ข้อมูลผู้ใช้
ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้
โพสต์
★
★
★
★
★
(4.71)
Review St.Ives Facial Cleanserมาอีกแล้วจ้า กับการทดลองโฟมล้างหน้าและมารีวิวเพื่อแบ่งปันผลการใช้ให้สาวๆเป็นข้อมูลกันครั้งนี้เราจะมารีวิวโฟมล้างหน้าของ St.Ives ค่ะบอกก่อนว่าเราเคยได้ใช้สครับของ St.Ives มาแล้ว ซึ่งเราก็ชอบค่ะ เพราะเม็ดสครับเค้ามีความกลมๆ ทำให้ไม่รู้สึกบาดผิว ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปทำให้รู้สึกผิวหน้าสะอาดขึ้น พอลงสกินแคร์ไปแล้วรู้สึกเข้าผิวดีเลยดังนั้นพอเค้ามีโฟมล้างหน้าออกมา ก็รู้สึกสนใจมากๆค่ะ ที่สำคัญเค้ามีให้เลือกถึง 3 สูตร ตามความต้องการของเราเลย ได้แก่- Smooth & Glowing Apricot สำหรับคนที่ต้องการให้ผิวเนียน นุ่ม โกลว์- Bright & Radiant Pink Lemon & Peach สำหรับคนที่ต้องการให้ผิวกระจ่างใสขึ้น- Renewing Avocado & Coconut สำหรับคนที่ต้องการคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวในครั้งนี้เราเลือกทดลองสูตร Bright & Radiant Pink Lemon & Peach ค่ะแพกเกจ: เค้าเป็นหลอดบีบเหมือนโฟมล้างหน้าแบรนด์อื่นๆทั่วไปนะคะ สำหรับสูตรนี้เป็นหลอดสีชมพู ปริมาณ 105 กรัมค่ะเนื้อและกลิ่นผลิตภัณฑ์:เป็นโฟมที่เป็นเนื้อครีมค่อนข้างเหลวเลยค่ะ สีขาวๆ ส่วนตัวไม่เคยใช้โฟมล้างหน้าที่มีเนื้อแบบนี้มาก่อนค่ะส่วนกลิ่นนี่คือกลิ่นพีชลอยออกมาเลย เราไม่ได้เป็นคนที่ชอบกลิ่นพีชมากนักนะคะเพราะบางแบรนด์กลิ่นพีชหนักจนเรารู้สึกเวียนหัว แต่สำหรับ St.Ives Bright & Radiant Pink Lemon & Peach เราว่าเค้าทำกลิ่นออกมาได้หอมกำลังดีเลยค่ะ เราไม่รู้สึกเวียนหัวเลยกลับรู้สึกว่าหอมดี ถ้าใครที่ชอบกลิ่นพีชนี่คงยิ่งกรี๊ดเลยค่ะ แต่กลิ่นเลมอนนี่เราไม่ได้กลิ่นเลยนะคะ คงโดนพีชกลบกลิ่นหมดหลังจากผสมน้ำแล้วตีฟอง จะเห็นว่าเนื้อฟองโฟมค่อนข่างเป็นฟองฟูเบาๆ (คือไม่ได้เป็นฟองแน่นเหมือนวิปโฟมนะคะ)ความรู้สึกหลังใช้ครั้งแรก: ด้วยความที่เป็นฟองฟูเบาๆ ตอนที่สัมผัสกับหน้าเลยทำให้มีความรู้สึกว่าอ่อนโยนดีค่ะ หลังจากล้างน้ำออกผิวไม่เอี๊ยด ไม่แห้งตึงค่ะ เหมือนผิวมันยังชุ่มชื้นอยู่ และด้วยความที่มีกลิ่นหอมๆ ตอนที่ล้างก็เลยรู้สึกผ่อนคลายดีด้วยค่ะผลลัพธ์:ผิวหน้ากระจ่างใสขึ้นทันทีหลังล้างค่ะ (เพราะเค้าช่วยขจัดความมันและสิ่งสกปรกออก) ส่วนจะทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นเลยรึเปล่า อาจจะต้องใช้เวลานานกว่านี้อีกซักหน่อยค่ะ เพราะถึงแม้เค้าจะมีส่วนผสม ได้แก่ วิตามินซี และสาร antioxidants ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น แต่เค้าเป็นโฟมล้างหน้าที่เราต้องล้างออก ไม่ได้ทิ้งสารบำรุงเหล่านั้นบนผิวการที่จะเห็นผลอาจจะต้องใช้เวลานานกว่านี้ค่ะส่วนเรื่องความสะอาดและความอ่อนโยนกับผิว ต้องบอกเลยว่าไม่ผิดหวังค่ะ ไม่มีสิวขึ้น และไม่แพ้ ไม่ระคายเคืองผิวเลยค่ะ
★
★
★
★
★
(3.86)
ต้องขอขอบคุณ Vanilla ที่คัดเลือกให้เราเป็น 1 ในผู้ที่ได้รับตัวอย่างทดลองใช้ "LA ROCHE-POSAY HYALU B5 SERUM" นะคะผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมา เป็นตัวอย่างทดลองใช้แบบซอง ปริมาณ 1.5 ml ค่ะเห็นซองเล็กแบบนี้ แต่เอาจริง เราใช้ได้ถึง 4 ครั้งเลยนะคะ เพราะใช้ปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเนื้อผลิตภัณฑ์ เป็นเนื้อเซรัมใส ไม่มีสี มีความเข้มข้นมากค่ะกลิ่น หอมอ่อนๆ แทบจะไม่มีกลิ่นเลยค่ะความรู้สึกหลังจากได้ทดลองใช้>> ขอบอกก่อนว่าปกติ สภาพผิวของเราเป็นผิวผสมที่ข้างแก้มค่อนข้างแห้ง และในช่วงก่อนได้รับ HYALU B5 มาทดลองใช้ เราเพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศค่ะ ผิวของเราจึงเกิดมีอาการแดงจากระคายเคือง หน้าแห้งกร้าน ขาดน้ำ ขึ้นมา จากภาพจะเห็นเลยว่า ผิวแห้ง แดง และดูโทรมมาก>> พอได้ทดลองใช้ HYALU B5 ความรู้สึกหลังใช้คือ ผิวมีความชุ่มชื้นขึ้นทันทีค่ะหลังจากตื่นนอนก็ยังรู้สึกว่าหน้ายังมีความชุ่มชื้นอยู่ค่ะ>> หลังจากทดลองใช้วันที่ 2 ผิวที่เคยแห้งกร้าน ขาดน้ำ กลายเป็นผิวที่ดูอิ่มน้ำขึ้น รอยแดงที่เกิดจากอาการระคายเคืองก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะโดยรวมแล้ว ถ้าใครที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผิวบอบบาง แพ้ง่าย ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ปลอบประโลมผิวจากอาการระคายเคือง และยังบำรุงผิวให้แน่นกระชับ ลดปัญหาผิวร่วงโรยแล้ว LA ROCHE-POSAY HYALU B5 SERUM เป็นตัวเลือกที่น่าใช้เลยค่ะ
ต้องขอขอบคุณ Vanilla ที่คัดเลือกให้เราเป็น 1 ในผู้ที่ได้รับตัวอย่างทดลองใช้ "LA ROCHE-POSAY HYALU B5 SERUM" นะคะ
ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมา เป็นตัวอย่างทดลองใช้แบบซอง ปริมาณ 1.5 ml ค่ะ
เห็นซองเล็กแบบนี้ แต่เอาจริง เราใช้ได้ถึง 4 ครั้งเลยนะคะ เพราะใช้ปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เนื้อผลิตภัณฑ์ เป็นเนื้อเซรัมใส ไม่มีสี มีความเข้มข้นมากค่ะ
กลิ่น หอมอ่อนๆ แทบจะไม่มีกลิ่นเลยค่ะ
ความรู้สึกหลังจากได้ทดลองใช้
>> ขอบอกก่อนว่าปกติ สภาพผิวของเราเป็นผิวผสมที่ข้างแก้มค่อนข้างแห้ง และในช่วงก่อนได้รับ HYALU B5 มาทดลองใช้ เราเพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศค่ะ ผิวของเราจึงเกิดมีอาการแดงจากระคายเคือง หน้าแห้งกร้าน ขาดน้ำ ขึ้นมา จากภาพจะเห็นเลยว่า ผิวแห้ง แดง และดูโทรมมาก
>> พอได้ทดลองใช้ HYALU B5 ความรู้สึกหลังใช้คือ ผิวมีความชุ่มชื้นขึ้นทันทีค่ะ
หลังจากตื่นนอนก็ยังรู้สึกว่าหน้ายังมีความชุ่มชื้นอยู่ค่ะ
>> หลังจากทดลองใช้วันที่ 2 ผิวที่เคยแห้งกร้าน ขาดน้ำ กลายเป็นผิวที่ดูอิ่มน้ำขึ้น รอยแดงที่เกิดจากอาการระคายเคืองก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะ
โดยรวมแล้ว ถ้าใครที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผิวบอบบาง แพ้ง่าย ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ปลอบประโลมผิวจากอาการระคายเคือง และยังบำรุงผิวให้แน่นกระชับ ลดปัญหาผิวร่วงโรยแล้ว LA ROCHE-POSAY HYALU B5 SERUM เป็นตัวเลือกที่น่าใช้เลยค่ะ
ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมา เป็นตัวอย่างทดลองใช้แบบซอง ปริมาณ 1.5 ml ค่ะ
เห็นซองเล็กแบบนี้ แต่เอาจริง เราใช้ได้ถึง 4 ครั้งเลยนะคะ เพราะใช้ปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
เนื้อผลิตภัณฑ์ เป็นเนื้อเซรัมใส ไม่มีสี มีความเข้มข้นมากค่ะ
กลิ่น หอมอ่อนๆ แทบจะไม่มีกลิ่นเลยค่ะ
ความรู้สึกหลังจากได้ทดลองใช้
>> ขอบอกก่อนว่าปกติ สภาพผิวของเราเป็นผิวผสมที่ข้างแก้มค่อนข้างแห้ง และในช่วงก่อนได้รับ HYALU B5 มาทดลองใช้ เราเพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศค่ะ ผิวของเราจึงเกิดมีอาการแดงจากระคายเคือง หน้าแห้งกร้าน ขาดน้ำ ขึ้นมา จากภาพจะเห็นเลยว่า ผิวแห้ง แดง และดูโทรมมาก
>> พอได้ทดลองใช้ HYALU B5 ความรู้สึกหลังใช้คือ ผิวมีความชุ่มชื้นขึ้นทันทีค่ะ
หลังจากตื่นนอนก็ยังรู้สึกว่าหน้ายังมีความชุ่มชื้นอยู่ค่ะ
>> หลังจากทดลองใช้วันที่ 2 ผิวที่เคยแห้งกร้าน ขาดน้ำ กลายเป็นผิวที่ดูอิ่มน้ำขึ้น รอยแดงที่เกิดจากอาการระคายเคืองก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัดค่ะ
โดยรวมแล้ว ถ้าใครที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผิวบอบบาง แพ้ง่าย ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ปลอบประโลมผิวจากอาการระคายเคือง และยังบำรุงผิวให้แน่นกระชับ ลดปัญหาผิวร่วงโรยแล้ว LA ROCHE-POSAY HYALU B5 SERUM เป็นตัวเลือกที่น่าใช้เลยค่ะ
★
★
★
★
★
(5.00)
>>> ทุกวันนี้ นอกจากที่สาวๆจะต้องเผชิญกับแสงแดดที่ประกอบไปด้วย UVA และ UVB ที่เป็นตัวร้ายทำลายผิวแล้ว มลภาวะก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาผิวได้ค่ะ มันจะดีขนาดไหนนะถ้าเรามีตัวช่วยที่สามารถปกป้องผิวของพวกเราทั้งจากแสงแดด มลภาวะ และยังทำให้ผิวสวยใสด้วยในคราวเดียวกันและแล้ว LANCOME ก็ออกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยตอบโจทย์นี้ค่ะ นั่นก็คือ LANCOME UV EXPERT YOUTH SHIELD TONE UP MILK ROSY BLOOM ซึ่งเป็นสูตรที่ทางลังโคมปรับปรุงขึ้นมาจากสูตร TONE UP MILK เดิมค่ะ จะเห็นได้ว่าถึงแม้ทางแบรนด์จะออกผลิตภัณฑ์ที่ดีออกมาแล้ว เค้าก็ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกนะคะเราได้มีโอกาสทดลองใช้ LANCOME UV EXPERT YOUTH SHIELD TONE UP MILK ROSY BLOOM มาแล้วจึงจะขอมาแชร์ความรู้สึกหลังได้ทดลองใช้ค่ะ>>> ขอบอกก่อนว่าเราไม่เคยใช้ครีมกันแดดจากแบรนด์ลังโคมมาก่อนนะคะ โดยสภาพผิวหน้าของเราเป็นผิวผสม ระหว่างวันมักจะมันบริเวณทีโซน ส่วนบริเวณแก้มจะค่อนข้างแห้ง บางครั้งก็เป็นขุยด้วยค่ะ ส่วนรูขุมขนหน้าแก้มจะค่อนข้างใหญ่ ไม่มีปัญหาสิวใดๆในช่วงนี้ค่ะ อาจจะมีจุดด่างดำจากสะเก็ดแผลเก่าบ้างเล็กน้อยเท่านั้นค่ะวิธีใช้ใช้เป็นประจำทุกวัน หลังจากลงสกินแคร์ และก่อนลงเมคอัพกลิ่นลืมกลิ่นครีมกันแดดทั่วไปที่เคยใช้ไปได้เลยค่ะ กลิ่นของลังโคมมีความหอมอ่อนๆ ให้ความรู้สึกเหมือนดอกไม้ค่ะ ดมแล้วรู้สึกผ่อนคลายมาก เราเลยลองไปดูส่วนผสมพบว่ามีส่วนผสมจากสารสกัดจากใบมินท์และดอกเอเดลไวส์ ซึ่งไม่ได้ใส่เข้ามาเพื่อให้มีกลิ่นหอมเท่านั้น แต่มีคุณสมบัติแอนติออกซิแดนท์และช่วยฟื้นบำรุงผิว เพื่อปกป้องผิวจากมลภาวะและริ้วรอยก่อนวันอันควรอีกด้วยค่ะ เริ่ดจริงๆเนื้อผลิตภัณฑ์ได้ยินชื่อว่า Tone up ก็อย่าเพิ่งตกใจค่ะ เพราะถึงแม้จะมี SPF ถึง 50+ และ PA++++ แต่ก็ไม่ได้ทำให้วอก ลอย แต่อย่างใดนะคะ เนื้อเค้าจะเป็นน้ำนมสีชมพูอ่อนๆ เนื้อค่อนข้างไหล เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งคราบ เนื้อครีมซึมซาบเร็วทำให้รู้สึกสัมผัสที่บางเบามาก เมื่อทาลงบนผิวผลิตภัณฑ์จะช่วยปรับสีผิวให้ผิวที่มีความกระจ่างใสขึ้นเล็กน้อยอย่างเป็นธรรมชาติค่ะความรู้สึกหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ รีวิวผลให้เห็นตามรูปเลยนะคะหลังจากที่เราทาผลิตภัณฑ์ ทิ้งให้ซึมลงผิวและเซ็ตตัวเรียบร้อยแล้ว ผิวจะดูขาวกระจ่างใส ดูมีสุขภาพดี ชุ่มชื่น ไม่แห้งแมทเป็นแป้ง แต่ก็ไม่ได้มันเยิ้มหรือเหนียวเหนอะหนะเลยค่ะ ถ้าใครที่ไม่ได้มีปัญหาผิวมากก็สามารถลงแป้งได้เลยโดยไม่ต้องใช้รองพื้นเลยค่ะเพราะเค้าปรับสีผิวให้กระจ่างใสเรียบเนียนขึ้นแล้ว หลังจากลงเมคอัพก็ไม่ทำให้เมคอัพเป็นคราบด้วยค่ะระหว่างวัน หลังจากผ่านไปประมาณ 4 ชม. บริเวณทีโซนทีเป็นริเวณที่มีความมันที่สุดบนหน้าเรา ไม่ได้มีคราบไหลเยิ้มอะไรนะคะ ส่วนบริเวณข้างแก้มที่เป็นส่วนที่แห้งที่สุดบนหน้าเราก็ไม่มีเมคอัพหลุด หรือผิวแห้งแตกเป็นขุยเลยค่ะ จากในรูปจะเห็นว่าผิวหน้าไม่หมอง สีหน้าไม่ดรอป ลงด้วยค่ะหลังจากผ่านไปประมาณ 8 ชม. เรากลับมาถึงบ้านหลังจากที่ไม่ได้ซับหน้า หรือเติมแป้งเลยทั้งวัน จะเห็นว่าบริเวณทีโซนมีความฉ่ำขึ้นเล็กน้อย แต่ยังดูผิวสวยดีอยู่ค่ะ สีผิวก็ยังผ่อง ไม่ดรอปลงจากที่แต่งหน้าในตอนเช้าเลย เซอร์ไพรส์มากๆค่ะการกันแดดหลังจากที่เราได้ทดลองใช้ในวันที่ต้องออกไปทำงาน outdoor เจอทั้งแดดที่แรงมาก และฝุ่นควันรถแล้ว พบว่าประสิทธิภาพการกันแดดสำหรับเราอยู่ที่น่าพอใจมากค่ะ จากที่เห็นได้ชัดว่า ผิวหน้าไม่เกิดความหมองคล้ำ หรืออาการไหม้จากแสงแดดเลย ในขณะที่ผิวตัวที่ไม่ได้ทาผลิตภัณฑ์กันแดดใดๆ มีความแสบจากการถูกแดดเผาค่ะส่วนการปกป้องมลภาวะ ปกติเราเป็นคนแพ้ฝุ่นค่ะ มักจะมีผื่นแดงคันขึ้นถ้าหากไปเจอฝุ่นหนักๆ แต่หลังจากที่ใช้ครีมกันแดดตัวนี้ เราก็ยังไม่มีอาการแพ้ใดๆ และไม่มีสิวอุดตันขึ้นเลยค่ะ เราเลยขอให้ความเห็นส่วนตัวว่าเค้าน่าจะปกป้องผิวเราจากมลภาวะได้จริงค่ะมาให้คะแนนกันดีกว่ากลิ่น: หอมผู้ดีมาก เราชอบ ให้ 5/5 เลยค่ะเนื้อบางเบา: เกลี่ยง่าย ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ได้คะแนนไป 5/5Finish ผิว: ให้ผิวดูกระจ่างใส ไม่วอก ไม่โบ๊ะ ดูมีสุขภาพดี เอาคะแนนไป 5/5ประสิทธิภาพการปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะ: กันแดดดีมาก กันฝุ่นก็ดีมากเช่นกัน เอาไปเลย 5/5คะแนนรวม: บอกตรงๆ ไม่อวย เราชอบมากจริงๆ ไม่มีอะไรให้หักคะแนนเลย ให้ไปเลย 5/5บอกเลยว่ามีซื้อซ้ำแน่นอนค่ะ ของมันต้องมีจริงๆนะคะ
>>> ทุกวันนี้ นอกจากที่สาวๆจะต้องเผชิญกับแสงแดดที่ประกอบไปด้วย UVA และ UVB ที่เป็นตัวร้ายทำลายผิวแล้ว มลภาวะก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาผิวได้ค่ะ มันจะดีขนาดไหนนะถ้าเรามีตัวช่วยที่สามารถปกป้องผิวของพวกเราทั้งจากแสงแดด มลภาวะ และยังทำให้ผิวสวยใสด้วยในคราวเดียวกัน
และแล้ว LANCOME ก็ออกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยตอบโจทย์นี้ค่ะ นั่นก็คือ LANCOME UV EXPERT YOUTH SHIELD TONE UP MILK ROSY BLOOM ซึ่งเป็นสูตรที่ทางลังโคมปรับปรุงขึ้นมาจากสูตร TONE UP MILK เดิมค่ะ จะเห็นได้ว่าถึงแม้ทางแบรนด์จะออกผลิตภัณฑ์ที่ดีออกมาแล้ว เค้าก็ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกนะคะ
เราได้มีโอกาสทดลองใช้ LANCOME UV EXPERT YOUTH SHIELD TONE UP MILK ROSY BLOOM มาแล้วจึงจะขอมาแชร์ความรู้สึกหลังได้ทดลองใช้ค่ะ
>>> ขอบอกก่อนว่าเราไม่เคยใช้ครีมกันแดดจากแบรนด์ลังโคมมาก่อนนะคะ โดยสภาพผิวหน้าของเราเป็นผิวผสม ระหว่างวันมักจะมันบริเวณทีโซน ส่วนบริเวณแก้มจะค่อนข้างแห้ง บางครั้งก็เป็นขุยด้วยค่ะ ส่วนรูขุมขนหน้าแก้มจะค่อนข้างใหญ่ ไม่มีปัญหาสิวใดๆในช่วงนี้ค่ะ อาจจะมีจุดด่างดำจากสะเก็ดแผลเก่าบ้างเล็กน้อยเท่านั้นค่ะ
วิธีใช้
ใช้เป็นประจำทุกวัน หลังจากลงสกินแคร์ และก่อนลงเมคอัพ
กลิ่น
ลืมกลิ่นครีมกันแดดทั่วไปที่เคยใช้ไปได้เลยค่ะ กลิ่นของลังโคมมีความหอมอ่อนๆ ให้ความรู้สึกเหมือนดอกไม้ค่ะ ดมแล้วรู้สึกผ่อนคลายมาก เราเลยลองไปดูส่วนผสมพบว่ามีส่วนผสมจากสารสกัดจากใบมินท์และดอกเอเดลไวส์ ซึ่งไม่ได้ใส่เข้ามาเพื่อให้มีกลิ่นหอมเท่านั้น แต่มีคุณสมบัติแอนติออกซิแดนท์และช่วยฟื้นบำรุงผิว เพื่อปกป้องผิวจากมลภาวะและริ้วรอยก่อนวันอันควรอีกด้วยค่ะ เริ่ดจริงๆ
เนื้อผลิตภัณฑ์
ได้ยินชื่อว่า Tone up ก็อย่าเพิ่งตกใจค่ะ เพราะถึงแม้จะมี SPF ถึง 50+ และ PA++++ แต่ก็ไม่ได้ทำให้วอก ลอย แต่อย่างใดนะคะ เนื้อเค้าจะเป็นน้ำนมสีชมพูอ่อนๆ เนื้อค่อนข้างไหล เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งคราบ เนื้อครีมซึมซาบเร็วทำให้รู้สึกสัมผัสที่บางเบามาก เมื่อทาลงบนผิวผลิตภัณฑ์จะช่วยปรับสีผิวให้ผิวที่มีความกระจ่างใสขึ้นเล็กน้อยอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
ความรู้สึกหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ รีวิวผลให้เห็นตามรูปเลยนะคะ
หลังจากที่เราทาผลิตภัณฑ์ ทิ้งให้ซึมลงผิวและเซ็ตตัวเรียบร้อยแล้ว ผิวจะดูขาวกระจ่างใส ดูมีสุขภาพดี ชุ่มชื่น ไม่แห้งแมทเป็นแป้ง แต่ก็ไม่ได้มันเยิ้มหรือเหนียวเหนอะหนะเลยค่ะ ถ้าใครที่ไม่ได้มีปัญหาผิวมากก็สามารถลงแป้งได้เลยโดยไม่ต้องใช้รองพื้นเลยค่ะเพราะเค้าปรับสีผิวให้กระจ่างใสเรียบเนียนขึ้นแล้ว หลังจากลงเมคอัพก็ไม่ทำให้เมคอัพเป็นคราบด้วยค่ะ
ระหว่างวัน หลังจากผ่านไปประมาณ 4 ชม. บริเวณทีโซนทีเป็นริเวณที่มีความมันที่สุดบนหน้าเรา ไม่ได้มีคราบไหลเยิ้มอะไรนะคะ ส่วนบริเวณข้างแก้มที่เป็นส่วนที่แห้งที่สุดบนหน้าเราก็ไม่มีเมคอัพหลุด หรือผิวแห้งแตกเป็นขุยเลยค่ะ จากในรูปจะเห็นว่าผิวหน้าไม่หมอง สีหน้าไม่ดรอป ลงด้วยค่ะ
หลังจากผ่านไปประมาณ 8 ชม. เรากลับมาถึงบ้านหลังจากที่ไม่ได้ซับหน้า หรือเติมแป้งเลยทั้งวัน จะเห็นว่าบริเวณทีโซนมีความฉ่ำขึ้นเล็กน้อย แต่ยังดูผิวสวยดีอยู่ค่ะ สีผิวก็ยังผ่อง ไม่ดรอปลงจากที่แต่งหน้าในตอนเช้าเลย เซอร์ไพรส์มากๆค่ะ
การกันแดด
หลังจากที่เราได้ทดลองใช้ในวันที่ต้องออกไปทำงาน outdoor เจอทั้งแดดที่แรงมาก และฝุ่นควันรถแล้ว พบว่าประสิทธิภาพการกันแดดสำหรับเราอยู่ที่น่าพอใจมากค่ะ จากที่เห็นได้ชัดว่า ผิวหน้าไม่เกิดความหมองคล้ำ หรืออาการไหม้จากแสงแดดเลย ในขณะที่ผิวตัวที่ไม่ได้ทาผลิตภัณฑ์กันแดดใดๆ มีความแสบจากการถูกแดดเผาค่ะ
ส่วนการปกป้องมลภาวะ ปกติเราเป็นคนแพ้ฝุ่นค่ะ มักจะมีผื่นแดงคันขึ้นถ้าหากไปเจอฝุ่นหนักๆ แต่หลังจากที่ใช้ครีมกันแดดตัวนี้ เราก็ยังไม่มีอาการแพ้ใดๆ และไม่มีสิวอุดตันขึ้นเลยค่ะ เราเลยขอให้ความเห็นส่วนตัวว่าเค้าน่าจะปกป้องผิวเราจากมลภาวะได้จริงค่ะ
มาให้คะแนนกันดีกว่า
กลิ่น: หอมผู้ดีมาก เราชอบ ให้ 5/5 เลยค่ะ
เนื้อบางเบา: เกลี่ยง่าย ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ได้คะแนนไป 5/5
Finish ผิว: ให้ผิวดูกระจ่างใส ไม่วอก ไม่โบ๊ะ ดูมีสุขภาพดี เอาคะแนนไป 5/5
ประสิทธิภาพการปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะ: กันแดดดีมาก กันฝุ่นก็ดีมากเช่นกัน เอาไปเลย 5/5
คะแนนรวม: บอกตรงๆ ไม่อวย เราชอบมากจริงๆ ไม่มีอะไรให้หักคะแนนเลย ให้ไ
ปเลย 5/5
บอกเลยว่ามีซื้อซ้ำแน่นอนค่ะ ของมันต้องมีจริงๆนะคะ
และแล้ว LANCOME ก็ออกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยตอบโจทย์นี้ค่ะ นั่นก็คือ LANCOME UV EXPERT YOUTH SHIELD TONE UP MILK ROSY BLOOM ซึ่งเป็นสูตรที่ทางลังโคมปรับปรุงขึ้นมาจากสูตร TONE UP MILK เดิมค่ะ จะเห็นได้ว่าถึงแม้ทางแบรนด์จะออกผลิตภัณฑ์ที่ดีออกมาแล้ว เค้าก็ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกนะคะ
เราได้มีโอกาสทดลองใช้ LANCOME UV EXPERT YOUTH SHIELD TONE UP MILK ROSY BLOOM มาแล้วจึงจะขอมาแชร์ความรู้สึกหลังได้ทดลองใช้ค่ะ
>>> ขอบอกก่อนว่าเราไม่เคยใช้ครีมกันแดดจากแบรนด์ลังโคมมาก่อนนะคะ โดยสภาพผิวหน้าของเราเป็นผิวผสม ระหว่างวันมักจะมันบริเวณทีโซน ส่วนบริเวณแก้มจะค่อนข้างแห้ง บางครั้งก็เป็นขุยด้วยค่ะ ส่วนรูขุมขนหน้าแก้มจะค่อนข้างใหญ่ ไม่มีปัญหาสิวใดๆในช่วงนี้ค่ะ อาจจะมีจุดด่างดำจากสะเก็ดแผลเก่าบ้างเล็กน้อยเท่านั้นค่ะ
วิธีใช้
ใช้เป็นประจำทุกวัน หลังจากลงสกินแคร์ และก่อนลงเมคอัพ
กลิ่น
ลืมกลิ่นครีมกันแดดทั่วไปที่เคยใช้ไปได้เลยค่ะ กลิ่นของลังโคมมีความหอมอ่อนๆ ให้ความรู้สึกเหมือนดอกไม้ค่ะ ดมแล้วรู้สึกผ่อนคลายมาก เราเลยลองไปดูส่วนผสมพบว่ามีส่วนผสมจากสารสกัดจากใบมินท์และดอกเอเดลไวส์ ซึ่งไม่ได้ใส่เข้ามาเพื่อให้มีกลิ่นหอมเท่านั้น แต่มีคุณสมบัติแอนติออกซิแดนท์และช่วยฟื้นบำรุงผิว เพื่อปกป้องผิวจากมลภาวะและริ้วรอยก่อนวันอันควรอีกด้วยค่ะ เริ่ดจริงๆ
เนื้อผลิตภัณฑ์
ได้ยินชื่อว่า Tone up ก็อย่าเพิ่งตกใจค่ะ เพราะถึงแม้จะมี SPF ถึง 50+ และ PA++++ แต่ก็ไม่ได้ทำให้วอก ลอย แต่อย่างใดนะคะ เนื้อเค้าจะเป็นน้ำนมสีชมพูอ่อนๆ เนื้อค่อนข้างไหล เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งคราบ เนื้อครีมซึมซาบเร็วทำให้รู้สึกสัมผัสที่บางเบามาก เมื่อทาลงบนผิวผลิตภัณฑ์จะช่วยปรับสีผิวให้ผิวที่มีความกระจ่างใสขึ้นเล็กน้อยอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
ความรู้สึกหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ รีวิวผลให้เห็นตามรูปเลยนะคะ
หลังจากที่เราทาผลิตภัณฑ์ ทิ้งให้ซึมลงผิวและเซ็ตตัวเรียบร้อยแล้ว ผิวจะดูขาวกระจ่างใส ดูมีสุขภาพดี ชุ่มชื่น ไม่แห้งแมทเป็นแป้ง แต่ก็ไม่ได้มันเยิ้มหรือเหนียวเหนอะหนะเลยค่ะ ถ้าใครที่ไม่ได้มีปัญหาผิวมากก็สามารถลงแป้งได้เลยโดยไม่ต้องใช้รองพื้นเลยค่ะเพราะเค้าปรับสีผิวให้กระจ่างใสเรียบเนียนขึ้นแล้ว หลังจากลงเมคอัพก็ไม่ทำให้เมคอัพเป็นคราบด้วยค่ะ
ระหว่างวัน หลังจากผ่านไปประมาณ 4 ชม. บริเวณทีโซนทีเป็นริเวณที่มีความมันที่สุดบนหน้าเรา ไม่ได้มีคราบไหลเยิ้มอะไรนะคะ ส่วนบริเวณข้างแก้มที่เป็นส่วนที่แห้งที่สุดบนหน้าเราก็ไม่มีเมคอัพหลุด หรือผิวแห้งแตกเป็นขุยเลยค่ะ จากในรูปจะเห็นว่าผิวหน้าไม่หมอง สีหน้าไม่ดรอป ลงด้วยค่ะ
หลังจากผ่านไปประมาณ 8 ชม. เรากลับมาถึงบ้านหลังจากที่ไม่ได้ซับหน้า หรือเติมแป้งเลยทั้งวัน จะเห็นว่าบริเวณทีโซนมีความฉ่ำขึ้นเล็กน้อย แต่ยังดูผิวสวยดีอยู่ค่ะ สีผิวก็ยังผ่อง ไม่ดรอปลงจากที่แต่งหน้าในตอนเช้าเลย เซอร์ไพรส์มากๆค่ะ
การกันแดด
หลังจากที่เราได้ทดลองใช้ในวันที่ต้องออกไปทำงาน outdoor เจอทั้งแดดที่แรงมาก และฝุ่นควันรถแล้ว พบว่าประสิทธิภาพการกันแดดสำหรับเราอยู่ที่น่าพอใจมากค่ะ จากที่เห็นได้ชัดว่า ผิวหน้าไม่เกิดความหมองคล้ำ หรืออาการไหม้จากแสงแดดเลย ในขณะที่ผิวตัวที่ไม่ได้ทาผลิตภัณฑ์กันแดดใดๆ มีความแสบจากการถูกแดดเผาค่ะ
ส่วนการปกป้องมลภาวะ ปกติเราเป็นคนแพ้ฝุ่นค่ะ มักจะมีผื่นแดงคันขึ้นถ้าหากไปเจอฝุ่นหนักๆ แต่หลังจากที่ใช้ครีมกันแดดตัวนี้ เราก็ยังไม่มีอาการแพ้ใดๆ และไม่มีสิวอุดตันขึ้นเลยค่ะ เราเลยขอให้ความเห็นส่วนตัวว่าเค้าน่าจะปกป้องผิวเราจากมลภาวะได้จริงค่ะ
มาให้คะแนนกันดีกว่า
กลิ่น: หอมผู้ดีมาก เราชอบ ให้ 5/5 เลยค่ะ
เนื้อบางเบา: เกลี่ยง่าย ซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ได้คะแนนไป 5/5
Finish ผิว: ให้ผิวดูกระจ่างใส ไม่วอก ไม่โบ๊ะ ดูมีสุขภาพดี เอาคะแนนไป 5/5
ประสิทธิภาพการปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะ: กันแดดดีมาก กันฝุ่นก็ดีมากเช่นกัน เอาไปเลย 5/5
คะแนนรวม: บอกตรงๆ ไม่อวย เราชอบมากจริงๆ ไม่มีอะไรให้หักคะแนนเลย ให้ไ
ปเลย 5/5
บอกเลยว่ามีซื้อซ้ำแน่นอนค่ะ ของมันต้องมีจริงๆนะคะ
★
★
★
★
★
(3.86)
SENKA เค้ามีสกินแคร์แล้วน้า รู้ยัง!!ถ้าพูดถึงแบรนด์ SENKA ทุกคนก็คงจะรู้กันอยู่แล้วว่าเป็นแบรนด์ในเครือของชิเซโด และก็คงจะนึกถึงวิปโฟมล้างหน้าที่โด่งดังใช่มั๊ยล่ะคะ และเราก็เป็นแฟนพันธุ์แท้ของโฟมล้างหน้าแบรนด์นี้อยู่แล้ว ใช้มาแล้วทุกสูตรค่ะพอตอนนี้เค้าออกไลน์สกินแคร์ออกมา เป็น “SENKA WHITE BEAUTY SKINCARE” หรือที่เรียกกันว่า “Junpaku Senka” ที่ทางแบรนด์เคลมมาว่า เป็นผลิตภัณฑ์เน้นไปที่การบำรุงผิวเพื่อยกระดับสภาพผิวหน้าสด ด้วย NATU-ENCE Technology คือการนำส่วนผสมจากธรรมชาติที่ญี่ปุ่นใช้มาตั้งแต่สมัยก่อนมาใช้ร่วมกับวิทยาการบำรุงผิวที่คิดค้นโดยสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชิเซโด้ ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ผิวดูสวยสว่างใส มีความอ่อนนุ่ม ชุ่มชื่น เปล่งประกาย ผิวดูสวยสุขภาพดี ลดเลือนจุดด่างดำ เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องไม่รอช้าค่ะ ด้วยความที่ตอนนี้เราประสบปัญหา ผิวหน้าหมองคล้ำ เกรียมแดด และมีจุดด่างดำ และอยากเร่งฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก เราเลยรีบไปสอย SENKA WHITE BEAUTY SERUM มาทดลองใช้เลยแพกเกจ :เป็นหลอดบีบสีเงิน ฝาเป็นแบบหมุน ซึ่งเป็นแพกเกจทั่วๆไปที่แบรนด์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็มักจะทำแพกเกจแบบนี้ แต่!! เราชอบฝาของเค้ามากค่ะ เพราะฝาหมุนตอนปิด มันจะดังกรี๊บ!! เพื่อให้รู้ว้าเราปิดฝาสนิทแล้ว ไม่ต้องหมุนไปเรื่อยจนเกลียวหวานเหมือนแบรนด์อื่นๆปริมาณ 35g ราคา 450 บาท (แอบกระซิบว่าเราซื้อจาก eveandboy มาราคา 399 เองนะ)กลิ่น:ไม่มีกลิ่นอะไรเลยค่ะ 555 เพราะเค้าไม่ได้ใส่น้ำหอมเนื้อผลิตภัณฑ์:เซรั่มตัวนี้เป็นเนื้อครีมสีขาวข้น แต่พอทาลงบนผิวแล้วเนื้อครีมจะชุ่มชื้นเข้าไปในผิว ซึมเข้าผิวได้อย่างดี ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ แต่ยังคงความชุ่มชื้นให้กับผิวอยู่ค่ะผลจากการใช้ติดต่อกัน 7 วัน:ผิวหน้าค่อยๆมีความกระจ่างใสขึ้นทีละนิด จนวันที่ 7 เห็นได้ชัดว่ากระจ่างใสขึ้นจากวันแรกที่ใช้เลยค่ะ และจุดด่างดำและรอยแดงที่มี ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แถมหน้าที่เคยแห้งกร้านก็ดูชุ่มชื้นสุขภาพดีขึ้น โชว์ผิวหน้าสดได้ไม่อายใครเลยค่ะ
SENKA เค้ามีสกินแคร์แล้วน้า รู้ยัง!!
ถ้าพูดถึงแบรนด์ SENKA ทุกคนก็คงจะรู้กันอยู่แล้วว่าเป็นแบรนด์ในเครือของชิเซโด และก็คงจะนึกถึงวิปโฟมล้างหน้าที่โด่งดังใช่มั๊ยล่ะคะ และเราก็เป็นแฟนพันธุ์แท้ของโฟมล้างหน้าแบรนด์นี้อยู่แล้ว ใช้มาแล้วทุกสูตรค่ะ
พอตอนนี้เค้าออกไลน์สกินแคร์ออกมา เป็น “SENKA WHITE BEAUTY SKINCARE” หรือที่เรียกกันว่า “Junpaku Senka” ที่ทางแบรนด์เคลมมาว่า เป็นผลิตภัณฑ์เน้นไปที่การบำรุงผิวเพื่อยกระดับสภาพผิวหน้าสด ด้วย NATU-ENCE Technology คือการนำส่วนผสมจากธรรมชาติที่ญี่ปุ่นใช้มาตั้งแต่สมัยก่อนมาใช้ร่วมกับวิทยาการบำรุงผิวที่คิดค้นโดยสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชิเซโด้ ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ผิวดูสวยสว่างใส มีความอ่อนนุ่ม ชุ่มชื่น เปล่งประกาย ผิวดูสวยสุขภาพดี ลดเลือนจุดด่างดำ เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง
ไม่รอช้าค่ะ ด้วยความที่ตอนนี้เราประสบปัญหา ผิวหน้าหมองคล้ำ เกรียมแดด และมีจุดด่างดำ และอยากเร่งฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก เราเลยรีบไปสอย SENKA WHITE BEAUTY SERUM มาทดลองใช้เลย
แพกเกจ :
เป็นหลอดบีบสีเงิน ฝาเป็นแบบหมุน ซึ่งเป็นแพกเกจทั่วๆไปที่แบรนด์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็มักจะทำแพกเกจแบบนี้ แต่!! เราชอบฝาของเค้ามากค่ะ เพราะฝาหมุนตอนปิด มันจะดังกรี๊บ!! เพื่อให้รู้ว้าเราปิดฝาสนิทแล้ว ไม่ต้องหมุนไปเรื่อยจนเกลียวหวานเหมือนแบรนด์อื่นๆ
ปริมาณ 35g ราคา 450 บาท (แอบกระซิบว่าเราซื้อจาก eveandboy มาราคา 399 เองนะ)
กลิ่น:
ไม่มีกลิ่นอะไรเลยค่ะ 555 เพราะเค้าไม่ได้ใส่น้ำหอม
เนื้อผลิตภัณฑ์:
เซรั่มตัวนี้เป็นเนื้อครีมสีขาวข้น แต่พอทาลงบนผิวแล้วเนื้อครีมจะชุ่มชื้นเข้าไปในผิว ซึมเข้าผิวได้อย่างดี ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ แต่ยังคงความชุ่มชื้นให้กับผิวอยู่ค่ะ
ผลจากการใช้ติดต่อกัน 7 วัน:
ผิวหน้าค่อยๆมีความกระจ่างใสขึ้นทีละนิด จนวันที่ 7 เห็นได้ชัดว่ากระจ่างใสขึ้นจากวันแรกที่ใช้เลยค่ะ และจุดด่างดำและรอยแดงที่มี ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แถมหน้าที่เคยแห้งกร้านก็ดูชุ่มชื้นสุขภาพดีขึ้น โชว์ผิวหน้าสดได้ไม่อายใครเลยค่ะ
ถ้าพูดถึงแบรนด์ SENKA ทุกคนก็คงจะรู้กันอยู่แล้วว่าเป็นแบรนด์ในเครือของชิเซโด และก็คงจะนึกถึงวิปโฟมล้างหน้าที่โด่งดังใช่มั๊ยล่ะคะ และเราก็เป็นแฟนพันธุ์แท้ของโฟมล้างหน้าแบรนด์นี้อยู่แล้ว ใช้มาแล้วทุกสูตรค่ะ
พอตอนนี้เค้าออกไลน์สกินแคร์ออกมา เป็น “SENKA WHITE BEAUTY SKINCARE” หรือที่เรียกกันว่า “Junpaku Senka” ที่ทางแบรนด์เคลมมาว่า เป็นผลิตภัณฑ์เน้นไปที่การบำรุงผิวเพื่อยกระดับสภาพผิวหน้าสด ด้วย NATU-ENCE Technology คือการนำส่วนผสมจากธรรมชาติที่ญี่ปุ่นใช้มาตั้งแต่สมัยก่อนมาใช้ร่วมกับวิทยาการบำรุงผิวที่คิดค้นโดยสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชิเซโด้ ผลลัพธ์ที่ได้ คือ ผิวดูสวยสว่างใส มีความอ่อนนุ่ม ชุ่มชื่น เปล่งประกาย ผิวดูสวยสุขภาพดี ลดเลือนจุดด่างดำ เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง
ไม่รอช้าค่ะ ด้วยความที่ตอนนี้เราประสบปัญหา ผิวหน้าหมองคล้ำ เกรียมแดด และมีจุดด่างดำ และอยากเร่งฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก เราเลยรีบไปสอย SENKA WHITE BEAUTY SERUM มาทดลองใช้เลย
แพกเกจ :
เป็นหลอดบีบสีเงิน ฝาเป็นแบบหมุน ซึ่งเป็นแพกเกจทั่วๆไปที่แบรนด์ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็มักจะทำแพกเกจแบบนี้ แต่!! เราชอบฝาของเค้ามากค่ะ เพราะฝาหมุนตอนปิด มันจะดังกรี๊บ!! เพื่อให้รู้ว้าเราปิดฝาสนิทแล้ว ไม่ต้องหมุนไปเรื่อยจนเกลียวหวานเหมือนแบรนด์อื่นๆ
ปริมาณ 35g ราคา 450 บาท (แอบกระซิบว่าเราซื้อจาก eveandboy มาราคา 399 เองนะ)
กลิ่น:
ไม่มีกลิ่นอะไรเลยค่ะ 555 เพราะเค้าไม่ได้ใส่น้ำหอม
เนื้อผลิตภัณฑ์:
เซรั่มตัวนี้เป็นเนื้อครีมสีขาวข้น แต่พอทาลงบนผิวแล้วเนื้อครีมจะชุ่มชื้นเข้าไปในผิว ซึมเข้าผิวได้อย่างดี ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ แต่ยังคงความชุ่มชื้นให้กับผิวอยู่ค่ะ
ผลจากการใช้ติดต่อกัน 7 วัน:
ผิวหน้าค่อยๆมีความกระจ่างใสขึ้นทีละนิด จนวันที่ 7 เห็นได้ชัดว่ากระจ่างใสขึ้นจากวันแรกที่ใช้เลยค่ะ และจุดด่างดำและรอยแดงที่มี ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แถมหน้าที่เคยแห้งกร้านก็ดูชุ่มชื้นสุขภาพดีขึ้น โชว์ผิวหน้าสดได้ไม่อายใครเลยค่ะ
กำลังติดตาม
ยังไม่ได้ติดตามใคร
ผู้ติดตาม
No followers
รายการโปรด
ยังไม่มีสินค้าโปรด
Personal Information
Nickname
hareluya_bobo
เพศ
Female
ข้อมูลพื้นฐาน
Skin Type
Sensitive
Activity Information
Activity Information
No activity information