน และสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่น ให้สามารถใช้ได้ในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการบำรุงผิว การทำงานของกรดเอ็ม-ทรานเนซามิค แอซิด คือ การช่วยลดการอักเสบเรื้อรังของ melanocytes ที่กระตุ้นการสร้างสารเม็ดสีเมลานินเกินขนาดแม้ว่าจะไม่ได้โดนรังสียูวีแล้วก็ตาม อันเป็นสาเหตุของจุดด่างดำและผิวคล้ำเสีย กรดตัวนี้จะช่วยลดความหมองคล้ำและจุดด่างดำ อีกทั้งช่วยปรับผิวให้เนียนเรียบ ให้ความชุ่มชื้นอีกด้วย
> น้ำมันรำข้าว (oryza sativa germ oil) ถูกใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางของสาวญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณ อุดมไปด้วยวิตามินบี วิตามินอี กรดโอเมกา 9 กรดอะมิโนต่างๆ อีกทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น โคเอนไซม์คิวเท็น (CoQ10) เบต้าแคโรทีน(beta - carotene) ไลโคปีน (lycopene) จึงมีประโยชน์ต่อผิวในด้านการชะลอริ้วรอยก่อนวัย การลดเลือนจุดด่างดำ ปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอกัน เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่ายโดยไม่ทิ้งความมันเอาไว้
> น้ำผึ้ง (Honey) มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยให้ความชุ่มชื้น เพิ่มความนุ่มให้แก่ผิว คืนความโกลว์เปล่งปลั่ง ลดเลือนริ้วรอย ชะลอผิวให้ดูอ่อนเยาว์ มีสรรพคุณช่วยทำความสะอาดจึงช่วยกระชับรูขุมขน อีกทั้งมีสารต่อต้านแบคทีเรีย จึงช่วยเรื่องสิวได้ด้วย
> ไวท์ โคคูน หรือรังไหมสีขาว (sericin) และผงไหม (hydrolyzed silk) ในรังไหมและเส้นไหมมีโปรตีน sericin มีกรดอะมิโนกว่า 18 ชนิด ช่วยในด้านการกักเก็บความชุ่มชื้น เพิ่มความแข็งแรงของผิว ปรับผิวให้เรียบเนียน sericin ช่วยสร้างเกาะป้องกันผิว กระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนและไฟโบรบลาสต์ในชั้นผิว จึงช่วยลดการเกิดริ้วรอย ชะลอผิวให้เสื่อมช้าลง เพิ่มความยืดหยุ่นแก่ผิว
> ดับเบิ้ล ไฮยาลูรอนิค แอซิด ได้แก่ โซเดียม ไฮยาลูรอเนต (Sodium Hyaluronate) กรดไฮยาลูรอนิคขนาดเล็ก ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว ให้ผิวไม่แห้งกร้าน ทำให้ผิวอิ่มน้ำ ดูสุขภาพดี และ Sodium Acetylated Hyaluronate หรือที่เรียกว่า กรดซูเปอร์ไฮยาลูรอนิก เป็นส่วนประกอบที่พัฒนาขึ้นโดยชิเซโด มีความสามารถในการลงลึกเข้าเติมเต็มความชุ่มชื่นในชั้นผิวepidermisได้ จึงช่วยให้ผิวชุ่มชื่นยาวนาน
> สารสกัดจากใบต้นซากุระ (prunus spinosa leaf extract) มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดความเสื่อมของผิว ลดการอักเสบ ปลอบประโลมผิว
> วิตามินอี (tocopherol) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง ช่วยป้องกันความเสื่อมของเซลล์ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ปกป้องการถูกทำร้ายจากสิ่งแวดล้อม เช่น แสงแดด มลภาวะ ฯลฯ
นอกจากนี้ ยังไม่มีน้ำหอมและสารแต่งสีอีกด้วยค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนจะใช้กับใบหน้าจริง ไม่ว่าจะผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตาม ควรทำการทดสอบการแพ้ด้วยนะคะ
++++ รีวิวหลังการใช้ ++++
แนนมีปัญหาผิวโทรมผิวหมองคล้ำ จากการออกกำลังกายกลางแดด และเพิ่งไปทะเลมา โดนฝุ่น โดนลมอีก ตอนนี้ผิวหน้าหยาบ แห้งขาดน้ำ และไม่สดใสเลยตอนเริ่มใช้เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว
สำหรับน้ำตบ Senka White Beauty Lotion II มาในช่วยสีขาว ตัวหนังสือสีชมพู น่ารักเรียบง่าย ขวดไซส์ใหญ่อยู่นะ 200 มิลลิลิตร ขวดเป็นฝาเปิดเปิด ที่ชอบมาก คือ รูปากขวดไม่ใหญ่มาก ทำให้เราควบคุมปริมาณการเทได้ง่ายดี
เนื้อสัมผัส เป็นน้ำตบที่ไม่เหลวและไม่ข้นมาก ออกจะคล้าย ๆ อิมัลชั่นมากกว่า แต่เบาบางกว่า คือ เป็นโลชั่นน้ำตบแบบข้น ๆ นิดนึง ไม่เหลวเป็นน้ำเปล่า สูตร 2 จะมีสีขาวขุ่น ส่วนเท่าที่เสิร์ชดู สูตร 1 จะเป็นน้ำใสไปเลย
แนนก็ใช้น้ำตบมาหลายแบรนด์มาก แต่ถูกใจกับโลชั่นน้ำตบเซนกะรุ่นนี้มาก ๆ เพราะว่า เทออกมาหน่อยเดียว ประมาณเหรียญ 50 สตางค์ หรือเหรียญ 1 บาท ก็ทาได้ทั้งหน้าทั้งลำคอ เหมาะกับความรีบเร่ง ขี้เกียจ และความงกอย่างแนนมาก 5555
เรื่องกลิ่น แนนไม่ได้กลิ่นอะไรเลย เนื่องจากเขาไม่ได้ใส่น้ำหอมด้วย และกลิ่นของส่วนประกอบก็ไม่ได้เป็นที่สังเกตอะไร
และโลชั่นน้ำตบตัวนี้ ไม่ได้มีดีแค่การให้ความชุ่มชื้น ดูจากส่วนผสมแล้ว ช่วยในหลายเรื่องมาก หลัก ๆ คือ เรื่องความกระจ่างใส และการปรับให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้น
เมื่อทาลงไปบนผิวแล้ว รู้สึกได้เลยว่าหน้าอิ่มน้ำขึ้นมาในทันที ทาแล้วซึมซาบรวดเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่มีความมันเลย ขนาดคนทีโซนมันอย่างแนนยังใช้ได้ ให้ความชุ่มชื้นค่อนข้างสูง
หลังใช้มา 2 สัปดาห์ (ใช้ร่วมกับเซรั่มเซนกะไลน์เดียวกัน) หน้านุ่มขึ้นเยอะมาก ผิวละเอียดเนียนขึ้น รูขุมขนกระชับขึ้น ดูแล้วผิวเปล่งปลั่ง มีความอ่อนเยาว์ ผิวโทรมน้อยลง ขนาดอาบน้ำอุ่นและโดนแดด หน้าจะไม่มีการแห้งลอก เป็นขุย ช่วยปรับสมดุลให้ผิวมันน้อยลงด้วย แถมยังช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูตื้นขึ้น เพราะว่าผิวมีความชุ่มชื้นนั่นเอง
ในเรื่องความขาว แนนว่าโลชั่นรุ่นนี้ ให้ประโยชน์ในความกระจ่างใสขึ้น ดูมีออร่าขึ้นเป็นหลัก มีการปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอขึ้น มันคงไม่สามารถจะไป หืมมมม เปลี่ยนสีผิวใครให้ขาวขึ้นเป็นหลาย ๆ เฉดได้นะ 55 ส่วนเรื่องจุดด่างดำ แนนใช้คู่กับเซรั่ม คงต้องลองใช้ต่อไปอีกสักระยะถึงจะเห็นผลชัดเจนขึ้น แต่ที่ไม่ได้คาดหวัง คือ รอยแดง ดูน้อยลงไปด้วยเฉยเลย
สรุปว่า โลชั่นน้ำตบ Senka White Beauty Lotion II สูตร 2 กลายเป็นลูกรักของแนนไปแล้ว เพราะว่าใช้ตัวนี้แล้วได้ทั้งความชุ่มชื้น ฟื้นฟูสภาพผิว ให้ความกระจ่างใส เปล่งปลั่ง และช่วยลดเลือนจุดด่างดำด้วย คุ้มมากกับราคา 399 บาท (ซึ่งมักจะจัดโปรโมชั่นบ่อย ๆ) ไม่ต้องไปฝากใครหิ้วหรือแบกกลับจากญี่ปุ่น มาให้ซื้อถึงไทยสบาย ๆ ใครที่ปัญหาผิวเป็นเรื่องสภาพผิวโทรมเป็นหลัก ตัวนี้แนนว่าตอบโจทย์ค่ะ
สูตรที่แนนใช้ คือ Senka White Beauty Lotion II สูตร 2 ผิวธรรมดา-แห้ง เนื่องจากถึงแม้ว่าจะเป็นคนผิวผสม แต่ว่าช่วงนี้ผิวขาดน้ำมาก เลยคิดว่าน่าจะเหมาะกับสูตร 2 มากกว่า
โลชั่นนี้ เป็นแนวโลชั่นน้ำตบค่ะ เขาแนะนำว่าให้ใช้ตบลงบนใบหน้าเป็นประจำทุกวันหลังจากล้างหน้า
ส่วนผสมหลัก ๆ ของโลชั่นน้ำตบจากเซนกะรุ่นนี้ ที่น่าสนใจ แนนได้ไปหาข้อมูลมา คือ
> m-Tranexamic Acid เป็นส่วนประกอบออกฤทธิ์กึ่งยา ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงสุขภาพ แรงงาน และสวัสดิการของประเทศญี่ปุ่น ให้สามารถใช้ได้ในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการบำรุงผิว การทำงานของกรดเอ็ม-ทรานเนซามิค แอซิด คือ การช่วยลดการอักเสบเรื้อรังของ melanocytes ที่กระตุ้นการสร้างสารเม็ดสีเมลานินเกินขนาดแม้ว่าจะไม่ได้โดนรังสียูวีแล้วก็ตาม อันเป็นสาเหตุของจุดด่างดำและผิวคล้ำเสีย กรดตัวนี้จะช่วยลดความหมองคล้ำและจุดด่างดำ อีกทั้งช่วยปรับผิวให้เนียนเรียบ ให้ความชุ่มชื้นอีกด้วย
> น้ำมันรำข้าว (oryza sativa germ oil) ถูกใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางของสาวญี่ปุ่นมาตั้งแต่โบราณ อุดมไปด้วยวิตามินบี วิตามินอี กรดโอเมกา 9 กรดอะมิโนต่างๆ อีกทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น โคเอนไซม์คิวเท็น (CoQ10) เบต้าแคโรทีน(beta - carotene) ไลโคปีน (lycopene) จึงมีประโยชน์ต่อผิวในด้านการชะลอริ้วรอยก่อนวัย การลดเลือนจุดด่างดำ ปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอกัน เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ง่ายโดยไม่ทิ้งความมันเอาไว้
> น้ำผึ้ง (Honey) มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยให้ความชุ่มชื้น เพิ่มความนุ่มให้แก่ผิว คืนความโกลว์เปล่งปลั่ง ลดเลือนริ้วรอย ชะลอผิวให้ดูอ่อนเยาว์ มีสรรพคุณช่วยทำความสะอาดจึงช่วยกระชับรูขุมขน อีกทั้งมีสารต่อต้านแบคทีเรีย จึงช่วยเรื่องสิวได้ด้วย
> ไวท์ โคคูน หรือรังไหมสีขาว (sericin) และผงไหม (hydrolyzed silk) ในรังไหมและเส้นไหมมีโปรตีน sericin มีกรดอะมิโนกว่า 18 ชนิด ช่วยในด้านการกักเก็บความชุ่มชื้น เพิ่มความแข็งแรงของผิว ปรับผิวให้เรียบเนียน sericin ช่วยสร้างเกาะป้องกันผิว กระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนและไฟโบรบลาสต์ในชั้นผิว จึงช่วยลดการเกิดริ้วรอย ชะลอผิวให้เสื่อมช้าลง เพิ่มความยืดหยุ่นแก่ผิว
> ดับเบิ้ล ไฮยาลูรอนิค แอซิด ได้แก่ โซเดียม ไฮยาลูรอเนต (Sodium Hyaluronate) กรดไฮยาลูรอนิคขนาดเล็ก ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว ให้ผิวไม่แห้งกร้าน ทำให้ผิวอิ่มน้ำ ดูสุขภาพดี และ Sodium Acetylated Hyaluronate หรือที่เรียกว่า กรดซูเปอร์ไฮยาลูรอนิก เป็นส่วนประกอบที่พัฒนาขึ้นโดยชิเซโด มีความสามารถในการลงลึกเข้าเติมเต็มความชุ่มชื่นในชั้นผิวepidermisได้ จึงช่วยให้ผิวชุ่มชื่นยาวนาน
> สารสกัดจากใบต้นซากุระ (prunus spinosa leaf extract) มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดความเสื่อมของผิว ลดการอักเสบ ปลอบประโลมผิว
> วิตามินอี (tocopherol) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง ช่วยป้องกันความเสื่อมของเซลล์ผิว เพิ่มความชุ่มชื้น ปกป้องการถูกทำร้ายจากสิ่งแวดล้อม เช่น แสงแดด มลภาวะ ฯลฯ
นอกจากนี้ ยังไม่มีน้ำหอมและสารแต่งสีอีกด้วยค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนจะใช้กับใบหน้าจริง ไม่ว่าจะผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตาม ควรทำการทดสอบการแพ้ด้วยนะคะ
++++ รีวิวหลังการใช้ ++++
แนนมีปัญหาผิวโทรมผิวหมองคล้ำ จากการออกกำลังกายกลางแดด และเพิ่งไปทะเลมา โดนฝุ่น โดนลมอีก ตอนนี้ผิวหน้าหยาบ แห้งขาดน้ำ และไม่สดใสเลยตอนเริ่มใช้เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว
สำหรับน้ำตบ Senka White Beauty Lotion II มาในช่วยสีขาว ตัวหนังสือสีชมพู น่ารักเรียบง่าย ขวดไซส์ใหญ่อยู่นะ 200 มิลลิลิตร ขวดเป็นฝาเปิดเปิด ที่ชอบมาก คือ รูปากขวดไม่ใหญ่มาก ทำให้เราควบคุมปริมาณการเทได้ง่ายดี
เนื้อสัมผัส เป็นน้ำตบที่ไม่เหลวและไม่ข้นมาก ออกจะคล้าย ๆ อิมัลชั่นมากกว่า แต่เบาบางกว่า คือ เป็นโลชั่นน้ำตบแบบข้น ๆ นิดนึง ไม่เหลวเป็นน้ำเปล่า สูตร 2 จะมีสีขาวขุ่น ส่วนเท่าที่เสิร์ชดู สูตร 1 จะเป็นน้ำใสไปเลย
แนนก็ใช้น้ำตบมาหลายแบรนด์มาก แต่ถูกใจกับโลชั่นน้ำตบเซนกะรุ่นนี้มาก ๆ เพราะว่า เทออกมาหน่อยเดียว ประมาณเหรียญ 50 สตางค์ หรือเหรียญ 1 บาท ก็ทาได้ทั้งหน้าทั้งลำคอ เหมาะกับความรีบเร่ง ขี้เกียจ และความงกอย่างแนนมาก 5555
เรื่องกลิ่น แนนไม่ได้กลิ่นอะไรเลย เนื่องจากเขาไม่ได้ใส่น้ำหอมด้วย และกลิ่นของส่วนประกอบก็ไม่ได้เป็นที่สังเกตอะไร
และโลชั่นน้ำตบตัวนี้ ไม่ได้มีดีแค่การให้ความชุ่มชื้น ดูจากส่วนผสมแล้ว ช่วยในหลายเรื่องมาก หลัก ๆ คือ เรื่องความกระจ่างใส และการปรับให้ผิวดูสุขภาพดีขึ้น
เมื่อทาลงไปบนผิวแล้ว รู้สึกได้เลยว่าหน้าอิ่มน้ำขึ้นมาในทันที ทาแล้วซึมซาบรวดเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่มีความมันเลย ขนาดคนทีโซนมันอย่างแนนยังใช้ได้ ให้ความชุ่มชื้นค่อนข้างสูง
หลังใช้มา 2 สัปดาห์ (ใช้ร่วมกับเซรั่มเซนกะไลน์เดียวกัน) หน้านุ่มขึ้นเยอะมาก ผิวละเอียดเนียนขึ้น รูขุมขนกระชับขึ้น ดูแล้วผิวเปล่งปลั่ง มีความอ่อนเยาว์ ผิวโทรมน้อยลง ขนาดอาบน้ำอุ่นและโดนแดด หน้าจะไม่มีการแห้งลอก เป็นขุย ช่วยปรับสมดุลให้ผิวมันน้อยลงด้วย แถมยังช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูตื้นขึ้น เพราะว่าผิวมีความชุ่มชื้นนั่นเอง
ในเรื่องความขาว แนนว่าโลชั่นรุ่นนี้ ให้ประโยชน์ในความกระจ่างใสขึ้น ดูมีออร่าขึ้นเป็นหลัก มีการปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอขึ้น มันคงไม่สามารถจะไป หืมมมม เปลี่ยนสีผิวใครให้ขาวขึ้นเป็นหลาย ๆ เฉดได้นะ 55 ส่วนเรื่องจุดด่างดำ แนนใช้คู่กับเซรั่ม คงต้องลองใช้ต่อไปอีกสักระยะถึงจะเห็นผลชัดเจนขึ้น แต่ที่ไม่ได้คาดหวัง คือ รอยแดง ดูน้อยลงไปด้วยเฉยเลย
สรุปว่า โลชั่นน้ำตบ Senka White Beauty Lotion II สูตร 2 กลายเป็นลูกรักของแนนไปแล้ว เพราะว่าใช้ตัวนี้แล้วได้ทั้งความชุ่มชื้น ฟื้นฟูสภาพผิว ให้ความกระจ่างใส เปล่งปลั่ง และช่วยลดเลือนจุดด่างดำด้วย คุ้มมากกับราคา 399 บาท (ซึ่งมักจะจัดโปรโมชั่นบ่อย ๆ) ไม่ต้องไปฝากใครหิ้วหรือแบกกลับจากญี่ปุ่น มาให้ซื้อถึงไทยสบาย ๆ ใครที่ปัญหาผิวเป็นเรื่องสภาพผิวโทรมเป็นหลัก ตัวนี้แนนว่าตอบโจทย์ค่ะ
★
★
★
★
★
(4.57)
เพิ่งไปตัดผมใหม่มาสักพัก แล้วแนนใช้แชมพูสมุนไพรมาพักใหญ่ ๆ รู้สึกว่าปลายผมมันแห้งจัง มีการพันกันด้วยทั้ง ๆ ที่ผมสั้นเนี่ย แล้วสระผมเสร็จ ไร้วอลลุ่มมาก ผมลีบแบน หน้าม้าหายไปซะงั้น เลยไปส่อง ๆ ดูที่เชลฟ์ในห้าง เหลือบไปเห็นคำว่าไมเซล่า เราเป็นพวกสาวกไมเซล่าอยู่แล้ว ใช้เช็ดหน้าแล้วนอนเลยประจำ 55 มันมาใส่ในแชมพูด้วยเหรอ อ่ะ ๆ ลองซื้อขวด 340 มล. มาลองดู ราคา 129 บาทขวดเป็นรูปทรงจับใช้ง่าย สไตล์โดฟเขาล่ะ แต่ฝาตินิดนึงเปิดยากเกิน แล้วไม่ค่อยแข็งแรง นิ่ม ๆ แต่ต้องออกแรงเปิดแงะขึ้นมาเยอะ ใช้กว่าจะหมดคงฝาหักก่อนรึเปล่า ยังดีที่เขามีไซส์ 480 มล. เป็นหัวปั๊มด้วย กะว่าจะซื้อไซส์ใหญ่มาใช้ถ้าถูกใจทีหลัง (ไซส์ใหญ่ประหยัดกว่าด้วยนะ)เนื้อแชมพูเป็นแบบสีฟ้าอ่อนและเนื้อใส กลิ่นหอมแบบแชมพูแนวสดชื่น ๆ หน่อย เข้ากับหน้าร้อนดูจากส่วนผสมแล้ว เขาบอกว่าไมเซลล่าออกซิเจน คือ ส่วนผสมที่มีออกซิเจนโมเลกุลเป็นส่วนประกอบ ไปสะดุดตาอยู่ตัวนึง คือ Cocamidopropyl betaine ซึ่งจำได้ว่าเป็นสารลดแรงตึงผิว (พูดง่าย ๆ คือ สารทำความสะอาด) ที่มีสารสกัดจากน้ำมันมะพร้าว แบบเดียวกับการทำงานของไมเซล่าที่ใช้เช็ดหน้าน่ะแหละ โดยตัวนี้จะช่วยจับความมันและสิ่งสกปรกแล้วล้างออกไปกับน้ำอย่างสะดวกง่ายดายตอนทดลองใช้ครั้งแรกเลย สภาพผมและหนังศีรษะ คือ เหนียวมาก เป็นสังกะตังอ่ะว่าง่าย ๆ เพราะร้อนหนักมากมา 2 วัน แถมออกกำลังกายเมื่อก่อนสระผมด้วย สางผมยังไม่ได้ ผมติดกันเป็นช่อ ๆ พาลจะทำผมร่วงเอาเทออกมาใส่ฝ่ามือ รอบแรก ขนาดหัวเน่ามาก ยังเป็นฟองขึ้นมาได้เลย รู้สึกได้ว่า มันเข้าไปจับน้ำมันบนหนังศีรษะ ขจัดความมันแทบจะในทันที เลยขอเติมแชมพูอีกหน่อย เพื่อให้ความสะอาดมากขึ้น ทีนี้ ถูเป็นฟองได้ทั้งหัวสบาย ๆ โดยที่ผมไม่รู้สึกฝืดหรือแห้งตึง ไม่มีความหัวเหม็นตุ่ย ๆ ตอนสระ นึกออกไหมคะ กลิ่นแบบในร้านสระผมอ่ะ นี่แทบไม่มีเลยตัวแชมพูมีความล้างออกง่าย เข้าแต่ก็ไม่แสบด้วยนะ (เป็นการส่วนตัว คนอื่นอาจจะแสบก็ได้) ตอนล้างออก รู้สึกว่าผมสะอาดขึ้นแบบ 200% โดยที่ไม่แห้งผาก ปลายผมไม่แห้งแข็ง ไม่พันกันแบบตอนก่อนสระผมด้วยโดฟรุ่นนี้แนนไม่ได้ใช้ครีมนวดใด ๆ หรือผลิตภัณฑ์ ใส่ผมอย่างอื่นเลย แค่พัดลมเป่าให้แห้ง เอาหวีซี่ห่าง ๆ สาง ปรากฏว่าแปลกประหลาดใจมาก ตอนแรกนึกว่าต้องซื้อครีมนวดมาคู่กันด้วยแล้ว แต่นี่ไม่ต้องก็ได้อ่ะ ผมนุ่มลื่นขึ้นจากก่อนสระอย่างมาก ปลายผมไม่ค่อยพันกันแล้ว ไม่แห้งแข็ง ผมแห้งง่ายดีด้วย ใครชอบสระผมทุกวันแนนว่าใช้ได้ตามที่เขาเคลมวิธีใช้มาข้างขวดเลย ถ้าใช้คู่ครีมนวดรุ่นเดียวกัน คิดว่าน่าจะผมยิ่งนุ่มไปอีกลองดูเปรียบเทียบในรูปได้ว่า หน้าม้ากลับมาแล้ว (ถึงแม้จะดื้ออยู่ดี) ไม่ต้องเซ็ตอะไรมากเลย จัดทรงง่าย ผมเรียบเนียน ดูตรงขึ้น ผมดูมีน้ำหนัก โคนผมไม่ลีบแบน ปลายผมไม่แห้ง ผมดูพอง ๆ แบบสุขภาพดี น้ำมันส่วนเกินบนหนังศีรษะถูกล้างออกไปได้อย่างหมดจด หัวโล่งโปร่งสบายขึ้นเยอะมาก ใช้แล้วไม่คันหัว อ่อนโยนต่อผมและหนังศีรษะเราสรุปว่าชอบ Dove Volume Nourishment Micellar Oxygen รุ่นนี้มาก ๆ เสียดายเป็นแค่ Limited Edition อ่ะ อยากให้ทำต่อไปเรื่อย ๆ เพราะนางใช้ดีจริง ๆ ราคาไม่แรงด้วย รอตุนตอนมีโปรเด็ด ๆ และก่อนมันจะหมดสต๊อก
เพิ่งไปตัดผมใหม่มาสักพัก แล้วแนนใช้แชมพูสมุนไพรมาพักใหญ่ ๆ รู้สึกว่าปลายผมมันแห้งจัง มีการพันกันด้วยทั้ง ๆ ที่ผมสั้นเนี่ย แล้วสระผมเสร็จ ไร้วอลลุ่มมาก ผมลีบแบน หน้าม้าหายไปซะงั้น เลยไปส่อง ๆ ดูที่เชลฟ์ในห้าง เหลือบไปเห็นคำว่าไมเซล่า เราเป็นพวกสาวกไมเซล่าอยู่แล้ว ใช้เช็ดหน้าแล้วนอนเลยประจำ 55 มันมาใส่ในแชมพูด้วยเหรอ อ่ะ ๆ ลองซื้อขวด 340 มล. มาลองดู ราคา 129 บาท
ขวดเป็นรูปทรงจับใช้ง่าย สไตล์โดฟเขาล่ะ แต่ฝาตินิดนึงเปิดยากเกิน แล้วไม่ค่อยแข็งแรง นิ่ม ๆ แต่ต้องออกแรงเปิดแงะขึ้นมาเยอะ ใช้กว่าจะหมดคงฝาหักก่อนรึเปล่า ยังดีที่เขามีไซส์ 480 มล. เป็นหัวปั๊มด้วย กะว่าจะซื้อไซส์ใหญ่มาใช้ถ้าถูกใจทีหลัง (ไซส์ใหญ่ประหยัดกว่าด้วยนะ)
เนื้อแชมพูเป็นแบบสีฟ้าอ่อนและเนื้อใส กลิ่นหอมแบบแชมพูแนวสดชื่น ๆ หน่อย เข้ากับหน้าร้อน
ดูจากส่วนผสมแล้ว เขาบอกว่าไมเซลล่าออกซิเจน คือ ส่วนผสมที่มีออกซิเจนโมเลกุลเป็นส่วนประกอบ ไปสะดุดตาอยู่ตัวนึง คือ Cocamidopropyl betaine ซึ่งจำได้ว่าเป็นสารลดแรงตึงผิว (พูดง่าย ๆ คือ สารทำความสะอาด) ที่มีสารสกัดจากน้ำมันมะพร้าว แบบเดียวกับการทำงานของไมเซล่าที่ใช้เช็ดหน้าน่ะแหละ โดยตัวนี้จะช่วยจับความมันและสิ่งสกปรกแล้วล้างออกไปกับน้ำอย่างสะดวกง่ายดาย
ตอนทดลองใช้ครั้งแรกเลย สภาพผมและหนังศีรษะ คือ เหนียวมาก เป็นสังกะตังอ่ะว่าง่าย ๆ เพราะร้อนหนักมากมา 2 วัน แถมออกกำลังกายเมื่อก่อนสระผมด้วย สางผมยังไม่ได้ ผมติดกันเป็นช่อ ๆ พาลจะทำผมร่วงเอา
เทออกมาใส่ฝ่ามือ รอบแรก ขนาดหัวเน่ามาก ยังเป็นฟองขึ้นมาได้เลย รู้สึกได้ว่า มันเข้าไปจับน้ำมันบนหนังศีรษะ ขจัดความมันแทบจะในทันที เลยขอเติมแชมพูอีกหน่อย เพื่อให้ความสะอาดมากขึ้น ทีนี้ ถูเป็นฟองได้ทั้งหัวสบาย ๆ โดยที่ผมไม่รู้สึกฝืดหรือแห้งตึง ไม่มีความหัวเหม็นตุ่ย ๆ ตอนสระ นึกออกไหมคะ กลิ่นแบบในร้านสระผมอ่ะ นี่แทบไม่มีเลย
ตัวแชมพูมีความล้างออกง่าย เข้าแต่ก็ไม่แสบด้วยนะ (เป็นการส่วนตัว คนอื่นอาจจะแสบก็ได้) ตอนล้างออก รู้สึกว่าผมสะอาดขึ้นแบบ 200% โดยที่ไม่แห้งผาก ปลายผมไม่แห้งแข็ง ไม่พันกันแบบตอนก่อนสระผมด้วยโดฟรุ่นนี้
แนนไม่ได้ใช้ครีมนวดใด ๆ หรือผลิตภัณฑ์ ใส่ผมอย่างอื่นเลย แค่พัดลมเป่าให้แห้ง เอาหวีซี่ห่าง ๆ สาง ปรากฏว่าแปลกประหลาดใจมาก ตอนแรกนึกว่าต้องซื้อครีมนวดมาคู่กันด้วยแล้ว แต่นี่ไม่ต้องก็ได้อ่ะ ผมนุ่มลื่นขึ้นจากก่อนสระอย่างมาก ปลายผมไม่ค่อยพันกันแล้ว ไม่แห้งแข็ง ผมแห้งง่ายดีด้วย ใครชอบสระผมทุกวันแนนว่าใช้ได้ตามที่เขาเคลมวิธีใช้มาข้างขวดเลย ถ้าใช้คู่ครีมนวดรุ่นเดียวกัน คิดว่าน่าจะผมยิ่งนุ่มไปอีก
ลองดูเปรียบเทียบในรูปได้ว่า หน้าม้ากลับมาแล้ว (ถึงแม้จะดื้ออยู่ดี) ไม่ต้องเซ็ตอะไรมากเลย จัดทรงง่าย ผมเรียบเนียน ดูตรงขึ้น ผมดูมีน้ำหนัก โคนผมไม่ลีบแบน ปลายผมไม่แห้ง ผมดูพอง ๆ แบบสุขภาพดี น้ำมันส่วนเกินบนหนังศีรษะถูกล้างออกไปได้อย่างหมดจด หัวโล่งโปร่งสบายขึ้นเยอะมาก ใช้แล้วไม่คันหัว อ่อนโยนต่อผมและหนังศีรษะเรา
สรุปว่าชอบ Dove Volume Nourishment Micellar Oxygen รุ่นนี้มาก ๆ เสียดายเป็นแค่ Limited Edition อ่ะ อยากให้ทำต่อไปเรื่อย ๆ เพราะนางใช้ดีจริง ๆ ราคาไม่แรงด้วย รอตุนตอนมีโปรเด็ด ๆ และก่อนมันจะหมดสต๊อก
ขวดเป็นรูปทรงจับใช้ง่าย สไตล์โดฟเขาล่ะ แต่ฝาตินิดนึงเปิดยากเกิน แล้วไม่ค่อยแข็งแรง นิ่ม ๆ แต่ต้องออกแรงเปิดแงะขึ้นมาเยอะ ใช้กว่าจะหมดคงฝาหักก่อนรึเปล่า ยังดีที่เขามีไซส์ 480 มล. เป็นหัวปั๊มด้วย กะว่าจะซื้อไซส์ใหญ่มาใช้ถ้าถูกใจทีหลัง (ไซส์ใหญ่ประหยัดกว่าด้วยนะ)
เนื้อแชมพูเป็นแบบสีฟ้าอ่อนและเนื้อใส กลิ่นหอมแบบแชมพูแนวสดชื่น ๆ หน่อย เข้ากับหน้าร้อน
ดูจากส่วนผสมแล้ว เขาบอกว่าไมเซลล่าออกซิเจน คือ ส่วนผสมที่มีออกซิเจนโมเลกุลเป็นส่วนประกอบ ไปสะดุดตาอยู่ตัวนึง คือ Cocamidopropyl betaine ซึ่งจำได้ว่าเป็นสารลดแรงตึงผิว (พูดง่าย ๆ คือ สารทำความสะอาด) ที่มีสารสกัดจากน้ำมันมะพร้าว แบบเดียวกับการทำงานของไมเซล่าที่ใช้เช็ดหน้าน่ะแหละ โดยตัวนี้จะช่วยจับความมันและสิ่งสกปรกแล้วล้างออกไปกับน้ำอย่างสะดวกง่ายดาย
ตอนทดลองใช้ครั้งแรกเลย สภาพผมและหนังศีรษะ คือ เหนียวมาก เป็นสังกะตังอ่ะว่าง่าย ๆ เพราะร้อนหนักมากมา 2 วัน แถมออกกำลังกายเมื่อก่อนสระผมด้วย สางผมยังไม่ได้ ผมติดกันเป็นช่อ ๆ พาลจะทำผมร่วงเอา
เทออกมาใส่ฝ่ามือ รอบแรก ขนาดหัวเน่ามาก ยังเป็นฟองขึ้นมาได้เลย รู้สึกได้ว่า มันเข้าไปจับน้ำมันบนหนังศีรษะ ขจัดความมันแทบจะในทันที เลยขอเติมแชมพูอีกหน่อย เพื่อให้ความสะอาดมากขึ้น ทีนี้ ถูเป็นฟองได้ทั้งหัวสบาย ๆ โดยที่ผมไม่รู้สึกฝืดหรือแห้งตึง ไม่มีความหัวเหม็นตุ่ย ๆ ตอนสระ นึกออกไหมคะ กลิ่นแบบในร้านสระผมอ่ะ นี่แทบไม่มีเลย
ตัวแชมพูมีความล้างออกง่าย เข้าแต่ก็ไม่แสบด้วยนะ (เป็นการส่วนตัว คนอื่นอาจจะแสบก็ได้) ตอนล้างออก รู้สึกว่าผมสะอาดขึ้นแบบ 200% โดยที่ไม่แห้งผาก ปลายผมไม่แห้งแข็ง ไม่พันกันแบบตอนก่อนสระผมด้วยโดฟรุ่นนี้
แนนไม่ได้ใช้ครีมนวดใด ๆ หรือผลิตภัณฑ์ ใส่ผมอย่างอื่นเลย แค่พัดลมเป่าให้แห้ง เอาหวีซี่ห่าง ๆ สาง ปรากฏว่าแปลกประหลาดใจมาก ตอนแรกนึกว่าต้องซื้อครีมนวดมาคู่กันด้วยแล้ว แต่นี่ไม่ต้องก็ได้อ่ะ ผมนุ่มลื่นขึ้นจากก่อนสระอย่างมาก ปลายผมไม่ค่อยพันกันแล้ว ไม่แห้งแข็ง ผมแห้งง่ายดีด้วย ใครชอบสระผมทุกวันแนนว่าใช้ได้ตามที่เขาเคลมวิธีใช้มาข้างขวดเลย ถ้าใช้คู่ครีมนวดรุ่นเดียวกัน คิดว่าน่าจะผมยิ่งนุ่มไปอีก
ลองดูเปรียบเทียบในรูปได้ว่า หน้าม้ากลับมาแล้ว (ถึงแม้จะดื้ออยู่ดี) ไม่ต้องเซ็ตอะไรมากเลย จัดทรงง่าย ผมเรียบเนียน ดูตรงขึ้น ผมดูมีน้ำหนัก โคนผมไม่ลีบแบน ปลายผมไม่แห้ง ผมดูพอง ๆ แบบสุขภาพดี น้ำมันส่วนเกินบนหนังศีรษะถูกล้างออกไปได้อย่างหมดจด หัวโล่งโปร่งสบายขึ้นเยอะมาก ใช้แล้วไม่คันหัว อ่อนโยนต่อผมและหนังศีรษะเรา
สรุปว่าชอบ Dove Volume Nourishment Micellar Oxygen รุ่นนี้มาก ๆ เสียดายเป็นแค่ Limited Edition อ่ะ อยากให้ทำต่อไปเรื่อย ๆ เพราะนางใช้ดีจริง ๆ ราคาไม่แรงด้วย รอตุนตอนมีโปรเด็ด ๆ และก่อนมันจะหมดสต๊อก
★
★
★
★
★
(3.86)
ตอนเห็นครั้งแรก ก็อยากลองเลย เพราะเป็นน้ำสีชมพูหว๊านหวาน และมีส่วนผสมของโรส วอเตอร์ อีก ขวดขนาดใหญ่อยู่ 400 มิลลิลิตร+ ประโยชน์และส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ +คุณสมบัติของ NIVEA MicellAir Rose เขาเคลมมาว่า เป็นไมเซลล่า ไม่มีซิลิโคน ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองอย่าง สารกันเสียพาราเบน (paraben) และ Ethyl alcohol ลบเมคอัพกันน้ำ ลบซิลิโคน ลบความมัน ได้หมดจด เช็ดได้ทั้งใบหน้า รอบดวงตา และริมฝีปาก พร้อมโรส วอเตอร์ หรือ น้ำกุหลาบ ช่วยฟื้นฟูบำรุงผิว เหมาะกับทุกสภาพผิวดูจากส่วนผสม สารทำความสะอาดหลักที่เป็นไมเซลล่า ได้แก่ Coco Glucoside ซึ่งเป็นหนึ่งในสารทำความสะอาด (สารลดแรงตึงผิว) ที่อ่อนโยนที่สุด เหมาะกับผิวแพ้ง่ายหรือผิวบอบบาง (อย่างไรก็ตาม แนนแนะนำตลอดว่าสภาพผิวของแต่ละคนอาจจะถูกจริตกับของไม่เหมือนกันก็ได้ ดังนั้นทดลองดูที่ท้องแขนก่อนไม่เสียหาย) สกัดมาจากน้ำมันมะพร้าว ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง การทำงานของ Coco Glucoside จะเข้าไปช่วยจับน้ำมันและสิ่งสกปรก รวมไปถึงซิลิโคนจากครีมกันแดด หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าอื่นๆ ให้สามารถล้างทิ้งออกไปกับน้ำได้อย่างง่ายดายส่วนน้ำกุหลาบ (Rosa Damascena Flower Water) เป็นสารบำรุงที่นีเวียใส่มาในไมเซลล่าตัวนี้ เป็นของที่ใช้กันมาในวงการความงามมายาวนานมาก และเป็นส่วนผสมที่แนนเองก็ใช้อยู่เป็นการส่วนตัวด้วย โดยมักจะมาทำเป็นโทนเนอร์เช็ดหน้า กับมอยเจอไรเซอร์ น้ำกุหลาบมีประโยชน์ ช่วยบำรุงปลอบประโลมผิว คืนความสดใสให้กับผิวที่อ่อนล้า มีกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหย นอกจากนี้ ยังช่วยต้านแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว และป้องกันการเกิดริ้วรอยด้วย แนนว่ามันก็เข้าคอนเซ็ปการเป็นไมเซลล่าอยู่นะ เพราะเช็ดเป็นทั้งโทนเนอร์ และให้ความชุ่มชื้นในระหว่างการทำความสะอาดผิวหน้า ให้ฟีลเหมือนตอนขโมยโทนเนอร์น้ำกุหลาบแม่มาใช้ 555+ เนื้อผลิตภัณฑ์ +ในลักษณะเนื้อผลิตภัณฑ์ของ NIVEA MicellAir Rose เป็นน้ำเหลวใส มีสีชมพูอ่อน และมีส่วนที่เป็น Dry Oil ที่เป็นชั้นน้ำมันแยกสีขุ่นๆอยู่ด้านบน ตอนใช้อย่าลืมเขย่าให้เข้ากันก่อน ตอนเทลงสำลียังเห็นเป็นสีชมพูจาง ๆ มีกลิ่นหอมกุหลาบไมเซลล่าตัวนี้ ถึงจะมีน้ำมันด้วย แต่ไม่มีความมันเลยตอนเช็ดลงบนใบหน้า ไม่หนืด หรือเหนียวเหนอะหนะ แห้งไว แต่ไม่ทำให้หน้าแห้งตึง เช็ดเสร็จแล้วรู้สึกสดชื่นดี+ รีวิวหลังทดลองใช้ +ในด้านประสิทธิภาพของการทำความสะอาดเครื่องสำอาง โดยเฉพาะเครื่องสำอางกันน้ำ รวมไปถึงพวกสกินแคร์ ที่มีส่วนผสมของซิลิโคน เริ่มจากลองลบเครื่องสำอางแบบกันน้ำที่ท้องแขนแนนเท NIVEA MicellAir Rose ลงสำลีให้ชุ่มๆ แนนชอบตรงที่ปากขวดเขาควบคุมปริมาณการเทได้ แบบไม่กระฉอกหกเยอะเกินไป ใช้บีบขวดเอา ส่วนฝาก็หมุนปิดสนิทง่ายดีจากนั้นแปะลงไปที่เครื่องสำอาง แนนรู้สึกว่าไมเซลล่ารุ่นนี้ควรแปะทิ้งไว้แป๊ปนึงค่อยเช็ดจะสะอาดสุด ไม่ต้องถูไปมาจริง ๆ ปาดทีเดียว หลุดออกมาเลยในการปาดครั้งแรกถึง 90% เช็ดหลุดแม้แต่ลิปแมตจิ้มจุ่มกับมาสคาร่ากันน้ำลองลบเมคอัพบนหน้ากันบ้าง แนนทาทั้งกันแดด บีบีครีม เมคอัพครบเครื่อง กันน้ำติดทนแทบทุกอย่างค่ะพอเช็ดลงกับใบหน้าจริง ๆ รู้สึกว่าสดชื่น เช็ดทำความสะอาดได้บริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก ปาด 2-3 ทีในสำลีเดียว แนนใช้ข้างละ 2 แผ่นชุ่ม ๆ ก็เช็ดได้เกือบหมด เช็ดทั้งหน้าใช้ 4-5 แผ่น หากจะไม่ล้างหน้าต่อเลยก็เช็ดซ้ำอีก 1 แผ่นพวกมาสคาร่า อายไลเนอร์ ลิปแมต กันน้ำ สามารถหลุดได้ในการเช็ดครั้งแรกประมาณ 80% ละลายออกมาค่อนข้างดี ไม่ต้องถูเท่าไหร่ สำลีจะได้ไม่บาดผิวที่บอบบางมาก ปาดรอบสองก็ออกเกือบหมด เหลือแต่เก็บรายละเอียดนิดหน่อยที่ขอบตาล่าง พวกบลัชออน อายแชโดว์ ไม่ได้กันน้ำ ก็ยิ่งออกง่ายมากเช็ดเสร็จหมดทั้งหน้า รู้สึกว่าหน้าสะอาดเกลี้ยงมาก ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ล้างหน้าตามด้วยซ้ำ ปกติแนนเป็นคนผิวผสมอยู่แล้ว ทีโซนจะมันมากหลังจากเสร็จงานในแต่ละวัน NIVEA MicellAir Rose ช่วยขจัดความมันจากผิวไปเยอะมาก ๆ แถมผิวยังชุ่มชื้นนุ่มเด้งด้วย ไม่แห้งผาก หลังใช้มาซักพัก ผิวดูกระจ่างใส สิวไม่ขึ้น ใช้ตอนหน้าร้อน ช่วยลดสิวผดด้วยนิด ๆสรุปว่าแนนชอบ NIVEA MicellAir Rose มาก เหมือนตอบโจทย์ทั้งความชอบน้ำกุหลาบของเราและเรื่องการทำความสะอาดเมคอัพกันน้ำและซิลิโคน เพราะสกินแคร์ก็มีซิลิโคนเหมือนกันที่อาจตกค้างได้ถ้าไม่เช็ดออก ดังนั้น แนนก็มั่นใจขึ้นว่าหน้าสะอาด โดยใช้ตัวนี้เช็ดทำความสะอาดครีมกันแดดก่อนล้างหน้าค่ะอ้อ NIVEA MicellAir Rose เขาผลิตในประเทศเยอรมนีด้วยนะ สนนราคา 299 บาท ราคาตอนโปรโมชั่น 200+ บาท นิด ๆ ถือว่าราคาคุ้มค่าเกินประสิทธิภาพค่ะ
ตอนเห็นครั้งแรก ก็อยากลองเลย เพราะเป็นน้ำสีชมพูหว๊านหวาน และมีส่วนผสมของโรส วอเตอร์ อีก ขวดขนาดใหญ่อยู่ 400 มิลลิลิตร
+ ประโยชน์และส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ +
คุณสมบัติของ NIVEA MicellAir Rose เขาเคลมมาว่า เป็นไมเซลล่า ไม่มีซิลิโคน ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองอย่าง สารกันเสียพาราเบน (paraben) และ Ethyl alcohol ลบเมคอัพกันน้ำ ลบซิลิโคน ลบความมัน ได้หมดจด เช็ดได้ทั้งใบหน้า รอบดวงตา และริมฝีปาก พร้อมโรส วอเตอร์ หรือ น้ำกุหลาบ ช่วยฟื้นฟูบำรุงผิว เหมาะกับทุกสภาพผิว
ดูจากส่วนผสม สารทำความสะอาดหลักที่เป็นไมเซลล่า ได้แก่ Coco Glucoside ซึ่งเป็นหนึ่งในสารทำความสะอาด (สารลดแรงตึงผิว) ที่อ่อนโยนที่สุด เหมาะกับผิวแพ้ง่ายหรือผิวบอบบาง (อย่างไรก็ตาม แนนแนะนำตลอดว่าสภาพผิวของแต่ละคนอาจจะถูกจริตกับของไม่เหมือนกันก็ได้ ดังนั้นทดลองดูที่ท้องแขนก่อนไม่เสียหาย) สกัดมาจากน้ำมันมะพร้าว ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง การทำงานของ Coco Glucoside จะเข้าไปช่วยจับน้ำมันและสิ่งสกปรก รวมไปถึงซิลิโคนจากครีมกันแดด หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าอื่นๆ ให้สามารถล้างทิ้งออกไปกับน้ำได้อย่างง่ายดาย
ส่วนน้ำกุหลาบ (Rosa Damascena Flower Water) เป็นสารบำรุงที่นีเวียใส่มาในไมเซลล่าตัวนี้ เป็นของที่ใช้กันมาในวงการความงามมายาวนานมาก และเป็นส่วนผสมที่แนนเองก็ใช้อยู่เป็นการส่วนตัวด้วย โดยมักจะมาทำเป็นโทนเนอร์เช็ดหน้า กับมอยเจอไรเซอร์ น้ำกุหลาบมีประโยชน์ ช่วยบำรุงปลอบประโลมผิว คืนความสดใสให้กับผิวที่อ่อนล้า มีกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหย นอกจากนี้ ยังช่วยต้านแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว และป้องกันการเกิดริ้วรอยด้วย แนนว่ามันก็เข้าคอนเซ็ปการเป็นไมเซลล่าอยู่นะ เพราะเช็ดเป็นทั้งโทนเนอร์ และให้ความชุ่มชื้นในระหว่างการทำความสะอาดผิวหน้า ให้ฟีลเหมือนตอนขโมยโทนเนอร์น้ำกุหลาบแม่มาใช้ 555
+ เนื้อผลิตภัณฑ์ +
ในลักษณะเนื้อผลิตภัณฑ์ของ NIVEA MicellAir Rose เป็นน้ำเหลวใส มีสีชมพูอ่อน และมีส่วนที่เป็น Dry Oil ที่เป็นชั้นน้ำมันแยกสีขุ่นๆอยู่ด้านบน ตอนใช้อย่าลืมเขย่าให้เข้ากันก่อน ตอนเทลงสำลียังเห็นเป็นสีชมพูจาง ๆ มีกลิ่นหอมกุหลาบ
ไมเซลล่าตัวนี้ ถึงจะมีน้ำมันด้วย แต่ไม่มีความมันเลยตอนเช็ดลงบนใบหน้า ไม่หนืด หรือเหนียวเหนอะหนะ แห้งไว แต่ไม่ทำให้หน้าแห้งตึง เช็ดเสร็จแล้วรู้สึกสดชื่นดี
+ รีวิวหลังทดลองใช้ +
ในด้านประสิทธิภาพของการทำความสะอาดเครื่องสำอาง โดยเฉพาะเครื่องสำอางกันน้ำ รวมไปถึงพวกสกินแคร์ ที่มีส่วนผสมของซิลิโคน เริ่มจากลองลบเครื่องสำอางแบบกันน้ำที่ท้องแขน
แนนเท NIVEA MicellAir Rose ลงสำลีให้ชุ่มๆ แนนชอบตรงที่ปากขวดเขาควบคุมปริมาณการเทได้ แบบไม่กระฉอกหกเยอะเกินไป ใช้บีบขวดเอา ส่วนฝาก็หมุนปิดสนิทง่ายดี
จากนั้นแปะลงไปที่เครื่องสำอาง แนนรู้สึกว่าไมเซลล่ารุ่นนี้ควรแปะทิ้งไว้แป๊ปนึงค่อยเช็ดจะสะอาดสุด ไม่ต้องถูไปมาจริง ๆ ปาดทีเดียว หลุดออกมาเลยในการปาดครั้งแรกถึง 90% เช็ดหลุดแม้แต่ลิปแมตจิ้มจุ่มกับมาสคาร่ากันน้ำ
ลองลบเมคอัพบนหน้ากันบ้าง แนนทาทั้งกันแดด บีบีครีม เมคอัพครบเครื่อง กันน้ำติดทนแทบทุกอย่างค่ะ
พอเช็ดลงกับใบหน้าจริง ๆ รู้สึกว่าสดชื่น เช็ดทำความสะอาดได้บริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก ปาด 2-3 ทีในสำลีเดียว แนนใช้ข้างละ 2 แผ่นชุ่ม ๆ ก็เช็ดได้เกือบหมด เช็ดทั้งหน้าใช้ 4-5 แผ่น หากจะไม่ล้างหน้าต่อเลยก็เช็ดซ้ำอีก 1 แผ่น
พวกมาสคาร่า อายไลเนอร์ ลิปแมต กันน้ำ สามารถหลุดได้ในการเช็ดครั้งแรกประมาณ 80% ละลายออกมาค่อนข้างดี ไม่ต้องถูเท่าไหร่ สำลีจะได้ไม่บาดผิวที่บอบบางมาก ปาดรอบสองก็ออกเกือบหมด เหลือแต่เก็บรายละเอียดนิดหน่อยที่ขอบตาล่าง พวกบลัชออน อายแชโดว์ ไม่ได้กันน้ำ ก็ยิ่งออกง่ายมาก
เช็ดเสร็จหมดทั้งหน้า รู้สึกว่าหน้าสะอาดเกลี้ยงมาก ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ล้างหน้าตามด้วยซ้ำ ปกติแนนเป็นคนผิวผสมอยู่แล้ว ทีโซนจะมันมากหลังจากเสร็จงานในแต่ละวัน NIVEA MicellAir Rose ช่วยขจัดความมันจากผิวไปเยอะมาก ๆ แถมผิวยังชุ่มชื้นนุ่มเด้งด้วย ไม่แห้งผาก หลังใช้มาซักพัก ผิวดูกระจ่างใส สิวไม่ขึ้น ใช้ตอนหน้าร้อน ช่วยลดสิวผดด้วยนิด ๆ
สรุปว่าแนนชอบ NIVEA MicellAir Rose มาก เหมือนตอบโจทย์ทั้งความชอบน้ำกุหลาบของเราและเรื่องการทำความสะอาดเมคอัพกันน้ำและซิลิโคน เพราะสกินแคร์ก็มีซิลิโคนเหมือนกันที่อาจตกค้างได้ถ้าไม่เช็ดออก ดังนั้น แนนก็มั่นใจขึ้นว่าหน้าสะอาด โดยใช้ตัวนี้เช็ดทำความสะอาดครีมกันแดดก่อนล้างหน้าค่ะ
อ้อ NIVEA MicellAir Rose เขาผลิตในประเทศเยอรมนีด้วยนะ สนนราคา 299 บาท ราคาตอนโปรโมชั่น 200+ บาท นิด ๆ ถือว่าราคาคุ้มค่าเกินประสิทธิภาพค่ะ
+ ประโยชน์และส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ +
คุณสมบัติของ NIVEA MicellAir Rose เขาเคลมมาว่า เป็นไมเซลล่า ไม่มีซิลิโคน ไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองอย่าง สารกันเสียพาราเบน (paraben) และ Ethyl alcohol ลบเมคอัพกันน้ำ ลบซิลิโคน ลบความมัน ได้หมดจด เช็ดได้ทั้งใบหน้า รอบดวงตา และริมฝีปาก พร้อมโรส วอเตอร์ หรือ น้ำกุหลาบ ช่วยฟื้นฟูบำรุงผิว เหมาะกับทุกสภาพผิว
ดูจากส่วนผสม สารทำความสะอาดหลักที่เป็นไมเซลล่า ได้แก่ Coco Glucoside ซึ่งเป็นหนึ่งในสารทำความสะอาด (สารลดแรงตึงผิว) ที่อ่อนโยนที่สุด เหมาะกับผิวแพ้ง่ายหรือผิวบอบบาง (อย่างไรก็ตาม แนนแนะนำตลอดว่าสภาพผิวของแต่ละคนอาจจะถูกจริตกับของไม่เหมือนกันก็ได้ ดังนั้นทดลองดูที่ท้องแขนก่อนไม่เสียหาย) สกัดมาจากน้ำมันมะพร้าว ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง การทำงานของ Coco Glucoside จะเข้าไปช่วยจับน้ำมันและสิ่งสกปรก รวมไปถึงซิลิโคนจากครีมกันแดด หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าอื่นๆ ให้สามารถล้างทิ้งออกไปกับน้ำได้อย่างง่ายดาย
ส่วนน้ำกุหลาบ (Rosa Damascena Flower Water) เป็นสารบำรุงที่นีเวียใส่มาในไมเซลล่าตัวนี้ เป็นของที่ใช้กันมาในวงการความงามมายาวนานมาก และเป็นส่วนผสมที่แนนเองก็ใช้อยู่เป็นการส่วนตัวด้วย โดยมักจะมาทำเป็นโทนเนอร์เช็ดหน้า กับมอยเจอไรเซอร์ น้ำกุหลาบมีประโยชน์ ช่วยบำรุงปลอบประโลมผิว คืนความสดใสให้กับผิวที่อ่อนล้า มีกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหย นอกจากนี้ ยังช่วยต้านแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว และป้องกันการเกิดริ้วรอยด้วย แนนว่ามันก็เข้าคอนเซ็ปการเป็นไมเซลล่าอยู่นะ เพราะเช็ดเป็นทั้งโทนเนอร์ และให้ความชุ่มชื้นในระหว่างการทำความสะอาดผิวหน้า ให้ฟีลเหมือนตอนขโมยโทนเนอร์น้ำกุหลาบแม่มาใช้ 555
+ เนื้อผลิตภัณฑ์ +
ในลักษณะเนื้อผลิตภัณฑ์ของ NIVEA MicellAir Rose เป็นน้ำเหลวใส มีสีชมพูอ่อน และมีส่วนที่เป็น Dry Oil ที่เป็นชั้นน้ำมันแยกสีขุ่นๆอยู่ด้านบน ตอนใช้อย่าลืมเขย่าให้เข้ากันก่อน ตอนเทลงสำลียังเห็นเป็นสีชมพูจาง ๆ มีกลิ่นหอมกุหลาบ
ไมเซลล่าตัวนี้ ถึงจะมีน้ำมันด้วย แต่ไม่มีความมันเลยตอนเช็ดลงบนใบหน้า ไม่หนืด หรือเหนียวเหนอะหนะ แห้งไว แต่ไม่ทำให้หน้าแห้งตึง เช็ดเสร็จแล้วรู้สึกสดชื่นดี
+ รีวิวหลังทดลองใช้ +
ในด้านประสิทธิภาพของการทำความสะอาดเครื่องสำอาง โดยเฉพาะเครื่องสำอางกันน้ำ รวมไปถึงพวกสกินแคร์ ที่มีส่วนผสมของซิลิโคน เริ่มจากลองลบเครื่องสำอางแบบกันน้ำที่ท้องแขน
แนนเท NIVEA MicellAir Rose ลงสำลีให้ชุ่มๆ แนนชอบตรงที่ปากขวดเขาควบคุมปริมาณการเทได้ แบบไม่กระฉอกหกเยอะเกินไป ใช้บีบขวดเอา ส่วนฝาก็หมุนปิดสนิทง่ายดี
จากนั้นแปะลงไปที่เครื่องสำอาง แนนรู้สึกว่าไมเซลล่ารุ่นนี้ควรแปะทิ้งไว้แป๊ปนึงค่อยเช็ดจะสะอาดสุด ไม่ต้องถูไปมาจริง ๆ ปาดทีเดียว หลุดออกมาเลยในการปาดครั้งแรกถึง 90% เช็ดหลุดแม้แต่ลิปแมตจิ้มจุ่มกับมาสคาร่ากันน้ำ
ลองลบเมคอัพบนหน้ากันบ้าง แนนทาทั้งกันแดด บีบีครีม เมคอัพครบเครื่อง กันน้ำติดทนแทบทุกอย่างค่ะ
พอเช็ดลงกับใบหน้าจริง ๆ รู้สึกว่าสดชื่น เช็ดทำความสะอาดได้บริเวณรอบดวงตาและริมฝีปาก ปาด 2-3 ทีในสำลีเดียว แนนใช้ข้างละ 2 แผ่นชุ่ม ๆ ก็เช็ดได้เกือบหมด เช็ดทั้งหน้าใช้ 4-5 แผ่น หากจะไม่ล้างหน้าต่อเลยก็เช็ดซ้ำอีก 1 แผ่น
พวกมาสคาร่า อายไลเนอร์ ลิปแมต กันน้ำ สามารถหลุดได้ในการเช็ดครั้งแรกประมาณ 80% ละลายออกมาค่อนข้างดี ไม่ต้องถูเท่าไหร่ สำลีจะได้ไม่บาดผิวที่บอบบางมาก ปาดรอบสองก็ออกเกือบหมด เหลือแต่เก็บรายละเอียดนิดหน่อยที่ขอบตาล่าง พวกบลัชออน อายแชโดว์ ไม่ได้กันน้ำ ก็ยิ่งออกง่ายมาก
เช็ดเสร็จหมดทั้งหน้า รู้สึกว่าหน้าสะอาดเกลี้ยงมาก ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ล้างหน้าตามด้วยซ้ำ ปกติแนนเป็นคนผิวผสมอยู่แล้ว ทีโซนจะมันมากหลังจากเสร็จงานในแต่ละวัน NIVEA MicellAir Rose ช่วยขจัดความมันจากผิวไปเยอะมาก ๆ แถมผิวยังชุ่มชื้นนุ่มเด้งด้วย ไม่แห้งผาก หลังใช้มาซักพัก ผิวดูกระจ่างใส สิวไม่ขึ้น ใช้ตอนหน้าร้อน ช่วยลดสิวผดด้วยนิด ๆ
สรุปว่าแนนชอบ NIVEA MicellAir Rose มาก เหมือนตอบโจทย์ทั้งความชอบน้ำกุหลาบของเราและเรื่องการทำความสะอาดเมคอัพกันน้ำและซิลิโคน เพราะสกินแคร์ก็มีซิลิโคนเหมือนกันที่อาจตกค้างได้ถ้าไม่เช็ดออก ดังนั้น แนนก็มั่นใจขึ้นว่าหน้าสะอาด โดยใช้ตัวนี้เช็ดทำความสะอาดครีมกันแดดก่อนล้างหน้าค่ะ
อ้อ NIVEA MicellAir Rose เขาผลิตในประเทศเยอรมนีด้วยนะ สนนราคา 299 บาท ราคาตอนโปรโมชั่น 200+ บาท นิด ๆ ถือว่าราคาคุ้มค่าเกินประสิทธิภาพค่ะ
กำลังติดตาม
ยังไม่ได้ติดตามใคร
ผู้ติดตาม
No followers
รายการโปรด
ยังไม่มีสินค้าโปรด
Personal Information
Nickname
Nannie S.
เพศ
Female